หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 พฤษภาคม 2563
 
All Blogs
 
หลง (ภาคก่อนสงคราม) : สีฟ้า

เรื่อง : หลง (ภาคก่อนสงคราม)
ผู้ขียน : สีฟ้า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2504
สองเล่มจบ (รวมภาคก่อนสงคราม และ ภาคหลังสงคราม)


หลง ตัวติดตนนั้น เลิศคน
หลง ใหลผู้อื่นจน สติเศร้า
หลง หยิ่งสิยอมทน ยากจิต
หลง โลกยโมหะเข้า ครอบไว้ปุถุชน

+++++++++++++++++++
       หลง นวนิยายชื่อสั้นๆเรื่องนี้ เป็นผลงานในยุคแรกๆของสีฟ้า ซึ่งท่านได้เขียนไว้ในคำนำฉบับพิมพ์ครั้งแรกว่า ว่าลงหนังสือ เดลิเมล์วันจันทร์ แต่บังเอิญมีเหตุจำเป็นของผู้เขียนบ่อยครั้ง จึงทำให้เรื่องชะงักอยู่เรื่อยๆ แล้วก็ค้างอยู่ทั้งที่ก่อนจะจบภาคก่อนส่งคราม เพียงสามบท ซึ่งแต่แรกท่านตั้งใจว่าจะไม่เขียนต่อ แต่บังเอิญสำนักพิมพ์รวมสาส์นได้เคยมาขอจัดพิมพ์เป็นเล่มไว้ ตั้งแต่ยังลงในเดลิเมล์วันจันทร์และยังยืนยันว่าจะขอพิมพ์ให้ได้ ทำให้ท่านตัดสินใจ เขียนต่อจนจบภาคในที่สุด
         หนังสือนวนิยายเล่มนี้ฉบับพิมพ์ครั้งแรก จึงมีด้วยกันสองเล่ม และพิมพ์ห่างกันถึงสองปี โดยภาคแรกที่นำมารีวิวก่อนเป็นภาคก่อนสงครามที่เขียนขึ้นและรวมเล่มในปี 2504 และตามมาด้วยภาคสอง ที่เขียนต่อจากนั้นภายหลังจากหยุดเขียนไปชั่วเวลาหนึ่ง และรวมเล่มในปี 2506 ซึ่งผมจะรีวิวในลำดับต่อไปครับ

        สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ สีฟ้าได้กล่าวไว้ว่า เป็นนิยายที่ท่านรักที่สุดในเวลานั้น เรื่องหลง เป็นนวนิยายสะท้อนภาพชีวิตคนในพระนคร ในช่วงเหตุการณ์สงครามโลกเป็นฉากหลัง ผ่านเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีนามว่า วิรงรอง สิริวุฒิ
+++++++++++++++++++
          ตั้งแต่จำความได้ โลกของแม่หนู หรือวิรงรอง ก็มีเพียงคุณปู่ เจ้าพระยาอภิรักษ์ภูธเรศ และ อาน้อย เป็นคนคอยดูแลให้ความเอ็นดูรักใคร่ ทั้งที่ความจริงแล้ววิรงรอง เป็นลูกสาวของ คุณพร บุตรชายคนที่สี่และคุณวิภา ซึ่งมีบุตรด้วยกันถึงสี่คน และวิรงรองเป็นลูกคนเล็กที่เกิดมาหน้าตาน่าเกลียดน่าชัง ซ้ำผิวกายยังสีคล้ำกว่าคนอื่น มีเพียงคุณปู่ ที่รักเธอเรียกเธออย่างเอ็นดูว่าแม่พลับพลึงดำ และขอมาเลี้ยงเป็นสิทธิ์ของท่านโดยเฉพาะ
++++++++++++++++++++
          ครอบครัวของพระยาอภิรักษ์ กับครอบครัวเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ์ แม้จะมีสายเลือดเดียวกันมาแต่บรรพบุรุษ แต่ก็ไม่ถูกกันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของท่าน เจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ์ เป็นนายทหารที่มีภรรยามากมาย และดูเหมือนว่าท่านจะมีแต่บุตรสาวทั้งหมด ซ้ำยัง ไม่ยอมให้ลูกสาวทุกคนได้แต่งงานมีครอบครัวไป แต่ให้คอยอยู่ดูแลรับใช้ท่าน ด้วยทัศนคติที่ว่า
++++++++++++++
     “พ่อไม่ยินดีให้พวกเจ้ามีเรือน ไม่ยินดีให้เจ้าซึ่งเป็นลูกเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ ไปรับใช้ ไปได้รับความทุกข์ทรมานจากไอ้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ ผู้หญิงมีผัวจะกราบแต่ผัวคนเดียวเมื่อไร ต้องกราบโคตรของผัวด้วย เจ้าอาจจะทนได้ แต่พ่อทนไม่ได้!”
++++++++++++++++++++
          ในจำนวนนี้ มีเพียงคุณสุภาพ เท่านั้นที่หนีตาม นายดำรง วงศ์วัฒนา ชายคนรักไป แต่เมื่อ ดำรงจะมาขอขมา ก็ถูกตะเพิดไล่ และตัดพ่อลูกกับสุภาพ จนหญิงสาวต้องขาดการติดต่อ นอกจากนี้ ยังมีเสาวภา น้องคนเล็กที่มีชายคนรักซึ่งหวังจะใช้ชีวิตร่วมกัน แต่สุดท้าย เมื่อชายหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนั้นเข้ามาพบกับเธอ ก็ถูกเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ์ ใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต ด้วยข้อหาบุกรุก จนทำให้ เสาวภา กลายเป็นคนอมทุกข์ ตลอดเวลา คุณศุภางค์ เป็นลูกสาวอีกคนหนึ่งของเจ้าพระยา ที่มีโอกาสได้ติดต่อกับคุณน้อย ของวิรงรอง เพราะเธอมาสั่งขนมที่คุณน้อยทำขายในช่วง สงครามโลก
+++++++++++++++++++++++
           วิรงรอง ในวัยเยาว์ เป็นเด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก ในขณะที่พวกพี่ๆต่างรังเกียจ เธอมีเพื่อนที่คบหาอย่างสนิทสนมคือ ท่านชายศุภวารจุติ จักรเดช จนกระทั่ง ต่างเติบโตเป็นหนุ่มสาว และท่านชายก็ขอหมั้นหมายวิรงรองเอาไว้ เพื่อให้เธอเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษด้วยกันกับท่าน แม้จะเป็นสิ่งที่สาวๆหลายคนริษยา แต่วิรงรองกลับปฏิเสธ ว่าเป็นห่วงคุณปู่ หากในความจริง หญิงสาวเอง ก็ยังรู้สึกว่า ท่านชายแม้จะดีพร้อมด้วยรูปร่างหน้าตา ทรัพย์สินหรือเกียรติยศ แต่ ท่านก็เป็นคนพระทัยร้อน อ่อนไหวง่าย จนมีเรื่องทะเลาะขัดคอกันเป็นประจำ แต่สุดท้ายท่านชายก็จะทรงเป็นฝ่ายมาง้องอนเธอทุกครั้ง

          ท่านชายสัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียว และขอให้วิรงรอง รอคอยให้ท่านเรียนจบเพื่อจะกลับมาแต่งงานด้วยกัน ซึ่งหญิงสาวก็รับปาก เพราะในชีวิตของเธอก็ไม่มีชายอื่นเข้ามาข้องเกี่ยว นอกจากท่านชายศุภวารฯ เพียงผู้เดียว
          +++++++++++++++++++++++
         หม่อมพิศ ซึ่งเป็นน้องสาวของท่านปู่เองก็ไม่ค่อยชอบใจวิรงรองเท่าไร หม่อมพิศเป็นคนปากไว และช่างพูด จนมีเรื่องขัดกับท่านปู่อยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่ปู่เองก็ตามใจในการตัดสินใจของวิรงรอง หม่อมพิศก็จะคอยกระแนะกระแหน เธออยู่เสมอ

