หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2562
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 สิงหาคม 2562
 
All Blogs
 
ที่นี่ไม่มีรัก : ม.มธุการี

เรื่อง : ที่นี่ไม่มีรัก
ผู้ขียน : ม.มธุการี
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2538
เล่มเดียวจบ



          ที่นี่ไม่มีรัก เป็นผลงานนวนิยายชีวิตของ ม.มธุการี อีกเล่มหนึ่งซึ่งสะท้อนภาพสังคม ครอบครัว ที่ต้องการความอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังเล็กๆหรือคฤหาสน์หลังใหญ่ ขอเพียงแค่มีความรัก ความเข้าใจ ก็สามารถทำให้สมาชิกในครอบครัวรับรู้ถึงความสุขได้ เช่นเดียวกับโปรยหลังปกที่ว่า
“ครอบครัวเป็นเบ้าหลอมใหญ่ พ่อแม่อาจจะสร้างและทำลายลูกได้เท่ากันโดยไม่รู้ตัว และจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์”
             ***************************
           ชีวิตของพรรคานต์ หญิงสาววัยทำงาน ที่มี พรรเอิญ พี่สาววัยใกล้สี่สิบและ พรฌา น้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว ทุกอย่างดูเหมือนลงตัว สงบสุข ในเมื่อพรรเอิญเองก็ได้แต่งงานกับพลตรีจุลภาค นายทหาร ที่ภายหลัง ออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวและเล่นการเมืองไปด้วย จนมีฐานะมั่นคง ทั้งสองเองมีลูกสาววัยรุ่นชื่อผึ้ง ในขณะที่พรฌา อาจจะยังเป็นเด็กสาววัยมหาวิทยาลัย ที่มีลิลิต ชายหนุ่มวัยเดียวกันมาติดพัน แม้ว่าครอบครัวจะไม่เห็นด้วยเท่าไรก็ตาม

              พรรเอิญ ทำธุรกิจค้าผ้าไหมในโรงแรมแห่งหนึ่ง และให้พรรคานต์ มาช่วยงานในบางวัน ทำให้หล่อนมีโอกาสรู้จัก กับธิติ จิตแพทย์หนุ่มชื่อดัง ซึ่งมาเปิดคลินิกในบริเวณโรงแรมแห่งนี้ เบื้องหลังฉากหน้าที่สมบูรณ์เพียบพร้อม ธิติเองก็มีครอบครัวที่แตกร้าว บิดาเขาแต่งงานกับสตรีต่างชาติและมีปัญหาขัดแย้งกัน จนในที่สุดหล่อนก็กำลังตัดสินใจจะเดินทางกลับไปใช้ชีวิตต่างแดนแทนเมืองไทย พ่อมีน้องสาวคนเดียวคือกรวิก และมีหลานชายวัยรุ่นชื่อวิม
               *****************************
          เคยมีโศกนาฎกรรมเกิดขึ้นในครอบครัวในหลายปีก่อน เมื่อ สามีกรวิก เกิดความเครียดในธุรกิจ จนคลุ้มคลั่งและเอาปืนไล่ยิงคนในครอบครัว จนลูกสาวเสียชีวิตคาที่ ส่วนกรวิกบาดเจ็บสาหัส และวิมหนีรอดไปได้หวุดหวิด ส่วนตัวเขาเอง ภายหลังจากนั้น ก็ใช้ปืนยิงตัวตาย มันเป็นรอยบาดแผลในครอบครัว ที่ทำให้วิมเด็กหนุ่มกลายเป็นคนเก็บตัว เงียบขรึม มีเพียงการภาพวาดที่เขาสนใจเท่านั้น เป็นเสมือนวิธีการระบายและทางออกของความเครียด
          *************************
       กรวิกเองเมื่อเหลือลูกชายเพียงคนเดียว ก็ตั้งความหวังกับวิมเอาไว้มาก  พยายามกดดัน เพื่อให้เขาเรียนเก่ง และสอบให้ติดฮาร์วาร์ดให้ได้ โดยไม่รู้ว่านั่นเป็นการสร้างความกดดันให้ลูกตัวเองมากยิ่งขึ้น

