หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
7 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
บุปผาเพลิง : ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์

เรื่อง : บุปผาเพลิง
ผู้เขียน : ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์
ปีที่พิมพ์ : -
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
สองเล่มจบ



      นี่เป็นนิยายปกสวยสไตล์แฟนตาซีที่ผมชอบเรื่องหนึ่งของ ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์ หรือในอีกนามปากกาหนึ่งของจินตวีร์ วิวัธน์นั่นเอง
นิยายส่วนใหญ่ในนามปากนี้มักจะเขียนลงในนิตยสารเครือบางกอก ทานตะวัน ในยุคนั้น และผลงานในนามปากนี้ ก็เป็นแนวลึกลับที่ผสมผสานกับการผจญภัยในป่า ประกอบด้วยชุด พิภพสนธยา-บาดาลนคร บุปผาเพลิง และล่าสุดก็คือภวังค์ ที่เพิ่งนำมาพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อปีสองปีที่ผ่านมา นั่นเองครับ

          สำหรับบุปผาเพลิง เป็นนิยายลึกลับที่เล่าถึงการตามหาอาณาจักรแดนไพรแห่งหนึ่ง เริ่มต้นขึ้นจากนิมิตฝันประหลาดของพระเอกของเรื่อง วรุฒม์ รัตนาทร สถาปนิกหน่มที่เพิ่งเรียบนจบจากเมืองนอกและใช้ชีวิตที่นั่นมาตั้งแต่ยังเด็ก บัดนี้ชายหนุ่มจำต้องเดินทางกลับสู่เมืองไทยโดยด่วน ตามจดหมายของ ดร.อาชว์ ผู้เป็นอา เมื่อบิดาของเขาล้มเจ็บลง และคืนแรกของกลับมาพักยังคฤหาสน์รัตนาทรนั่นเอง นิมิตฝันประหลาดก็เริ่มต้นขึ้น...

            เขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งออกมารวบรัดเขาไว้อย่างรวดเร็ว ลักษณะของมัน เหมือนวงรัดของงูไม่มีผิด โดยสัญชาตญาณเขาออกแรงสลัดมันเต็มเหนี่ยว
       ปราศจากผล!
       

          วงรัดนั้นไม่คลาย แต่ก็ไม่รัดแน่นไปกว่าเดิม ทว่า... จากโคนขาขวา มันขยับสูงขึ้นทุกขณะ จนในที่สุดก็รัดรอบเอวของเขาไว้มั่นคง
กลิ่นคาวเลือดรุนแรงแทบทนไม่ได้ มันมาจากสิ่งประหลาดที่รัดร่างเขาเดี๋ยวนี้เอง

              ... แล้วก็เห็นว่าสิ่งที่พันกายเขาขณะนี้คือส่วนหนึ่งของพืช เหมือนเถาวัลย์ พร้อมกับประจักษ์ชัดเช่นนั้น ขุมขนของชายหนุ่มลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


           ...นี่เขากำลังเผชิญกับมฤตยู ในลักษณะของพืชเลื้อยพันเข้าบ้างแล้วหรือไร ถ้ามันเป็นเถาวัลย์แท้ ก็ต้องเป็นเถาวัลย์ที่ประหลาดที่สุดในโลก เถาของมันเป็นสีเขียวจัดเหมือนมรกต ใบที่มีน้อยนับจำนวนได้นั้นมีขนาดและลักษณะคล้ายใบองุ่น แต่ไม่สวยเท่า สีเขียวเข้มเป็นมัน มองเห็นชัดอย่างประหลาดในแสงสลัว
อะไรก็ไม่ประหลาดเท่า เถาวัลย์นี้อุตส่าห์มีดอกเสียด้วย ดอกเพียงดอกเดียว ใหญ่เท่าดอกทานตะวัน หากไม่กลมอย่างนั้น ดอกไม้ประหลาดมีรูปทรงค่อนไปทางทิวลิป ทุกกลีบสีส้มอมแดงนั้นประกบแน่นเผยอตรงปลายออกนิดเดียว และจากปลายกลีบดอกที่เผยอน้อยๆนี่เอง ที่โชยกลิ่นคาวเลือดออกมา!

