หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
มายาลวง : จินตวีร์ วิวัธน์

เรื่อง : มายาลวง
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
ปีที่พิมพ์ : 2528
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ราคา : 340 บาท (2 เล่มจบ)



        นี่เป็นนวนิยายของจินตวีร์ วิวัธน์ ที่ผมชอบมากที่สุดหนึ่งในสามเรื่อง นอกเหนือจาก บ้านศิลาทราย สุดยอดนิยายในด้านกอธิค มฤตยูเขียว สไตล์วิทยาศาสตร์ผสมสยองขวัญ และมายาลวงเล่มนี้ครับ เมื่อได้มาอ่านอีกครั้ง คราวนี้เลยอ่านรวดเดียวด้วยความรื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง เลยขอนำมารีวิวประกอบไว้ในครั้งนี้เลยนะครับ

        เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อมินตรา มนัสนาถ เด็กสาวกำพร้ามารดาหมาดๆ เดินทางมาพบกับ เภานรี สุเรนทราศรัย นักเขียนนวนิยายสาวใหญ่วัยสี่สิบเศษ ที่เป็นเพื่อนของมารดาเธอเอง และได้ฝากฝังให้เภานรี ช่วยดูแลอุปการะ

         เภานรี สุเรนทราศรัย เป็นภรรยาของคุณพัสตร์ นักเขียนใหญ่วัยอาวุโส ผู้ล่วงลับไปก่อนหน้านี้ และมีบุตรสาวด้วยกันเพียงคนเดียว คือ ภัสสร์รำไพ หรือ คุณไพ ซึ่งอายุไล่เลี่ยกับมินตรา แต่เมื่อเด็กสาวมาถึง ก็ทราบข่าวว่า ภัสสร์รำไพ กำลังจะไปเรียนต่อที่อังกฤษพอดี ท่าทางของคุณไพ ที่มีต่อมารดาของเธอ เองรวมถึงต่อมินตราล้วนผิดปกติวิสัย โดยเฉพาะคำพูดของเธอ

      “บ้านนี้ไม่ชอบคนฉลาด... ใครมีท่าทางฉลาดหรือเก่งสักหน่อย จะต้องปลีกตัวจากไปโดยเร็ว อย่างฉันนี่ไง คิดว่าตัวเองไม่โง่นักหรอก ถึงได้นับวันนับคืนจะรีบจากไปเสีย”
         บุตรีเจ้าของบ้านไม่สนใจท่าทางของเด็กสาวหน้าใหม่ กล่าวติดต่อกันไปรวดเร็วจนฟังแทบไม่ทัน
        “จะบอกให้เอาบุญนะ เธอจะคิดยังไงฉันไม่สนใจ ฉันรู้แต่ว่าได้บอกแล้วเตือนแล้ว ฉันก็พอใจแล้วล่ะ... ถ้าหากว่าเธอมีทางจะขยับขยายออกไป อยู่ที่อื่นได้เร็วที่สุดละก็... เธอควรจะรีบทำ... รีบเสียตั้งแต่ต้นมือ ที่นี่ไม่เหมาะกับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนโง่หรือคนฉลาด!”

        คำเตือนเหมือนหวังดีนั้น ทำให้มินตราสับสนใจไม่น้อย ในเมื่อคุณเภา มีท่าทีโอบเอื้อเป็นมิตร แตกต่างจากคุณไพ ลูกสาวที่พูดจากขวานผ่าซากจนเหมือนมะนาวไม่มีน้ำเช่นนั้น หลังจากนั้นหล่อนก็ได้รู้จักกับป้าอำพัน แม่บ้านร่างใหญ่ที่คอยดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน คุณจี หรือศจีประภา เพื่อนรักของเภานรี เป็นอดีตดาราสาวที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องไปทำศัลยกรรมรักษาตัวต่างประเทศหลายปี ในที่สุดก็กลับมาอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับเภานรีหลังจาก คุณพัสตร์เสียชีวิตไปแล้ว และนิธิกร หรือคุณนิ ชายหนุ่มซึ่งคุณเภาก็อุปการะให้เรียนหนังสือและช่วยงานอยู่ที่บ้านเช่นกัน