         พรรเอิญ มาบ่นกับพรรคานต์ ว่า พักหลังๆ จุลภาค ดูเหมือนจะเริ่มเปลี่ยนไป หล่อนกลัวว่าเขาจะไปมีเมียน้อย และทำให้ พรรคานต์ อยากจะมาปรึกษากับ พรฌาน้องสาวคนสนิท ที่บัดนี้ตัดสินใจหนีไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กับลิลิต และนั่นเองทำให้หล่อนรู้ว่า คนทั้งสองเลิกรากันไปสักระยะแล้ว แต่สิ่งที่ พรรคานต์ช็อค มากกว่า คือ พรฌา กำลังตั้งครรภ์... และผู้ชายคนที่น้องสาวหล่อนมีความสัมพันธ์ด้วยในระยะหลังนี้ ไม่ใช่ลิลิต แต่เป็นจุลภาค พี่เขย นั่นเอง!!
         ***********************
      “พรทำไปได้ไง พี่เอิญ เป็นพี่เรา...” คำถามนั้นแผ่วเบาชนิดที่หล่อนเองก็แทบไม่ได้ยินมันเช่นกัน

   “ก็พร รักเขา พรรักเขามากนะคะพี่พรร พี่จุลดีกับพรและช่วยเหลือพรทุกอย่าง”
   พรรคานต์นิ่ง ความรักเป็นข้อแก้ตัวที่ดีหรือเปล่า? คราวลิลิตนั่นก็เหมือนกัน พรฌาให้เหตุผลเดียวกันว่ารักเขาจะเป็นจะตาย มิไยที่ใครจะห้าม ลิลิตเป็นตัวอย่างของผู้ชายที่ผู้หญิงมีสติจะไม่เข้าไปเฉียดใกล้ และพรฌาก็ไปหลงรักเขา เจ็บปวดชอกช้ำกับชีวิตลุ่มๆดอนๆ ที่เสียงกับคุกตะรางของเขาเรื่อยมา


        พรรคานต์รับปากน้องว่าจะปิดเป็นความลับ หล่อนพบกับพี่สาวอีกครั้ง และได้รู้จักกับธิติอย่างเป็นทางการ หมอธิติเอง ก็สนใจในตัวพรรคานต์ไม่น้อย ยิ่งเมื่อเขารู้ว่า พรรคานต์ เป็นน้าสาวของ ผึ้ง ที่เคยเป็นเพื่อนเล่นกับวิมมาก่อนอีกด้วย ทำให้ทั้งสองมีความสนิทสนมกันมากขึ้น
               **************************
           บ้านของผึ้งกับวิม อยู่ติดกัน และเด็กสาวก็จำพี่วิม ของหล่อนได้ แม้ว่าหลังจากเขากลับมาจากต่างประเทศจะเงียบขรึมไปบ้าง ผึ้งพาตัวเอง เข้าไปทักทาย และช่วยทลายกำแพง ในใจวิม จนเขาเริ่มเปิดใจรับรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตที่ถูกสอนให้เป็นคนเพอร์เฟค มาโดยตลอด ผึ้งเรียนไม่เก่ง ขณะที่เขาต้องได้เกรดเอ ตลอด และเด็กสาวเอง ก็เผชิญกับปัญหาครอบครัวไม่ต่างกับเขา เมื่อต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน เพราะพรรเอิญ เริ่มระแคะระคาย เรื่องสามีมีเมียน้อย จนทำให้หล่อนรู้ภายหลังว่า เมียน้อยของจุลภาค ก็คือน้องสาวของหล่อนเอง
             **********************
         แคทลียา เป็นคนไข้สำคัญของ หมอธิติ หล่อนเป็นน้องสาวเสาร์ เพื่อนสนิทของเขา และมีปมปัญหาที่ไปเป็นเมียน้อย ของพิจัย ทำให้เกิดความเครียด ธิติพยายามจะรักษาสภาพจิตใจของหล่อน แต่ไปๆมาๆ แคทลียากลับเป็นฝ่ายติดใจ ความอบอุ่น อ่อนโยนของเขาไปเสียเอง แต่ธิติกลับมองว่า อาการทางจิตของหล่อนเริ่มดีขึ้น โดยไม่ทันนึกว่า แรงจูงใจที่สำคัญ ไม่ใช่ พิจัย แต่เป็นตัวของเขาเสียเอง

