หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
29 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 
สุดถนนบนทางเปลี่ยว : นันทนา วีระชน

เรื่อง : สุดถนนบนทางเปลี่ยว
ผู้ขียน : นันทนา วีระชน
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2530
สองเล่มจบ



       สุดถนนบนทางเปลี่ยว จัดเป็นนวนิยายชีวิตเข้มข้นที่หม่นทึบ สะท้อนภาพสังคมไทยผ่านชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ดำเนินไปตามถนนของชีวิต ตราบจนถึงสุดปลายของเส้นทางนั้น และพาให้ผู้อ่านได้ออกเดินทางร่วมไปกับชีวิตของเธอ ผ่านความสุข ความทุกข์ และชะตากรรมต่างๆที่ล้วนเกิดขึ้นจาก ตัวตนของตัวละครนั้นเอง ตราบจนถึงปลายทางแห่งอวสาน จัดเป็นนวนิยายแนวสมจริง ที่โดดเด่นเรื่องหนึ่งของ นันทนา วีระชน เลยทีเดียวครับ

       ขอสารภาพก่อนว่า ผมอ่านเรื่องนี้ เกือบไม่จบ โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆของเรื่อง ปัญหาอยู่ที่การใช้ความคิด ทัศนคติของตัวเองเข้าไปตัดสินการกระทำของตัวละครในเรื่องนี้ โดยเฉพาะ เทียนเงิน ตัวเอกของเรื่อง ทำให้ระหว่างอ่านไป จะเกิดความรู้สึกขัดใจไป หลายต่อหลายอย่างที่ตัวละครตัดสินใจกระทำลงไป แต่เมื่อลองคิดในมุมกลับ ถึงที่มาและความเป็นตัวตนของเทียนเงิน แล้ว จะทำให้เกิดความเข้าใจ พฤติกรรม เหตุผล และการกระทำของตัวละครตัวนี้มากขึ้น จนนำไปสู่ผลลัพธ์ในบั้นปลาย

        ชีวิตของเทียนเงิน สาวสวยในวัยสี่สิบปีที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งพันตรีสิทธิ สามีนายทหารที่แม้จะไปประจำการต่างจังหวัด แต่ก็เธอก็รับเงินเดือนของเขามาใช้จ่ายตลอด และมีลูกๆถึงสี่คน ที่ต่างก็ใกล้จะจบการศึกษา แต่แล้วเส้นทางบนถนนชีวิตของเธอ ก็มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อได้รับโทรเลขว่า พันตรีสิทธิ สามี ป่วยหนัก
       เทียนเงิน เดินทางไปเยี่ยม และพบว่า เขามีภรรยาน้อยเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ชื่อ จินดา อยู่ที่จังหวัดนั้น ซ้ำยังจัดงานแต่งงานแต่งการ อย่างเอิกเกริกเสียด้วย โดยจินดาเป็นฝ่ายจ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้กับ สิทธิ ด้วยความรัก ความหลง แม้ว่าญาติพี่น้องจะระแคะระคายเรื่องเหล่านี้ และพยายามเตือนเธอไว้แล้วก็ตาม พันตรีสิทธิเอง ติดการพนันและเป็นหนี้เป็นสินอยู่ไม่น้อย กลายเป็นว่า จินดา ต้องเป็นฝ่ายคอยออกเงินใช้หนี้ให้เขา แม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม หล่อนเสียใจ แม้ว่าจะยังรักเขาอยู่มากเพียงใดก็ตาม

        จินดา อายุสามสิบกว่าแล้ว เมื่อหล่อนมีโอกาสได้เจอกับพันตรีสิทธิ แม้เขาจะไม่ใช่ชายหนุ่มรูปหล่อ แต่ด้วยบุคลิกและมาดนายทหารที่แสนโก้หรูนั่นเอง ทำให้หล่อนปฏิเสธผู้ชายทุกคนที่เข้ามาหา ยิ่งเมื่อเขาบอกว่าหย่าขาดจากภรรยาแล้ว ก็ทำให้หล่อนหลงเชื่อทุกอย่าง จนในที่สุด ความจริงอันเจ็บปวดก็ได้มาเปิดเผยแก่เธอในนาทีสุดท้าย
หล่อนเป็นเพียงแค่เมียน้อย!

