หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
10 กันยายน 2561
 
All Blogs
 
ดั่่งเดือนดับ : กมลนารีย์



เรื่อง : ดั่งเดือนดับ
ผู้ขียน : กมลนารีย์
สำนักพิมพ์ : บำรุงสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2506
สองเล่มจบ



 ผมเคยได้ยินนามปากกาของ นักเขียนรุ่นครู “กมลนารีย์” มาก่อน จากผลงาน หลานสาวคุณย่า และ วิถีชีวิต แต่ยังไม่เคยอ่านงานของท่านเลยสักครั้งเดียว ตอนนั้นยังนึกว่า น่าจะเป็นนามปากกาเดียวกับ นทีทมและบงกชกร ด้วยหรือไม่ จนเมื่อมีโอกาสได้อ่าน “ดั่งเดือนดับ” นิยายชื่อแปลกเรื่องนี้ เป็นครั้งแรก และคิดว่าน่าจะเป็นคนละท่านกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยก็จะยินดีมากเลยครับ

     ขุนภักดี เป็นคหบดีผู้มั่งคั่งแห่งเมืองพิษณุโลก มีบุตรชายหญิงที่เกิดจากภรรยาเดิมสองคน คือ นิวัติ และรัตติยา ธนานุวัตร เมื่อภรรยาของท่านเสียชีวิต จึงแต่งงานกับ นางนิภา แม่ม่ายลูกติด ที่มีลูกสาวและลูกชายชื่อ ภีรยา และวราวิทย์ ชวลิต ทั้งสองมีอายุไล่เลี่ยกับ รัตติยา ในขณะที่ นิวัติ ถูกส่งตัวไปเรียนที่ฝรั่งเศส รัตติยา ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงที่ซ่อนความเกลียดชังและไม่ต้องการเห็นเธอ เจริญก้าวหน้าไปกว่าบุตรของตัวเอง และเมื่อรู้ว่า วราวิทย์ แอบชอบรัตติยา ก็พยายามหาโอกาสให้ทั้งสองได้พบกันและส่งเสริมวราวิทย์ให้รวบหัวรวบหางรัตติยาเสีย แต่เด็กสาวไหวตัวทัน หาทางบ่ายเบี่ยง จนได้มาเรียนต่อที่พระนคร

        ระหว่างนั้นเอง นางนิภา ก็วางแผนร่วมกับหมอสุธัญ วางยาขุนภักดี จนล้มเจ็บลง และทันที่จะเปลี่ยนพินัยกรรมทั้งหมดเมื่อขุนภักดีเสียชีวิต ทำให้สองพี่น้อง กลายเป็นคนกำพร้าที่ไร้มรดกในทันที 

     แม้จะสงสัยการเสียชีวิตของบิดา แต่รัตติยา ซึ่งยังเป็นเพียงนักศึกษาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อไม่มีเงินและต้องหาทางส่งเสียพี่นิวัติ ให้เรียนให้จบ เธอจึงลาออกจากการเรียน แล้วไปสมัครเป็นคนเลี้ยงเด็กที่บ้านเดือนดารา เมืองนนท์ ที่นั่นเอง เธอจึงรู้ว่าเจ้าของบ้าน คือพ่อม่ายหนุ่มรูปงาม พีระยศ อนุพจน์มนตรี ที่เธอเคยเจอกับเขามาแล้วครั้งหนึ่ง ที่ร้านขายของย่านโรงภาพยนตร์ควีนส์ พีระยศ ประทับใจหญิงสาวมาก แต่เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้
ที่บ้านเดือนดารา นอกจาก ตาอุ้ม และยายอ้อม แล้ว ยังมีคุณมุกดา แม่บ้านสาวที่มีท่าทีเป็นปรปักษ์กับเธออย่างชัดเจน แต่อย่างน้อยที่สุด เธอก็มี ป้าเงิน หญิงชรา ที่ช่วยดูแลเป็นกำลังใจให้

         ระหว่างที่พักอยู่ในบ้านเดือนดารานั้นเอง คืนหนึ่ง เธอได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่ง ส่งเสียงกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง และทั้งป้าเงินกับคุณพีระยศ ก็เข้าไปจัดการจนหญิงคนนั้นสงบลง โดยที่ทั้งคู่พยายามปกปิดเรื่องดังกล่าว โดยบอกแต่เพียงว่า พจนีย์ เป็นภรรยาที่เสียสติของพีระยศ โดยไม่บอกเหตุผลใดๆ นั่นยิ่งทำให้ รัตติยา สงสัยว่า มีความลับอะไรบางอย่าง ที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้

