หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
25 กันยายน 2561
 
All Blogs
 
นายอำเภอปฏิวัติ : บุญโชค เจียมวิริยะ



เรื่อง : นายอำเภอปฏิวัติ
ผู้เขียน : บุญโชค เจียมวิริยะ
สำนักพิมพ์ : บรรณกิต
ปีที่พิมพ์ : 2518 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ



           ผมเคยริวิว “นายอำเภอที่รัก” นิยายแห่งอุดมการณ์ สะท้อนภาพข้าราชการมหาดไทย ผ่านประพันธกรสตรี “สีฟ้า” มาแล้ว ในคราวนี้ จะเป็นโอกาสของการรีวิวนิยาย แนวสมจริง ผ่านนักเขียนชาย ที่นำประสบการณ์ชีวิตการเป็นนายอำเภอ มาเขียนดูบ้าง เขาคือ บุญโชค เจียมวิริยะ

     ผมเคยได้ยินชื่อเสียงนิยายเรื่องนี้มานาน และเคยอ่านงานชิ้นอื่นของท่าน คือ “เกิดแล้วต้องสู้” ที่เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสารในเครือบางกอก ทานตะวัน ในอดีต สำหรับนิยายเรื่องนี้ มีผู้ให้คำวิจารณ์และข้อเสนอแนะมากมาย โดยเฉพาะการสะท้อนภาพข้าราชการ มหาดไทย ได้อย่างถึงแก่น และสมจริง ราวกับนายอำเภอรวมพล มีตัวตนจริงๆ

         “ซูม”คอลัมนิสต์จากไทยรัฐ ได้เขียนไว้ว่า ก็เห็นจะต้องชมว่าเป็นหนังสือที่ค่อนข้างมันและชำแหละบางเสี้ยวของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยได้อย่างเข้าไส้ ว่ากันว่า เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและเคยเกรียวกราวมาแล้วในแวดวงการปกครอง

          ส่วน นิตยา นาฏยะสุนทร ได้เขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในคอลัมน์ ลำนำเจ้าพระยา ว่าท่านเอง ได้อ่านแล้ว ทั้ง รัก และเกลียดคนเขียนเป็นที่สุด...

              เนื้อเรื่องก็กระนั้นๆแหละ ไม่โลดโผนอะไร เป็นเรื่องการต่อสู้ของนายอำเภอผู้หนึ่ง ซึ่งตั้งใจจะ “ปฏิวัติ”ระบบอันเก่าแก่ที่คร่ำชราฝังหัวข้าราชการมหาดไทย สายกรมการปกครองมาช้านาน
         ก็ธรรมดาของพระเอกในนวนิยายทั้งหลาย!
     แต่อ่านไป...??? นิยายอะไรก็ไม่รู้ รายละเอียดตีแผ่ธาตุแท้ของมหาดไทย ทั้งทางบวกและทางลบ อย่างชนิดที่ถ้าไม่ใช่ ลูกหม้อมหาดไทยแล้ว ก็คงไม่สามารถนำเบื้องหน้าเบื้องหลังมาเขียนได้อย่างละเอียดถึงเพียงนั้น อ่านไป ซาบซึ้งไป รักคนเขียนไป

         ... แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เคยชังนักเขียนคนไหน เท่าคุณบุญโชค เจียมวิริยะเลย ทำไมจะไม่นึกชังล่ะ ในเมื่อเขียนบีบรัดหัวใจคนอ่านอย่างทารุณที่สุด กำหนดให้นายอำเภอรวมพล ขวัญใจของประชาชนถูกอิทธิพลของกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องที่ ตลอดจนเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชาเกือบทุกระดับชั้น รุมกันรุกรานจนตั้งตัวไม่ติด
        บีบคั้น เสียดแทงหัวใจอย่างไร ก็ยังทนอ่าน! คิดว่า ตอนจบ เราคงจะได้หายใจหายคออออกสักที...