           ดอกใหญ่ผิดส่วนกับเถาขนาดหัวแม่มืออยู่ห่างจากเขาราวเมตรเศษ ชายหนุ่มรู้สึกขนลุกอีกครั้งที่สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
ดอกไม้ประหลาดนั้นขยับเขยื้อนได้เองน้อยๆ ทำท่าคล้ายคืบคลานมาหาเขาอย่างเยือกเย็น!
           *******
     

           ดอกใหญ่ที่มีกลีบอัดซ้อนกัน แย้มตรงปลายเล็กน้อยนั้นชูขึ้นอย่างสง่างาม
         ณ ปลายกลีบแย้มงามของบุปผาพิศวงนั้นเอง มีแสงประหลาดพวยพุ่งออกมาฉาดฉาน
        เป็นเปลวเพลิงชัดๆ! ที่สะบัดปลายวูบวาบตามแรงลมยามดึก เมื่อสะบัดไปทางไหน ก็พาให้ทิศทางนั้นสว่างเรืองขึ้นด้วยอำนาจประกายเพลิงอันน่าพิศวง
        ดอกไม้มหัศจรรย์พ่นไฟออกจากใจกลางกลีบดอกของมัน

        “บุปผาเพลิง...”

             บุพนิมิตประหลาด สอดคล้องกับพินัยกรรมของบิดาของเขา กล่าวถึงการส่งต่อภารกิจของตระกูลรัตนาทร ด้วยจดหมายประหลาด แผนที่อักขระโบราณ และแหวนรูปดอกไม้เพลิง
ข้อความในจดหมายนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มผู้เติบโตมาในสังคมตะวันตกถึงกับตกตะลึง ไม่คาดฝัน

          ในอดีตกาล คุณเทียด หรือพระยารัตนาทรนาถ ขุนนางหนุ่มแห่งแดนสยาม ท่านเคยเดินทางไปถึงเมืองลับแลแถวพรมแดนไทย พม่า ณ เมืองอันมีนามว่า บุษป์ปุระ!

       นคราซึ่งมีราชินีเฉิดโฉมแห่งฉนำที่ 1400 แห่งพุทธกาล นามบุปผาอัคนี อันหมายถึงบุปผาแห่งไฟ หรือบุปผาเพลิง...
คำสัญญาระหว่าง ขุนนางสยามกับนางพระยาบุปผาอัคนี มีมาต่อกัน ทายาทของรัตนาทรผู้ใด ถือกำเนิดมามีปานแดงรูปใบโพธิ์ที่ไหล่แล้ว ต้องสืบทอดเจตนารมณ์ นำแหวนวงนี้ กลับคืนสู่บุษป์ปุระให้จงได้

       จากนั้น การเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ก็เริ่มต้นขึ้น!

         คณะนักเดินทาง นำโดย ดร.อาชว์ วรุตม์ และสหายสามคน คืออดิศักดิ์ เสนีย์ และนเรนทร์ โดยมีลุงอิง พรานใหญเป็นผู้นำทาง บุกป่าฝ่าดง และเผชิญกับสิ่งมหัศจรรย์เร้นลับ ตั้งแต่ผาผีสูบ ป่าจำแลง กิ้งกือยักษ์ ค้างคาวดูดเลือด ตราบจนเดินทางเข้ามาถึงนคร บุษป์ปุระ ในที่สุด
          ทว่า...