         คืนหนึ่ง แคทลียา แวะมาหาเขาในช่วงเวลาที่ธิติเองกำลังเหงา และเครียดแทนปัญหาของหลานชาย และเหตุการณ์ก็พาไป ให้เขามีความสัมพันธ์กับแคทลียา หล่อนคาดหวังว่าเขาจะแต่งงานกับหล่อน และแคทลียาก็หาทางตัดขาดจากพิจัยได้สำเร็จ แต่หันกลับมาหาธิติแทน หล่อนมองเห็นความสัมพันธ์ของเขากับพรรคานต์ โดยมี วิมกับผึ้งเป็นตัวเชื่อมประสาน ด้วยความริษยา
          *************************
             ธิติชวนพรรคานต์ ไปแม่ฮ่องสอนด้วยกัน เขามีเพื่อนเป็นแพทย์ชนบทอยู่ที่นั่น และพา วิมกับผึ้งไปคลายเครียดด้วย เมื่อวิม ไม่สามารถสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ตามความต้องการของกรวิก และเขาก็ไม่กล้าบอกแม่ ที่แม่ฮ่องสอนนั่นเอง ทำให้สองหนุ่มสาว เข้าใจกันและกันมากขึ้น และค้นพบความสุขในสภาพชีวิตที่ไม่ต้องดิ้นรนไปกับความทะยานอยาก แต่เมื่อทั้งคู่กลับมา ก็ต้องมารับรู้ความจริง เมื่อจุลภาคและพรรเอิญ เลิกรากันอย่างแตกหัก ขณะที่พรฌาเอง ก็เริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในชีวิต ในเมื่อจุลภาค กล้าทิ้งเมียเขาที่อยู่ร่วมกันมานานนับสิบปีได้ วันหนึ่งเขาก็ทิ้งหล่อนได้เช่นกัน พรฌาเริ่มมองเห็นตัวตนของ พี่เขยที่หล่อนเคยหลงใหลได้ปลื้มในวัยสาว และบัดนี้ มันคือความจริงอันเจ็บปวดที่หล่อนต้องคิด

          พรรเอิญ ประชดสามี ด้วยการหันมาคบหากับ ลิลิต แทน เด็กหนุ่มเจ้าเสน่ห์ อดีตแฟนของพรฌา และลิลิตก็มีเล่ห์เหลี่ยมที่จะเกาะติดหล่อน เพื่อหวังกอบโกยเงินทองและทุกๆอย่างจากสาวใหญ่ผู้เปลี่ยวเหงา
          ***********************
         “ลิลิตรู้กลไกในสมองของพรรเอิญอยู่เหมือนกัน เขาไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้แม้กระทั่งว่าเขาเป็นแค่เครื่องเล่น ชิ้นหนึ่งในชีวิตของหล่อน สิ่งทดแทนอารมณ์ขาดและเจ็บช้ำของเมียที่ถูกผัวทิ้ง! มันไม่แปลกตราบใดที่เขาได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นกอบเป็นกำ และเขาก็ต้องรีบโกยก่อนที่จะหมดโอกาส...”

        ขณะที่ พรรเอิญก็ใช้ความสะใจต่อทุกคน เป็นเครื่องตอบแทนตัวเอง หล่อนเลี้ยงผู้ชาย!