        เทียนเงินเองก็ผิดหวังมาก หลังจากพาสามี กลับมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตลง บัดนี้เธอกลายเป็นแม่ม่าย ที่ต้องออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ภายนอกบ้านพักนายทหาร ที่เคยได้รับสวัสดิการมาโดยตลอด แต่เทียนเงินก็ไม่สนใจมากนัก เพราะหล่อนได้รับเงินชดเชยจากการตายของสามีจำนวนมาก แม้จะต้องมีเรื่องฟ้องร้องกับ จินดา ที่ขอส่วนแบ่งจากสามีของตัวเธอเองด้วยก็ตาม

        เงินจำนวนนั้น ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อ ทองสนับ ลูกสาวคนโตที่แต่งงานกับอภิชาต และกำลังมีลูกเล็กๆด้วยกัน หยิบยืมไปสำหรับทำธุรกิจ แต่ก็ไม่ประสบผล ทับสิทธิ์ ลูกชายคนรอง ก็ไม่ยอมทำการทำงาน เขาติดการพนันและติดเหล้า ไม่ต่างกับพ่อ และขอเงินจากเธอ เพื่อไปลงทุนดาวน์รถมาขับหาเงิน แต่แล้ว ไม่นาน ด้วยนิสัยหยิบโหย่ง ที่ เทียนเงิน เลี้ยงลูกโดยไม่เคยให้เผชิญความลำบาก เขาก็ทนไม่ได้ และหนีหายไป เทียนเงินทราบภายหลังว่า ทับสิทธิ์ ไปได้เมีย อยู่ที่ต่างจังหวัด โดยไม่ติดต่อกลับมาเลย

         พินิจนัย ลูกคนที่สามก็ยังไม่เรียนจบ แต่อยากจะได้เงินไปซื้อมอเตอร์ไซค์ เที่ยวกับเพื่อน ในขณะที่ ไขแข ลูกสาวคนเล็กที่หล่อนรักและตามใจ โดยไม่เคยดุด่าเฆี่ยนตี ก็กลายเป็นเด็กสาวเจ้าอารมณ์ ใจแตก เมื่อรวมกลุ่มกับเพื่อน จนติดยาเสพย์ติด และภายหลังก็มีปัญหาถูกทำร้ายร่างกาย เพราะร่วมกับเพื่อน ไปขโมยของ จนต้องขึ้นโรงพัก

        เทียนเงินเหมือนน้ำ แปรเปลี่ยนรูปได้ตามภาชนะรองรับ หัวใจของหล่อนเหมือนของเหลวประเภทนั้น เทียนเงินจึงไม่มีอำนาจใจตนเองจะทำให้ใครยำเกรงหล่อนได้ แม้แต่ลูกหรือสามี ก็ไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้เยี่ยงแม่และเมียพึงได้รับ

       ในความเครียดจากปัญหาต่างๆ ที่เริ่มถาโถมเข้ามา เทียนเงินเองก็ยังไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนเท่าใดนัก เพราะหล่อนยังมีเงินเก็บในธนาคาร และในความเปลี่ยวเหงา ก็มี ทั้งพันโทประเทือง นายทหารหนุ่มใหญ่ รวมถึง ทนายมงคล ที่คอยว่าความให้ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน หากภายหลังจากนั้น เมื่อหล่อนเริ่มมีปัญหา มากขึ้นเรื่อยๆ ทนายมงคลที่เคยคิดจะร่วมชีวิตด้วยก็หนีห่างออกไป และ ผู้พันประเทืองที่คอยให้ความช่วยเหลือเงินทอง ก็ไม่สามารถเอื้อเฟื้อ เงินทองให้กับหล่อนได้มากอย่างที่ต้องการ เขาเองก็มีภาระต้องดูแล ภรรยาของตัวเองด้วยเช่นกัน

       เขาตอบสนองหล่อนได้ ในเพศรสที่หล่อนต้องการ แต่ให้คนวัยเขาผูกพันสร้างภาระทั้งที่เขาผ่านสิ่งเหล่านี้มาเกือบชั่วชีวิต เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องร่วมปัญหากับหล่อน หญิงวัยม่ายที่มีความเดียวดายทางอารมณ์ ที่บัดได้... ถ้าผู้ชายวัยเขาจะมีภรรยาใหม่ เขาเลือกสรรผู้หญิงแรกรุ่นที่พร้อมจะเป็นภรรยาชายแก่ที่มีทั้งเงิน งาน บ้าน และรถยนต์ มีผู้หญิงชนิดนั้นในสังคมนี้มากมายที่ต้องการจะตอบสนองความต้องการของเขา และเขาจะได้ความเป็นผู้หญิงของหล่อนเต็มอิ่มกว่า เนิ่นนานกว่า

