หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
ขุมทรัพย์โสมประภา : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : ขุมทรัพย์โสมประภา
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
ปีที่พิมพ์ : 2555
สำนักพิมพ์ : กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง
เล่มเดียวจบ
ราคา 360 บาท



       นวนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องในยุคแรกๆของจินตวีร์ วิวัธน์ พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์โชคชัยเทเวศร์ ในฉบับปกแข็ง มาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2520 น่าเสียดายเหลือเกินที่ในช่วงผมย้ายบ้าน นวนิยายเล่มนี้ได้หายไป ก็เลยไม่มีโอกาสได้หวนกลับมาอ่านอีกเลย นอกจากความรู้สึกประทับใจในวัยเยาว์ และภาพเลือนรางของละครโทรทัศน์ช่อง 7 ที่เคยนำเรื่องนี้มาแสดง ผมคุ้นๆว่านางเอกรับบทโดยคุณดวงพร เอกศาสตร์ นักแสดงจอแก้วชื่อดังในยุคนั้น ส่วนตัวละครที่เหลือจดจำรายละเอียดอะไรไม่ได้แล้วเช่นกันครับ โชคดีที่ตอนนี้ สำนักพิมพ์กรู๊ฟ นำมาจัดพิมพ์ใหม่ในรูปเล่มสวยงาม ก็เลยมีโอกาสได้อ่านงานเรื่องนี้ของท่านอีกครั้ง

       เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ด้วยฉากของการค้าวัตถุโบราณ โดยนายดุรงค์ จุลละประเสริฐศักดิ์กุล เศรษฐีนักสะสมของเก่า นำเทวรูปทองคำมาอวดสหายวัยเดียวกัน คือ พ.อ.สมภัทร สวัสดิจารี เทวรูปพระนารายณ์สี่กร ที่ขุดพบที่ป่ากาญจนบุรี และคำบอกเล่าที่น่าสยดสยองว่า คนขุดกรุขโมยมาขายนั้นเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน จนทำให้ไม่ทราบได้ว่า ที่มาของกรุที่ว่าอยู่ตรงบริเวณไหน

       พ.อ.สมภัทร มีบุตรสาวเพียงคนเดียวคือเภาภัทรา ที่มีคนรักเป็นนักโบราณคดีหนุ่มนาม วินธัย วิศรุต ม่าสมภัทรจะไม่เห็นด้วยกับสหาย แต่ก็ไม่อาจขัดใจได้ และที่สำคัญเศรษฐีนักเล่นของเก่า เกิดพบแผ่นหนังผ้าโบราณที่จารึกอักษรเก่าแก่ เป็นเสมือนลายแทงขุมทรัพย์ ที่กระตุ้นความสนใจของเขาให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

     ดุรงค์ติดต่อวินธัย ให้ช่วยแปลแผ่นหนังโบราณ ในขณะที่ชายหนุ่มและอาจารย์นักโบราณคดีชื่อธาดา กำลังศึกษาเรื่องอาณาจักรโบราณอิศานปุระ และ ศิขรปุระ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์มาก่อน และที่สำคัญมันกลับมีกล่าวถึงไว้ในแผ่นหนังโบราณที่นายดุรงค์ค้นพบโดยบังเอิญนี้ด้วยเช่นกัน

  และหญิงสาวคนหนึ่งผู้โสภาเพียงพระจันทรัวันเพ็ญก็ปรากฏกายขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันนั้น เธอผู้ไม่ปรากฏที่มา แต่มีความงามสง่าและความน่าทึ่งอย่างประหลาดในนาม จันทราภา โสมสกุล...

  สามเล่มราเมศไท้  สังหร
แม่ก็ทรงสามศร  เช่นท้าว
ท่านผลาญอสุรมรณ์  ลาญชีพ
แม่ก็ผลาญอกร้าว  มอดม้วยดูเสมอ

      คำบรรยายแห่งกวีโบราณนี้เอง ที่เปรียบเปรยทั้ง ประกายตาอันคมปลาบ กระแสเสียงอันกังวานใสเพราะพริ้ง และรูปโฉมอันงามพร้อมชวนสนิทสิเน่หา ทั้งหมดนี้เหมือนคมศรที่ยิงซัดเข้ามา เป็นทั้ง “ศรหน้า ศรเนตรทั้งศรเสียง” เลยทีเดียว...
   น่าแปลกใจนัก เพราะนอกเหนือจากความสวยโสภาอย่างเป็นปริศนาแล้ว วินธัยยังรู้สึกคุ้นเคยกับสตรีผู้นี้อย่างประหลาด

    และจันทราภา โสมสกุล ยังเป็นผู้เชี่ยวชำนาญในภาษาโบราณ ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรศิขรปุระอย่างน่าพิศวงอีกด้วย...