         นิธิกร มีสหายร่วมรุ่นที่รู้จักกันดีหลายคน ทั้งร้อยตำรวจดลดำริ วาริช ซึ่งนายวิรุฬห์พ่อของเขาซึ่งเป็นนักธุรกิจก็กำลังเข้ามาติดพันกับคุณเภาอยู่เช่นกัน รวมถึงเพื่อนที่เพิ่งเดินทางกลับมาเมืองไทย ชายหนุ่มรูปงามนาม ฉายกริช ไกรรณจักร แม้ว่าเขาจะมีหญิงสาวมาติดพันมากหน้าหลายตา แต่ชายหนุ่มก็สนใจความซื่อๆและบริสุทธิ์สดใสของมินตราอยู่ไม่น้อย และภายหลังชายหนุ่มก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับเภานรี โดยมี ชฎาแก้ว นางแบบสาวชื่อดัง คอยตามตื๊อชายหนุ่มด้วยความลุ่มหลง และฉายกริชก็ไม่ได้มีท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ

          มินตรา รับหน้าที่เลขาคอยจัดส่งต้นฉบับลายมือเขียนของเภานรี ไปส่งให้สำนักพิมพ์ ในคืนหนึ่ง เด็กสาวได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นจากห้องพักเภานรีชั้นบน และแอบเห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังพร่ำเพ้อด้วยความรักเหมือนกับสารภาพรักกับคุณเภาอยู่ และต่อมาประโยคหวามหวานนั้นก็ปรากฏอยู่ในนิยายของเภานรี สุเรนทราศรัย!

         ต่อมานายวิรุฬห์เสียชีวิตอย่างประหลาด ตามมาด้วยการตายของชฎาแก้ว หลังจากป่าวประกาศว่าจะหมั้นหมายกับฉายกริช นางแบบสาวถูกฆาตกรลึกลับผลักตกลงมาจากห้องพักชั้นบน รปภ.ของตึกเห็นว่า สาลินี เพื่อนสาวของชฎาแก้วเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินผ่านขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนในเวลาดังกล่าว ทั้งที่หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับการตายของชฎาแก้วเลยแม้แต่น้อย

             ระหว่างคดีที่ยังมืดมน ความรู้สึกของมินตรา ที่มีต่อคุณเภาก็เริ่มแปลกไปเป็นความหวั่นกลัวอย่างประหลาด รวมถึงท่าทีของหลายคนในบ้านแม้แต่ ป้าอำพัน แม่บ้านที่เคยเอ็นดู เมตตา ก็เริ่มเกรี้ยวกราดและคอยเหน็บแนมตลอดเวลา ดูเหมือนมีนิธิกรเท่านั้นที่พอจะเข้าใจ และเภานรี ก็พยายามจะจับคู่หล่อนกับนิธิกรให้เป็นแฟนกัน ทั้งที่ความรู้สึกของทั้งสองคนเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น หัวใจของมินตรามอบให้กับฉายกริชไปแล้ว และชายหนุ่มเองก็พยายามหาทางที่พาหญิงสาวออกจากบ้านสุเรนทราศรัยด้วยเช่นกัน

           ความลับเหล่านี้ หาได้รอดพ้นจากสายตาใครบางคนในบ้านหลังนี้ไม่ และแผนการเพื่อที่จะกำจัดทุกคนที่มาขวางความต้องการก็เริ่มต้นขึ้น...