         ซึ่งคำตอบจะเป็นเช่นไรนั้น โปรดติดตามจากรีวิวต่อได้เลยครับ

        เรื่องราวของนายอำเภอปฏิวัติเริ่มต้น ผ่านประโยคเด็ดที่ว่า
        “... การทำงานจะต้องให้เจ้านายชอบ ถ้าอยู่ที่ไหนนายไม่ชอบ ก็ไม่ทาง อย่างคำโบราณว่า เพื่อนบ้านร้าย เรือรั่ว เมียชั่ว นายชัง เหล่านี้ ไปไม่รอด”

         นั่นคือความคิดของ “ผม” นายระเบิด คล่องดี ซึ่งรับราชการเป็นเสมียน จนไต่เต้าผ่านขึ้นมาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นเองระเบิด ได้มารับราชการอยุ่ที่จังหวัดชายแดนอีสานแห่งหนึ่ง ได้ร่วมงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และ มาอยู่ ก๊วนเดียวกับ นายอำเภอเมือง ปลัดจังหวัด เรียกสามใบเถาหรือสามทหารเสือ ร่วมเฮไหนเฮนั่น จนได้เรียนรู้วิธีการทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ และนั่นเอง ที่ระเบิด ได้เล่าถึง นายอำเภออีกคนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของเขา

          รวมพล กองทอง อายุประมาณ 35 ปี ร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำหน้าเข้ม และมีอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาแผ่นดินถิ่นเกิดของตัวเอง แต่ทว่า... สิ่งที่เขาทำอยู่ กลับกลายเป็นการ ขัดแข้งขา บรรดา คหบดี และกลุ่มข้าราชการหลายคน ทั้งเสี่ยเกี๊ยกเจ้าของโรงงานสุราจังหวัด เสี่ยเพา ผู้รับเหมาที่ กินนอกกินใน เวลาประมูลก่อสร้างต่างๆ รวมถึงสมาชิกในก๊วนของระเบิด ซึ่งทำให้ไม่มีใครชอบหน้า

        “ก็จัดการสับเสียเลย จะปล่อยทิ้งเอาไว้ให้หนักกรมทำไมกัน” ท่านปลัดจังหวัดสรุป ในขณะที่นายอำเภอ รวมพล กลับมุ่งมั่นในความคิดที่มั่นคงของตน

        “ก็ไอ้เรื่องทุจริต คอร์รัปชั่นกับความไม่เป็นธรรมนี่แหละที่ทำให้ผมอยู่ที่ไหนกับใครเขาไม่ค่อยได้ ถูกเขี่ยกระเด็นไปไกลๆทุกที จนกระทั่งต้องมาอยู่อำเภอเล็กๆ กันดาร มีผู้ก่อการร้ายชุกชุมอย่างนี้ ผมเองรู้ตัวดี แต่ฝืนมโนธรรมลงไปคลุกเคล้าสิ่งโสโครกกับใครไม่ได้ ผมไม่อยากให้ใครตีค่าว่าข้าราชการฝ่ายปกครองจะเลวขุ่นคลั่กไปหมดทุกคน นักปกครองที่ดี ประเภทอดอยากเยี่ยงอย่างสิงห์สงวนศักดิ์ ไม่เห็นแก่ลาภสการ ความั่นคงและยศศักดิ์ ที่จะพึงได้มาโดยไม่ชอบก็มีถมไป...”

       นั่นคือวิวาทะของนายอำเภอเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันของปลัดจังหวัดที่ต้องการให้เซ็นรับอาคาร ซึ่งผ่านการอนุมัติมาโดยมิชอบ

       “บ้าที่สุดในโลก!” ท่านปลัดจังหวัดลุกขึ้นยืนกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะแสดงกิริยาอย่างใด

         ความขัดแย้งต่างๆยิ่งทวีมากขึ้น ผ่านมุมมองเรื่องเล่าของ ระเบิด พร้อมกับยิ่งสะท้อนภาพการทำงาน ของข้าราชการ ที่จังหวัดแห่งนั้นออกมาอย่างถึงแก่น แม้แต่การวิ่งเต้น เพื่อหาทางโยกย้ายนายอำเภอรวมพล ด้วยวิถีทางอันอำมหิต