       บุปษ์ปุระกลับกลายเป็นเมืองร้าง ปราศจากชีวิตผู้คนอยู่อาศัยแม้สักคนเดียว ซ้ำกลุ่มนักเดินทางยังต้องเผชิญกับไอ้เขี้ยวยักษ์ หรือ แมงมุมมฤตยูขนาดใหญ่ที่ออกไล่สังหารด้วยพิษอันตรายของมันจนต้องสูญเสียทีมลูกหาบในกลุ่มเดินทางไป

              ณ ดินแดนแห่งนี้ บัดนี้ ไม่มีผู้ใดที่จะรอคอย คำสัญญาของพระยารัตนาทรนาถ หรืออดีตขุนพลแก้วแห่งบุษป์ปุระ อีกต่อไปแล้ว
ราตรีนั้น คณะผู้ผิดหวังจากการเดินทางกางเต้นท์นอนพักที่ลานศิลาอันเคยเป็นส่วนพระนคร แต่แล้วบุปผาอัคนี ก็ปรากฏกายขึ้น

       “ระหว่างท่านกับเรามีหลายสิ่งหลายอย่างกีดขวางกั้นหน้า ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือกาลเวลา มันเป็นตัวการร้ายที่ทำให้ท่านผิดแผกไปจากเดิม และไม่เข้าใจในสิ่งที่เคยเข้าใจปรุโปร่งมาแล้ว”

         “ถูกของท่านแล้วบุรุษจากแดนไกล เราเคยฝากความหวังและคำสัญญากับบรรพบุรุษของท่านว่า จะต้องหวนมาพบกันอีกในชาติภพอื่น โดยเราจะรออยู่ทุกชาติภพ ทว่า เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน เหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น เราไม่อาจรอต่อไปได้อีกแล้ว สัญญาแห่งอดีตจำเป็นจะต้องเลิกล้ม เรามิได้บอกใบ้แก่ท่านดอกรึว่า การเดินทางมาสู่บุษป์ปุระตามสัญญาสวาทแต่หนหลังนั้น ไม่สมควรที่จะกระทำ?”

       “บอกใบ้?”

          แท้จริง รหัสแห่งสุบินนิมิต บุปผาที่ถูกเพลิงเผาจนมอดไหม้นั้น คือการบอกใบ้มิให้เดินทางกลับมา คือล้มเลิกพันธสัญญาระหว่างกัน เสมือนบุปผาแห่งหัวใจได้สิ้นสลายในกองเพลิง...

          วรุตม์ หรือ พระยารัตนาทรนาถในอดีตชาติ เคยพลัดหลงเข้ามาในอาณาจักรลับแลแห่งนี้ และกลายเป็นขุนพลเอกแห่งนครา เมื่อมาถึงชาติภพนี้ เขากลับหลงลืมสัญญาที่ผ่านมาในภพก่อนจนหมดสิ้น จึงมิได้เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อย

         คณะสำรวจ พบมหาปุโรหิต เม-รุ ที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่ภายหลังจากสังหารแมงมุมนรกนั้นได้สำเร็จ ความจริงที่ค้นพบคือชาวบุษป์ปุระ มีอายุยืนยาวมหาศาลกว่ามนุษย์นัก หากเกิดอาเพศตามคำทำนาย ว่ามีบุรุษจากโลกภายนอกเข้ามา และเกิดปฏิพัทธิ์กับนางพระยาผู้ครองเมือง บุปผาอัคนีจึงจำให้ พระยารัตนาทรนาถเดินทางกลับออกไปและสัญญาว่าจะมาพบกันใหม่ แต่ก็สายเกินไป เพราะหลังจากนั้น ก็เกิดแผ่นดินไหว มีรอยแยกเกิดขึ้น และแมงมุมยักษ์ตนนั้นเองที่ผุดขึ้นมาจากใต้ผืนแผ่นดิน ออกไล่ล่าทำร้ายชาวเมืองจนสิ้นชีวิต กลายเป็นซากศพที่แห้งกรังเหมือนถูกสตาฟฟ์ไว้

       รวมถึงพระศพของพระนางบุปผาอัคนี เช่นกัน

         เม-รุ นำวรุฒม์ให้เดินทางเข้ามาสู่อาณาเขตเทวาลัย เพื่อทำหน้าที่ของตนครั้งสุดท้าย นั่นคือปลุกพระนางให้คืนพระชนม์ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อกล่าวคำอำลา ก่อนการจากลา และการล่มสลายอย่างแท้จริง ของ นครบุษป์ปุระ