       สำหรับพรรเอิญ การพาลิลิตเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยเป็นความท้าทายสเต็ปต่อไปที่สะสาแก่ใจ ยิ่งเจ็บมากเท่าไร หล่อนก็ยิ่งแสวงหาวิถีทางที่จะทำร้ายจุลภาคให้ได้แค่นั้น หล่อนรู้ว่าหล่อนจะไม่เจ็บอายอยู่คนเดียว เกียรติยศของเขามันหนาหนักมากไปกว่าหล่อนเสียอีก มันเป็นเวทีการต่อสู้ที่มีคนเฝ้ามองกันหลายคน ด้วยหลายๆความรู้สึก แม่พูดทิ้งท้ายแต่เพียงว่า
      “จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่คิดถึงผึ้งมันบ้างแล้วกัน”
        ผึ้ง! ผึ้งมาเกี่ยวอะไรด้วย หล่อนคิด ลูกก็อยู่ส่วนลูก ลูกจะมารู้เห็น เข้าใจอะไร ในความเจ็บปวด ของ หล่อน?

          ****************************
      แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผึ้งเป็นเด็ก แต่ก็มีหัวใจ มีความเจ็บปวดไม่น้อยกว่ากัน เห็นจะมีแต่วิมเพียงคนเดียว ที่จะเข้าใจ เมื่อเด็กสาวมีโอกาสได้ปรับทุกข์ให้กับวิม ซึ่งเขาเองก็เพิ่งโดนแม่เล่นงาน ที่สอบเข้าฮาร์วาร์ดไม่ได้ และยังปกปิดความจริง จนทำให้แม่ผิดหวัง
      วิมจำคำพูดของแม่ได้ทุกคำ จำได้แม้กระทั่งแววตาของแม่ที่มองเขาอย่างผู้ล้มเหลว เช่นเดียวกับที่แม่เคยมองพ่อในครั้งหนึ่ง... ไม่แตกต่างอะไรกันเสียหนักหนาระหว่างเขาและพ่อ วันคืนที่วิมต่อสู้และฟันฝ่า ไม่ได้มีความหมายอะไร ตราบใดที่เขาไม่ได้อย่างที่แม่ตั้งความหวังเอาไว้ เขาก็คือ ผู้ล้มเหลว...

      วิมกับผึ้งจึงตัดสินใจหนีไปแม่ฮ่องสอนด้วยกันอีกครั้ง
         เด็กทั้งสองไม่รู้เลยว่า จะต้องเผชิญชะตากรรมอะไรรอคอยอยู่ เมื่อพลตรีจุลภาค รับรู้ด้วยความโกรธว่า วิมพาลูกสาวเขาหนีไป เขาสั่งลูกน้องให้ตามสกัดจับ และทำร้ายวิมจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะพากลับมา และพรรเอิญก็จับลูกสาวของหล่อนขังไว้ในบ้าน เป็นการลงโทษ
       *******************
         วิม ขังตัวเองอยู่ในห้อง ความคิดวิ่งวนไปกับความแค้น ความเจ็บปวด ล้วนถูกถ่ายทอดลงในกระดาษรูปวาดของเขา และกรวิกก็มีโอกาสเห็นมันภายหลัง หล่อนรีบส่งรูปเหล่านั้นไปให้ธิติดูด้วยความหวั่นใจ ในฐานะจิตแพทย์ เขากังวลเรื่องวิม และพยายามจะหาทางช่วยเหลือเด็กหนุ่มผู้น่าสงสาร แต่ก็ช้าเกินไป...
         วิมขโมยปืนของพ่อที่เคยเก็บไว้ มายิงตัวเองตาย!!