     “ผมเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ วันนี้ “เขาบอก “ไปวิ่งเต้นธุระหลายอย่าง”
       “เรื่องนายอำเภอรวมพลด้วยใช่มั้ยล่ะ” ผมดักคอ

       “เสี่ยเพากับผมสองคน สามแสนเท่านั้นเอง...”
         เสี่ยเกี๊ยกหัวเราะร่วน “ผมจ่ายไม่อั้นมาตั้งแต่เริ่มวางแผนโน่น ผมก็จัดพิมพ์ หนังสือให้ อส.คำสิงห์ กับเจ้าสานเซ็นชื่อเป็นเจ้าทุกข์ ร้องเรียนไปถึงท่านผู้ว่าฯ อธิบดีกรมการปกครอง รวมทั้งหนังสือพิมพ์รายวันอีกสองสามฉบับ 

          ต่อจากนั้น ผมก็ต้องวิ่งเต้นเข้าหาท่านผู้ว่าฯ กับคุณนาย ต้องใช้ผู้แทนราษฎร สองคนที่มันยังค้างเงินยืมคราวหาเสียงให้ไปพบท่านอธิบดีเป็นการย้ำอีกที ต้องให้ทนายซักซ้อมเจ้าทุกข์กับพยานปากเอกที่เตรียมเอาไว้... นอกจากนี้ก็ต้องไปทำโปสเตอร์ขับไล่นายรวมพล จุดประทัดวางกระทงหน้าวัววันมันย้าย เรียกว่าต้องใช้เงินกันทั้งนั้น ยิ่งเรื่องเข้าไปถึงส่วนกลางด้วยแล้ว ผมก็ยิ่งต้องวิ่งเต้นติดตามเทียวไล้เทียวขื่อเป็นธรรมดา”

       เว้นระยะ กระดกแก้วกรอกเหล้าลงไปในคอรวดเดียวเกลี้ยง “ผมตั้งใจว่าจะทุ่มเงินยัดซักห้าแสน ถ้านายอำเภอคนนี้ยังหนังเหนียวไม่ตกเก้าอี้ ผมก็เห็นจะต้องกราบตีนยอมแพ้”

      และแล้วน้ำน้อยก็ย่อมแพ้ไฟ... ในที่สุด นายอำเภอรวมพล ก็ต้องถูก “เขี่ย” ให้หลุดจากตำแหน่ง ด้วยข้อหาต่างๆที่ถูกป้ายสีอย่างไม่เป็นธรรม และด้วย “ลูกไม้มหาดไทย” ที่หลายๆคนรวมหัวกัน จนต่อมา เขาก็ถูกสั่งให้ออกจากราชการอย่างอัปยศ แม้ว่า ระเบิดจะไม่เห็นด้วย แต่คนอย่างเขา ผู้ที่ต้อง “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” ก็ไม่มีทางทำอย่างไรได้ นอกจาก ความเห็นใจ...

     จากนั้น นายอำเภอรวมพล นายอำเภอผู้ต้องการปฏิวัติการทำงานแบบเดิมของข้าราชการไทย ก็หายหน้าไป โดยไม่มีใครเคยพบเห็นอีกเลย... ตราบจน...

     มีวาทะเด็ดหลายประโยคในเรื่องนี้ ที่ผมชอบมากเลยครับ เช่น...

