หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
25 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
ลาก่อนคุณครู : สุดา นครานุรักษ์

เรื่อง : ลาก่อนคุณครู
ผู้ขียน : สุดา นครานุรักษ์
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์
เล่มเดียวจบ


ผมรู้จักชื่อของ สุดา นครานุรักษ์ จาก สารคดี บันทึกจากลอนดอน จนเมื่อมีโอกาสได้อ่าน หนังสือ ประวัตินักเขียนไทย โดยคุณ ป.วัชราภรณ์ จึงทราบว่า ท่านมีผลงานนิยายอยู่เช่นกันคือ หมอกชีวิตและม่านเมฆ ซึ่งวางตลาดในช่วงปี พ.ศ.2502 และเรื่องเอกที่คุณ ป.วัชราภรณ์ เอ่ยถึงก็คือ ลาก่อนคุณครู เล่มนี้นั่นเอง

คุณสุดา นครนุรักษ์ เรียนจบในสาขาวิชาครูอนุบาลจาก มอนเตสซอรี่เซนเตอร์ ประเทศอังกฤษ และเมื่อกลับมาเมืองไทย ได้นำประสบการณ์การเรียนนี้มาใช้ทั้งในการเขียนสารคดี นวนิยาย รวมถึง การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาล สุดารักษ์ ขึ้น ที่ ซอยอุรุพงษ์ ข้อมูลนี้ ทำให้ผมได้ทราบว่า ปัจจุบัน โรงเรียนสุดารักษ์ แม้จะย้ายที่ทำการมาอยู่บางเขนแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นโรงเรียนที่เจริญก้าวหน้า มีชื่อเสียง สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยท่านผู้ก่อตั้ง ก็คือ ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้นั่นเอง

ลาก่อนคุณครู เป็นการนำประสบการณ์ชีวิตนักเรียน โดยสมมติเป็น โรงเรียนการเรือนสตรี แสงสุรีย์ โดยมีแสงสุรีย์ คุณาการ ทายาทสาวสวยของ คุณพระนารถ คุณาการ เป็นครูใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ แสงสุรีย์ได้รับครูดวงมาลย์ ที่เป็นน้องสาวของมารดา มาเป็นครูประจำช่วยดูแลบรรดาเด็กสาว ที่เข้ามาอาศัยและเรียนในโรงเรียนการเรือนนี้ ด้วยกัน

เรื่องราวเริ่มต้น โดยย้อนเล่าเหตุการณ์ในวัยดรุณ ของแสงสุรีย์ ที่บิดา เป็นข้าหลวงจังหวัดเชียงราย และเธอมีโอกาสได้รู้จักเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่มีไฝข้างแก้ม จนเกิดความรักและเอ็นดู แม้จะจดจำชื่อเสียงเรียงนามไม่ได้ จนกระทั่งย้ายตามบิดาไปยังจังหวัดอื่น ต่อมา เมื่อแสงสุรีย์ เรียนจบจากอังกฤษและมาเปิดโรงเรียน แสงสุรีย์ขึ้น เธอจึงมีโอกาสพบเด็กสาวคนหนึ่ง ละม้ายคล้ายคลึงกับ เด็กคนนั้น โดยเฉพาะไฝข้างแก้มอันเป็นจุดที่ทำให้เธอจำได้ ด้วยความเอ็นดู แสงสุรีย์ จึงชวนเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบให้มาเรียนต่อที่โรงเรียนของตัวเธอเอง เพราะรู้จากปากว่า เด็กสาวผู้นี้ยากจน เป็นคนรับใช้ในคุ้มทองกวาว ของเจ้า ทิพย์เกษร ณ เชียงราย

ดาลัด ณ เชียงราย เป็นหลานสาวเจ้าทิพย์เกษร เธอจำแสงสุรีย์ได้ และรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวรุ่นพี่ผู้นี้ เธออยากมาอยู่พระนคร และเรียนต่อ จึงไม่ปฏิเสธคำชวนนั้น แต่จำต้องหลอกว่า เป็นเพียงคนใช้ในคุ้ม เพราะอยากรู้ว่า คนอื่นจะมีปฏิกิริยาเช่นไรกับตนเอง

