หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
สางสยอง : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : สางสยอง
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
ปีที่พิมพ์ : 2523
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
เล่มเดียวจบ



         ยังอยู่ในโหมดของจินตวีร์ วิวัธน์ ครับ คราวนี้มาในนวนิยายขนาดสั้นเล่มเดียวจบชื่อเรื่องสุดสะพรึง “สางสยอง” แค่เห็นหน้าปกก็รู้แล้วว่าน่าจะหลอนอยู่ไม่น้อย

        ลองเริ่มจากฉากบรรยายในเหตุการณ์นี้ก่อนแล้วกันครับ...

     “นะจ๊ะ อาหารของพี่ วิเศษเหลือเกิน เลือด ชีวิต และความเป็นหนุ่มแน่นของพี่ไงจ๊ะ”
      “อะไรกัน เธอพูดอะไร ไม่เข้าใจ”
        หนุ่มชาวซอยเริ่มเอะใจ ร้องถามดังๆ พร้อมกับขยับตัวออกห่าง
        แต่ช้าไปเสียแล้ว ร่างงามพรวดเข้าถึงตัวเสียก่อน

        มืออันเรียวงาม รวบคว้าหมับที่ลำคอของเขาอย่างถนัดถนี่ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยคีมเหล็กอันทรงพลังมหึมา พร้อมกับร่างอวบอัดทั้งร่างโถมเข้าใส่สุดตัว
        แรงปะทะอันมากมายทำให้หนุ่มหุ่นงาม เซเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ร่างงามตามติดลงไปกระชับมั่นไม่มีทางปล่อย สองมือกดบีบลำคอ และใบหน้าโน้มต่ำลงไป ริมฝีปากอิ่มย้อย ควานหาเส้นเลือดใหญ่ที่คอของเขาอย่างดุร้ายกระหายเลือด

      ...เมื่อพบก็กัดเต็มเหนี่ยว

         ไม่มีเลือดไหลออกมามากนัก เพราะส่วนใหญ่ถูกดูดกลืนเข้าไปในปากของร่างงามที่คร่อมทับอยู่ข้างบนเสียหมดสิ้นแล้ว!
        ... ร่างกายอันหนุ่มแน่นของหนุ่มใหญ่ค่อยๆเปลี่ยนไป ผิวพรรณอันสดชื่นตึงแน่นด้วยเลือดเนื้อเริ่มฟุบแฟบทีละน้อย ความเหี่ยวย่นปรากฏให้เห็นตามหลังมือ และส่วนอื่นๆของร่างกาย เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ก่อนในตอนแรก และค่อยเร็วขึ้นตามลำดับ จนในที่สุด ร่างที่นอนอยู่ภายใต้การกดของสตรีลึกลับ ก็คือร่างอันซูบผอมเหี่ยวแห้งของชายชราคนหนึ่ง ที่ยับย่นไปหมดทั้งตัว ด้วยริ้วรอยของกาลเวลาอันประมาณมิได้!


        เรื่องราวของสางสยอง เริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านชายแดนไทย กัมพูชาชื่อบ้านโคกนกเค้า เฒ่าขามเป็นชายชราที่หากินโดยการขุดกรุสมบัติโบราณ ที่มีอยู่มากมายในบริเวณหมู่บ้านชายแดนห่างไกลความเจริญเหล่านั้น โดยส่งต่อให้นายหน้าค้าวัตถุโบราณอีกทอดหนึ่ง

         คืนนี้ เฒ่าขาม พบกรุซากโบราณอีกแห่งหนึ่ง โดยบังเอิญ มันเป็นเหมือนปราสาทขอมโบราณที่มีรูปสลักนางอัปสร เก่าคร่ำคร่าอยู่ตามเสาศิลาแลงผุผัง ชายชราผู้โลภโมโทสัน ค้นพบผอบเงินใบหนึ่งซ่อนอยู่อย่างเร้นลับ และเผลอเปิดมันออกโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะพบว่าภายในคือเศษกระดูกสีขาวนวลชิ้นหนึ่ง

          แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ นางอัปสรศิลา ขยับกายลุกออกมาจากเสาหินนั้นได้ และค่อยๆก้าวตามเข้ามายืนทะมึนอยู่เบื้องหลังโดยที่แกไม่ทันรู้ตัว!