     เราต้องจากกันแค่นี้หรือ พระนาง?
        “จากกันแค่นี้ เพื่อที่จะพบกันใหม่ในโอกาสอันสดใสยิ่งขึ้นอย่างไรเล่า ท่านขุนพล”
        รอยแย้มสรวลของฝ่ายที่ประทับในหีบศิลาตลอดเวลานั้นอ่อนหวานนัก
         “จงไปเถิด และคำนึงถึงเราบ้าง ในบางเวลา ธำมรงค์บุปผาในนิ้วของท่านคงช่วยย้ำเตือนให้รำลึกถึงบุปผาอัคนี นางพญาผู้อาภัพได้บ้างดอกกระมัง?”
        สถาปนิกยกแหวนขึ้นแตะริมฝีปาก
“ผมจะไม่มีวันลืมพระนางและแหวนวงนี้เลยบุปผาอัคนี”
“เช่นเดียวกัน ในใจเราก็มีแต่ท่านขุนพลคนเดียวเสมอไปตราบถึงนิรันดร”

วรุฒน์หน้าซึม นัยน์ตาหม่น เดินพลางเหลียวหลังไปมองยอดเขาอันสูงชะเงื้อมเหนือขึ้นไปจนสลัวอยู่ในกลุ่มหมอกที่บดบังไว้ดุจม่านพรางตา
มองไม่เห็นอะไรที่นั่นอีกเลย และเขารับรู้ด้วยความหดหู่ว่า อดีตนครอันเคยรุ่งเรืองก็ไม่มีซากให้เห็นอยู่ ณ ที่นั้นอีกต่อไปแล้ว
เหลืออยู่ก็แต่นามแนบแน่นในความทรงจำเท่านั้น
บุษป์ปุระ และ บุปผาอัคนี

ขอติดตาม ทรามสงวน นวลละออง
เป็นคู่ครอง พิศวาส ทุกชาติไป

ถูกแล้ว ตราบนี้จนนิรันดร ไม่ว่าชาติภพใด เขาจะติดตามหานางผู้เป็นบุปผากลางวิญญาณผู้นั้นตลอดไป และตลอดไป...




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2556 12:20:04 น. 29 comments
Counter : 2407 Pageviews.

 
น่าอ่านมากๆเลยครับอาจารย์ ลุ้นให้กรู๊ฟมาพิมพ์ใหม่ไวๆ


โดย: อุ้มสม วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:16:32 น.  

 
บล็อกนี้รวมงานของผู้เขียนจริง ๆ วันไหนจะเลือกอ่านจะย้อนกลับมาดูรีวิวอีกรอบค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:19:41 น.  

 
แค่อ่านรีวิว ก็เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของหนังสือเล่มนี้แล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: polyj วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:40:11 น.  

 
อยากอ่านอีกแล้วค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:34:02 น.  

 
น่าอ่านจังค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:47:51 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากครับ


โดย: Lek IP: 114.109.146.112 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:53:56 น.  

 
แหะ ๆ ขอก๊อปคอมเมนท์คุณพุดฯ เป๊ะ ๆ เลยค่ะ

เคยเข้าใจว่านามปากกานี้เป็นผู้ชายอยู่ตั้งนานแน่ะค่ะ เคยเห็นผ่าน ๆ ตาสมัยเด็ก ๆ ไม่ได้สนใจเลย เพราะคิดว่าเป็นแนวผู้ชาย ๆ มาถึงตอนนี้ อ่านรีวิวจากบล็อกนี้หลาย ๆ เล่มเข้า ชักอยากจะกลับไปหามาอ่านมั่งแล้ว


โดย: แม่ไก่ วันที่: 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:25:59 น.  