          นิธิกร ถูกส่งตัวไปยังบ้านทับเทวินที่บางพระ บ้านตากอากาศที่เป็นของคุณพัสตร์ เนื่องจากคนใช้ชราล้มเจ็บลง จากนั้นไม่นาน เภานรี ก็ตามตัวมินตราให้ตามไปที่นั่น นักเขียนสาวใหญ่บอกแต่เพียงว่า นิธิกรป่วยหนัก โดยที่หล่อนไม่มีโอกาสปฏิเสธ

         ในช่วงการเดินทางไปบางพระ หญิงสาวพยายามติดต่อบอกข่าวกับฉายกริช แต่เขาไม่อยู่ จึงฝากข้อความไว้กับคนรับโทรศัพท์ แล้วเดินทางไปบ้านทับเทวิน เพียงลำพัง

          หล่อนเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ในครั้งนั้น มินตรามีโอกาสแอบเห็นคุณเภาและคุณจี... ศจีประภา แอบทำพิธีไสยศาสตร์ ปลุกดวงวิญญาณดวงหนึ่งให้ปรากฏขึ้น โดยไม่อาจล่วงรู้ว่าเป็นใคร และนั่นทำให้มินตราฝังใจว่าบ้านทับเทวิน เป็นบ้านผีสิงที่น่ากลัวอยู่ไม่น้อย
         เด็กสาวมาถึงทับเทวินเอาเกือบค่ำแล้ว ในท่ามกลางฝนที่กระหน่ำลงมา หล่อนพบว่า นิธิกรไม่ได้อยู่ที่นั่นเลย ไม่มีใครสักคนเดียว นอกจากตัวเองเพียงลำพังภายในบ้านขนาดใหญ่ราวคฤหาสน์แห่งนี้...
       ด้วยความจำเป็นมินตราต้องนอนพักค้างคืนที่นี่ และในกลางดึกคืนนั้นเอง นิธิกร ก็ปรากฏตัวขึ้น เขากลับเข้ามาในบ้าน ในจังหวะที่หล่อนตื่นขึ้นมาพอดี ชายหนุ่มมีท่าทีแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย เขามีท่าทางเร่งร้อนกระวนกระวายผิดไปเป็นคนละคน และบอกว่า ตอนนี้มีคนร้ายแอบตามมา จึงจะพามินตราขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่หอคอยชั้นบนของบ้านทับเทวินก่อนเพื่อความปลอดภัย
        ด้วยความซื่อและไว้วางใจ เด็กสาวตาม คุณนิ ที่หล่อนศรัทธาขึ้นไปบนนั้น โดยหาได้ระแวงใดๆไม่...

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉากบ้านทับเทวิน นับจากนี้ (ประมาณบทที่ 49 จนถึงบทคลายปมอีกสิบกว่าบท) เป็นเทคนิคการ “ผูกปม” และ “คลายปม”ระหว่างบท ที่ผมค่อนข้างชอบมากเป็นพิเศษ นิยายเรื่องนี้ ตอนอ่านเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทย เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ถูกเลยว่า ตกลงคนร้ายเป็นใคร ทำไม มีอะไรเกิดขึ้นและผีในเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่ รวมถึงจะจบลงในแบบไหน ฯลฯ

         ขอยกตัวอย่างการจบแต่ละบท ที่ค้างไว้มาให้ชมกันนะครับ

บทที่ 48 : มินตราตามคุณนิ ขึ้นไปบนหอคอยบ้านทับเทวิน และชายหนุ่มก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา
“คุณเห็นผมผิดปกติตรงไหนหรือมินตรา?”
“หลายอย่างค่ะ”
เด็กสาวพยายามกล้ำกลืนความกลัวและหวาดวิตกที่ประดังเข้ามา บอกกับตัวเองว่าขณะนี้หล่อนกำลังเผชิญหน้ากับคนสติไม่ปกติ เพราะถูกผีเข้าหรืออะไรก็ตามแต่... ถ้าไม่คิดหาทางช่วยตัวเอง มีหวังตายสถานเดียว
        ...คือตกหน้าต่างลงไปตาย!
         วูบหนึ่งมินตรานึกไปถึงมรณกรรมของ ชฏาแก้ว นางแบบชื่อดังต้องสิ้นชื่อ เพราะตกจากชั้นสี่ของอพาร์ตเมนต์ลงมากระแทกพื้นตายคาที่  และตึกทับเทวินอันสูงลิ่วก็อยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน...