หลังจากมาอยู่ที่โรงเรียนการเรือนบางเขน ของแสงสุรีย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนกินนอนนั้น ดาลัด ได้พบกับเพื่อนใหม่ๆ หลายคน ทั้ง มรว.นลินี พเยีย หัวหน้าชั้นเรียน ปิยวดี ที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทของดาลัดในเวลาต่อมา รวมถึง ผาสุข กับพัชรา สองพี่น้อง ที่มีท่าทีดูถูก เมื่อหลงคิดว่าเธอ เป็นแค่คนใช้ในคุ้มทองกวาว แต่ ณ สถานที่แห่งนี้ ดาลัด มีโอกาสได้รับความเมตตาปรานี จากครูดวงมาลย์ ที่ให้ความยุติธรรม และเป็นกำลังใจให้เด็กสาว ได้ฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆในชีวิต

ครูดวงมาลย์ ทินกร หรือคุณกลาง นั้น มีศักดิ์เป็นน้าสาวของ แสงสุรีย์ เพราะพี่สาวของเธอคือคุณใหญ่ เป็นมารดาของแสงสุรีย์นั่นเอง และยังมีน้องชายอีกคนหนึ่ง คือ คุณเล็กหรือมนตรี ทินกร

ในอดีต ดวงมาลย์เคยรักกับ ลลิต วิษณุเวท เพื่อนชายตั้งแต่เรียนมัธยมมาด้วยกัน แต่ด้วยความไม่เห็นชอบของบิดามารดา จึงจับทั้งคู่ให้แยกกัน โดยส่งดวงมาลย์ไปเรียนต่างประเทศ และขอให้ลลิตที่ยากจน เลิกติดต่อคบหากับดวงมาลย์ ทำให้ทั้งคู่ต่างเข้าใจผิด แม้ว่าจะรักกันสักเพียงใดก็ตาม

ลลิตเองภายหลัง ก็แต่งงานกับจิตสรา ซึ่งมาเป็นครูที่โรงเรียนแสงสุรีย์เช่นกัน ทำให้ลลิต มีโอกาสได้พบกับ ดวงมาลย์ และความรู้สึกดีๆก็เริ่มต้นอีกครั้ง หากคราวนี้อุปสรรคสำคัญคือ มโนธรรมของคนทั้งสอง

ชีวิตในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้ ดาลัด มีความสุข แวดล้อมไปด้วยเพื่อนฝูงแม้จะมีทั้งคนที่ไม่ชอบหน้า และคอยหาเรื่องกลั่นแกล้ง ตลอดอย่างสองพี่น้อง ผาสุขกับพัชรา ก็ตาม ทั้งคู่สืบรู้ภายหลังว่า แท้จริง ดาลัด ไม่ใช่เด็กคนใช้ในคุ้มแต่เป็นทายาทของคุ้มทองกวาว จงนำเรื่องไปฟ้องแสงสุรีย์ แต่ ดวงมาลย์ ก็ช่วยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

แต่แล้ว ก็มีการปรากฏตัวของ เด็กสาวชื่อ ไพรศรี ที่อ้างตัวว่า เธอนั่นเองคือเด็กหญิงที่แสงสุรีย์ พบเมื่อหลายปีก่อน แม้จะไม่มีไฝที่แก้ม เหมือนดาลัดก็ตาม ไพรศรีเป็นเด็กยากจน และทะเยอทะยาน แต่หัวไม่ดี จึงไม่สามารถเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแสงสุรีย์ได้ ด้วยความสงสาร ต้องการอุปการะช่วยเหลือ แม้จะไม่รู้ว่า ไพรศรี เป็นเด็กคนนั้นจริงๆหรือไม่ก็ตาม ทำให้ แสงสุรีย์ รับเลี้ยงไพรศรี อีกคนหนึ่ง โดยให้มาช่วยงานและอาศัยอยู่ดูแล “คุณใหญ่” มารดาของเธอที่ป่วยเป็นวัณโรคอยู่ที่บ้า ไพรศรี จำเป็นต้องทำ ทั้งที่รังเกียจคนป่วย แต่ก็ไม่มีทางเลือก หล่อนเกลียด ดาลัด เพราะคิดว่า อีกฝ่าย เป็นตัวการทำให้ต้องสูญเสียโอกาสทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปหมด และที่สำคัญ ดูเหมือนว่า คุณเล็ก มนตรี น้องชายครูดวงมาลย์ บุรุษที่หล่อนแอบพึงใจอยู่ จะมีท่าทีชอบพอ ดาลัด อย่างเห็นได้ชัด

