หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
17 สิงหาคม 2565
 
All Blogs
 
เกิดแล้วเป็นคน : สีฟ้า

เรื่อง : เกิดแล้วเป็นคน
ผู้เขียน : สีฟ้า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2521
เล่มเดียวจบ


        เกิดแล้วเป็นคน เป็นนวนิยายสะท้อนชีวิตในอีกแง่มุมหนึ่ง ผ่านการประพันธ์ด้วยฝีมือวรรณศิลป์อันยอดเยี่ยมของ สีฟ้า และนำพาให้ผู้อ่านได้รับรู้และสะเทือนใจไปกับเรื่องราวชะตากรรมของตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องนี้

          นางบัวและนายคำ หญิงชาวบ้านทางภาคเหนือ แต่งงานอยู่กินกันมาจนมีลูกๆถึงห้าคน โดยเฉพาะสองคนแรกคือ ดอกคำ และนำบุญ ที่เติบโตพอจะรู้เรื่องราวสำคัญในชีวิตของพวกเขา เมื่อผู้เป็นมารดาเริ่มมีอาการผิดปกติของโรคร้าย
โรคเรื้อน!
          ++++++++++++++++++++++
        ในช่วงเวลานั้น ใครๆต่างก็หวาดกลัวโรคชนิดนี้ โดยเฉพาะสภาพของผู้ป่วยที่ มีอาการมือเท้ากุด รวมถึงสภาพใบหน้าร่างกาย ที่ผิดปกติ จนทำให้เกิดความหวั่นกลัวว่าจะนำมาติดต่อยังตน หรือแม้แต่การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ทำให้ ครอบครัวของนางบัว ต้องเผชิญกับชะตากรรม และส่งผลกระทบไปยังลูกๆทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         นางและสามี อพยพไปอยู่ยังนิคมโรคเรื้อน ขณะที่ปมปัญหานั้น ก็ส่งต่อมายัง ดอกคำ และ นำบุญ ที่ต้องเผชิญกับการแสดงออกของผู้คนรอบข้าง ดอกคำพี่สาวคนโต ต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ ภายใต้ท่าทีเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร จนกระทั่งมาเรียนต่อพยาบาล โดยที่ไม่มีใครเข้าใจ แม้ว่าจะมีชูสกุล ชายหนุ่มฐานะดี เข้ามาติดพันเธอ แต่ ปราการแห่งอคติ ที่หญิงสาวสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง ก็ทำให้ ดอกคำ ไม่กล้าจะสานความสัมพันธ์นั้นต่อไป หล่อนกลัวว่า วันหนึ่งที่เขาล่วงรู้ความจริง เกี่ยวกับโรคร้ายของมารดา จะทำให้ความรู้สึก รักใคร่ชอบพอ แปรเปลี่ยนเป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่น่าหวั่นกลัวยิ่งกว่า...

        เช่นเดียวกับนำบุญ เด็กหนุ่มที่ตั้งใจเล่าเรียน และมีความฝันอันสวยงามในอนาคต เขาพาตัวเอง จนสอบเข้าไปเรียนแพทย์ที่กรุงเทพฯ ได้สำเร็จ ด้วยฐานะยากจน แต่มีความประพฤติดี มุ่งมั่นในการเรียน ทำให้ อาจารย์นายแพทย์เมธี และปรานี ผู้เป็นภรรยา เกิดความเอ็นดู จนรับอุปการะส่งเสียการเรียนให้ ข้อเดียวทั้งคู่ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย ก็คือ นางบัว แม่ของ นำบุญเป็นโรคเรื้อน!

           ถ้าหากว่า เขา จะไม่รักกับ เมลานี ลูกสาวคนเดียวของ หมอเมธี...
         +++++++++++++++++++
          นอกเหนือจากชีวิตของ ดอกคำ และนำบุญ ที่ต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญในชีวิตแล้ว ลูกๆคนต่อมา อย่างสร้อยคำ ที่เติบโตขึ้นมาภายหลัง เป็นสาวน้อยแสนสวย ก็ต้องเจอปัญหานี้เช่นกัน สร้อยคำมีคนรัก ก็ถูกตั้งแง่รังเกียจ เมื่อรู้ความจริง และเมื่อเข้าไปทำงานในเมือง ไม่นาน หญิงสาวก็ถูกไล่ออกจากงาน จนต้องกลับมาอยู่ยังนิคม กับพ่อแม่

        “เราเคยอยู่ในอำเภอในตลาด อยู่ที่นี่เราเหงา แทบเป็นบ้า แค่นั้นก็ยังดี ยังต้องอยู่ในหมู่คนเป็นโรคเรื้อนอีก เราไม่ได้เป็นอย่างเขา เรื่องอะไรเราจะต้องมาแอบซ่อนอยู่ที่นี่ จริงๆนะ บางทีเราถึงกับอยากตาย”
       “สูคิดบ้าๆ” นำบุญบอกน้องสาว

