หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2562
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
8 กันยายน 2562
 
All Blogs
 
เก้าอี้ทอง : สีฟ้า

เรื่อง : เก้าอี้ทอง
ผู้ขียน : สีฟ้า
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : 2538 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ


          นวนิยายเรื่องเก้าอี้ทอง เคยตีพิมพ์ในนิตยสารสตรีสาร ก่อนจะนำมารวมเล่มครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์รวมสาส์น และพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยสำนักพิมพ์ดอกหญ้า ซึ่งสำหรับโดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมชอบเซต ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้าชุดนี้มากครับ เลยเลือกเก็บสะสมในสไตล์ปกดังกล่าว แทนฉบับพิมพ์ครั้งแรก
          ***************
           เรื่องนี้ ตอนที่ผมอ่านในนิตยสารสตรีสารในวัยเด็กๆ มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเอาเสียเลย อ่านแล้วไม่เข้าใจและมีความรู้สึกขัดใจ ว่าตัวละครในเรื่อง ไม่เห็นจะมีพระเอกนางเอก อย่างขนบนิยายทั่วไป ที่เคยอ่าน และยังไม่เข้าใจเหตุผลต่างๆของตัวละครในเรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป มีโอกาสได้นำมาอ่านอีกครั้งในตอนนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น และรู้สึกสนุกไปกับบทบาทตัวละคร ที่ ผู้ประพันธ์เขียนขึ้น อย่างสมจริง ตัวละครทุกตัว มีสีเทา ไม่ดำหรือขาว อย่างชัดเจน รวมถึงมีเหตุผลรองรับพฤติกรรม และการกระทำดังกล่าว
                   ******************
          เรื่องราวเริ่มต้น ขึ้น บนรถไฟ และการเผชิญหน้าของตัวละครสองตัว หญิงชาย ที่น่าจะเป็นพระเอก นางเอก เพราะเริ่มต้นด้วย การเขม่นหน้ากันก่อน แต่ ความจริงแล้ว ไม่ใช่เลย

         เพราะลินลา หญิงสาวในเรื่อง ก็มีบุคลิกของหญิงสาววัยทำงานที่แข็งกระด้าง ขณะที่ฝ่ายชาย คือ อรรจน์ เองแม้จะเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม ก็ไม่ใช่ผู้ชายที่รักชอบสตรีเพศ เสียด้วย เขามีรสนิยมทางเพศในอีกรูปแบบหนึ่ง และมองผู้หญิงด้วยความรู้สึกหมั่นใส้ ระคนรำคาญมากกว่าจะเป็นความชื่นชม ปรารถนา อย่างบุรุษทั่วไป

“ลินลามองดูเขาตรงๆ พลางยิ้มหยันอยู่ในหน้า หล่อนเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหมือนกันเรื่องทำหน้าหยิ่งหรือปั้นปึ่งหรือหยันเยาะมองคนด้วยหางตายังได้ หากหล่อนจงใจจะแสดงความดูแคลนให้รู้สึก
          โธ่เอ๋ย... ทุเรศสิ้นดี หน้าตาท่าทางนายมันบอกยี่ห้อชัดๆอยู่แล้ว ว่าเป็นผู้ชายประเภทไหน หนีไม่พ้นหนุ่มสำอาง “สุวรรณมาลี” ทั้งหลายหรอก”


         ขณะที่อรรจน์เองก็ไม่ชอบหน้าหล่อนเช่นกัน โดยไม่รู้ว่า ปลายทางของสถานีรถไฟที่เชียงใหม่ เขาและหล่อน จะกลายเป็นคู่แข่งที่ต้องห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดในเวลาต่อมา