 
เห็นด้วยค่ะนามปากกาเหมือนผู้ชายทั้งนั้นเลย


โดย: ชบาหลอด วันที่: 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:41:17 น.  

 
ความรู้ใหม่ค่ะ ว่านามปากกานี้ คือ จินตวีร์ วิวัธน์
ชอบปกเหมือนกันค่ะ สวยงามมาก

ถ้า สนพ.กรูฟ จะนำเรื่องนี้มาพิมพ์ใหม่ ก็อยากได้ปกแบบนี้จัง


โดย: Serverlus วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:42:06 น.  

 
เรื่องนี้ผมอ่านแล้วชอบมากๆครับ
ประโยคตอนจบหวานแบบเศร้าๆ
เฮ้อ สงสาร วรุฒม์และนางพญาบุปผาอัคนี


โดย: เด็กชายโจตี้ IP: 202.12.74.5 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา:1:42:35 น.  

 
เป็นคนชอบงานนักเขียนรุ่นเก่าเหมือนกัน แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่รู้จัก จินตวีร์ วิวัธน์ เห็นหนังสือมากมายในช่วงนี้ นึกว่านักเขียนใหม่ที่ผลงานกำลังติดตลาดซะอีกค่ะ

คงต้องหามาลองบ้างแล้ว


โดย: prysang วันที่: 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา:1:42:43 น.  

 

มาทักทายค่ะ
ทึ้งกับการสร้างงานของนักเขียนสมัยก่อนค่ะ
และดูเหมือนจะแรงสร้างพล็อต สร้างสรรค์ให้ตักตวงไม่รู้อิ่ม


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:42:08 น.  

 
น้องอุ้มสม : เช่นกันครับ

คุณตูน : ในยุคนั้นถือเป็นพลอตที่ล้ำยุคมากๆเลยครับ

คุณ prysang : ในยุคนั้นผลงานของท่านอาจจะเป็นที่นิยมในกลุ่มนักอ่านเฉพาะบางกลุ่มก็ได้ครับ เพราะช่วงนั้นจะเป็นงานเขียนในแนวโรแมนติคกับแนวชีวิตเสียเป็นส่วนใหญ่

คุณ เด็กชายโจตี้: เป็นงานที่ผมชอบที่สุดในนามปากกา กำฟ้า เฟือนจันทร์ เลยครับ เรียกว่าครบรส ทั้งเศร้า ลึกลับ ผสมโรแมนติคเล็กน้อย

คุณServerlus : เดี๋ยวนี้หาปกสไตล์นี้ยากมากเลยครับ

คุณ แม่ไก่ คุณชบาหลอด : นามปากกาท่านคล้ายผู้ชายครับ ยิ่งไอคิว45 หรือพร พิษณุเทพ หรือหทัย ธรณี ซึ่งเป็นนามปากอื่นๆของท่าน ยิ่งเข้าใจว่าเป็นผู้ชายเขียนด้วยซ้ำ

คุณ หวานเย็นผสมโซดา คุณAneem : เสียดายแต่ตอนนี้หาอ่านค่อนข้างยากมากเลยครับ นอกจากในห้องสมุดประชาชน หรือห้องสมุดสถาบันบางแห่ง แต่สภาพคงเก่าคร่ำเต็มที รอกรูฟนำมาพิมพ์อย่างเดียวครับ

คุณ Lek : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

คุณ polyj : โลกของจินตวีร์ วิวัธน์ เป็นโลกแฟนตาซีที่มีเสน่ห์เฉพาะจริงๆครับ

คุณพุด : ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:15:07 น.  

 
น่าอ่านมาก


โดย: Nat_NM วันที่: 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:49:38 น.  

 
คุณ Nat_NM : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:03:11 น.  

