หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2565
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 พฤษภาคม 2565
 
All Blogs
 
กุหลาบที่ไร้หนาม : เพชรน้ำค้าง

เรื่อง : กุหลาบที่ไร้หนาม
ผู้ขียน : เพชรน้ำค้าง
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : 2539
เล่มเดียวจบ


           ครั้งแรกเมื่อเห็นชื่อนวนิยายเรื่องนี้ บางคนอาจจะจำสลับกับ “กุหลาบไร้หนาม” ของ ศรีฟ้า ลดาวัลย์ ซึ่งพลอตเรื่องนับว่าแตกต่างกันคนละสไตล์เลยทีเดียวครับ กุหลาบที่ไร้หนาม ของเพชรน้ำค้าง หรือ ม.มธุการี นำลงในนิตยสารสกุลไทย ในช่วงปี พ.ศ.2537-2538 ก่อนจะนำมารวมเล่ม และแสดงเป็นละครโทรทัศน์ช่องเจ็ด ใน ปี พ.ศ.2540 โดยบริษัทกันตนา
           ละครเรื่องนี้ นำแสดงโดย คุณนพพล โกมารชุน ในบทของ อีศ คุณปรียานุช ปานประดับ ในบทบาทของ ทิตตยา และ คุณน้ำฝน กุลณัฐ ในบทบาทของสาวน้อย มาวารี ผู้น่าสงสาร…
         ++++++++++++++++++
        เขาเข้ามาหาอย่างที่เคยเข้ามา... มาวารีแทบกลั้นลมหายใจ เมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจห้องดังกริ๊ก เสียงฝีเท้าดังเนิบนาบเข้ามาใกล้ และเตียงที่หล่อนนอนอยู่ก็ไหวยวบ เงาของเขาวูบวาบที่เปลือกตา และผ้านวมก็ถูกดึงไปจากมือของหล่อนอย่างเชื่องช้า...
         หล่อนว่ามันเป็นความใคร่ของเขามากกว่าความรัก!

          นี่คือฉากแรกที่เปิดตัวสองตัวละครเอกของเรื่อง อีศ จิตรกรหนุ่มใหญ่วัยห้าสิบ และ มาวารี เด็กสาววัยแรกรุ่นเหมือนกุหลาบแรกแย้ม ที่จดทะเบียนเป็นเมียของเขา ตามคำขอร้องของ มาตร บิดาหล่อนที่เป็นเพื่อนกับอีศ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
              +++++++++++++++++++
          มาตรแต่งงานกับสาวพม่า และมีลูกคนเดียว คือมาวารี และได้ฝากฝังไว้ให้อีศดูแล ในขณะที่อีศเองก็เป็นหนุ่มใหญ่ และไม่มีพันธะใดๆ เขาจดทะเบียนกับหล่อน โดยไม่ได้มีความรู้สึกรักใดๆ นอกจากความสงสาร หล่อนเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเขา ในฐานะภรรยา แม้ว่าจะไม่ได้ออกหน้าออกตา เพราะอีศเองก็รู้สึกว่า ญาติพี่น้องต่างมองการแต่งงานของเขากับสาวน้อยมาวารีอย่างขบขันล้อเลียน แม้แต่เพื่อนๆในก๊วน ของเขาเอง อย่างอุษมัน ที่เป็นเพลย์บอย คบหาผู้หญิงไปทั่วโดยไม่เคยจริงจัง หรือ ทวิภาค ที่เลี้ยงเด็กสาวไว้บำเรออารมณ์

          สำหรับมาวารีแล้ว มันก็คือความอ้างว้าง โดดเดี่ยว ในบ้านซึ่งมีแต่คุณภิส แม่บ้านวัยกลางคน ที่อายุห่างมากกว่าอีศ ไม่กี่ปี เห็นจะมีแต่อลิศา หลานสาววัยรุ่นของอีศ ที่คอยเป็นเพื่อน พาออกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาตามสถานที่ต่างๆ ให้คลายเหงาไปได้บ้าง
           +++++++++++++++++++
            ทุกอย่างคงจะดำเนินไปในรูปแบบจำเจ ซ้ำซากเช่นนั้น ถ้าหากว่า ชีวิตของเขาจะไม่มีโอกาสได้พบกับ ทิตตยา แม่ม่ายสาว อดีตภรรยานักการทูตที่เสียชีวิต ทิตตยา อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับอีศ และยังคงความสวยสง่า และทัศนคติที่คล้ายกับเขาอย่างมาก หล่อนมีลูกชายวัยรุ่น ชื่อ ษาทิต ที่เป็นนักดนตรี และกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับ ทรอย หนุ่มใหญ่ชาวต่างชาติ