        วันหนึ่ง มีชายหนุ่มหน้าตาดี คนหนึ่งเข้ามาที่บ้านเดือนดารา เพื่อจะมาหา ตาอุ้มและอ้อม ลูกชายพีระยศ บังเอิญ รัตติยา เห็นเข้าเลยได้มีโอกาสทักทาย รับรู้ว่าเขาชื่ออนิรุทธิ์ แต่น่าแปลก เมื่อป้าเงินเห็นอนิรุทธิ์ กลับมีท่าทีเกลียดชัง และไล่ให้เขากลับไป อนิรุทธิ์ ท่าทีเป็นมิตร และพยายามหาทางติดต่อกับรัตติยา บ่อยครั้งด้วยความถูกชะตาและถูกใจ

          พีระยศเกิดอุบัติเหตุ และบังเอิญ ภีรยากับคุณนิภา ช่วยเหลือไว้ ทำให้เขารู้จักกับครอบครัวคุณนิภา โดยบังเอิญ ภีรยาติดใจ พีระยศ และเขาเองก็รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณของครอบครัวนี้อยู่ไม่น้อย

     พีระยศ รัก รัตติยา มากขึ้นทุกขณะ ประทับใจที่เธอเอาใจใส่ดูแล ลูกทั้งสองของเขาอย่างดี และมีน้ำใจ แต่เขาไม่กล้าแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ขณะที่หญิงสาวเองก็มีใจให้ แต่ยังเคลือบแคลงปมปริศนา เกี่ยวกับหญิงสาวชื่อ พจนีย์ผู้นั้น ระหว่างนั้นเอง หล่อนก็เดือดร้อนเรื่องเงิน ที่เป็นค่าใช้จ่ายของนิวัติ ทำให้ต้องหยิบยืมเงิน พีระยศล่วงหน้า อนิรุทธิ์รู้เรื่องดังกล่าว เลยเสนอเงินอีกก้อนที่เธอยังขาดอยู่ ให้ แต่มีข้อแม้ให้เธอรับแต่งงานกับเขาด้วย

         รัตติยา แอบเห็นพีระยศ คุยกับป้าเงิน เรื่องที่เขาจะต้องแต่งงานกับ ภีรยา โดยไม่รู้ว่า มันเป็นเพียงคำปรารภ ที่คุณนิภา มากดดันเขาด้วยบุญคุณ ทำให้หญิงสาวเข้าใจผิด และตัดสินใจได้ในทันที อนิรุทธิ์ดีใจมาก เขาพาเธอไปที่บ้าน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ “ผกา” ภรรยาเก่าของเขา ที่พยายามจะทิ้งหล่อน เกิดกลับมาที่บ้านในวันนั้น พอดี!

         เมื่อความลับแตก ผกากับอนิรุทธิ์ ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง และหล่อนก็ได้เห็นธาตุแท้ของผู้ชายหน้าสวย อ่อนโยนผู้นี้ ที่ลงไม้ลงมือกับผกา ทำให้รัตติยา ต้องยื่นมือเข้ามาขัดขวาง ผกาหนีไป แต่อนิรุทธิ์ ก็ถือโอกาสนั้นลวนลามและต้องการจะรวบรัด รัตติยาให้ตกเป็นของเขาในบ้านตัวเอง

           แต่ พีระยศ ก็มาช่วยหญิงสาวไว้ได้ทัน พร้อมกับผกา ภรรยาอนิรุทธิ์ ที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง แต่แล้ว ด้วยความแค้น ที่ถูกขัดขวาง อนิรุทธิ์บันดาลโทสะ ใช้ปืนยิงผกา จนเสียชีวิต และพยายามจะสังหารพีระยศอีกคน แต่โชคดีที่เขาแย่งปืนมาได้เสียก่อน จึงรอดจากการถูกยิงอย่างหวุดหวิด 