 
ผมเสียดายที่เกิดช้าไปหน่อย
ถึงจะได้อ่านของคุณจินตนวีร์มามากพอสมควร
แต่อีกหลายเรื่องก็ยังหาอ่านไม่ได้
และที่ชอบอีกอย่างคือ
กลอน ในนาม จินตนา ปินเฉลียว
ซึ่งเป็นชื่อจริงของคุณจินตวีร์
ผมมีอยู่แค่ วลีเลือด ดอกหญ้า ดอกหญ้าสีชมพู
นิราศพระอาราม ศรีจุฬาลักษณ์ อยุธยาวสาน
อยากได้ เพลงมนุษย์ แต่หายากเหลือเกิน
จนถึงตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยครับ


โดย: เด็กชายโจตี้ IP: 202.12.74.6 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:56:57 น.  

 
สวัสดีครับ คุณเด็กชายโจตี้ : ยินดีที่ได้รู้จัก แฟนานุแฟน อีกท่านของคุณจินตวีร์นะครับ กลอนของคุณจินตวีร์ เป็นเอกลักษณ์มากเลยครับ ทั้งกร้าว แรง แกร่ง และหวานไปพร้อมๆกัน หาคนเขียนในสำนวนสไตล์นี้ในยุคปัจจุบันได้ยากเหลือเกิน
เพลงมนุษย์เป็นอีกเล่มที่หลายท่านตามหา ผมเองก็พยายามหาให้เพื่อนนักอ่านท่านหนึ่งมานานแล้ว ยังไม่มีโอกาสพบสักทีเลยครับ ถ้าเป็นนวนิยายในนามจินตวีร์ วิวัธน์ยังรู้สึกว่ามีโอกาสหาได้ง่ายกว่า
ถ้ามีโอกาสได้พบเรื่องนี้จะแจ้งคุณเด็กชายโจตี้อีกทีนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:7:13:08 น.  

 
ขอบคุณครับคุณสามปอยหลวง


โดย: เด็กชายโจตี้ IP: 202.12.74.6 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:14:30 น.  

 
ด้วยความยินดีครับ
ปล. รบกวนคุณเด็กชายโจตี้ ทิ้ง E mail เผื่อไว้ผมติดต่อด้วยนะครับ
MTHCU43@yahoo.com หรือหลังไมค์ก็ได้ครับผม


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:05:58 น.  

 
นี่เมล์ผมครับ
babijabi@hotmail.com


โดย: เด็กชายโจตี้ IP: 202.12.74.247 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:52:18 น.  

 
ขอบคุณครับคุณเด็กชายโจตี้ ถ้ามีโอกาสพบเรื่องนี้ (เพลงมนุษย์) จะเมล์แจ้งไปนะครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:10:59 น.  

 
มี อยู่ 6 เรื่อง 
ราคา x000 บาท ต่อรองได้ ส่งฟรี
มาแต่หิมพานต์ ปกครบ
กึ่งหล้าบาดาล ปกครบ
ผาโหงพราย ปกครบ
เสกอสูรกาย ปกครบ
อุโมงค์มาร ปกเล่ม 1 ไม่มีเล่ม 2 มี
วังไวกูณฑ์ ปกเล่ม 1 ไม่มีเล่ม 2 มี
แถม คุ้ม คำพญา ปกแข็ง เล่ม1 เล่ม 2 หาเอง
***หาก ตกลงราคานี้ไม่ต่อรอง ผมแถม คุ็มคำพญา ปกอ่อน กับ สาง สีทอง
มายาลวง
ไม่แยกขาย ครับ สนใจ ดูรูป เพิ่มเติม ได้ครับ 
****niner.123@hotmail.com


โดย: ปล่อย ของ IP: 111.84.98.11 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา:18:39:35 น.  

 
เป็นเรื่องของก่ำฟ้า เฟือนจันทร์ที่อ่านเรื่องแรกเลยครับ ตอนที่อ่านยังไม่ทราบเลยว่าท่านคือคนเดียวกับจินตวีร์ วิวัธน์
ช่วงนี้ผมไม่มีเวลารีวิวหนังสือเลยครับ แต่ก็ต่ามอ่านรีวิวคุณหมอกเป็นประจำครับผมๆ


โดย: allreddy IP: 203.170.164.226 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:27:28 น.  