บทที่ 49 : “บอกมาสิ ว่ากลัวผมทำไม?”
        เขาเปลี่ยนจากเพื่อนผู้ใจดี เป็นคนละคนอย่างไม่น่าเชื่อ
หญิงสาวพยายามวิ่งหนีลงจากบันไดหอคอย แต่ถูกนิธิกรจับตัวเอาไว้ได้ เขาสวมถุงมือแล้วบีบหมับลงที่ลำคอหล่อนก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า
        “ตายเสียเถอะ อย่าอยู่เป็นมารหัวใจคนอื่นเลย นังชฎาแก้ว ตายไปคนนึงแล้ว นังคนนี้ยังไม่เข็ด... มันต้องตายตกไปตามกัน”
      แต่แล้วก่อนที่หล่อนจะขาดลมหายใจ ใครคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที
      นิธิกร!
   บัดนี้ ปรากฏว่ามีนิธิกร อยู่สองคนพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน...
         และคุณนิที่หล่อนรู้จักก็ตรงเข้าต่อสู้กับ คนร้ายในคราบนิธิกร ก่อนจะกระชากอะไรบางอย่างหลุดออกมา
          มินตราแลเห็นดวงหน้านั้นในแสงไฟสลัว หัวใจของหล่อนกระตุกวูบ เต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นตระหนกจนเหลือจะกล่าว
         “โอย... เป็นไปได้ยังไงกันนี่?... คุณคือ... พระเจ้าช่วย!”

      บทที่ 50-52 : เปิดเรื่องด้วยการเฉลยว่าคนที่ปลอมตัวเป็นนิธิกรเข้ามาฆ่ามินตรา คือ ศจีประภา สาวใหญ่เพื่อนเภานรี รีบวิ่งหนีลงไปด้วยความตระหนก ในขณะที่นิธิกร รีบวิ่งไล่ตามไป และมินตราค่อยตามลงไปจนพบว่า คุณนิ ยืนนิ่งอยู่ในห้องด้านในสุดของบ้านทับเทวิน แต่พอหล่อนก้าวเข้าไปถึงจึงรู้ว่าหลงติดกับร่วมกับชายหนุ่มเสียแล้ว ในเมื่อมีร่างของ ชายหนุ่มหน้าสวยที่หล่อนเคยพบชั้นบนของห้องเภานรี เป็นคนถือปืนจ่อคุณนิเอาไว้นั่นเอง
          ชู้รักวัยหนุ่มแน่นของเภานรี!
            มือสังหารนายวิรุฬและอาจจะเป็นคนอื่นๆอีก...
นิธิกร ฉวยโอกาสที่ชายหนุ่มลึกลับ สนใจมินตรา กระโดดเข้าต่อสู้เพื่อแย่งปืน แต่ในจังหวะนั้นเอง ป้าอำพันก็ตามเข้ามาสมทบ และทำร้ายทั้งนิธิกรและมินตรา โดยจับมามัดรวมกันไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มชู้รักของเภานรีจะหยิบปืนขึ้นมา เตรียมยิงคนทั้งคู่
          “ตอนที่ผมปล้ำกั้บคุณจนล้มลงไปกับพื้น ผมรู้ความลับอะไรอย่างนึงแล้ว แต่ยายอำพันมาตีหัวซะก่อนทำให้นึกไม่ออก ผมคิดว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายนะ ... ไม่ใช่กะเทยด้วยซ้ำไปเอ้า!”

ตอนที่ 53 : เฉลยตัวชายปริศนาว่าเป็นใคร ก่อนที่จะผูกปมต่อถึงวิญญาณที่ปรากฏในบ้านทับเทวิน และการเรียกวิญญาณนั้นออกมา จนมาถึงเหตุผลสำคัญที่มินตราและนิธิกร ถูกส่งตัวมาสังหารที่นี่ และการปรากฏตัวของพระเอก ฉายกริช ที่ขี่ม้าขาวมาในวินาทีสุดท้ายพอดี...
ผมจำได้ว่า เรื่องนี้ ตอนตีพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทยรายสัปดาห์ รออ่านในช่วงท้ายด้วยใจจดจ่อ เพราะพอเฉลยปมนึง ก็ผูกอีกปมขึ้นมาทิ้งค้างเอาไว้ต่อ สลับกันไปเช่นนี้จนเกือบจบ ขนาดทำให้ผู้อ่านบางคนหงุดหงิดถึงขนาดเขียนไปต่อว่าในหน้าคุยกับผู้อ่านกันเลยทีเดียวครับ
อ้อ ลืมไปเลย สุดท้าย ฆาตกร ตัวจริงก็คือ (เฉลยเพื่อไม่ให้ค้างคาใจนะครับ)