           ข้าราชการนั้น จำแนกออกได้เป็นเจ็ดจำพวกด้วยกัน คือ สินมาก ปากสอพลอ ล่อไข่แดง แรงวิชา หาอีหนู อู้กินบ้อ และขึ้นวอมาแต่เกิด
        พวกสินมาก ได้แก่พวกที่แสวงหาเงินทองโดยไม่เลือกว่าจะบริสุทธิ์หรือสกปรก ข้อให้เป็นท่าได้เอาหมด แล้วใช้ความร่ำรวยเป็นปัจจัยในการวิ่งเต้นเข้าหาเจ้าหานาย หาความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง

          พวกปากสอพลอ ได้แก่ ประเภทปากเป็นเอก เอาดีทางปาก ให้ร้ายป้ายสีเพื่อพ้องเนืองนิตย์ จะเรียกว่า พวกลิ้นกระดาษทราย น้ำลายชแล็คก็ได้
     ประเภทล่อไข่แดง ได้แก่พวกจ้องฝนหัวคิว เข้าหาลูกหลานเจ้านาย หวังเอาคำว่า “เขย” เป็นบันไดไต่ขึ้นไปสู่ยศและตำแหน่งทางลัด

     ประเภทแรงวิชา คือพวกใช้สติปัญญา ความรู้ ความสามารถ บุกเบิกฝ่าฟันในชีวิตราชการ
     ประเภทหาอีหนู คือพวกที่ถนัดในการแสวงหาผู้หญิงมาบำเรอผู้บังคับบัญชา
       ประเภท อู้กินบ้อ คือ อยู่ไปวันๆ รู้หลบ เอาราชการเป็นงานอดิเรก

        ประเภทสุดท้าย ขึ้นวอมาแต่เกิด ก็ได้แก่พวกบุตรธิดา เจ้าขุนมูลนาย หรือลูกท่านหลานเธอ ได้พ่อแม้น้าอา ช่วยสนับสนุนส่งเสริม ส่วนมากไปเรียนต่อเมืองนอก กลับมาได้รับตำแหน่งดีๆ แบบมีอภิสิทธิ์

          ส่วนชีวิตของระเบิดต่อจากนั้น เมื่อเขารู้ช่องทาง ที่จะเติบโต เจริญก้าวหน้าในวงราชการ โดยวิธี "ยอมงอ ไม่ยอมหัก" เขาก็สามารถไต่เต้าผ่านขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้รับการบรรจุเป็นนายอำเภอ กลับมายังอำเภอเดิมที่นายอำเภอรวมพล เคยอยู่มาก่อน ครั้งนี้ เขาฉลาดพอที่จะทำความสนิทสนมกับเสี่ยเกี๊ยก และลูกสาวคนสวย ซึ่งเขาเลือกวิธี “ล่อไข่แดง” ใช้เจ้าหล่อนเป็นสะพานสำหรับสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพของตัวเองตลอดไป...

         ฉากท้ายของนวนิยายเรื่องนี้ เป็นฉากที่นับว่าสะเทือนใจที่สุดฉากหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเช้าตรู่วันที่ ระเบิดเดินทาง มาทำงานที่ว่าการอำเภอในฐานะนายอำเภอคนใหม่ และพบว่า ที่เก้าอี้นายอำเภอของเขา บัดนี้มีคนบ้าสติวิปลาสคนหนึ่ง บุกขึ้นมาบนอำเภอและนั่งอยู่บนนั้น... 

          “เรื่องอะไรกัน?” ผมถามพลางมองไปที่โต๊ะทำงาน ชายสารรูปดูไม่ได้คนหนึ่ง นั่งเอ้เต้ อยู่บนเก้าอี้ของผม

        “ไม่รู้ว่าโผล่หัวมาทางไหนซีครับ” ปลัดอำเภอโทรายงาน
ผมสืบเท้าเข้าไปอีกก้าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น รู้สึกเหมือนมีสังหรณ์ประหลาดสักอย่างผุดแวบขึ้นมาอย่างเงียบๆในเจตสิก ขณะนั้นเอง ชายแปลกหน้าได้ชูมือซ้ายขวาขึ้น กำหมัดสั่นเร่าๆ

    “ไม่ไป ผมไม่ไป ผมเป็นนายอำเภอ!!”
       หลังจากพูดคุยอย่างไม่รู้เรื่องแล้ว ชายวิกลจริตผู้นั้นก็ลุกขึ้นก้าวออกจากห้องนายอำเภอ ก่อนจะร้องเพลงออกมา

         “จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง...
ไม่เคืองแค้น น้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าสิ้นไป...”