 
สวัสดีครับคุณหมอภูมิ ผมเองก็รออ่านรีวิวของคุณหมออยู่เช่นกันครับ

เรื่องนี้ ตอนอ่านแรกๆสารภาพว่าชอบชื่อเรื่องที่สะดุดตาก่อนเลยครับ พอรวมเล่มใหม่ๆ ก็รีบซื้อเก็บไว้เลยเพราะชอบปกมากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:41:24 น.  

 
เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านไหม แต่พิภพสนธยา บาดาลนครน่าจะเคยอ่าน เพราะจำได้ว่า นามปากกานี้ มีหนังสือในร้านเช่าแค่ 3 เรื่องนี้

รอรีวิวอีก 2 เรื่องที่เหลือค่ะ ^_^


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.124 วันที่: 12 เมษายน 2557 เวลา:23:49:16 น.  

 
สวัสดีครับคุณชามินต์ นามปากกานี้ จะมีแค่สามเรื่องครับ พิภพสนธยา กับ บาดาลนคร ต่อกัน และ บุปผาเพลิง เรื่องนี้ครับ
ส่วนอีกเรื่องที่เขียนในนามปากกานี้ คือ ภวังค์ ครับ แต่เพิ่งนำกลับมาพิมพ์ครั้งแรก โดยใช้นามปากกา จินตวีร์ วิวัธน์ โดยสำนักพิมพ์ กรูฟ ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:13:08:06 น.  

 
น่าอ่านจังเลยค่ะ ชอบพลอตเมืองลับแล ผจญภัยในเมืองลึกลับออกแนวแฟนตาซีค่ะ อ่านเพชรพระอุมาแล้วติดมาก อยากอ่านแนวนี้อีกค่ะ
(รู้สึกถ้าใช้นามปากกาจินตวีร์ตจะออกแนวหลอนๆ วิญญาณอาฆาตอะไรแบบนี้ เลยไม่เคยซื้อค่ะ)

อ่านรีวิวผลงานของนักเขียนท่านนี้แล้วอยากอ่านก็อยากอ่านค่ะ แต่ก็กลัว(พลังมโนเยอะ 55) เลยไม่ได้ซื้อซักที-*-

สนใจเรื่องนี้กับพิภพสนธยามากค่ะ น่ากลัวไหมคะ?
รบกวนคุญสามปอยหลวงแนะนำได้ไหมคะ


โดย: บลู IP: 61.91.63.142 วันที่: 18 กันยายน 2557 เวลา:8:59:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณบลู เรื่องแนวนี้มีนักเขียนหลายคนเขียน แต่แตกต่างกันไปตามสไตล์ครับ อย่างตรี อภิรุมที่เขียนแก้วพญางู ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง คุณพนมเทียนก็มีสไตล์ของท่าน ของคุณจินตวีร์ ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่ง

ถ้าชอบบุปผาเพลิง ก็แนะนำพิภพสนธยา ครับ แต่พิภพสนธยา จะดำเนินเรื่องไม่จบ ต้องอ่านต่อด้วย บาดาลนคร เป็นภาคสมบูรณ์ครับ สองเรื่องนี้ สำนักพิมพ์กรูฟยังไม่ได้จัดพิมพ์ครับ อาจจะหาต้นฉบับอ่านยากเสียหน่อย ผมรีวิว พิภพสนธยาไว้ก่อนหน้าแล้วครับในบล็อก แต่บาดาลนคร ยังหาซื้ออ่านไม่ได้เหมือนกันครับ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sampoiluang&month=06-2013&date=18&group=12&gblog=19


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 กันยายน 2557 เวลา:7:36:55 น.  

 
ขอบคุณนะคะ
เดี๋ยวงานหนังสือนี้จะลองไปซื้อมาอ่านซักเล่มดูค่ะ :D



โดย: บลู IP: 61.91.63.142 วันที่: 19 กันยายน 2557 เวลา:14:14:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.