        ในวันที่เธอต้องไปส่ง ท่านชายที่ออกเดินทางไปต่างประเทศนั้นเอง วิรงรองได้รู้จักผู้ชายอีกคนหนึ่ง ที่แตกต่างจากเทพบุตรอย่างท่านชาย ราวฟ้ากับเหว บุรุษผู้นั้น มีชื่อว่า นายน้ำมนต์ ชอบบัวแย้ม!
+++++++++++++++++++++++
        นอกจากนามสกุลที่ดูต่ำต้อย บ้านนอกคอกนา แล้ว ภายใต้บุคลิกสุภาพอ่อนน้อม ต่อผู้ใหญ่ เขายังมีสายตาที่กรุ้มกริ่มต่อเธอ และดูเหมือนจะรู้ทันความคิดเธอทุกอย่าง ทำให้ วิรงรองอดเคืองอยู่ในใจไม่ได้ ซ้ำเขายังเข้ามาตีสนิท พูดคุยกับคุณปู่ของเธอ และคุณปู่ก็ยังมีท่าทีเอ็นดูผิดแผกไปจาก คุณปู่แสนดุ ที่เธอเคยรู้จักอีกด้วย ผู้ชายคนนี้ น่าประหลาดนัก?
++++++++++++++++++++++
          น้ำมนต์เป็นเพื่อนกับดำรง ซึ่งเป็นคนพาสุภาพ หนีไปอยู่ด้วยกัน จนมีลูกสาวคนหนึ่งเป็นโซ่ทองคล้องใจ และเขาเองก็เป็นสะพานเชื่อม สุภาพกับคุณศุภางค์ผู้พี่ ให้รู้ว่าเธอไม่ได้หายสาบสูญไปไหน น้ำมนต์ทำงานให้เสรีไทย ระหว่างที่ กองทัพญี่ปุ่นกำลังบุกพระนคร ท่ามกลางเสียงหวูดเตือนภัย การหลบซ่อนเมื่อกองทัพฝ่ายตรงข้ามมาทิ้งระเบิด ทำให้เขามีอากาสได้ใกล้ชิดกับวิรงรองมากขึ้น จนกระทั่งคุณปู่ อาน้อยและเธอ อพยพหนีระเบิดไปอยู่อีกที่หนึ่ง เขาก็ยังตามมาพูดคุยกับท่านอย่างถูกคอ
           +++++++++++++++++++++++
      แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็บังเกิด เมื่อยายหนูลูกสาวของสุภาพ เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดในครั้งหนึ่ง เหตุการณ์นั้นทำให้ สุภาพกับสามี เกิดรอยร้าวขึ้น มา น้ำมนต์เองก็รักยายหนู ที่ติดเขาแจ ตั้งแต่แรกเกิด ทำให้เขาตัดสินใจ เข้าพบเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธ พร้อมกับ นายแพทย์วินัย สิริวุฒิ พี่ชายของวิรงรอง ที่เป็นสหายสนิทของเขา
++++++++++++++++++++++
    “กระผมชื่อน้ำมนต์ ชอบบัวแย้ม”
เจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธมองบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณา ฝ่ายผู้วัยน้อยกว่ามิได้หลบ
      และเมื่อเขาบอกเรื่องราวแก่ ท่านเจ้าพระยา ก็เหมือนจุดไม้ขีดไฟ แหย่ลงในเบนซีน ท่านยยกมือฟาดบนพนักเก้าอี้ ระเบิดเสียงออกมา

     
     “ฉันไม่มีลูกชื่อนังสุภาพ! บังอาจยังไงถึงได้นำชื่อนี้เข้ามาเป็นเสนียดในบ้านฉัน? ไป! คุณไปเสียให้พ้น ก่อนที่ฉันจะรุนแรงอะไรขึ้นมา”
       น้ำมนต์ ยังคงนั่งนิ่งสำรวมอยู่บนเก้าอี้
          “ฉันไม่ต้องการฟังอะไรทั้งนั้น เกี่ยวกับนังสุภาพ มันไม่ใช่ลูกของฉัน

++++++++++++++++++++++
  “ขอรับ เมื่อใต้เท้าลั่นวาจาว่า คุณสุภาพไม่ใช่ลูกของใต้เท้า คุณสุภาพก็ไม่ใช่ลูกตามวาจา แต่กระผมใคร่จะเรียนถามว่า ใต้เท้าล้างเลือดของใต้เท้าออกจากตัวคุณสุภาพได้หรือขอรับ”

      เป็นคำถามที่มีโวหาร แต่ผู้ถามได้ตกแต่งน้ำเสียงให้สุภาพนุ่มนวลเพื่อถ่วงกับความก้าวร้าวอาจเอื้อมของประโยค ดวงตาของบุรุษทั้งสองประสานกัน แม้ว่าของผู้มีวัยอ่อนกว่าจะไม่ประกายกล้าดุดัน แต่ก็มีแววทะนง ถือดี และไม่ยอมแพ้สิ่งใดง่ายๆ ทำให้เจ้าพระยารู้สึกว่า ท่านได้พบกับบุคคลที่มีอิทธิพลบางประการในตัวของเขา อย่างน้อยแม้จะไม่เหนือไปก่าท่าน แต่ก็เห็นจะไม่ยอมท่านง่ายๆอย่างแน่นอน”