ครูดวงมาลย์ ก็มาช่วยอธิบาย ทำความเข้าใจแก่ไพรศรี เพื่อขัดเกลาจิตใจหยาบกระด้างของเด็กสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างลำบาก ให้เข้าใจมากขึ้น

เมื่อถึงวันปิดเทอม ครูดวงมาลย์รู้ว่า ดาลัดยังอ่อนภาษาอังกฤษ จึงชวนให้เธอมาอยู่ที่บ้านด้วยกัน เพื่อช่วยทบทวนความรู้ให้เด็กสาว และดาลัดเอง ก็อาสามาช่วยดูแล คุณใหญ่มารดาของแสงสุรีย์ ที่เธอเคารพด้วย ที่นั่นเอง ดาลัดจึงได้พบกับไพรศรี อีกครั้ง ทั้งสองเด็กสาวพยายามปรับตัวให้เข้าใจกันได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ดวงมาลย์ เอง เมื่อได้พบกับลลิตอีกครั้ง ก็พยายามหักใจ และด้วยความทุกข์ตรอมใจ ทำให้เธอ สุขภาพแย่ลง เมื่อกลายเป็นปอดติดเชื้อจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ลลิตมาเยี่ยม และเธอก็ขอให้เขาตัดใจจากเธอเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะเจ็บปวดสักเพียงใด หลังจากนั้นไม่นาน ครูจิตรสรา ภรรยาของลลิต ก็เข้ามาเยี่ยมเธอเช่นกัน แต่ ดวงมาลย์ไม่รู้ว่า จิตรสรา คือ ภรรยาของลลิต นอกจากทราบแต่ว่าเธอเป็นครูที่โรงเรียนแสงสุรีย์ จิตสรา เข้าใจความรู้สึกของ ครูดวงมาลย์ และคิดว่าตัวเอง จะเป็นฝ่ายหลีกทางให้ แต่ช้าเกินไป

นอกจากเจ็บป่วยด้วยโรคปอดแล้ว หมอพบว่า ดวงมาลย์เป็นโรคหัวใจด้วย และเมื่ออาการกำเริบ เธอจึงเสียชีวิตลง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของทุกคน รวมถึง ดาลัด ที่นับถือเธออย่างมาก
ความเข้าใจผิดเพราะคิดว่า ครูดวงมาลย์ เสียชีวิต เพราะครูจิตรสรา ไปเยี่ยม ทำให้ ดาลัดเกิดอคติ กับครู จนกระทั่งภายหลัง มีโอกาสได้ทำความเข้าใจกัน และทำให้เธอ ซาบซึ้งในน้ำใจของครูสาวผู้นี้ มากขึ้นไปอีก

วันเปิดเทอมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้ว เธอได้กลับมาเจอกับเพื่อนๆ และเด็กสาวก็มีโอกาสได้รู้จักกับ จิตพูม พูมพิทักษ์ ชายหนุ่มรุ่นพี่หน้าตาดี ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่น อ่อนไหว ขึ้นมา แต่แล้ว ดาลัดก็แทบจะต้องผิดใจกับ เพื่อนรัก ปิยวดี เมื่อรู้ว่า แท้จริงแล้ว จิตพูม รักเธออย่างน้องสาว เขาเองมีใจให้กับ ปิยวดี เพื่อนรักของเธอแทน!