  อนิรุทธิ์ถูกตำรวจจับดำเนินคดี ในขณะเดียวกัน พจนีย์หญิงสติวิปลาส ที่อยู่ภายในอาณาเขตบ้านเดือนดารา ก็ได้รับการรักษาจนเริ่มหายเป็นปกติ และจำความได้ พจนีย์รู้สึกชอบพออัธยาศัยของ รัตติยามาก เลยเล่าความจริงให้เธอฟัง ว่าแท้จริงแล้ว เธอคือน้องสาวของพีระยศ หาใช่ภรรยาอย่างที่คนอื่นเข้าใจไม่ แต่ในอดีต เจ้าคุณอนุพจน์มนตรีบิดาของเธอ หวงลูกสาวเพียงคนเดียวผู้นี้มาก เมื่อพจนีย์มีโอกาสรู้จักเพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งและเกิดความรัก ทำให้เธอคิดว่า ถูกบิดากีดกัน ทำให้พจนีย์ตัดสินใจหนีไปอยู่กับชายคนนั้น จนบิดารู้เรื่องและท่านก็ให้ พีระยศมาตามตัวพจนีย์ให้กลับมาบ้าน ตอนนั้นหญิงสาวตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้ว และต่อมา ก็มีลูกคนที่สองตามมา คืออ้อมและอุ้ม

          ชีวิตครอบครัวพจนีย์น่าจะมีความสุข แต่แล้ว เมื่อเพื่อนหญิงคนหนึ่งเธอเกิดมีปัญหาชีวิต ต้องมาขอพึ่งพาอาศัยอยู่ที่บ้านเดือนดารา พจนีย์ก็เพิ่งรู้ว่าตนเอง นำงูเห่าพิษเข้ามาชุบเลี้ยงไว้ เมื่อเพื่อนทรยศรวมหัวกับสามีของตัวเอง หักหลัง คบชู้กัน ความเสียใจ ทำให้พจนีย์ถึงกับเป็นบ้าไป และชายหญิงแพศยา คู่นั้นก็คือ ผกา กับ อนิรุทธิ์ นั่นเอง

         แท้จริง เขาคือพ่อของอุ้มกับอ้อม แต่ด้วยมโนธรรม ของพีระยศ เขารับอุปการะเด็กทั้งสองและเลี้ยงไม่ต่างกับลูก รวมถึงให้ทั้งคู่เรียกเขาว่าพ่อ ทำให้คนอื่นรวมถึงรัตติยา เข้าใจว่าเขาเป็นพ่อม่าย ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกประทับใจและชื่นชมในความเสียสละของเขามากขึ้น

          วราวิทย์ พยายามจะวางแผนหลอกล่อ รัตติยา เพื่อมาปลุกปล้ำ โดยร่วมมือกับหมอสุธัญ ที่หลังจากวางยาขุนภักดีจนเสียชีวิต ก็มารับอาชีพขับแท็กซี่ในพระนคร แต่ก็มีรายได้ไม่พอกิน แต่ในที่สุดก็ถูกเพื่อนข้างบ้าน ของเขาเอง ที่แอบชอบรัตติยาอยู่ช่วยเหลือเอาไว้ได้ วราวิทย์ขับรถหนี และพานางนิภากับ น้องสาวคือภีรยาไปด้วย แต่ประสบอุบัติเหตุ รถชน ทำให้ วราวิทย์เสียชีวิตคาที่ นางนิภาบาดเจ็บ แต่ ภีรยา ถูกกระจกบาดจนใบหน้าเสียโฉม

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นางนิภาเริ่มสำนึกผิด และขอโทษรัตติยา พร้อมกับ แบ่งมรดกที่ตนเองฉกชิงมาจากสองพี่น้อง คืนให้ ส่วนภีรยานั้นเครียดหนัก กลัวว่า เมื่อตนเองอัปลักษณ์แล้ว จะทำให้ พีระยศ ทอดทิ้ง แต่เขาก็สัญญากับเธอว่าจะแต่งงานด้วย ไม่ว่าภีรยาจะหน้าตาเป็นอย่างไร

       แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อวันต่อมา ภีรยา ฆ่าตัวตาย!

        นางนิภา นำจดหมายล่าสุดที่ภีรยาได้รับมาให้เขาดู มันเขียนตำหนิและยั่วเย้ยหญิงสาวผู้อัปลักษณ์ให้รู้สึกผิด โดยบอกว่าแท้จริงแล้ว พีระยศ ต้องการแต่งงานกับรัตติยามากกว่า ที่สำคัญ จดหมายฉบับนั้นลงชื่อรัตติยา!!