         แต่เหมือนพรหมลิขิต เมื่อ ทั้งคู่ได้มาพบกัน และเกิดความรู้สึกดีๆต่อกัน จนกลายเป็นความรักเกิดขึ้น ท่ามกลางความรู้สึกที่ขัดแย้ง ในเมื่อต่างก็มีพันธะกันอยู่แล้ว อีศพบว่า เขามีความรักแท้ที่เพิ่งค้นพบ กับม่ายสาวอย่างทิตตยา ที่มีความเหมาะสมกับเขาทุกอย่าง และทิตตยา เองก็รู้สึกว่า ษาทิต ลูกชายของเธอก็ยอมรับอาอีศ อย่างเต็มใจอีกด้วย
                  +++++++++++++++++++
           ผมเห็นคนที่สมองคอนโทรลชีวิต ก็ประสบความสำเร็จกันมากมาย ถ้าเราจะวัดความสำเร็จอย่างที่เราวัดกันอยู่ เหตุผลที่ดีเป็นเรื่องยากที่จะผิดพลาด แต่ใช้สมองอย่างเดียว ก็คงไม่ต่างอะไรกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่ได้มีหัวใจที่จะสัมผัสชีวิต ผมอยากจะสัมผัสชีวิตไม่ว่าจะเป็นทุกข์ สุข หรือความเจ็บปวด ไม่มีอะไรที่น่าหวาดกลัว ชีวิตไม่น่าหวาดกลัวอย่างที่เราคิดกัน และเราเกิดมาเพื่อที่จะสัมผัสมัน และอยู่กับมัน ตลอดจนพยายามเข้าใจมัน ผมว่าเราจะเข้าใจมันได้ มากกว่า ถ้าเราใช้หัวใจให้มากกว่าเดิม...
           ++++++++++++++++++++++
          ษาทิต เป็นเด็กหนุ่มที่ ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน และเรียนด้านดนตรี จนตั้งวงดนตรีของเขาเอง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกลับมาเมืองไทย และที่นี่เอง ที่ชื่อเสียงของเขากลับเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว จนตั้งรับกับความสำเร็จไม่ทัน แม้กระทั่งอลิศา เพื่อนสาวของ มาวารี ก็ยังคลั่งไคล้ ษาทิต แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลัง ความมีชื่อเสียงเหล่านั้น มันคือความกดดัน ความเครียด และท้ายสุดก็ทำให้เขา หันเข้าหายาเสพติด จากกัญชา จนนำไปสู่โคเคน และเฮโรอีน!

          โดยมีพงศ์ เด็กหนุ่มยากจน เป็นคนค้ายาให้กับเขา พงศ์เองมีเพื่อนรักคือยุต ซึ่งเป็นเด็กยากจนเหมือนๆกันกับเขา แต่ยุตใฝ่ดีกว่า แม้จะฐานะลำบาก ยุต พยายามถีบตัวเอง จนเรียนวาดรูป และไปสมัครช่วยงานที่แกลอรี ของอีศ จนได้รู้จักกับมาวารี เขาประทับใจความงามบริสุทธิ์ ของเด็กสาว และมีโอกาสได้ล่วงรู้ถึงชีวิตรักของเธอกับอีศ ด้วยความเวทนา

          อีศ รู้เรื่องษาทิต ติดยา เขาบอกเรื่องนี้กับ ทิตตยา และทำให้หล่อนเสียใจเกี่ยวกับลูกชาย จนนำมาซึ่งการจับกุม ผู้ค้า และ ษาทิต ก็ถูกส่งตัวไปรักษาอาการติดยาที่โรงพยาบาล ข่าวนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนคลับทุกคน รวมถึงอลิศา ด้วย
             +++++++++++++++++++++
         มาวารี รู้จากยุต ว่า อีศ กำลังคบหาอยู่กับทิตตยา หญิงสาวที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติ เหนือกว่าเธอทุกอย่าง และเมื่ออีศเสนอ ให้เธอหย่าขาดจากเขา โดยจะยกคอนโดหลังงาม ให้เธออยู่อาศัย เด็กสาว จึงยอมตกลง ทั้งที่หัวใจของตัวเองแทบแหลกสลาย

        อีศวางแผนแต่งงานกับทิตตยา เมื่อต่างรับรู้ว่าแต่ละฝ่ายไม่มีพันธะใดๆอีกต่อไป มีเพียงคุณภิส หญิงกลางคนที่รับรู้ความรู้สึกนี้ของมาวารีโดยตลอด และคุณภิส ก็เริ่มเห็นอาการปกติของมาวารี และเธอก็ต้องตกใจเมื่อรับทราบว่า มาวารีตั้งครรภ์!
           ++++++++++++++++++++
             เด็กสาวผู้น่าสงสารกับจะมีลูกกับอีศ และหล่อนก็ไม่ยอมปริปากบอกเรื่องนี้กับเขา...