     ชาวบ้านโคกนกเค้าต่างประหลาดใจที่เห็นหญิงสาวโสภา ปรากฏขึ้นในบ้านของเฒ่าขาม หลังจากนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งในหมู่บ้าน ก็เสียชีวิตอย่างประหลาด รูปร่างหนุ่มฉกรรจ์คล้ายถูกสูบพลังออกจนกลายเป็นเหี่ยวย่นเหมือนคนชรา

        ก่อนที่ทุกคนจะสงสัยมากไปกว่านี้ เฒ่าขามได้ขายรูปปั้นศิลานางอัปสร ให้กับพ่อค้าคนกลางจากกรุงเทพฯ และในที่สุดมันก็ตกมาอยู่ในมือของนายสุกิจ สุวรรณัศว์ นักธุรกิจสูงวัยที่ชอบสะสมของโบราณ ไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของตน

        สุกิจ มีบุตรชายสามคน คือ สกล สเกน และสกันธ์ โดยที่สกันธ์ สุวรรณัศว์ มีเพื่อนสนิทชื่อทินกร หรือไอ้กร ซึ่งมีคนรักเป็นพยาบาลสาวชื่อเป้า หรือ ปัทมา แต่ทินกรเป็นคนเจ้าชู้ ชายหนุ่มแวะมาหาสกันธ์ที่บ้าน และพบหญิงสาวสวยลึกลับอยู่ในบ้าน โดยไม่ทราบว่าเป็นใคร หญิงผู้นั่นล่อลวงให้ทินกร ตามเข้าไปในห้องพิพิธภัณฑ์ แต่โชคดีที่สกันธ์มาพบก่อน

           หลังจากนั้นคนใช้ชายในบ้านสุวรรณัศว์ ก็เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา บางคนก็บอกว่าเห็นผีผู้หญิงคอยดูดเลือด และนายสุกิจเอง ก็เริ่มล้มเจ็บกระเสาะกระแสะ จนต้องให้ปัทมา มาเป็นพยาบาลส่วนตัวในบ้าน

         อาถรรพ์สางสยอง เริ่มแผ่ขยายความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ น่าแปลกที่มันกลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับสกันธ์ แต่มุ่งเป้าไปยังปัทมา แทน

         ในขณะที่ความสัมพันธ์ของปัทมา กับทินกร เริ่มเปลี่ยนไป และความห่วงใยที่สกันธ์มีต่อพยาบาลสาวที่เข้ามาช่วยดูแลบิดาของเขา จนทั้งคู่ต้องเผชิญกับอำนาจชั่วร้ายในบ้านของตัวเอง

          ปีศาจกระหายเลือดที่อยู่ในร่างของรูปสลักนางอัปสรนั่นเอง

          ชายหนุ่มติดต่อหมอผีชาวเขมร ผู้เรืองอาคม นามหมอเฮือนให้มาช่วยปราบ ทั้งหมดพากันเดินทางย้อนรอยเส้นทางค้าวัตถุโบราณ จนกลับมาถึง หมู่บ้านโคกนกเค้า และได้เผชิญหน้ากับเฒ่าขามอีกครั้งหนึ่ง
           เฒ่าขามพาคณะเดินทาง กลับไปสู่ปราสาทร้างแห่งนั้น พร้อมกับทำลายเถ้ากระดูกในผอบเงินที่เฒ่าขามค้นพบแต่แรกลงในที่สุด พร้อมกับความลับ ความหลัง ในอดีต เมื่อพันกว่า ปีของ อาณาจักรยโสธรปุระ ของพระเจ้ายโสวรมันที่ ๑ ก็เริ่มต้นขึ้น...