       แทนที่จะพยายามแก้ไขปัญหาเรื่องลูกๆของตัวเอง เทียนเงินกลับยิ่งปล่อยให้เรื่องราวต่างๆสร้างปมปัญหายุ่งเหยิงบานปลายออกไปเรื่อยๆ เธอเองก็ชินกับความสะดวกสบายมาตลอด แม้จะพยายามค้าขายทั้งอาหารและขนมต่างๆ แต่ทุกอย่างก็ล้มอย่างไม่เป็นท่า บรรดาลูกแต่ละคน ก็ล้วนสร้างปัญหา หลากหลายแบบเข้ามา และทุกอย่างก็กลายเป็นการแก้ปัญหาด้วยเงิน... เงินที่จ่ายออกไป โดยไม่มีเงินกลับเข้ามาเลยสักทางเดียว

         และยิ่งทำให้ม่ายสาวใหญ่อย่างเธอ ว้าเหว่ ขาดที่พึงพิงทางใจ จนหลงปล่อยตัวไปกับ คุณจวง พ่อม่ายหนุ่มใหญ่เมียตาย ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในจังหวะนั้นพอดี ด้วยรูปลักษณ์ ด้วยวัยและการเอาใจใส่ของเขา ยิ่งทำให้หล่อนเพริดไป เพราะคิดว่าเขาจะช่วยปกป้อง และดูแลเธอได้

        หล่อนก็คุ้นเคยกับการที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องแบกภาระหนักของครอบครัว หล่อนไม่อดทนพอที่จะต่อสู้กับโลกด้วยการแบกภาระนั้น เมื่อแต่งงานใหม่ หล่อนก็ปรารถนาที่จะเริ่มต้นกับผู้ชายที่ร่ำร่วย คนที่เลี้ยงหล่อนและลูกให้สุขสบายได้ วัยเกือบห้าสิบของเทียนเงิน หล่อนยังคิดไขว่คว้าหาสิ่งนี้อยู่ เพราะไม่มีแก่นสารใดในความคิดให้เกาะได้

        ซึ่งภาพที่แท้จริง หลังจากที่เธอตัดสินใจร่วมชีวิตกับเขาแล้ว เทียนเงินก็พบว่า คุณจวงก็คือชายขี้เมาคนหนึ่ง ที่ไม่ทำงานทำการจนต้องออกจากงานธนาคารของตัวเอง และกลายเป็นฝ่ายเขาต่างหาก ที่เข้ามาพึ่งพิง เงินทองส่วนสุดท้ายที่เหลือของเธอ จนในที่สุดทุกอย่างก็หมดสิ้น

          เมื่อทองสนับ ลูกสาวคนโต ติดหนี้สินมากมายจนมีเรื่องบาดหมางกับสามี และขอให้เธอบากหน้าไปขอยืมเงินคนอื่น แต่ไม่มีใครสักคน ยอมช่วยเหลือเธออีกต่อไป แม้แต่ผู้บังคับบัญชาของ พันตรีสิทธิ อดีตสามีเธอก็ยังปฏิเสธเมื่อรู้ปัญหาที่แท้จริงของเธอ

        “คือปัญหาของคุณนี่ผมฟังดูไม่น่าจะมีปัญหานะ ลูกโตมีเรือนไปบ้างแล้ว มีงานทำ มีรายได้ ก็ไม่เห็นว่าน่าจะมีปัญหา แม่เลี้ยงมาคนเดียวสี่คนยังเลี้ยงได้เลย ลูกสี่คนไม่มีใครเลี้ยงคุณเลยหรือ...”

       น้ำตาของเทียนเงินเหือดแห้ง หัวใจหล่อนโหยราวกับทรายกลางแดด
        “คนสมัยนี้เลี้ยงลูกไม่เป็น แล้วก็เวรกรรมจริงๆนะ พึ่งลูกไม่ได้หรอก แค่ให้มันพึ่งตัวเองยังพึ่งไม่ได้เลย เลี้ยงลูก เลี้ยงหลานมั่วไปหมด ถึงวัยควรพักผ่อนก็ไม่ได้พัก ปัญหาทุกอย่างคุณต้องอดทน และพยายามแก้มันอย่างชาญฉลาด ทุกปัญหามีทางออกทั้งนั้น”

        กลายเป็นว่า การที่หล่อนดิ้นรนมาพบท่าน ก็เพื่อให้ท่านสอนหล่อนให้เจ็บช้ำเพียงเท่านั้น
       “พวกเรามันเป็นเสียอย่างนี้แหละ เวลายังอยู่ก็ใช้ชีวิตโดยประมาท ตายไปลูกเมียอยู่ข้างหลังจับหลักอะไรไม่ได้สักอย่าง เป็น “เมีย” กับเป็น “แม่” นี่ไม่ใช่เป็นผู้หญิง ก็เป็นได้นะ!”