       น้ำมนต์มองกิริยาเกรี้ยวกราดของเจ้าพระยาเกรียงไกรยุทธด้วยสีหน้าเป็นปกติ วิสัยปุถุชนย่อมเวียนว่ายอยู่ในความหลงทั้งสิ้น หลงประการอื่นยังพอจะมีผู้ชี้ทางให้ลืมตาจากความหลงได้ แต่หลงตนเองนั้นดูจะหาทางให้พ้นจากความหลงยากนัก เพระมันพัวพันอยู่กับตัว ยิ่งเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ใครผู้ใดเล่าจะกล้าเตือนสติท่าน?”
+++++++++++++++++++++++++++++

       เจ้าพระยาซึ่งมากทิษฐิและความเกลียดชังจนตัดเป็นตัดตายกับลูกสาว แม้จะเป็นฟื้นเป็นไฟ แต่เมื่อเจอท่าทีสุขุมเยือกเย็นของเขาที่มีวิธีการรับมือได้อย่างนุ่มนวล ในที่สุดท่านก็รับทราบและช่วยเหลือในงานศพหลานสาวที่ท่านไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ซ้ำยังอดประทับใจ ชายหนุ่มนามสกุลแสนเชย ผู้นั้น ที่กล้าหาญอย่างที่ท่านไม่เคยพบในบุรุษคนอื่นมาก่อน
+++++++++++++++++++
          ความทุกข์ยากจากช่วงสงครามโลก ทำให้ข้าวยากหมากแพง และท่านเจ้าพระยาอภิรักษ์ ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการดูแลข้าทาสบริวาร รวมถึงส่งเธอเรียนหนังสือ ท่านกู้ยืมเงินจนติดหนี้สินจำนวนหนึ่ง และในเวลานั้น เอง ก็มีชายคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เขามีนามว่า วิบูลย์เกียรติ ซึ่งมีท่าทีชอบพอต่อวิรงรอง อยู่ไม่น้อย ในเวลานั้น หญิงสาวเองก็หาได้สนใจไม่ ยิ่งโดยเฉพาะนายน้ำมนต์ คนโปรดของคุณปู่ เธอเองยิ่งไม่ถูกชะตามากที่สุด!

        ข่าวลือจากอังกฤษ แว่วมาว่า ท่านชายศุภวารทรงหมั้นหมาย กับหญิงคนอื่น แต่ก็เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ในขณะที่เหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้นกำลังดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายพอดี

         และในที่สุด ญี่ปุ่นก็ยอมแพ้รัสเซีย ทหารญี่ปุ่นถอนทัพออกจากเมืองไทย โดยฝ่ายสัมพันธมิตรประสบชัยชนะในครั้งนี้ และวิรงรอง ก็ได้แต่รอคอยว่า “ข่าวลือ”จากอังกฤษ ที่ว่านั้น จะเป็นจริงหรือไม่ เมื่อท่านชายศุภวาร กำลังจะเสด็จกลับมา
++++++++++++++++++++++
    ในที่สุด หลง ภาคก่อนสงครามโลก ก็ดำเนินมาถึงบทอวสาน ในเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทย ที่จุดนี้พอดี
       และต่อจากนั้น คือเรื่องราวชะตากรรมของ วิรงรอง ท่านชายศุภวาร และ นายน้ำมนต์ ชอบบัวแย้ม ที่จะดำเนินต่อไปในภาคสอง ท่ามกลางเหตุการณ์บ้านเมืองในยุคหลังสงครามโลกเป็นเสมือนฉากหลัง อันเป็นภาคสมบูรณ์ ภายหลังสงคราม ของนวนิยายเรื่องนี้ครับ

การมีโอกาสได้อ่านนวนิยายพีเรียดในยุคสงครามโลกด้วยฝีมือการประพันธ์ชั้นครู ของ สีฟ้า ทำให้มองเห็นภาพและรายละเอียดต่างๆที่ผู้ประพันธ์ใส่เอาไว้ เหมือนพาให้เราท่องผ่านเข้าไปในพระนครยุคนั้นเลยครับ แม้แต่สำนวนภาษาที่ตัวละครพูดคุย กัน อย่างฉาก คุณวิภา ที่แอบเหน็บ คุณพร สามี เธอ เพราะเขาเคยแอบชอบคุณอาน้อยของวิรงรองมาก่อน

“ไม่ได้ไปเยี่ยมชิ้นเก่าบ้างหรือคะคุณ?”
“พุทโธ่ แม่ภา จนแก่ผมจะหงอกอยู่แล้ว ยังอดค่อนขอดไม่ได้... ล่วงเลยวัยที่จะมาหึงหวงกันแล้ว”
“โอ๊ย ใครว่าอิฉันหึง ถามไถ่ดูเท่านั้นเอง นี่สม คงจะแทงใจดำ ถึงได้ฉุน”