         และนั่นเอง ที่ทำให้ ผึ้ง ช็อค เด็กสาวเสียสติไปหลังจากนั้น จากความเสียใจ ความผิดหวัง และทุกอย่างในครอบครัวที่บัดนี้ล่มสลายลงจนไม่เหลือความหวังใดๆอีกต่อไป แม้พรรคานต์และธิติ จะพยายามช่วยเหลือเพียงใด การตายของวิม ทำให้ ผึ้งมาถึงจุดระเบิด

         การตายจากของวิม และตายทั้งเป็นของผึ้ง ทำให้ทั้งกรวิก และพรรเอิญ มีโอกาสได้ย้อนกลับมาสำรวจตัวเองอีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่สายเกินไปแล้วก็ตาม พรฌา ทำแท้ง เพราะไม่ต้องการจะมีลูกเป็นข้อผูกมัดกับจุลภาค อีกต่อไป และทำให้สองพี่น้องที่บาดหมางได้หันหน้าเข้าหากัน
            ****************
        “พรไม่อยากทรมานเหมือนพี่เอิญในวันคืนข้างหน้าหรอกค่ะ พรรู้แล้วว่าอย่างพี่จุล ไม่มีวันหยุดอยู่ที่ใคร เขาว่าเขารักพร และเขาก็คงจะพูดอย่างนี้กับทุกคน”
         ไม่คุ้มสักนิดที่พี่น้องจะต้องมาแตกแยกกันเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว พรรเอิญคิด ความบ้าของหล่อนในเรื่องนี้ ทำให้หล่อนต้องพลอยสูญเสียลูกไปในที่สุด

            ******************
        และในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์ของหล่อนและลิลิต ก็ดำเนินมาถึงจุดจบด้วยเช่นกัน ลิลิตขอเลิกจากหล่อน ภายหลังได้เก็บเกี่ยวทุกอย่างจนคุ้มค่าแล้ว
และพรรเอิญก็ครุ่นคิด โกรธลิลิต... หล่อนมีอะไรกันที่จะต้องไปโกรธเขา หล่อนเป็ฯฝ่ายดึงเขามาเองในสงครามประสาทครั้งนี้ ปลุกปั้นให้เขาเป็นสิ่งที่หล่อนอยากให้เขาเป็น ภูมิใจแค่ได้รู้ว่า “เลี้ยง” ผู้ชายเอาไว้เหมือนอย่างที่จุลภาคทำกับผู้หญิงของเขา เท่านั้นเองกระมังที่หล่อนต้องการ ความรู้สึกของผู้ชนะ ภูมิใจเสียอีกที่เขากอบโกยและยึดหล่อนเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของตัวเอง หล่อนยังมีความหมาย... จุลภาคจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับหล่อนก็แล้วแต่ หล่อนคือคนที่มีความหมาย...อาจจะเท่าๆกับเขานั่นทีเดียว

         แคทลียา พยายามตามตื๊อธิติ ด้วยความลุ่มหลง เหมือนกับที่หล่อนเคยเป็น แต่ชายหนุ่มรู้ดีว่า มันไม่ใช่ความรัก ที่เกิดขึ้นระหว่างหล่อนและเขา แม้ว่า เศาร์ จะพยายามใช้ผลประโยชน์ เรื่องการให้เงินทุนสร้างคลินิกใหม่และหุ้นส่วนต่างๆ เขาพบว่า ผู้หญิงที่เขาต้องการร่วมชีวิตด้วย ไม่ใช่แคทลียา แต่เป็น พรรคานต์ นั่นเอง เขาชวนหล่อนให้มาทำงานร่วมกัน ที่แม่ฮ่องสอน เหมือนที่เคยมาพร้อมหน้าทั้ง วิมและผึ้ง
          **********************
       ธิติเอี้ยวหน้ามองดวงจันทร์... เขาเหมือนกระต่ายตัวนั้นรึเปล่า ที่หมายปองหล่อนอยู่เงียบๆ ไม่กล้าพูดอะไร ยิ่งวัน ความโหยหาก็ยิ่งลึกซึ้งหนักหน่วงอยู่ในอก ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เลย ไม่ว่าจะกับใคร... แน่ใจว่าเขากำลังมีความรักที่เขาเคยคิดว่าไม่อาจจะรักใครได้ มันอาจไม่ใช่อย่างที่เขาคิด หลากหลายอารมณ์ที่มาพร้อมกับความรู้สึกสูญเสียนั่นด้วยก็ได้ เหมือนหล่อนจะอยู่ใกล้ชิดและปลุกปลอบเขาได้มากที่สุด เช่นเดียวกับความห่วงหาที่เขามีให้หล่อน มันประจวบเหมาะ และผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืนที่สุดทีเดียวในเวลานี้...