       “ศิขรปุระ เคยตั้งอยู่ ณ ดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง ส่วนใหญ่ของอาณาจักรล้ำเข้ามาอยู่ในแหลมทองของเราด้วย เป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ยรรยงเหลือจะกล่าว ท้าวพญาแห่งอาณาจักรนั้นก็เช่นเดียวกับปุถุชนทั่วไป คือยังมีโลภจิตอยู่ ทรงพึงพระทัยในการรบรากับอาณาจักรใกล้เคียง เพื่อรวบรวมสมบัติมาเก็บไว้ ณ ท้องพระคลัง ของศิขรปุระ ด้วยการก่อกรรมทำเข็ญนี้เอง ในที่สุดมหาภัยธรรมชาติก็บันดาลให้แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุด จนมหาอาณาจักรนี้ยุบหายไปใต้พื้นพสุธาแต่ก่อนสูญสิ้นทุกอย่าง พญาโสมศิขร พระราชาแห่งอาณาจักรนี้ได้ทรงสำนึกในผิดบาปที่กระทำลงไป จึงกลับพระทัย ขอสารภาพบาปและตั้งพระทัยมั่น ว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินของศิขรปุระอันมากมายมหาศาลนั้นไว้เป็นทรัพย์แผ่นดิน เพื่อประโยชน์สุขของคนในกัปกัลป์ใหม่แห่งยุคพระศรีอารยเมตไตรย์พุทธเจ้า ผู้จะทรงมาอุบัติ...”
“ถ้างั้นตำนาน ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ก็มีจริงน่ะสิครับ?”

   ภายหลังจากนั้น ก็เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับนายดุรงค์ ผู้ครอบครองเทวรูปพระนารายณ์ จนหลานชายเสียชีวิต แต่กระนั้นชายผู้โลภก็ยังตามืดบอดด้วยโมหจริต เขาพยายามดั้นด้นไปยังเมืองกาญจนบุรี โดยมีทีมของวินธัยและเภาภัทราติดตามไปด้วย ในขณะที่ฝ่ายหนึ่ง มุ่งหวังทรัพย์สินของแผ่นดิน และอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเจตนาในการศึกษาค้นหาประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของ ศิขรปุระ และปู่โสม...

    ที่วินธัยล่วงรู้ภายหลังว่า ทรงมีพระธิดาอันเลอโฉม นามว่าเจ้าหญิงโสมประภา!

     โสมประภาและจันทราภา คือความหมายเดียวกันแห่งแสงพระจันทร์!!

      ในการเดินทางสู่หุบผีไห้ เพื่อตามหานครโบราณ ร่วมกับพรานป่าพื้นเมือง คณะนักสำรวจต่างเผชิญสิ่งลี้ลับมหัศจรรย์ต่างๆมากมาย และในที่สุดทั้งหมดก็บรรลุถึงมหาวิหารแห่งศิขรปุระที่ล่มสลายลงไปแล้ว เหลือเพียงแต่ขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้ใต้แผ่นดิน

  เมื่อนั้นเอง ที่โสมประภาเทวี หรือจันทราภา โสมสกุล จึงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งต่อหน้าทุกคน พร้อมกับความหมายที่แท้จริงของเธอ...

      “ถูกแล้ว! เราได้ตัดสินใจว่าจะปิดหนทางแห่งความโลภของมนุษย์เสียที ด้วยเหตุนี้ เราจึงปรากฏกายในภพของเจ้า และแสดงให้รู้เท่าที่จะทำได้ ถึงบาป โทษ ที่มนุษย์จะได้รับเนื่องจากการกระทำร้ายต่อทรัพย์แผ่นดินส่วนรวมของตน เราได้เลือกคนที่เห็นว่ามีความโลภ หลง เบาบางกว่าเพื่อน เพื่อให้รู้เห็นและช่วยถ่ายทอดความรู้เรื่องบาปอันนี้ แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราเลือกได้พวกเจ้าหลายคนในที่นี้ โดยเฉพาะเจ้า วินธัย ผู้ซึ่งเราเคยรู้จักดีมาตั้งแต่ครั้งกระโน้น แต่เราก็ผิดหวัง เพราะกาลเวลาที่ผ่านไปนานแสนนาน ทำให้เจ้าเป็นคนใหม่ที่ลืมเลือนอดีตเสียสิ้น เราจึงต้องลงมือเอง และลงมือเป็นครั้งสุดท้าย...”