         อาณาจักรใหม่แห่งดินแดนด้านนี้ปกครองด้วยเจ้าชายศรีวรุณาทิตยาราช เชื้อพระวงศ์แห่งพระบาทกัมรเตงอัญยโสวรมันธิราช ในดินแดนซึ่งรุ่งเรืองด้วยกฤตยามนต์ และหนึ่งในจำนวนนั้นคือส่วยเขมา... ส่วยเขมาเป็นผู้ทรงเวทย์ แต่ส่วนใหญ่จะใช้อำนาจมนต์ดำในทางมิจฉาชีพ มันเองมีลูกศิษย์เอกคนหนึ่งนามบาเค็ง ชายหนุ่มผู้นั้น แอบหลงรักเจ้าหญิงศรีสิขรเทวี พระธิดาเลอโฉมแห่งเจ้าชายศรีวรุณาทิตยาราช มันจึงขอให้อาจารย์ส่วยเขมา ใช้มนตราช่วยเหลือ

         ด้วยอำนาจมนต์ดำ ในที่สุดเจ้าหญิงศรีสิขรเทวี ก็ตกเป็นของเจ้าบาเค็ง ทั้งที่พระนางเองก็มีคนรักอยู่แล้ว คือนักองพล ขุนพลแห่งอาณาจักรยโสธรปุระ ด้วยความกล้าหาญ นักองพลฝ่ามนต์มายาการของส่วยเขมา เข้าไปได้แล้วทำลายกฤตยามนต์จนหมดสิ้น ก่อนจะบั่นเศียร จอมอาคม จนด่าวดิ้นลงในที่สุด

          เมื่อมนต์ดำเสื่อมสลาย เจ้าหญิงศรีสิขรเทวี ก็ทรงสลดพระทัย จนตัดสินพระทัยปลงพระชนม์ชีพตนเอง ส่วนนักองพลในอดีต ก็กลับชาติมาเกิดเป็นสกันธ์ในภพนี้นั่นเอง ปีศาจของส่วยเขมา ที่มิได้ไปผุดไปเกิด แต่ถูกกักขังเอาไว้ในผอบเงิน เมื่อหลุดเป็นอิสระออกมา จึงมีความหวั่นเกรงต่ออำนาจบารมีนั้นอยู่ สกันธ์จึงมิได้เป็นอันตรายใดๆ แต่ด้วยความพยาบาท มันจึงทำร้ายผู้คนรอบข้างของเขา รวมถึงปัทมา หญิงสาวที่สกันธ์หลงรักอยู่ด้วย

        ในที่สุดเรื่องราวทุกอย่างก็จบลงด้วยดี เมื่ออำนาจชั่วร้ายนั้นถูหหมอผีเฮือนจัดการจนหมดสิ้น...

        ส่วนรูปล่าง เป็นหลังปกครับ มีโฆษณานิยาย สามเรื่องของจินตวีร์ วิวัธน์ด้วย





Create Date : 04 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2556 9:30:34 น. 23 comments
Counter : 1959 Pageviews.

 
เรื่องนี้เป็นเรื่องดังของผู้เขียนเลย
เห็นปกหนังสือภาพสุดท้าย...จนวันนี้ยังไม่ได้อ่านเลยค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:38:17 น.  

 
เรื่องนี้ผมอ่านเพื่อใช้ทำวิทยานิพนธ์นิยายไทยที่เขียนเกี่ยวกับเขมร (อีกเรื่องของ จินตวีร์ คือ อมฤตาลัย)

ถ้าอ่านเอาแต่เรื่อง สนุกดีฮะ เหมือนดูหนังย้อนยุค แต่ถ้าอ่านแบบไล่เก็บคำไปทำวิจัย รอบหลังนี่ ตาลาย อ่านไม่ค่อยหนุกเลย


โดย: Boyne Byron วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:46:16 น.  

 
เรื่องนี้สั้นๆ ไม่มีพลิกล็อค


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.212.223 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:02:47 น.  

 
อ่านจากฉากบรรยายแล้วชอบจังครับ คงต้องรอ สนพ.กรูฟตีพิมพ์ใหม่จะได้ตามเก็บเรื่อยๆนะครับ


โดย: Nat_NM วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:13:02:45 น.  