           คุณภิสทนไม่ได้ เธอตัดสินใจ บอกเรื่องนี้กับทิตตยา หล่อนจึงเพิ่งตาสว่างกับความจริงที่ถูกเปิดออกให้รับรู้

            ทิตตยาไม่พูดอะไร แววร้าวรานในดวงตาของเด็กคนนั้นต่างหากที่รบกวนจิตใจของหล่อน ความสะเทือนใจที่หล่อนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น อีศมองเห็นมันหรือไม่... หรือว่าเขาไม่หวั่นไหว เขาไม่เคยเล่าแม้กระทั่งถึงเหตุผลของการแตกแยก พูดเพียงว่า ไม่ใช่เพราะหล่อนเป็นต้นเหตุ! หล่อนเองก็อยากจะคิดให้ได้เช่นนั้น... จำเป็นเหลือเกินที่หล่อนจะต้องคิดให้ได้เช่นนั้น
             +++++++++++++++++++++++
            และนั่นเองทำให้ทิตตยา ตัดสินใจ ที่จะเดินทางออกไปจากชีวิตของอีศ หล่อนพา ษาทิต ลูกชายคนเดียว ไปรักษาตัวที่ออสเตรีย และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่หนุ่มใหญ่อย่างเขา ก็เพิ่งรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น เขากำลังจะเป็นพ่อคน กับ มาวารี ผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก นอกจากความเอ็นดูสงสาร

          อีกครั้ง ที่ เพชรน้ำค้าง ได้พาผู้อ่าน ให้มาเผชิญหน้ากับปมปัญหาในชีวิตของตัวละครที่ยุ่งเหยิง ยากสะสาง และแต่ละตัวละคร ต่างก็มีเหตุผลในการกระทำของตนเอง เฉกเช่น จดหมายฉบับสุดท้ายที่ ทิตตยา ได้เขียนส่งมาถึง อีศ
           +++++++++++++++++++++++
           เราต่างมีภาระค่ะคุณอีศ และลูกคือภาระที่อ่อนหวาน วันคืนที่เราเฝ้ามองความเจริญเติบโตของเขาแต่ละเวลานาที ความผูกพันดื่มด่ำในหัวใจที่เรามีให้ลูกทั้งในความทุกข์และความสุข มันคุ้มค่าค่ะ สำหรับชีวิตหนึ่งที่เกิดมาและคุณอีศจะไม่ผิดหวังเลย
           เหมือนหล่อนจะรู้หัวใจของเขา รู้ไปเสียหมดว่าเขาคิดอย่างไร และพยายามเปิดใจเขาให้ยอมรับความจริงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยหวาดกลัว
ทิตรักคุณอีศเสมอ มีความทรงจำงดงามกับคุณจนไม่รู้สึกเสียใจอะไรสักนิดกับการต้องไปจากคุณในลักษณะนี้ รู้ว่าความสุขที่ได้มามันคุ้มค่า และมากพอสำหรับวันคืนข้างหน้า เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่เสมอ อยากให้คุณอีศมีความสุขและเปิดใจให้กว้างกับทุกสิ่งรอบตัวอีกครั้ง คุณอีศอาจค้นพบความรู้สึกแท้จริงของตัวเองบ้างก็ได้ว่าอะไรกันแน่ ที่คุณอีศต้องการ...

             กุหลาบที่ไร้หนาม ได้เดินทางมาถึงบทอวสาน พร้อมกับคำตอบ ของตัวละครแต่ละตัว ที่ต่างก็มีเหตุผลอันแตกต่างกันไป และสำหรับ ผู้อ่านเอง ก็แทบจะคาดเดาแทบไม่ได้เลยเช่นกัน

 


Create Date : 23 พฤษภาคม 2565
Last Update : 23 พฤษภาคม 2565 13:57:34 น. 0 comments
Counter : 608 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.