     เป็นเภานรี ที่ร่วมมือกับ ศจีประภา เภานรีหลงรักฉายกริช และถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือในนิยายของเธอออกมา ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้วิธีการปลอมตัว เป็นคนอื่นเพื่อไปสังหารขวากหนามความรักของเธอ ในขณะที่ศจีประภา ก็เรียนรู้ไสยเวทย์มนต์ดำ หลังจากเภานรี สังหารสามีตัวเองแล้ว ก็กักขังดวงวิญญาณเอาไว้ด้วย

     

   สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณคุณหมอภูมิ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อหนังสือเรื่องนี้แก่มิตรนักอ่านและแฟนานุแฟนจินตวีร์ วิวัธน์ ทำให้ผมได้มีโอกาสได้มารีวิวเรื่องนี้อีกครั้งด้วยครับ

ปล. ขออนุญาต ทำสีจางในบางปมไว้นะครับ จะได้ไม่เฉลยทีเดียวทั้งหมด




Create Date : 02 มิถุนายน 2556
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 11:36:17 น. 20 comments
Counter : 3719 Pageviews.

 
ชอบปกเรื่องนี้ครับ...น่ากลัว หลอน ไม่เบาเลย อิอิ


โดย: อุ้มสม วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:20:12:23 น.  

 
ปกนี้น่ากลัวมากเลยค่ะ
ถ้าเป็นนุ่นคงไม่กล้าหยิบมาอ่านแน่ๆเลย แหะๆ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:22:38:51 น.  

 
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆ ครับ ยังแอบงงนิดหน่อยว่าภาพหน้าปกคือใครในเรื่อง? อิอิ


โดย: Lek IP: 171.100.58.146 วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:23:39:23 น.  

 
ขอบคุณสำหรับรีวิวเช่นกันครับ ผมชอบเรื่องของคุณจินตวีร์ที่ลงในสกุลไทยทุกเรื่องเลยครับ แอบเสียดายเหยื่อยมบาลๆ
ได้รับหนังสือแล้วครับ ขอบพระคุณมากๆครับ


โดย: ภาคภูมิ IP: 88.131.84.229 วันที่: 3 มิถุนายน 2556 เวลา:11:35:30 น.  

 
ช่วงนี้ ยังไม่ได้ฤกษ์อ่านงานเก่า ๆ เลยค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 3 มิถุนายน 2556 เวลา:12:42:32 น.  

 
ศจีประภานี่ช่างเพื่อเพื่อนอย่างมากจริงๆ


โดย: Sab Zab' วันที่: 3 มิถุนายน 2556 เวลา:18:06:42 น.  

 
น้องอุ้มสม : ปกเรื่องนี้น่าสนใจมากเลยครับ คิดว่า น่าจะเป็นรูปเภานรี กำลังถือหนังสือที่ตัวเองเป็นตัวละครหนึ่งในนั้นหรือเปล่า?