   พีระยศไม่เชื่อ เขาจำลายมือเธอได้ แต่ไม่น่ใจว่า ลายมือนั้นคล้ายกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จัก หลังจากนั้นไม่นาน ป้าเงินก็ติดต่อมาอย่างเร่งร้อน รัตติยาถูกวางยาพิษ และกำลังถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต เมื่อนั้นเอง ที่พีระยศนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้

       คุณมุกดา!

     เธอหลงรักเขามาก่อน แม้ว่าพีระยศจะไม่เคยบอกรักเธอเลย แต่คุณมุกดาก็ยังอยู่ที่บ้านเดือนดาราด้วยความหวัง และเมื่อเห็นว่า พีระยศยังไม่เปลี่ยนใจที่จะแต่งงานกับ ภีรยา เธอจึงวางแผนส่งจดหมายมาข่มขวัญภีรยา ให้เสียใจ จนตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยโยนความผิดให้รัตติยา แต่ยิ่งเมื่อรู้ว่า แท้จริง พีระยศ หลงรักรัตติยา เธอจึงต้องการกำจัดรัตติยา ไปจากชีวิตอีกคนหนึ่ง

         เมื่อความลับทั้งหมดแตก ด้วยความกลัวจะถูกจับดำเนินคดี คุณมุกดาจึงหนีออกจากบ้านเดือนดาราไป และในที่สุด ทั้งพีระยศกับรัตติยา ก็มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง

           บ้านเดือนดารา จึงกลับคืนเข้าสู่ความสงบสวยงามสมชื่อของมันอย่างแท้จริง

               ***********



Create Date : 10 กันยายน 2561
Last Update : 10 กันยายน 2561 7:47:26 น. 3 comments
Counter : 461 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณแม่ไก่


 
เคยอ่านนิยายของกมลนารีย์เรื่องหลานสาวคุณย่าแต่เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านค่ะ
ไม่มีข้อมูลของนทีทมกับบงกชกรเลยค่ะ เคยอ่านรีวิวของคุณสามปอยหลวงเรื่องฝากฝันแต่เล่มจริงยังไม่เคยอ่านค่ะ

นิยายเรื่องนี้ อ่านชื่อเรื่องแล้วกลัวว่าจะจบอย่างไม่สมหวัง แต่ก็ดีใจที่จบอย่างมีความสุข อ่านรีวิวแล้วนึกถึงเรื่องปราสาทมืดของจุลลดา ภักดีภูมินทร์ เพราะพลอตเรื่องคล้ายๆกัน แต่เข้าใจว่าบุคลิกของนางเอกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 58.10.226.229 วันที่: 11 กันยายน 2561 เวลา:7:49:10 น.  

 
ชอบงานเขียนรุ่นเก่า ๆ แบบนี้จังค่ะ แต่หาอ่านยากนะคะถ้าไม่ได้เข้าห้องสมุด

ขอบคุณสำหรับรีวิวที่ละเอียดลออค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 13 กันยายน 2561 เวลา:13:00:54 น.  

 
สวัสดีครับคุณ นักอ่านรุ่นเก๋า : เรื่องหลานสาวคุณย่า ยังไม่มีโอกาสได้อ่านเลยครับ สงสัยต้องลองไปหามาอ่านดูบ้างแล้วครับ
ตอนผมเห็นชื่อเรื่องนี้ครั้งแรก ยังนึกว่าเป็นแนวเรื่องเศร้า แนวโศกนาฎกรรมไปเลยครับ แต่อ่านมาถึงตอนจบ เป็นแฮปปี้เอนดิง ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่งครับ

คุณแม่ไก่ : นิยายเก่าๆ พลอตเรื่องอาจจะไม่แปลกแหวกแนวเหมือนกับนักเขียนยุคปัจจุบัน ที่มีความหลากหลายมากขึ้น แต่ทำให้รื่นรมย์กับสำนวนภาษา และได้บรรยากาศยุคเก่าๆดีเหมือนกันครับ อย่าง ฉากที่นางเอกกับพระเอกเจอกัน ที่ โรงภาพยนตร์ควีนส์ วังบูรพา สมัยนี้ หลายๆคน ก็อาจจะนึกภาพไม่ออกเหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 กันยายน 2561 เวลา:17:59:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.