หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 พฤษภาคม 2561
 
All Blogs
 
ความรักลอยมา : ชอุ่ม ปัญจพรรค์



เรื่อง : ความรักลอยมา
ผู้เขียน : ชอุ่ม ปัญจพรรค์
สำนักพิมพ์ : บำรุงสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2515
เล่มเดียวจบ



         ความรักลอยมา เป็นนวนิยายรักกระจุ๋มกระจิ๋ม ขนาดสั้นๆของชอุ่ม ปัญจพรรค์ นักเขียนนิยายรุ่นครูผู้ล่วงลับ จากข้อมูลของวิกิพีเดีย ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2464 และได้รับการเชิดชูเกียรติรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2546 ก่อนจะเสียชีวิตในวัย 91 ปี เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2556 ซึ่งมีผลงานอันเป็นที่รู้จักกันดี อย่าง การเขียนคำประพันธ์เพลง เด็กเอ๋ยเด็กดีหรือเพลงหน้าที่เด็ก ที่ทุกคนคุ้นเคยกันในวัยเยาว์

        ผลงาน นวนิยายเรื่องเยี่ยมอย่าง ทัดดาวบุษยา ทัดดาวยอดขวัญ ดอกอ้อสายขวัญ บ้านนอกเข้ากรุง เมียจำเป็น หรือ สร้อยฟ้าขายตัว รวมถึง "ทรายหลงศร" ที่ผมเคยรีวิวไปแล้วก็คือหลายๆผลงานของท่าน สำหรับ ความรักลอยมา นวนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้ เริ่มต้นขึ้น จากความผูกพัน ทั้งรักทั้งเกลียด ตั้งแต่วัยเยาว์ ของสองเด็กน้อย

         เด็กหญิงทมยันติ์ บุตรีของคุณนล ในวัยสิบสองปี ที่ บิดาของเธอตัดสินใจรับอุปการะ พี่ริน หรืออรินทร์ เด็กหนุ่มผู้เป็นลูกชายของเพื่อนสนิท ที่อยู่เชียงใหม่ และจำเป็นต้องลงมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ให้เข้ามาอยู่ร่วมบ้าน

        ภายในบ้านหลังน้อย เด็กหญิงผู้เอาแต่ใจ เพราะคิดว่าตนเองใหญ่สุดในบ้าน ชอบวางอำนาจกับ พี่รินทร ของเธอ มันอาจเป็นความผูกพัน และความหมั่นใส้ผสมรวมกันโดยไม่รู้ตัว แรกๆเด็กหนุ่มก็ยอมตามใจ เพราะเห็นแก่ผู้มีพระคุณ แต่ต่อมา เมื่อเด็กหญิงก็เริ่มได้ใจมากขึ้น แม้แต่เพื่อนสาวของอรินทร์ที่แวะมาหา ก็ถูกทมยันติ์เอาไปฟ้องเป็นเรื่องเป็นราว ลึกๆแล้ว ในใจเด็กหญิง เหมือนกับถูกแย่งความสนใจไป จนต้องพยายามเรียกร้องความสนใจจาก “พี่ชาย” เพียงคนเดียวคนนี้ แต่ด้วยความเป็นเด็ก ทำให้ทมยันติ์ ไม่รู้วิธี นอกจากแสดงอารมณ์ออกมา จนทำให้บางครั้งเขาทนไม่ไหวต้องขัดใจ แล้วเด็กหญิงตัวร้ายก็จะหาเรื่องฟ้องบิดาตนเองว่าเขากลั่นแกล้ง

     แม้จะรู้ว่า ทมยันติ์ เป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่คุณนล ก็อดไม่ได้ที่จะตามใจลูก จนบางครั้งก็ทำให้ เด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ จนกระทั่งถึงวันเกิดเหตุสำคัญในชีวิต