คุณนุ่น : ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทายกันนะครับ

คุณ Lek : ไม่รู้เดาถูกหรือเปล่านะครับ ผมคิดว่าน่าจะเป็นรูปของเภานรี แต่เรื่องนี้ตอนอ่านเดาตัวร้ายออก แต่เดาปมของเรื่องไม่ถูกเลยครับ

คุณพุด : ลอง บ้านศิลาทราย ดูก่อนก็ได้นะครับ อาจจะเป็นอีกสไตล์หนึ่งที่ชอบก็ได้ครับ

คุณหมอภูมิ : อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง แนะนำได้เลยนะครับ
นิยายของคุณจินตวีร์ ในสกุลไทย ผมเริ่มอ่านตั้งแต่วังไวกูณฑ์ มาจนถึงเหยื่อยมบาล เสียดายตอนจบเหมือนกันครับ ทิ้งค้างไว้ให้คนอ่านอย่างเราค้างคาใจจนถึงบัดนี้

คุณ Sab Zab' : สองคนนี้มีบุญคุณกันมาก่อนครับ ตอนศจีประภาเกิดอุบัติเหตุหน้าตาเสียโฉมต้องหนีไปรักษาตัวต่างประเทศ เภานรีก็ช่วยออกค่ารักษาให้ เลยกลายเป็นคู่หูคู่สังหารไปด้วยกันซะเลย

ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ นิยายเรื่องนี้ยังมีฉากที่ผมจำได้ติดตา คือ ฉากภาพวาดเอดการ์ อัลลัน โป ในห้องสมุด ที่นางเอกชอบเข้าไปอ่านหนังสืออยู่เสมอๆ และรู้สึกเหมือนมีใครคอยจับตามองอยู่ เพราะนัยน์ตาของเอดการ์ในรูปถูกเจาะและถอดออก โดยมีใครบางคน คอยเข้าไปสังเกตการณ์ได้ตลอดเวลา
ปล. นิยายเรื่องนี้เคยนำไปทำเป็นละครช่องสามอีกเช่นเคยด้วยครับ นางเอกผมจำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ฉายกริช รับบทโดยคุณนพพล โกมารชุน
ศจีประภา กับ เภานรี รับบทโดยคุณรัชนู และคุณทัศน์วรรณ ครับ แต่ไม่แน่ใจว่าสองคนนี้ใครรับบทใคร


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:16:20:26 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ช่วยนำมาทบทวนความทรงจำ

เคยดูละครช่อง 3 ด้วยแน่นอน ยิ่งบอกว่ารัชนู กับ ทัศวรรณเล่นนี่ แต่พระเอกกลับจำไม่ได้เลย


โดย: ชามินต์ IP: 125.24.177.21 วันที่: 5 มิถุนายน 2556 เวลา:17:44:33 น.  

 
น่าอ่านอีกแล้ว...สะดุดตรงชื่อเรื่องด้วยค่ะ ชื่อเรื่องน่าสนใจจัง


โดย: ชบาหลอด วันที่: 5 มิถุนายน 2556 เวลา:19:37:01 น.  

 
คุณชามินต์ : ตอนเป็นละคร ไม่ได้ติดตามเท่าไรเลยครับ เลยพอจำได้ลางๆ แต่ตอนอ่านหนังสือสนุกมากๆเลยครับ

คุณชบาหลอด : ชื่อเรื่องของคุณจินตวีร์ เกือบทุกเรื่อง กระตุ้นความสนใจมากเลยครับ ล่าสุดเพิ่งเห็นกรูฟนำปก "มาแต่หิมพานต์" กับ "มนุษย์ชิ้นส่วน" มาลงแล้ว สวยมากเลยครับ

หมายเหตุ เรื่องนี้ มีคุณเมฆชรา เพื่อนบล็อก เคยรีวิวไว้ด้วยครับ เลยขออนุญาตนำมาลงลิงก์ด้วย

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=itsarawut&month=06-2012&date=12&group=1&gblog=158


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 มิถุนายน 2556 เวลา:15:33:50 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์ ไม่ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนซะนานเลย ที่ผ่านมานุ้ยยุ่งมากค่ะ ตอนนี้เพิ่งจะจัดการชีวิตได้ลงตัวขึ้น

ปกนิยายในหน้านี้น่ากลัวมากเลยค่ะ งานของอาจารย์จินตวีร์ แต่ละเรื่องนี่ได้อารมณ์จริงๆ เลยค่ะ ขอบคุณที่รีวิวให้อ่านนะคะ



โดย: นุ้ย นารีจำศีล (ปริยาธร ) วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:22:39:42 น.  