      อรรจน์เดินทางมาพักกับแฟรงค์ เกย์เฒ่าที่เคยเป็นเพื่อนกับบิดาเขามาก่อน จนมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ และอรรจน์ก็เป็นตัวแทนธนาคารที่เดินทางมา รับมอบหมายงานยังธนาคารที่เชียงใหม่แห่งนี้ ขณะที่ลินลาเองก็ทำงานธนาคารอีกแห่งหนึ่ง หล่อนเป็นหญิงเก่งที่วิ่งเต้นหาเงินฝากและไต่เต้าขึ้นมาจนมีตำแหน่งหน้าที่การงาน ทั้งที่หล่อนเองก็เป็นธิดาของเจ้าศรีลีลาผู้ล่วงลับ และมีเกียรติยศฐานะมาก่อน

        งานที่ลินลาได้รับมอบหมายตอนนี้ คือ การติดต่อ นายเวกและแม่เลี้ยงฟองดาว สองสามีภรรยา เพื่อให้ทั้งคู่เข้าโครงการนำที่ดินริมแม่น้ำมาร่วมกับธนาคารจัดโครงการหมู่บ้านจัดสรรของเชียงใหม่ รวมทั้งเกลี้ยกล่อมให้มาเป็นลูกค้าของธนาคารที่หล่อนทำงานอยู่ด้วย
                 **************
        ในอดีต นายเวก คือเสมียนต๊อกต๋อยที่หลงรัก เจ้าศรีลีลามารดาของ ลินลามาก่อน แต่ก็ต้องอกหัก จนมาแต่งงานอยู่กินกับแม่เลี้ยงฟองดาว ที่เป็นแม่ค้า และตั้งตัวจนมีฐานะขึ้นมา ขณะที่เจ้าศรีลีลาเองก็เสียชีวิตไปหลังจากนั้น ลินลาพยายามหาโอกาสเข้าหาทางแม่เลี้ยงฟองดาว ขณะ ที่ อรรจน์ เอง ก็ต้องการความช่วยเหลือของ นายเวกเช่นกัน ทั้งคู่มีโอกาสรู้จักกับ ลการ ชายหนุ่มรูปงามที่เป็นหลานชายบุญธรรมของนายเวก ที่เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ทั้งคู่พยายามให้ลการเป็นสะพานทอดไปยัง แม่เลี้ยงและนายเวก ในขณะที่ อรรจน์เองก็ติดใจรูปโฉมความหล่อเหลาของลการ และพยายามดึงตัวให้ลาออกมาทำงานกับเขาด้วย ลการเอง ก็ยังมีความโลภอยู่ภายในตัว เขายอมมีความสัมพันธ์ลับๆกับอรรจน์ และลาจากงานอาจารย์ เพราะเห็นว่างานใหม่ที่อรรจน์เสนอมาให้รายได้สูงกว่า

             ในขณะที่นายเวกเองก็เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ ลินลา จึงเสนอ น้ำคำ หรือแอ๋ว ลูกพี่ลูกน้องในบ้านให้ไปช่วยเป็นพยาบาลดูแล นายเวก และทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์กัน ตามนิสัยเจ้าชู้ของนายเวกอยู่แล้ว ต่อมาไม่นาน นายเวกก็เสียชีวิต ขณะที่การคับเคี่ยวแย่งชิงชัยชนะ ระหว่าง ลินลา กับ อรรจน์ ผลออกมาว่า เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

         อรรจน์ ยิ่งเจ็บปวด เมื่อได้ข่าวว่าลการ ไปเข้าข้าง ลินลา เพราะได้เงินส่วนแบ่งจากการขายที่ เขาด่าว่าอีกฝ่ายด้วยความรักระคนแค้น ยิ่งเมื่อผสมกับฤทธิ์สุรา ทำให้เขาหลุดปากออกมา

       “เก้าอี้ทอง ผมอยากนั่งเก้าอี้ทอง... แต่ผมไม่ได้นั่ง ไม่เคยนั่ง”
      “เก้าอี้ทองอะไรน่ะอรรจน์?”