      เทียนเงินกลายเป็นคนผิดในสายตาของลูกสาว ที่ไม่สามารถ ปรนเปรอความต้องการให้กับลูกๆได้อีกแล้ว ความผิดหวังทั้งหมด ทำให้เธอค้นพบความจริงของชีวิต เมื่อเดินมาถึงสุดถนน บนเส้นทางที่เปลี่ยวร้าง ปราศจากใครสักคนเดียวที่จะอยู่เคียงข้าง...

       เขาช่วยเหลือเจือจานครอบครัวของหล่อนอย่างสนิทสนมมาก่อน แต่เทียนเงินก็ต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในร่างกายของหล่อนตอบแทนเขา...
           เขาจ่ายให้หล่อนคุ้มเงิน และหล่อนก็เสียอย่างคุ้มเหมือนกัน ผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่งสามารถเอาเนื้อตัวไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อยังชีพได้ มีอะไรบ้างที่ไม่คุ้ม ในชีวิตที่เป็นเทียนเงิน เมื่อสามียังมีชีวิตอยู่ ก็พรั่งพร้อมไปด้วยความสุขสบายตาสภาพที่ดีกว่าคนอีกชั้นหนึ่งที่ยังอดอยากหิวโหย เมื่อสิ้นสามี หล่อนก็อิ่มเอิบไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานของชีวิต ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ลูกๆของหล่อนสร้างตอบสนองความเป็นมารดาของหล่อนทั้งสิ้น


        ชีวิตของหล่อนทุกข์หนักเสียจน ประโยคประชดประชัน ของ ประนอม เพื่อนที่หล่อนไปขอยืมเงินและปฏิเสธผุดพรายขึ้นมาในความคิด “มันทุกข์หนักนักก็ฆ่าตัวตายหนีโลก”
หล่อนหยุดยืนที่หน้าร้านขายยา ลังเลอยู่เช่นนั้น ก่อนจะเดินเข้าไป...

         ความจริงแล้ว การดำเนินเรื่องสุดถนนบนทางเปลี่ยว จะบอกเล่าผ่านเรื่องราวของตัวละครสองฝั่ง คือ เทียนเงิน กับ จินดา สลับกันไปตามลำดับเวลา จนจบเรื่อง

         สำหรับในพาร์ทของจินดา จะเป็นเรื่องราวของเธอภายหลังการเสียชีวิตของ พันตรีสิทธิ์ เมื่อฟ้องร้องกับเทียนเงินจนพ่ายแพ้ จินดาก็ต้องกลับมาทำงานเป็นครูในโรงเรียนเดิมของตัวเองและต้องเผชิญหน้ากับ คำครหาต่างๆ ที่ว่าหล่อนเป็นเมียน้อย! และถูกหลอกให้แต่งงานด้วย

       จินดา ฝืนข่มความเศร้าสร้อยของตัวเอง โดยมี บรรจบครูหนุ่มรุ่นน้องในโรงเรียน คอยปลอบใจ ด้วยความสงสารจนเกิดเป็นความผูกพัน เสน่หา แต่แล้วต่อมา จินดา ก็ตัดสินใจ แต่งงานกับปลัดกิจจา ปลัดหนุ่มใหญ่ที่เข้ามาติดพัน แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของกิจจาจะไม่หล่อเหลา น่ารัก เหมือนกับ บรรจบ แต่ ในที่สุด หล่อนก็เลือกที่ใช้ชีวิตอยู่กับ ความเป็นจริง โดยไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดในชีวิตเกิดขึ้น เหมือนกับการตัดสินใจแต่งงานในครั้งแรก หล่อนรู้ว่าชีวิตของความเป็นม่ายต้องเผชิญกับการบีบคั้นของสังคมมากเพียงไร กว่าที่หล่อนจะก้าวผ่านจุดนั้นมาได้

        และต่อมาจินดา ก็ได้เห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ของ เทียนเงิน อดีตเมียหลวง ที่เคยมีเรื่องราวกับหล่อนมาก่อน ในตอนจบของเรื่องนี้พอดี
ม่ายสาววัยสี่สิบแปด กินยาตาย หนีความแร้นแค้นในชีวิต!

         นวนิยายเรื่องนี้ เคยลงพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทยและต่อมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ น่าเสียดายที่ผมไม่มีโอกาสได้ชมเลย และทราบว่า ผู้ที่รับบท เทียนเงิน ก็คือ คุณน้อย ดาริน กรสกุล ที่ผันตัวมาจากดาราภาพยนตร์จอเงินเรื่องดัง อย่าง กลกามแห่งความรัก ในเวลาก่อนหน้านั้นเอง ครับ



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2563 16:15:17 น. 0 comments
Counter : 380 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.