 
สวัสดีครับคุณนุ้ย หวังว่าช่วงนี้สบายดีนะครับ
งานของคุณจินตวีร์ มีสไตล์เฉพาะครับ แล้วแต่คนชอบเหมือนกัน ตั้งใจว่าจะพยายามรีวิวให้มากที่สุดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:15:00:19 น.  

 
เรื่องนี้ผมก็ชอบมากๆครับ ตื่นเต้น เสียดายไม่เคยดูละคร เห็นแต่ภาพในเนทนิดหน่อย


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:46:41 น.  

 
คุณ Patapon : เรื่องนี้ตอนอ่านหนังสือ สนุกมากเลยครับ และทำให้ผมชื่นชอบฝีมือการทิ้งท้าย แต่ละตอน ของ คุณจินตวีร์ มาตั้งแต่บัดนั้นเลยครับ
ส่วนละคร อาจจะเพราะดูหนังสือมาก่อน เลยไม่รู้สึกถึงการลุ้นปมที่วางเอาไว้ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:16:41:41 น.  

 
ครับ หลายเรื่องอ่านจากนิยายสนุกกว่าดูละครครับ ล่าสุดที่ดูคือ "มายาพิศวาส" ผิดหวังอย่างแรงครับ เปลี่ยนไปจากบทประพันธ์มาก


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:13:45:14 น.  

 
คุณ Patapon : มายาพิศวาส ที่นำมาทำใหม่ล่าสุด ผมไม่มีโอกาสได้ดูเลยครับ แต่มีโอกาสดูในชื่อเรื่อง "สาปอสูร"ที่คุณ วาสนา สิทธิเวช เล่น จำได้ว่าทั้งพระเอกคือ คุณอัศวิน รัตนประชา ที่รับบทหมออิสรา และนางเอก เล่น ได้ตรงกับที่คิดไว้มากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:15:36:24 น.  

 
เห็นด้วยครับ แต่ผมจำได้เลือนลางมากๆ แต่พอดูจากภาพแล้ว คุณอัศวินเป็นหมออิสราได้เลยครับ คุณวาสนาก็โอเคครับ


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:48:08 น.  

 
คุณPatapon : ผมเคยดูตอนเด็กมากเลยครับ ภาพที่ติดตาคือ ตัวละครที่มีงูเต็มหัวไปหมด ซึ่งแปลกจากนิยายสยองขวัญแบบไทยๆในยุคนั้นมาก


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 มีนาคม 2557 เวลา:17:27:25 น.  

 
เล่มนี้เป็นอีกเรื่องที่รอกรู้ฟมาพิมพ์ใหม่เลยค่ะ หาอ่านยากมาก เคยอ่านคอมเม้นหลายคนว่าสนุกมาก ก่อนหน้านี้เราเคยตามหาที่ห้องสมุดหลายแห่ง ไม่มีที่ไหนมีเลยค่ะ จนวันนี้ไปเห็นร้านนึงวางขาย ที่งานสัปดาห์หนังสือ แต่สภาพเก่ามากไม่กล้าซื้อเลย ถ้าคุณสามปอยหลวงทราบว่าห้องสมุดที่ไหนมี หรือรู้ว่าร้านไหนขายเรื่องนี้ สภาพดีหน่อย รบกวนแนะนำด้วยนะคะ


โดย: Tarn IP: 115.87.226.236 วันที่: 29 มีนาคม 2559 เวลา:19:15:14 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Tarn ผมว่าเป็นแนวที่ฉีกออกไปจากสไตล์ของคุณจินตวีร์ และมีทั้งความน่ากลัว น่าสงสัย โดยเฉพาะการทิ้งท้ายแต่ละบท ที่ค้างคาใจคนอ่านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเขียนลงเป็นตอนๆในนิตยสารรายสัปดาห์ ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้คนอ่านอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์ในลำดับต่อไป สำหรับผมแล้ว นี่เป็นหนึ่งในสามนิยายของคุณจินตวีร์ ที่ผมชอบมากที่สุดครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มีนาคม 2559 เวลา:8:19:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.