หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
วังไวกูณฑ์ : จินตวีร์ วิวัธน์

วังไวกูณฑ์
ผู้ประพันธ์ : จินตวีร์ วิวัธน์
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2526
ราคา : 200 บาท (สองเล่มจบ)



          คราวนี้ขออนุญาตต่อด้วยงานอีกชิ้นของจินตวีร์ วิวัธน์นะครับ ตอนแรกผมตั้งใจจะรีวิวงานเขียนของท่านในนามปากกา ก่ำฟ้า เฟือนจันทร์ แต่ติดปัญหาบางประการ เลยขอยกไปโอกาสหน้าแล้วกันนะครับ

           นิยายเรื่องนี้เริ่มต้นด้วยการเดินทางมาเยือนวังไวกูณฑ์ ในฐานะทายาทคนใหม่ ของรมย์รดา สุริเยนทร์ เด็กสาวฐานะยากจน กำพร้าทั้งพ่อและแม่ที่จากไปไม่นาน ต่อมาตนเองก็เกิดอุบัติเหตุรถชนจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซ้ำคนรักก็ตีตัวออกห่าง จนทำให้คนที่พานพบกับปัญหารุมเร้าเข้ามาพร้อมกันอย่างรมย์รดาตั้งรับไม่ทัน หญิงสาวถึงกับมีปัญหาความเครียดและอาการปวดศีรษะ จนต้องไปรักษาตัวกับจิตแพทย์ในช่วงเวลาหนึ่ง


          แต่ก็เหมือนกับ สวรรค์จะมองเห็นความดีของเธอ จึงส่งทนายความจากหม่อมพัชรินทร์ ไวกูณฑ์ ณ อยุธยา แห่งวังไวกูณฑ์ ที่กำลังตามหา ทายาทคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่จนพบ เมื่อนั้นรมย์รดา ที่คิดว่าไร้ญาติขาดมิตรหมดสิ้น จึงพบว่าตัวเอง เดินทางเข้ามาอยู่ท่ามกลางญาติมิตรแปลกหน้า ยังสถานที่อันโอ่อ่าโอฬารแห่งนี้
        หม่อมพัชรินทร์ ผู้สูงวัย และมีศักดิ์เป็นพี่สาวของคุณรัมภามารดาเธอ
        พะวงดาว ลูกสาวเพื่อนหม่อมพัชรินทร์ ที่หม่อมนำตัวมาอุปการะไว้ตั้งแต่ยังเด็ก รวมทั้ง วิศรุต ชายหนุ่มรุ่นเดียวกัน ทั้งสองคน ท่าทางร่าเริงและเป็นมิตรอยู่ไม่น้อย
         อีกคู่หนึ่ง คือ ปรัศว์ และปัญชลี สองพี่น้องก็เป็นหลานของเจ้าของวัง
        และสุดท้ายคือ หนุ่มใหญ่ บุรินทร์ หลานคนโต อาชีพนายธนาคาร ผู้มีท่าทีอบอุ่นเป็นกันเองอย่างยิ่ง จนรมย์รดาคิดว่า บัดนี้ ความว้าเหว่ ไร้ญาติขาดมิตรที่ต้องเผชิญมาตลอดคงจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ณ ที่แห่งนี้
        ...วังไวกูณฑ์
            ทว่า... ความจริงแล้ว มันคือจุดเริ่มต้น!

     รมย์รดาได้ยินชื่อ “ท่านหญิงไล” หรือท่านหญิงวิไลลักษณาพระขนิษฐาของท่านณุ ซึ่งเป็นพระสวามีของหม่อมพัชรินทร์ พระนามท่านหญิงไลถูกเอ่ยถึงในช่วงที่หล่อนเข้ามาพักในวังแห่งนี้ จนทราบมาภายหลังว่า ท่านหญิงสิ้นพระชนม์ไปก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่รมย์รดา กลับถูกส่งให้ไปพักในห้องบรรทมของท่านหญิง และในคืนนั้นเอง หล่อนก็ได้กลิ่นกุหลาบสด อันเป็นกลิ่นที่ทรงโปรดของท่านหญิงไล รวยรินเข้ามา เสมือนการต้อนรับสมาชิกวังไวกูณฑ์คนใหม่...