        “”ใครสอบได้สูงสุดไงล่ะ ไม่เคย...”
          อรรจน์หลับไปแล้ว ด้วยความมึนเมา ไม่ใช่ครั้งนี้ครั้งเดียว ที่อรรจน์เอ่ยถึงเก้าอี้ทองออกมาจากจิตใต้สำนึก ทำให้ลการพอจับเค้าได้ว่า “เก้าอี้ทอง” คงจะเป็นเก้าอี้เกียรติยศสำหรับนักเรียนผู้ที่สอบได้คะแนนสูงสุดของชั้น แบบเดียวกับโต๊ะทอง คงเป็นความปรารถนาสุดยอดของอรรจน์ที่จะได้รับเกียรติยศนั้น หากแต่เขาคงจะผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า มันจึงฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาตลอดเวลา ที่สำคัญที่สุด บางทีผู้มีชัยชนะเหนือเขาคงเป็นผู้หญิง!


         และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อรรจน์เกลียดสตรีเพศ จนกลายเป็นความรู้สึกเบี่ยงเบนไปโดยไม่รู้ตัว เขาประทับใจในความอ่อนโยนของพ่อ ชีวิตของเขาผูกพันกับพ่อตั้งแต่ห้าหกขวบ พ่อไม่เคยสอนอะไรให้เขาเลย นอกจากสอนให้เขาเกลียดผู้หญิง ด่าผู้หญิงทุกคนในชีวิตของพ่อ เมื่อพ่อตายขณะที่เขาเพิ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ทำให้เขายิ่งสงสารและเห็นใจพ่อ เขาแสวงหาคนที่มีความคล้ายคลึงกับบิดา ที่จะมาทดแทนความเหงา ความอ้างว้างเดียวดาย จนในที่สุดก็ได้มาพบกับลการ ซึ่งมีส่วนที่คล้ายคลึงกับส่วนที่เขาเคยขาดหาย
หากเมื่อรู้สึกเหมือนตนเองถูกทรยศ อรรจน์เผลอตัวผรุสวาทใส่ ลการ และชายหนุ่มก็ตัดสินใจลาออกจากงานของเขา

          อารมณ์อรรจน์เหมือนน้ำในสระใหญ่เป็นระลอกปั่นป่วน ขุ่นด้วยเปือกตมดินทรายที่โดนกวนขึ้นมา
          เขานอนถอนสะอื้นทั้งหลับเหมือนเด็กๆ ฝันถึงเก้าอี้ทองอีกแล้ว เก้าอี้ทองสัญลักษณ์แห่งความพ่ายแพ้แก่ผู้หญิงเป็นครั้งแรกในชีวิต เก้าอี้ทองที่เขาหมายมั่นจะได้นั่งสักปีหนึ่งก็ยังดี แต่เขาก็ไม่เคยได้นั่งสมความปรารถนา พวกผู้ชายไม่เคยมีใครได้นั่งสักคราเดียว เพราะผู้หญิงเรียนเก่งกว่าพวกเขา

          หากเป็นเด็กอื่นอาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าใดนัก แต่นี่เป็นอรรจน์ ซึ่งเจ้าคิดเจ้าแค้นกับพวกผู้หญิงที่แวดล้อมเขากับบิดาอยู่ล้วนพวกผู้หญิงใจดำทั้งนั้น
เก้าอี้ทองหายวับไป ขณะที่เขากำลังวิ่งเข้าไปหามัน แม้แต่ในความฝัน เขาก็ไม่เคยได้นั่ง
             *****************
   ลการมาติดต่อลินลา ให้หล่อนช่วยหางานให้ และลการเอง ก็เคยพบกับ ภณิดา หลานสาวทอมบอย ของลินลา ภณิดา มี อัญชลิตาหรือแอนน์ เพื่อนสาวที่คบหากันมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนหญิงล้วน และกลายเป็นความเสน่หาจนเกิดความหึงหวง ขณะที่ อัญชลิตาก็เป็นเด็กสาวอ่อนแอ ต้องคอยพึ่งพิงภณิดา จนไม่กล้าจะปฏิเสธ ความสัมพันธ์เช่นนี้ คงจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ถ้าหาก ทั้งคู่ไม่ได้พบกับลการ