“ความรักเป็นอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากสิ่งอื่นๆ ดาลัด มันจะเป้นอะไรก็ได้ที่มีอานุภาพที่สุดในหัวใจมนุษย์ มันอาจจะทำให้เราปฏิบัติอะไรได้แปลกๆ มันอาจทำลายชีวิต ชุบชีวิต ให้กำลังใจหรือบั่นทอน สวรรค์หรือนรก เราจะไม่มีวันเรียนและเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนจะประสบด้วยตนเอง ดังนั้น ไม่มีความแพ้ก็ชนะ ต้องเกิดขึ้นกับเราวันหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ครูไม่อยากให้ดาลัดถือการพลาดหวังเป็นการแพ้เลย อยากให้ถือเป็นการเริ่มต้นของชัยชนะมากกว่า”

เด็กสาวได้เรียนรู้ความหมายของคำว่ามิตรภาพ ของเพื่อน และความหมายของความรัก จากครูจิตสรา และทำให้เธอเปิดใจ เห็นถึงความรักของใครอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ๆกับตัวเองมาโดยตลอด เขาคนนั้นเฝ้ามองเธอเงียบๆ ด้วยความรักและห่วงใย

คุณเล็ก มนตรี ทินกร!

และในระหว่างนั้นเอง ความจริงบางอย่างก็เปิดเผยขึ้น เมื่อ เจ้าป้า ทิพย์เกษร ณ เชียงราย เดินทางมาเยี่ยมเธอ และพบกับ จิตพูมิ และ เด็กสาวไพรศรี

ในอดีต เจ้าป้าของเธอ มีน้องสาวคือเจ้าสิริประภา แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์สำคัญ เมื่อเจ้าจากเมืองญวน พระองค์หนึ่งเสด็จมาที่คุ้มทองกวาว แล้วเกิดประทับใจเจ้าสิริประภา ก็เลยชักชวนกันหนีกลับไปยังเมืองญวณ ทั้งที่ทรงมีชายาและโอรสอยู่แล้ว ทำให้คุ้มทองกวาว ตกเป็นสมบัติของ เจ้าทิพย์เกษร ต่อมา ทราบว่า เจ้าสิริประภา มีธิดาแฝดสององค์ ตั้งชื่อตามเมืองญวณที่ทรงถือกำเนิด นั่นก็คือ ดาลัด กับ ลัดดา แต่เป็นคราวเคราะห์ ที่ เจ้าสิริประภา ถูกคนใช้ในวัง ขโมยเครื่องเพชร และธิดาองค์โตคือลัดดาไปด้วย

ทั้งหมดหายสาบสูญโดยไม่ได้ข่าวคราวใดๆอีกเลย และเจ้าสิริประภาก็เลยมอบธิดาองค์เล็กให้เจ้าทิพย์เกษร ช่วยนำมาเลี้ยงที่เมืองไทย ส่วนพี่ฝาแฝดคนโตนั้น เจ้าทิพย์เกษร เคยจ้างคนไปสืบและพบว่า หนีมาอาศัยอยู่เชียงรายแต่แล้ว ก็หายตัวไปอีก เธอเลยพอจดจำเค้าหน้าเด็กน้อยคนนั้นได้ และมั่นใจว่า เด็กคนนั้นก็คือไพศรี นั่นเอง
ไพศรี คือพี่สาวแท้ๆร่วมสายโลหิตกับ ดาลัด!
และจิตพูม ก็คือ พี่ชายต่างมารดา ที่อพยพ มาจากเมืองญวน เข้ามาทำงานที่เมืองไทย เขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของดาลัด และไพศรี เช่นกัน

ก่อนจะจบภาคการศึกษาในปีสุดท้าย เพื่อนๆทุกคนในโรงเรียนแสงสุรีย์ ร่วมกันทำละครเวที เรื่อง “ลาก่อนคุณครู” ขึ้น เพื่อแสดง กตเวทิตา ทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมกันอย่างเต็มที่ โดยที่ปิยธิดา รับบท ครูแสงสุรีย์ ขนิษฐา รับบท ครูดวงมาลย์ ผู้ล่วงลับ และเธอเอง ดาลัด รับ บท เจ้าดาลัด ณ เชียงราย เป็นตัวของตัวเอง