      และในที่สุด หมอธิติ ก็ตัดสินใจสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงจากหัวใจ ให้กับหล่อนได้รับรู้ เขาขอพรรคานต์แต่งงาน

       “คุณแน่ใจหรือคะ?”
       เขาแน่ใจทั้งชีวิต ความรักแท้ไม่ใช้เวลาอย่างที่ใครๆคิด แค่ขณะจิตเดียว เมื่อหัวใจและกาลเวลาเหมือนมาหยุดในที่เดียวกัน มันเป็นจุดที่หยุดนิ่ง จุดนั้นไม่มีกาลเวลาและสถานที่ จุดนั้นไม่มีอดีตและอนาคต... มันมีแค่นาทีนี้

          *********************
       รักแท้ไม่มีความสับสนเมื่อได้พบมัน ความสามารถที่จะรักไม่ได้อยู่ห่างไกลจนสุดเอื้อม เมื่อเขาได้พบคนถึงพร้อม พรรคานต์คือคนๆนั้น คนที่เขาเลือกที่จะมีอนาคตและครอบครัวด้วย หล่อนผ่านประสบการณ์ของความรู้สึกที่สูญเสียมาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเขา มันจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับวันคืนข้างหน้า เพื่อที่เขาและหล่อนจะร่วมกันสร้างขึ้นมา...
      *********************
     อย่างน้อยที่สุด นวนิยายเรื่องนี้ ก็จบลงด้วยความหวังที่ปลายทาง และสำหรับเพื่อนนักอ่านที่ชื่นชอบผลงาน สำนวนของ ม.มธุการี ก็ไม่น่าจะผิดหวังกับ ผลงานเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ





Create Date : 19 สิงหาคม 2562
Last Update : 19 สิงหาคม 2562 8:13:41 น. 4 comments
Counter : 283 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
นิยายของ ม.มธุการี มักจะมีเนื้อเรื่องที่สะท้อนสังคม
หลายครั้งจะแทรกด้วยการสูญเสีย และจบลงด้วยโศกนาฏกรรม
แต่ในฐานะนักอ่านที่เคยอ่านนิยายหลายๆ เรื่องของนักเขียนท่านนี้ ก็ต้องยอมรับว่าอ่านแล้วมักจะวางไม่ลง น่าติดตามมาก

อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ยังจบด้วยความสุข หลังจากที่เจอแต่เรื่องหนักๆเกือบตลอดเรื่อง

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ 😃


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 171.98.37.85 วันที่: 20 สิงหาคม 2562 เวลา:21:19:54 น.  

 
คุณนักอ่านรุ่นเก๋า เห็นด้วยมากเลยครับ เป็นเสน่ห์ของท่านที่ ทำให้เราติดตามงานของท่านมาโดยตลอด ยิ่งเมื่อมีโอกาสอ่านงานหลายๆเรื่องที่ท่านเขียน ตั้งแต่แรก จนถึงปัจจุบัน ยิงเห็นพัฒนาการของวิธีการเขียนที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น
โอกาสหน้า ผมตั้งใจจะนำผลงานเขียน ในยุคแรกๆเลยของท่านมารีวิว สักเรื่องครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 สิงหาคม 2562 เวลา:10:58:14 น.  

 
อ่านไม่จบค่ะ

เพราะถ้าอ่านจนจบ คงไปอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่สนุกแน่
ละเอียดไปหน่อยค่ะ เกินยั่วให้อยากรู้
เพราะงั้นขออ่านแค่ครึ่งบนละกันนะคะ


โดย: เพรางาย วันที่: 31 สิงหาคม 2562 เวลา:18:49:52 น.  

 
คุณเพรางาย : ด้วยความยินดีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 กันยายน 2562 เวลา:13:38:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.