    ลการ ประทับใจความสวยน่ารักของอัญชลิตา และพาตัวเองเข้าไปรู้จัก ขณะที่เด็กสาวเองก็ชื่นชมความหล่อเหลาสมชายชาตรีของเขา แม้ว่าจะได้ยินข่าวจากภณิดาที่มาเป่าหู ว่าลการเป็นคนกะล่อน ไว้ใจไม่ได้และยัง “มีอะไร” กับผู้ชายด้วยกัน โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ชื่ออรรจน์

         นายเวก เกิด หัวใจวายเสียชีวิตกะทันหัน และทำให้แม่เลี้ยงฟองดาว รู้ความจริงว่า นายเวก เซ็นยกคอนโดให้กับ น้ำคำ แม่เลี้ยงชรา แค้นใจ และคิดว่า ลการกับ ลินลา ร่วมมือกัน ให้ น้ำคำมาปอกลอกนายเวกสามีตัวเอง จึงไล่ลการออกจากบ้าน

             ลการแวะมาหา อัญชลิตา และพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ขณะที่ภณิดา ตามมาเห็นเข้าพอดี ด้วยอารมณ์หึงหวงทำให้สาวทอม ตัดสินใจคว้าปืนออกมายิงลการจนบาดเจ็บสาหัส เรื่องราวที่ลินลา เคยสงสัยเกี่ยวกับหลานสาวตัวเอง จึงเปิดเผยออกมา

           บิดามารดาของ ภณิดา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่หัวเก่า รับไม่ได้กับความรักผิดเพศเช่นนี้ จึงจับหล่อนขังเอาไว้ในบ้าน แต่ภณิดา ก็หนีออกมา เพื่อไปหาและตามตัว อัญชลิตาให้มาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่อัญชลิตา เติบโตขึ้นมาก หล่อนรู้จักความรักระหว่างเพศ ที่แตกต่างจากความรัก แบบภณิดาเสียแล้ว สาวน้อยเอ่ยปากปฏิเสธอย่างไม่ไยดีและเลือกไปเฝ้าลการที่นอนเจ็บอยู่โรงพยาบาล นั่นยิ่งทำให้ภณิดา คลั่งมากขึ้น อรรจน์ ซึ่งเคยผิดหวังกับลการ และเริ่มทำใจได้ มาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เขาตัดสินใจ คุยกับ ลินลา น้าสาวภณิดา เพื่อหาทางช่วยแก้ปัญหา

         และนั่นเอง ที่ทำให้ ลินลา กับอรรจน์เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น นวนิยายเรื่องนี้ มาถึงบทอวสานโดยที่อาจจะไม่ได้บทสรุปอย่างสวยงามชัดเจน แต่ทิ้งท้ายให้ผู้อ่านได้คิดต่อหลังจากนั้น เมื่อ พ่อแม่ของภณิดา นำลูกสาวทอมบอยไปเรียนต่อที่อังกฤษ ขณะที่อัญชลิตาเอง ก็ไปเรียนต่ออเมริกา และลการเมื่อออกจากโรงพยาบาล ก็กลับทำงานให้กับอรรจ์ แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเปลี่ยนไป

           ในขณะที่อรรจน์เอง ก็เริ่มต้นมิตรภาพกับลินลา ไม่ได้เกลียดชังหรือหมั่นใส้ เหมือนกับความรู้สึกในอดีต ฉากจบของเรื่องย้อนรอยเหมือนกับบทแรก ที่เริ่มต้น ยังสถานีรถไฟ ขณะที่ลินลากำลังจะเดินทางกลับเชียงใหม่ และอรรรจน์ ก็โดยสารรถขบวนเดียวกัน