         เด็กหญิงมายั่วโทสะเขาเหมือนเคย โดยเฉพาะขู่ว่าจะฟ้องเรื่องเพื่อนสาวของอรินทร์ ทำให้เขาเผลอบีบแขนเธอจนทมยันติ์ ต้องตบหน้าเขา ด้วยความโกรธ
      ความโกรธของเด็กหนุ่มแล่นสุดขีด เขาปราดเข้าจับแขนทั้งสองข้างของเด็กหญิงไว้แล้วบิดแรงๆอย่างลืมตัว ทมยันติ์ร้องขึ้นเต็มเสียง จนนายนลวิ่งออกมาจากในตึก ด้วยเสียงลูก
    “อะไรกัน เฮ้ยอะไรกัน”

     อรินทร์ปล่อยมือ เด็กน้อยโผเข้ากอดพ่อสะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บและน้อยใจที่อรินทร์กล้าทำตนถึงเพียงนั้น เธอนึกว่าตัวเองสำคัญที่สุด ต้องไม่มีใครกล้าขัดใจ
          “พ่อขาช่วยลูกด้วย” เธอสำออย


         เมื่อเห็นอาการของลูก ความเป็นพ่อทำให้คุณนลโมโห จนถึงกับเฆี่ยนหนุ่มน้อย อรินทร เขาไม่เถียงสักคำเดียว แม้จะเจ็บปวดเพียงใด และเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลง แล้ว อรินทร์ก็เก็บตัวอยู่ในห้องพักของตนเอง แม้ว่าทมยันติ์จะพยายามเข้ามาง้องอนเพียงใด ด้วยความสำนึกผิดก็ตาม และเมื่อเด็กหญิงพบว่า เขาเงียบไปนาน จนถึงรุ่งเช้า เธอก็พบแต่เพียงจดหมายฉบับหนึ่ง ที่อรินทร์ทิ้งเอาไว้ 

       “คุณทมยันติ์ ผู้ใจร้าย
        ขอให้จำบาปที่คุณก่อไว้ให้ดี เราจะไม่มีการยกโทษให้กันเป็นอันขาด ตลอดชีวิตนี้ จำผมไว้ให้ดี อรินทร์ที่เธอทำเขาเจ็บ
           จำจนวันตาย
                 อรินทร์”

         เขาจากไปแล้ว พร้อมกับรอยบาปที่ประทับตราไว้ในความทรงจำของเด็กหญิง บัดนี้เวลาผ่านไปสิบปี ทมยันติ์ สาคลิก ได้เติบโตเป็นสาวน้อยเต็มตัว และสำเร็จวิชาอักษรศาสตร์ จากจุฬาฯ หญิงสาวเพิ่งเข้าทำงานในแผนกโฆษณาของบริษัทขายรถยนต์แห่งหนึ่ง กระนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหนุ่มหน้าคม ที่เธอทั้งรักทั้งชัง ก็ยังปรากฎอยู่ในจิตใต้สำนึกไม่เคยเลือน

         ทมยันติ์ ได้รับจดหมายจากวนิดา เพื่อนรัก ที่ชวนให้เธอมาเที่ยวพักผ่อนช่วงวันหยุดที่สงขลา หญิงสาวตอบตกลง และนั่งรถไฟไปที่สงขลาตามนัดหมายกับเพื่อน แต่ระหว่างทางนั้นเอง ที่เธอได้พบกับ ปรงโดยบังเอิญ เขาเป็นชายหนุ่มลูกเศรษฐีเมืองโคราช ที่เคยมาเฝ้าติดพัน และพยายามตามตื๊อ ขอความรัก ปรงดีใจที่ได้พบกับทมยันติ์ สตรีที่เขาหมายปอง และพยายามทำรุ่มร่ามใส่ด้วยความเมา และที่สำคัญ เขาหลุดปากบอกกับเธอว่า ได้ให้บิดา คือคุณเปลื้องมาติดต่อสู่ขอเธอกับคุณนลเรียบร้อยแล้ว เมื่อกลับถึงพระนครเมื่อไร ก็คงจะได้แต่งงานกัน สิ่งนั้นเอง ทำให้ทมยันติ์ผิดหวัง และต้องการหนีจากทุกคน

         รถไฟหยุดเทียบที่สถานีแห่งหนึ่งในกลางดึก แม้จะมีเพียงแสงตะเกียงดวงเดียว แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจแล้วที่จะหนีจากปรง จากพ่อ และหนีจากการแต่งงาน โดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น ทมยันติ์ก้าวลงสู่ชานชาลาแห่งนั้น โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ และเธอก็พบว่าตนเอง เหลืออยู่เพียงเดียวดาย

     มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เดินเข้ามาหาพร้อมไฟฉาย ท่าทางยั่วประสาทและพูดท้าทายทำให้หญิงสาวผู้หยิ่งทะนง ถึงกับหัวเสียที่มีคนกล้าต่อล้อต่อเถียงด้วย แม้ว่าคำพูดของเขา จะคุ้นเคยกับเธออย่างประหลาดก็ตาม

       “ปากเก่งตามเคย!” เขาว่า พลางพินิจดูดวงหน้า ด้วยแววตาที่ไม่มีใครทราบว่าเกลียดชังปานใด
          “ตามเคย อวดดี!” ทมยันติ์ลดมือลงจากหน้าสู้แสงไฟ “พูดยังกับว่าตัวรู้จักกับเขางั้นนี่ ตัวเป็นใคร บ้านนอกคอกนา ไร้มารยาทอย่างนี้ ทุเรศ”


    และแล้วชายหนุ่มปริศนาผู้นั้น ก็เฉลยตัวในเวลาต่อมาว่าเขาคือนายอำเภอแห่งนี้นั่นเอง และเป็นนายอำเภอที่มีนามว่า อรินทร์ หรือพี่รินทร คนที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอในอดีตนั่นเอง อรินทร อาสาพาเธอมาพักที่บ้านพักนายอำเภอชั่วคราวก่อน และที่นั่นเอง เธอถึงได้รู้ว่า เขามีคู่หมั้นคนสวยที่มีชื่อว่าดาฉวี และรู้จักกับปลัดอำเภอหนุ่มที่ชื่อโรจน์

        อรินทร์ เอง ก็ไม่ได้รักดาฉวี แต่หมั้นกันด้วยความเหมาะสมของผู้ใหญ่เมื่อเขาเพิ่งมาอยู่อำเภอแห่งนี้ ในขณะที่ปลัดโรจน์เอง ก็แอบชอบดาฉวีอยู่ไม่น้อย ปลัดหนุ่มเมื่อเห็น ทมยันติ์ จึงรู้ว่า แท้จริงแล้ว คนที่นายอำเภออรินทร์หลงรัก คือ สาวน้อยทมยันติ์ ที่มาพักอาศัยที่บ้านนั่นเอง

          เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ อรินทร์ รู้ตัวว่าเขาเอง รัก ทมยันติ์ ตั้งแต่เธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงแสนงอนคนนั้น แม้จะพยายามกลั่นแกล้ง เอาคืน เพียงใด สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายใจอ่อน สงสารเธอ โดยเฉพาะในยามที่ดาฉวี คู่หมั้นของเขามารุกราน กลั่นแกล้งเธอ และท้ายที่สุด อรินทร ก็ยอมรับกับตัวเองว่าเขารัก ทมยันติ์ มาโดยตลอด

    คุณอร มารดาของเขาเดินทางมาถึงอำเภอแห่งนี้ และเมื่อพบกับ ทมยันติ์ ก็อดนึกเปรียบเทียบกับดาฉวี ที่มีท่าทีก้าวร้าว แตกต่างจากทมยันติ์ ที่เรียบร้อย และนิสัยดีกว่า ราวฟ้ากับเหว ทำให้มีใจเอนเอียงไปทางทมยันติ์ ยิ่งเมื่อรู้ว่า ทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน และเคยสร้างปมในอดีตเอาไว้ ยิ่งทำให้เธอเห็นใจในความรักของลูกชาย

       และแน่นอนว่าในที่สุดแล้ว นิยายเรื่องนี้ก็ต้องจบลงอย่าง มีความสุข

         นิยายเรื่องนี้ เป็นนิยายพาฝันยุคเก่า สำนวนหลายๆประโยค อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไรนัก รวมถึงบทสนทนา และเหตุผลของตัวละคร ตามสไตล์ในยุคนั้น ซึ่งนักอ่านยุคปัจจุบันอาจจะรู้สึกขัดใจไปบ้าง แต่อย่างน้อย ก็ทำให้ได้เห็นถึงภาพของวิถีชีวิต คนในยุคนั้นได้ดีเลยทีเดียวครับ
          ********************