         “แม่เองแท้ๆ แกเป็นโรคแบบนี้เอง แกยังไม่เคยคิดบ้าๆอย่างสู”
       “คนเป็นเองเดี๋ยวนี้ไม่เดือดร้อนอะไรแล้วนี่ มีที่อยู่ที่กินพอสบาย แต่คนไม่ได้เป็น คนที่เป็นลูกอย่างเรา อย่างอ้าย อย่างพี่ดอกคำ อย่างน้องๆ ทุกคน ต่างหากล่ะที่เดือดร้อน เดือดร้อนเพราะเกิดมาเป็นลูกคนโรคเรื้อน ใครเขารู้เขาก็ต้องกลัว ต้องรังเกียจ ถึงไม่รังเกียจออกมานอกหน้า ในใจเขาก็ต้องคิดอยู่วันยังค่ำ หรืออ้ายคิดว่า อ้ายไม่เดือดร้อน”
       ++++++++++++++++++++++++++
          นำบุญพยายามปลอบโยนน้องสาวให้คลายความวิตกกังวล ทั้งที่รู้ว่าความจริงแล้ว เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน!
         ในขณะที่ ดอกคำเอง ก็มี อินทร นายทหารหนุ่มที่เป็นเพื่อนในวัยเยาว์ และเข้าใจเรื่องราวในครอบครัวของของเธอเป็นอย่างดี เข้ามาติดพัน

           เราไม่ใช่คนที่ชอบนั่งเศร้าสร้อยอยู่กับอดีต คนเราเมื่ออดีตผิดหวังหรือผิดพลาดไปแล้ว ควรจะต้องลืมหรือไม่ก็ให้มันเป็นเพียงแค่เครื่องสอนใจ เตือนใจ คนเราเรียนรู้อดีตได้ แต่ต้องอยู่เพื่อปัจจุบันหรืออนาคต ไม่ใช่นั่งคร่ำครวญหวนหาถึงสิ่งที่มันไม่กลับคืน ไม่ย้อนหลังมาแล้ว
            ++++++++++++++++++
          เรื่องราวเริ่มทวีความเข้มข้นมากขึ้น เมื่อ หมอนำบุญ ได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เช่นเดียวกับ เมลานี และในเวลาต่อมา ทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน โดยที่ เมลานีและครอบครัวรับรู้แต่เพียงว่า หมอนำบุญมาจากพื้นฐานของครอบครัวที่ยากจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างเธอและเขา

         ดอกคำ รับรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และหญิงสาวก็คิดว่า ควรจะให้ครอบครัวของเมธี รับรู้ความจริง เกี่ยวกับโรคร้ายที่เกิดขึ้น กับมารดาของเธอ ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน หญิงสาวเดินทางมาพบ หมอเมธี และภรรยา ที่กรุงเทพฯ เพื่อบอกความจริง ปรานี ภรรยาของหมอ รับเรื่องนี้ไม่ได้ ในขณะที่เมธีเอง ยังพอจะเข้าใจ แต่ทุกอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับ เมลานี

        กว่าข้อความที่ส่งไปถึงเมลานี ที่อเมริกา หญิงสาวกับ หมอนำบุญก็แต่งงานกันแล้ว และเดินทางไปฮันนีมูนกัน จนกระทั่งกลับมาถึง และเมลานี รับรู้ความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของผู้เป็นสามี
           หล่อนรับไม่ได้!
            +++++++++++++++++
           ความกลัว ความขยะแขยง อันเป็นอารมณ์ของปุถุชน ที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ ถึงโรคดังกล่าว ทำให้ เมลานีตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทย ท่ามกลางความเจ็บปวดของ นำบุญ ที่ต้องสูญเสียผู้หญิงที่เขารักไป ทั้งๆที่ต่างก็มีความรักให้แก่กันอย่างเต็มเปี่ยม

           เมธีพยายามปรับความเข้าใจ ให้กับบุตรสาว ในขณะที่ปรานีเอง ก็เห็นด้วยกับ เมลานี ในความเป็นแม่ หล่อนห่วงลูก และกลัวลูกที่จะต้องเข้าไปพัวพัน กับครอบครัวที่เจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงนี้ แม้ว่า เมธีจะอธิบายให้ทุกคนฟังก็ตาม
                 +++++++++++++++++++
          “คนส่วนมากมักจะมีอุปาทานยึดแน่นว่าโรคเรื้อนเป็นโรคที่น่ารังเกียจของสังคม รวมทั้งลูกหลานของคนเป็นโรคอย่างนี้ด้วย ก็จริงอยู่หรอก คนเป็นโรคนี้บางคนดูน่าเกลียดน่ากลัว แต่สำหรับลูกหลานของเขา หากไม่ได้เป็นโรคพรรค์นี้ ก็น่าจะให้โอกาสเขาบ้างอย่างคนอื่นๆ ให้โอกาสแก่คนที่เลือกเกิดไม่ได้”

         จนกระทั่ง ทั้งหมด ได้เดินทางไปหา ดอกคำ และพบกับ แม่เฒ่าบัว ที่เจ็บป่วยอยู่ยังนิคมโรคเรื้อนนั่นเอง เมลานี เข้าใจมากขึ้น ในขณะที่หมอนำบุญ ซึ่งเลือกเรียนต่อเฉพาะทางด้านโรคเรื้อน ก็ยังรอคอยเธอด้วยความหวังว่าสักวัน เธอและเขา จะมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อีกครั้ง
               +++++++++++++++++++
          นิยายเรื่องนี้ อาจจะไม่ได้จบลงที่บทสรุปในด้านใดด้านหนึ่ง อย่างชัดเจน แต่อย่างน้อย ก็ยังให้ความหวังกับผู้อ่าน รวมถึงความเข้าใจในคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ เช่นเดียวกับในบทโคลงสี่สุภาพ อันเป็นที่มาของชื่อเรื่องนี้นั่นเอง



Create Date : 17 สิงหาคม 2565
Last Update : 17 สิงหาคม 2565 8:45:11 น. 2 comments
Counter : 336 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 17 สิงหาคม 2565 เวลา:16:22:37 น.  

 
ขอบคุณ คุณ **mp5** มากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 สิงหาคม 2565 เวลา:8:35:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.