 
เรื่องเดียวกัน ปีที่พิมพ์ก็ปีเดียวกัน แต่ทำไมของผมไม่มีรูปภาพอ่ะคับ


โดย: หนังสือเก่า IP: 182.53.192.53 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:14:34:10 น.  

 
รีวิวน่าสนใจมากเลยค่ะ ถ้า ดูแต่หน้าปก คงไม่กล้าหยิบ น่ากลัวอยู่นะคะ


โดย: polyj วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:01:27 น.  

 
สวัสดีค่า อาจารย์หนุ่ม ^^

รีวิวเรื่องนี้น่าอ่านจังค่ะ
งานคุณจินตวีร์มีเอกลักษณ์มากเลย

ปกแอบน่ากลัวนะคะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:31:06 น.  

 
น่ากลัวตั้งแต่ชื่อเรื่องเลยครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:19:03:01 น.  

 
เห็นชื่อ เห็นปก...ก็กลัวแล้วค่ะ


โดย: Aneem วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:15:31 น.  

 
น่ากลัวจัง จากฉากที่ยกมาบรรยายดีจังค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:22:36 น.  

 
เห็นชื่อเรื่องแล้วนึกถึงละครเรื่องสางเขียวเลยค่ะ คงจะน่ากลัวพอๆกัน บรื๊ออออ


โดย: ร้อยคืนหมื่นวัน วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:14:12:53 น.  

 
ปกนี้น่ากลัวดีครับ ของผมมีเป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 แบบปกอ่อน เลยไม่น่ากลัวเท่าไหร่ อิอิ


โดย: Lek IP: 114.109.146.112 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:13:10 น.  

 
มาอ่านผลงานผู้เขียนที่บล็อคนี้ค่ะ แต่สยองเกินกว่าจะสอยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 6 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:03:43 น.  

 
อ่านถึงฉากบรรยายของคุณสามปอยหลวงดันนึกถึงผีกระสือขึ้นมาซะได้ 555 (สยองเหมือนกัน)


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 6 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:04:25 น.  

 
คุณพุด : ตอนเห็นหน้าปกครั้งแรกสมัยเด็กๆ ก็คิดอยู่นานก่อนอ่านเหมือนกันครับ น่ากลัวไม่น้อย

คุณBoyne Byron : อมฤตาลัยเป็นเรื่องเดียวที่ผมได้ดูละคร ก่อนจะมีโอกาสอ่าน และรู้ภายหลังว่าเป็นนิยายปลายปากกาของคุณจินตวีร์ เป็นเรื่องที่อ่านสนุกมากเลยครับ มีโอกาสจะนำมารีวิวครับ
ปล.เห็นแนวเรื่องวิทยานิพนธ์ของคุณ Boyne Byron แล้วชักอยากอ่านเหมือนกันนะครับ

คุณชามินต์ : เรื่องนี้ค่อนข้างสั้นๆครับ ยิ่งตอนท้ายเรื่องยิ่งรวบรัดมากเลยครับ

คุณNat_NM : ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีคิวจะออกพิมพ์ใหม่เมื่อไรเหมือนกันครับ ผมเห็นฉบับปกอ่อนของรวมสาส์นวางแผงอยู่บ้างครับ

คุณหนังสือเก่า : ไม่แน่ใจว่าคุณหนังสือเก่า ตอนซื้อมาไม่มีปกหุ้มหรือเปล่าครับ? ของผมซื้อสมัยที่เพิ่งออกจำหน่ายใหม่ๆ ที่ร้านรวมสาส์น วังบูรพาโดยตรงเลยครับ

คุณ polyj คุณนุ่น คุณAneem : เห็นด้วยครับ ปกน่ากลัวไม่น้อยเลยครับ แถมฉากบรรยายแรกๆก็สร้างความน่าสะพรึงจริงๆ

น้องอุ้มสม : ตอนแรกที่เห็นชื่อเรื่องพาลนึกไปถึง "สางเขียว" ที่พิมพ์กับสำนักพิมพ์เดียวกันไปเลยครับ