Create Date : 08 พฤษภาคม 2561
Last Update : 8 พฤษภาคม 2561 8:06:55 น. 7 comments
Counter : 422 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหมุยจุ๋ย, คุณruennara, คุณmaesriruen, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
แอบมองเทออยู่นะจ้ะ อิอิ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite Ultherapy กำจัดไขมัน ร้อยไหม adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้วถาวร สักคิ้ว 6 มิติ Cover Paint สักไรผม 3D Eyebrow ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4529152 วันที่: 8 พฤษภาคม 2561 เวลา:14:48:56 น.  

 
เป็นนวนิยายพาฝันที่สนุกสนานในยุคที่ผ่านมา
หลายเรื่องที่ยังจำได้
แม้จะผ่านยุคสมัยนี้มาแล้วก็ยังจำได้นะคะ

โดยเฉพาะชุดทัดดาวบุษยา ทัดดาวยอดขวัญ
เป็นเรื่องแรกที่อ่าน และยังจำคำว่า เจ้าฮะ
ได้จนบัดนี้


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 8 พฤษภาคม 2561 เวลา:14:48:57 น.  

 
ผมมีผลงานของคุณชอุ่ม ปัญจพรรค์แค่เรื่องเดียวคือ บ้านนอกเข้ากรุง ครับ เพิ่งได้มายังไม่ได้อ่านเลย


โดย: ruennara วันที่: 10 พฤษภาคม 2561 เวลา:4:10:41 น.  

 
อ่านหนังสือของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ เกือบจะทุกเล่มแล้วมั้งคะ แต่ยังไม่เคยอ่านของ ชอุ่ม ปัญจพรรค์เลยแม้แต่เล่มเดียว มีโอกาสคงหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 10 พฤษภาคม 2561 เวลา:8:09:25 น.  

 
ขอเข้าร่วมพูดคุยด้วยนะคะ


โดย: ปิง วัง ยม น่าน IP: 139.99.104.95 วันที่: 13 พฤษภาคม 2561 เวลา:3:52:44 น.  

 

เรื่องนี้น่าอ่านค่ะ
ก่อนนี้ก็อ่านหนังสือบ่อย ระยะนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 15 พฤษภาคม 2561 เวลา:3:50:17 น.  

 
คุณ newyorknurse : เป็นนิยายรักรุ่นเก่า ที่เขียนอ่านแล้วให้ความรู้สึกย้อนยุคดีมากเลยครับ เรื่องในเล่มนี้ เป็นเรื่องยาว ความรักลอยมา 1 เรื่อง และมีแถมเรื่องสั้นอีก 1 เรื่องด้วยครับ

คุณปิง วัง ยม น่าน : ด้วยความยินดี ครับ คอมเมนต์ นิยายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เลยนะครับ

คุณไก่ : เป็นแฟนคลับ คุณอาจินต์ เหมือนกับครับ แต่ของคุณชอุ่มเอง เพิ่งมีโอกาสอ่านเรื่องใหม่ๆ ไม่กี่เรื่องครับ

คุณ ruennara : บ้านนอกเข้ากรุงยังไม่มีโอกาสอ่านเลยครับ คุ้นว่า เหมือนเคยสร้างเป็นภาพยนต์ด้วยหรือเปล่าครับ
กำลังสงสัยว่า เพลง "อย่าไปเลย บางกอก จะบอกให้..." มาจากเรื่องนี้หรือเปล่าหนอ?

คุณ สมาชิกหมายเลข 4529152 :

คุณหมุยจุ๋ย : จัดว่าเป็นนิยายในตำนานไปเลยครับ ทัดดาว บุษยา ผมเคยดูเวอร์ชัน กบสุวนันท์ เล่นเป็นเจ้าฮะ สนุกมากเลยครับ เสียดายยังไม่มีโอกาสอ่าน



โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 พฤษภาคม 2561 เวลา:12:46:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.