        ทุกคนพากันหัวเราะอีกครั้ง ผมยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนถูกตรึงด้วยความรู้สึกที่พยายามซ่อนเร้นอย่างยากเย็น ประกายของความสั่นสะเทือนและหวั่นไหว ปรากฏออกมาเพียงเล็กน้อย
        ...เล็กน้อยเหลือเกินแล้วหายไปโดยเร็ว


          นี่กระมังคือบทอวสาน ที่ทำให้คุณนิตยา นาฎยสุนทร รู้สึกทั้งรัก และชัง ในตัวของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้อย่างที่สุด เพราะมันคือบทสรุปแห่งโศกนาฎกรรมที่เจ็บปวด ด้วยความเป็นจริงอันยากปฏิเสธ ของสังคมไทย...
         ลาก่อน นายอำเภอรวมพล นายอำเภอปฏิวัติ!!

หมายเหตุ : นิยายสะท้อนภาพข้าราชการมหาดไทย เข้มข้นเรื่องนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยคุณรังสี ทัศนพยัคฆ์ นำแสดง โดยคุณสมบัติ เมทะนี และคุณอรัญญา นามวงศ์ คุณนิรุตน์ ศิริจรรยา (ถ้าจำผิดขออภัยด้วยนะครับ) เสียดายที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ชม แต่คิดว่าน่าจะดัดแปลง ให้มีบท พระนาง มากขึ้น ครับ




Create Date : 25 กันยายน 2561
Last Update : 25 กันยายน 2561 19:51:28 น. 6 comments
Counter : 2706 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณRananrin, คุณnewyorknurse


 
ขอบคุณมากนะคะที่รีวิวเล่มนี้
ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยค่ะ คุณสามปอยหลวง
น่าสนใจมากค่ะ


โดย: Rananrin วันที่: 26 กันยายน 2561 เวลา:1:58:46 น.  

 
สวัสดีครับ คุณ Rananrin : เรื่องนี้เป็นนิยายแนวสะท้อนภาพชีวิต ที่อ่านแล้ว รู้สึกเหมือนเอาประสบการณ์ชีวิตทั้งชีวิต มาเขียนไว้เลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 กันยายน 2561 เวลา:13:53:14 น.  

 
ขอบคุณครับ ผมรู้จักมานานแล้ว แต่บทความนี้สรุปเนื้อหาได้กระชับอ่านเข้าใจง่ายสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก จะได้รู้จักครับ
ฉัตรชัย


โดย: ฉัตรชัย IP: 118.172.239.162 วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:3:50:38 น.  

 
สวัสดีครับ คุณฉัตรชัย เป็นนิยายอีกเรื่องที่ชื่นชอบมากๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:14:03:42 น.  

 
ผมเป็นแอดมิน เพจ "นายอำเภอปฏิวัติ" หรือภายหลังได้เปลี่ยนเป็น "อำเภอปฏิวัติ" สร้างมาก็ด้วยแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้ครับ เมื่อผมมาอ่านบทความนี้แล้ว ผมเห็นว่ามีคุณค่าที่จะนำไปเผผยแพร่ต่อ จึงขออนุญาตต่อท่านผู้เขียนบทความนี้ นำไปเผยแพร่ในเพจ "อำเภอปฏิวัติ" ตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว ซึ่งปรากฎว่ามีสถิติได้รับการกดไลค์ กดแชร์ และเข้าชม ถล่มทลาย ซึ่งไม่ค่อยจะปรากฎบ่อยนักในเพจที่ผมดูแล link https://www.facebook.com/leoxix968/
# เพจ อำเภอปฏิวัติ


โดย: เพจ นายอำเภอปฏิวัติ https://www.facebook.com/leoxix968/ IP: 171.100.255.154 วันที่: 19 ตุลาคม 2561 เวลา:15:54:09 น.  

 
เพจ นายอำเภอปฏิวัติ : ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับผม


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 24 ตุลาคม 2561 เวลา:13:36:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.