คุณkunaom : ฉากที่ยกมาเป็นเหตุการณ์ "สางสยอง"ออกอาละวาดในกรุงเทพฯแล้วครับ แต่ผมเห็นว่าคนเขียนบรรยายได้น่ากลัวไม่น้อย โดยเฉพาะสภาพเหยื่อ เลยขอยกตัวอย่างมาให้เห็นบทบาทของ สางสยอง สมชื่อเรื่องครับ

คุณ ร้อยคืนหมื่นวัน : ตอนเห็นชื่อเรื่องครั้งแรก ก็นึกถึงสางเขียวเหมือนกันครับ เรื่องนี้ก็พยายามหาอ่านอยู่ด้วยครับ นึกถึงสมัยเด็กๆที่มีละครเรื่องสางเขียว แต่เสียดายที่จำรายละเอียดไม่ได้เสียแล้ว

คุณLek : ปกอ่อนน่าจะเป็นรูปหญิงสาวสวยๆหรือเปล่าครับ คุ้นๆเหมือนกันครับ

คุณSab Zab' : ช่วงนี้ขอเน้นความสยอง ต่อเนื่องกันหน่อยนะครับ แหะ แหะ

คุณ คุณหนูฤดูร้อน : พอกลับไปอ่านอีกที ก็นึกตามขึ้นมาเหมือนกันเลยครับ แต่สางตัวนี้ สยองกว่าผีกระสือแน่นอนครับ

คุณ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:8:41:52 น.  

 
ภาพปกดูไม่ค่อยสยองเท่าไรอะค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:48:49 น.  

 
คุณหวานเย็นฯ : ปกหนังสือยุคเก่าของคุณจินตวีร์ ที่น่ากลัวมากๆน่าจะเป็น ผาโหงพราย กับ คัมภีร์ภูต ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา:7:08:48 น.  

 
ดูท่าทางจะสนุกดีนะคะนี่


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 8 พฤศจิกายน 2556 เวลา:15:43:36 น.  

 
คุณตูน : เรื่องนี้ผสมผสานระหว่างความลึกลับ สยองขวัญและตำนานความเชื่อเกี่ยวกับอาณาจักรขอมโบราณครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:04:10 น.  

 
น่าเสียดาย ทำไมเรื่องนี้ไม่เคยมีใครเอาไปทำละครเลย


โดย: ผ่านมาชม IP: 192.95.30.51 วันที่: 24 มกราคม 2560 เวลา:9:21:13 น.  

 
สวัสดีครับคุณ ผ่านมาชม น่าเสียดายเช่นกันครับ ผมว่า พลอตเรื่องสนุก สยองขวัญไม่น้อยเลย แต่อาจจะไม่โดดเด่น เท่า อมฤตาลัย ที่เป็นแนวขอมคล้ายๆกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 25 มกราคม 2560 เวลา:13:22:48 น.  

 
ขอบคุณที่มาตอบครับ คิดว่าผ่านไปนานจะไม่มีใครมาตอบแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยอ่านตอนเด็กๆ 20 กว่า ปีมาแล้ว ปกติเกลียดการอ่านนิยาย แต่เรื่องนี้เป็นนิยายไม่กี่เรื่องที่อ่านจนจบ สนุกมากๆครับ หวังว่าในอนาคตจะมีคนเอาไปทำ


โดย: ผ่านมาชม IP: 192.99.15.166 วันที่: 30 มกราคม 2560 เวลา:12:58:52 น.  

 
คุณผ่านมาชม : มีโอกาสแวะเวียนมาทักทายได้นะครับ เจ้าของบล็อกยินดีอย่างยิ่งเลยครับ ผมเริ่มอ่านของคุณจินตวีร์ เรื่องแรกๆเลย คือ ขุมทรัพย์โสมประภาครับ เป็นเล่มเดียวจบเหมือนกัน (ส่วนเรื่องแรกที่ "ฟัง" จากละครวิทยุมาก่อน คือ บ้านศิลาทราย) อ่านแล้วประทับใจจนต้องหาเรื่องอื่นๆมาอ่าน จนเป็นแฟนคลับ ของท่านมาทุกวันนี้เลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มกราคม 2560 เวลา:14:56:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.