หรือข้อคิดเตือนใจ ในกรณีที่คุณวิภา “เห่อ”ท่านชายศุภวาร เสียจนไม่พอใจ เมื่อวิรงรองเอ่ยปฏิเสธ จนคุณพรผู้สามีต้องเอ่ยปรามเตือนสติ
++++++++++++++++++++++++++
“นี่เขาคงคิดว่าตัวเองวิเศษเสียเต็มประดา อีกหน่อยเถิดจะรู้สึกตัว แก้วลอยผ่านแล้วยังปล่อยให้หลุดมือไปเสีย เด็กอะไรถึงได้โง่เง่าอย่างนี้”
ตอนนี้คุณพรอดอยู่ไม่ได้
“แม่ภาเห็นท่านชายวิเศษเสียจนตีราคาลูกสาวของแม่ภาต่ำลงไปเป็นกอง”
“อ๊าว ก็ไม่วิเศษจริงๆหรือคะ เป็นเจ้านายมรดกเหลือล้น รูปโฉมงดงาม จะเอาอะไรอีก นี่ถ้าอิฉันยังเป็นสาวเหมือนแม่วิรงรองละก้อ เป็นไม่ปล่อยให้พ้นมือหรอก”
“ผู้หญิงที่เห็นผู้ชายวิเศษจนถึงอยากตะครุบตัวละก้อ แสดงว่าหล่อนไม่ได้มีค่าของตัวหล่อนเลย ส่วนแม่ที่เฝ้าแต่คอยหาผัวให้ลูกสาว ก็แสดงว่าแม่ลูกสาวนั้นออกจะราคาไม่ดี เหมือนของไม่ใคร่มีคุณภาพ ถึงต้องยัดเยียดขายให้แก่ลูกค้า!”
++++++++++++++++++++
หมายเหตุ นวนิยายเรื่อง “หลง” นี้ เท่าที่ผมจำความได้ น่าจะนำไปสร้างเป็นละครบทวิรงรอง นำแสดงโดยคุณ ลินดา ค้าธัญเจริญ ร่วมด้วย คุณนิรุตน์ ศิริจรรยา และ คุณนวลปราง ตรีชิต ครับ

 


Create Date : 27 พฤษภาคม 2563
Last Update : 27 พฤษภาคม 2563 8:52:47 น. 6 comments
Counter : 212 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
เก่ามากเลยนะคะเรื่องนี้
อ่านลงมาเรื่อยๆ จนถึงสุดท้าย ชื่อนักแสดงทั้งหมดนั้นรู้จักหมดเลยค่ะ ลินดา ค้าธัญเจริญ นวลปราง ตรีชิด ร


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2563 เวลา:10:20:31 น.  

 
ผมคุ้นว่าเคยดูเรื่องนี้ตอนเด็กๆ พอมาอ่านอีกที เนื้อเรื่องสนุกน่าสนใจมากครับ เหลือรีวิว ภาคหลังสงครามนะครับ อีกสองสามวันจะนำมาลงครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 พฤษภาคม 2563 เวลา:13:57:57 น.  

 
คุณลินดา ค้าธัญเจริญ สวยคมเหมาะกับบทวิรงรองหรือแม่พลับพลึงดำมากค่ะ
เรื่องนี้ไม่เคยอ่านมาก่อน แต่รีวิวได้สนุก
ขอรอติดตามรีวิวภาคหลังสงครามนะคะ 😃


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 223.24.61.61 วันที่: 28 พฤษภาคม 2563 เวลา:18:39:20 น.  

 
สวัสดีครับ คุณนักอ่านรุ่นเก๋า ขอบคุณมากๆครับ รีวิวภาคต่อ ประมาณวันอาทิตย์นี้ ฝากติดตามด้วยนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 29 พฤษภาคม 2563 เวลา:7:57:19 น.  

 
แหง่งงง
อยากอ่านนน

สาบานหนูเกิดไม่ทัน


โดย: โน้ตตัวดำ วันที่: 3 มิถุนายน 2563 เวลา:10:48:28 น.  

 
สวัสดีครับ คุณ โน้ตตัวดำ เรื่องนี้ล่าสุด สำนักพิมพ์ เพื่อนดี นำมาจัดพิมพ์ใหม่ ด้วยครับ ตัวอย่างปกจะอยู่ในรีวิว ภาคสมบูรณ์ ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 มิถุนายน 2563 เวลา:8:29:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.