ในเวลานั้น ดาลัดได้รับข่าวจากน้าเล็ก ของเธอ ว่าเขากำลังจะย้ายไปประจำการที่ สถานทูตอังกฤษ เขาขอเธอหมั้นหมายเอาไว้ และให้ดาลัด ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน เด็กสาวตอบตกลงด้วยความยินดี ของญาติผู้ใหญ่ทุกคน รวมทั้งเจ้าทิพย์เกษร ด้วยเช่นกัน

ผมขอจบการรีวิว ด้วย บทวิจารณ์ของ คุณ ป.วัชราภรณ์ เกี่ยวกับนวนิยายเรื่องนี้ไว้ดังนี้ครับ

“ลาก่อนคุณครู”ผู้ประพันธ์ได้วางโครงเรื่องไว้หมดดงดงาม จุดมุ่งหมายอีกอย่างหนึ่ง เธอ ต้องการเปรียบเทียบสภาพความเป็นอยู่ “ที่บ้าน” กับ “ที่โรงเรียน” นั้นผิดกัน คนที่สบายเพราะไม่ต้องทำอะไร ภายใต้อ้อมกอดของผู้ปกครอง แต่เมื่อยู่ในโรงเรียนกินนอน ความเป็น “ประชาธิปไตย” ได้เริ่มฟักตัวทันที... และท้ายที่สุด คุณ ป.วัชราภรณ์ ได้สรุปว่า

คุณครูผู้ปกครองและนักเรยีนไม่ควรจะผ่านนวนิยายเล่มนี้ อย่างน้อยจะต้องช่วยกันกระตุ้นเตือนผู้ที่กำลังจะออกนอกลู่นอกทางตามอำเภอใจ แปรเปลี่ยนและปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่ดี การเขียน “ลาก่อนคุณครู” จากประสบการณ์บวกด้วยหลักจิตวิทยา ทำให้เนื้อหาเข้มข้นในตัวของมันเอง แต่มิใช่หนักอึ้ง อ่านแล้วเบาสมอง ผ่อนคลายความรดรึงตึงเครียดได้ดีพอสมควร

หน้าสุดท้ายของ “ลาก่อนคุณครู” บอกให้ท่านผู้อ่านทราบว่า อวสานลงด้วยความสุขสันต์ รัญจวนใจ “สวัสดีค่ะ คุณครู” จนกว่าจะพบกันอีก

ส่วนท้ายรีวิว ขอนำเสนอ ภาพประวัติคุณสุดา และภาพหลังปกของนวนิยายเรื่องนี้ ซึ่งสวยงามไม่แพ้หน้าปกและสันปก เลยครับ






Create Date : 25 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2561 8:18:44 น. 2 comments
Counter : 150 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณRananrin


 
เรื่องนี้ไม่ปรากฎปีที่พิมพ์ แต่คาดว่าน่าจะเกือบๆหกสิบปีมาแล้ว
ประทับใจกับการเริ่มต้นด้วยความรักความเอ็นดูของแสงสุรีย์ที่มีต่อดาลัด และให้ดาลัดเป็นตัวหลักในการเดินเรื่อง ตั้งแต่เข้าเรียนจนเรียนจบ ผู้เขียนไม่เน้นความรักของหนุ่มสาวมาก แต่ก็ทำให้นิยายมีมิติให้ผู้อ่านได้เข้าใจความเป็นมามากขึ้น

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ ^_^


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 134.196.85.184 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2561 เวลา:14:47:21 น.  

 
สวัสดีครับคุณนักอ่านรุ่นเก๋า คิดว่าน่าจะพิมพ์ในช่วงต้นปี 2500 เหมือนกันครับ เรื่องนี้สะท้อนภาพชีวิตครูและนักเรียนในโรงเรียนประจำยุคนั้นได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ตอนเห็นชื่อครั้งแรก ผมนึกถึง "คุณครูคนใหม่" ของ พร น้ำเพชร ทีเคยรีวิวไปเลยครับ แต่อ่านไปอ่านมา ให้อารมณ์คล้ายๆ นางอาย ของ คุณนราวดี อยู่บ้างครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 พฤศจิกายน 2561 เวลา:8:46:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.