      และนายดุรงค์เองก็ได้เลือกแล้วที่จะใช้ความโลภโมโทสันเป็นเครื่องนำทาง เมื่อเห็นทรัพย์ศฤงคารมากมายในหลุมขุมทรัพย์ ชายชราก็ถลาลิ่วลงไปเพื่อกอบโกยอย่างลืมตัว สุดท้ายชายสูงวัยผู้นั้นจึงต้องเผชิญกับชะตากรรมสุดสะพรึง ในขณะที่นักสำรวจที่เหลือ ก็ได้รับรู้ความเป็นมาของศิขรปุระ ก่อนที่ทุกอย่างจะถล่มลงและคืนกลับลงสู่ใต้ผืนปฐพี พร้อมกับการอำลาจากของ โสมประภาเทวี

     สุดท้ายผู้มีชีวิตรอดทุกคน ต่างก็เดินทางกลับคืนสู่กรุงเทพมหานครฯได้โดยสวัสดิภาพ ทิ้งเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาเอาไว้เบื้องหลัง และ จากนั้นไม่นาน เภาภัทรา ก็ได้แต่งงานกับ วินธัย อย่างมีความสุข

       สุดท้ายขอนำปกฉบับเก่าจากเว็บ pantip มาประกอบเพื่อความสมบูรณ์ของเรื่องครับ
              ****************



Create Date : 31 สิงหาคม 2557
Last Update : 31 สิงหาคม 2557 14:17:01 น. 9 comments
Counter : 2762 Pageviews.

 
เรื่องนี้อ่านแล้วครับ งานของจินตวีร์ ที่กรู๊ฟ นำมาพิมพ์ใหม่ ที่ผมดองไว้นานมาก คือ พรายพระกาฬ ครับ จนป่านนี้ ยังไม่เล่มอ่านเลย 5555 หนามากครับ


โดย: อุ้มสม วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:15:51:44 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:19:12:35 น.  

 
ชอบชื่อนางเอกจังเลย "เภาภัทรา"
ของจินตวีร์ ว่าจะหาบ้านศิลาทรายมาอ่านอยู่น่ะค่ะ
แนวนี้ไม่ได้อ่านเป็นแนวหลัก ต้องรอจังหวะอยากอ่านนิดนึง ^^


โดย: prysang วันที่: 31 สิงหาคม 2557 เวลา:19:30:09 น.  

 
ไม่น่าเชื่อว่าเล่มนี้นุ่นมีค่ะ ^^
แต่ยังไม่ได้อ่านเลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า
ยังอ่านไม่ละเอียด
พรุ่งนี้มาใหม่ค่า



โดย: lovereason วันที่: 1 กันยายน 2557 เวลา:2:04:28 น.  

 
ได้แต่อาศัยอ่านรีวิวค่า งานผู้เขียนยังเคยอ่านเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:14:23:04 น.  

 
น้องอุ้มสม : พรายพระกาฬ ก็เป็นอีกเรื่องที่อ่านสนุกมากเลยครับ แม้จะเล่มหนาไปหน่อยก็ตามครับ

คุณพุด : ขอบคุณมากครับ

คุณprysang : บ้านศิลาทราย เป็นเรื่องที่ผมชอบมากที่สุดในนามปากกา จินตวีร์ วิวัธน์ เลยครับ

คุณนุ่น :เรื่องนี้น่าจะออกเป็นเล่มแรกๆของสำนักพิมพ์กรู๊ฟ ครับ และค่อนข้างบางไม่หนามาก เนื้อเรื่องอ่านสนุกครับคุณนุ่น

คุณ Sab Zab' : หลังๆงานของคุณจินตวีร์ นำมาพิมพ์เผยแพร่เยอะขึ้นครับ หลายเรื่องพอทราบข่าวว่าเตรียมสร้างเป็นละครด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 กันยายน 2557 เวลา:15:10:19 น.  

 
เรื่องไหนที่กำลังจะเป็นละคร ทราบไหมครับ อาจารย์


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 6 กันยายน 2557 เวลา:14:13:27 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Patapon ได้ยินข่าวว่ามีผู้จัดติดต่อซื้อลิขสิทธิ์งานของท่านไปสร้างละครเหมือนกันครับ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องไหน


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 7 กันยายน 2557 เวลา:11:54:16 น.  

 
ขอบคุณครับ อาจารย์


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:17:56:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.