         และบนเส้นทางอันยาวไกลจากกรุงเทพ สู่เชียงใหม่นั้นเอง
อรรจน์หยิบวรรณคดีเรื่องอิเหนาขึ้นมาอ่าน และเพิ่งรับรู้ถึงความงดงามของความรักระหว่างหญิงชาย ซึ่งแม้จะเกิดจากราคะตัณหา มันก็เป็นวิสัยธรรมดาของโลกีย์ชน

“พระพิรุณร่วงโรยโปรยต้อง
มณฑาทองทิพรสสดศรี
ขยายแย้มผกาสุมาลี
ภุมรีภิรมย์ชมชิด”


          มาถึงทุกวันนี้ บทอัศจรรย์อาจจะต้องแทรก “แมลงผึ้งบินเคล้ากับเจ้าภู่” หรืออะไรทำนองนั้นก็ได้ คิดแล้วอรรจน์ก็นอนมองพระจันทร์ยิ้ม อยู่คนเดียว ท่ามกลางเสียงกึงกัง กึงกัง ของรถไฟซึ่งกำลังวิ่งไปสู่จุดหมายปลายทาง
                 อวสาน



Create Date : 08 กันยายน 2562
Last Update : 8 กันยายน 2562 15:03:00 น. 6 comments
Counter : 413 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณอุ้มสี, คุณRananrin, คุณnewyorknurse


 
Angel Challenge Cycling Festival 2019



โดย: อุ้มสี วันที่: 12 กันยายน 2562 เวลา:2:26:42 น.  

 


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 กันยายน 2562 เวลา:16:13:45 น.  

 
เคยอ่านตอนอายุ19 ฮะ ผมก็แอบรู้สึกว่าเป็นแปลกๆจัง ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ศรีฟ้าอยากจะสื่ออะไร สงสัยคงต้องให้โตมากๆเหมือนอาจารย์แล้วกลับมาอ่านอีกครั้งน่าจะได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง😆
ว่างๆอาจารย์ลองรีวิว เรื่อง หลง ของ สีฟ้า หน่อยนะครับ ขอบพระคุณครับ


โดย: Chadada IP: 110.77.136.210 วันที่: 15 กันยายน 2562 เวลา:21:22:16 น.  

 
คุณ Chadada : เรื่องหลง มีในครอบครองแล้วครับ เคยสร้างเป็นละครด้วยถ้าจำไม่ผิด น่าจะคุณลินดา ค้าธัญเจริญ รับบทวิรงรอง เสียแต่ว่า เล่มหนามากๆเลยครับ ถ้ามีโอกาสจะรีวิวเรื่องนี้ให้นะครับ

หนังสือบางเล่ม อ่านคนละช่วงเวลา ก็ให้ความคิด ความรู้สึกแตกต่างกันไม่น้อยเลยครับ อย่างเก้าอี้ทอง เคยอ่านตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันครับ แต่พอมาอ่านอีกทีตอนนี้ กลับรู้สึกว่า ชอบมากขึ้น และสนุกกับเนื้อเรื่องมากขึ้นครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 กันยายน 2562 เวลา:9:29:25 น.  

 
ตอนนี้ผมตามเก็ยผลงานของ ศรีฟ้า ลดาวัลย์ทุกเล่มเลยครับ


โดย: ruennara วันที่: 22 กันยายน 2562 เวลา:0:23:41 น.  

 
คุณ ruennara งานของอาจารย์ อ่านสนุกและได้ข้อคิดทุกเรื่องเลยครับ ช่วงหลังๆ ผมชอบ งานที่อาจารย์เขียนในรูปสารคดีแนวอัตชีวประวัติครับ แต่น่าเสียดาย ที่หาซื้อได้ค่อนข้างยากไม่น้อยเลย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 22 กันยายน 2562 เวลา:14:18:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.