           มันคงจะเป็นนิมิตหมายอันดี ถ้าหากจะไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญต่างๆเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็น การเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยองของทนายความชรา การปรากฏตัวของแมงมุมยักษ์ในลิ้นชักที่เมื่อหล่อนหวีดร้องจนทุกคนเข้ามา มันก็อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย รวมถึง เสียงกุกกักในยามราตรี เหมือนใครบางคนกำลังจะเข้ามาหา
หญิงสาวพยายามคิดว่าตัวเองไม่ได้บ้า หรือเป็นโรคจิต ทุกอย่างที่เห็นล้วนเป็นภาพแท้จริง มิใช่ภาพหลอนจากจิตใต้สำนึก จนต้องพยายามหาทางพิสูจน์ตัวเอง

          หล่อนคิดว่าผู้ที่ทำให้เกิดเสียงหอบหายใจประหลาดคงอยู่เลยส่วนกำบังข้างหน้านั้นออกไปเป็นแน่
        ทว่า เมื่อเดินไปเกือบถึงเข้าจริงๆ เหตุการณ์กลับตาลปัตรที่เกิดขึ้นกะทันหัน ก็ทำให้สาวน้อยรู้สึกหัวใจแทบหลุดจากขั้วด้วยความตระหนก
          ร่างหนึ่งก้าวพรวดออกมาจากคูหาที่ตั้งรูปสลักอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์
           เป็นร่างที่พอเห็นถนัด รมย์รดาก็ตัวแข็งทื่อยืนนิ่ง ตกตะลึงพรึงเพริดงันอยู่กับที่เหมือนเท้างอกราก
        เป็นร่างที่ปกคลุมมิดชิดทุกส่วนด้วยเสื้อคลุมสีเข้ม ไม่มีส่วนใดของร่างกายโผล่พ้นผืนผ้าออกมาเลยนอกจากใบหน้าเท่านั้น
ทว่า ไม่ใช่หน้าของคน!

         ดูเหมือนจะมีใครบางคน ต้องการสร้างสถานการณ์ให้ทุกคนในวังไวกูณฑ์เข้าใจว่า สมาชิกใหม่คนนี้ ยังมีอาการทางจิตเวชอยู่...
และตัวของหล่อนเอง ก็กำลังจะเข้าใจเช่นนั้นด้วย ถ้าหากว่า...
รมย์รดา จะไม่ค้นพบความจริงเบื้องหลัง ว่ามีการจัดฉากเกิดขึ้น ทั้งแมงมุมยาง เสียงปีศาจครางโหยหวน รวมถึงศัตรูในเงามืดที่มุ่งร้ายหมายชีวิต

          แท้จริงแล้ว ในวังไวกูณฑ์ที่เคยคิดว่าอบอุ่น และเต็มเปี่ยมด้วยมิตรภาพ กลับซุกซ่อนเอาไว้ด้วยความเลวร้ายในจิตใจของใครบางคน ภายใต้สีหน้ายิ้มแย้ม นิ่งขรึม หรือบึ้งตึง เบื้องหลังลึกลงไปใต้หน้ากากที่แต่ละคนสวมอยู่ คือเนื้อแท้ของสิ่งใด

           หญิงสาวต้องใช้สติปัญญาและความกล้าหาญที่เหลืออยู่ กระชากหน้ากากเหล่านั้น เพื่อค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยมีชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน

       ปมในนิยายเรื่องนี้ อาจผสมกับแนวจิตวิทยา สร้างเป็นข้อสงสัยให้กับคนอ่านว่าเกิดจากนางเอกจิตหลอนหรือมีผีจริงๆตามที่เห็นหรือเป็นปมของฆาตกรกันแน่ ซึ่งอาจจะต่างจาก บ้านศิลาทราย หรือ คฤหาสน์ดำไปบ้าง แต่ก็สนุกไม่แพ้กันเลยครับ แม้ทำนองการดำเนินของเรื่องนี้จะค่อนข้างเนิบช้าไปบ้าง กว่าที่ตัวละครสำคัญจะปรากฏเป็น ไฮไลท์ ของเรื่อง ก็ตอนเกือบอวสานเข้าไปแล้วครับ

    ซึ่งเกิดขึ้นในฉากที่ ตัวการร้าย เกิดเปลี่ยนแผน แทนที่จะสร้างสถานการณ์ให้นางเอกคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วเหมือนเดิม แต่เมื่อเห็นนางเอกของเราเริ่มเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายตามสืบเสียเอง ก็เลยร่วมกันวางแผน ฆ่า นางเอกปิดปากเสียเลย เพื่อกำจัดให้พ้นทาง

        และในฉากนี้เองที่เฉลย ปม “กลิ่นกุหลาบ”ที่นางเอกได้กลิ่นรวยรินมาตั้งแต่ช่วงแรกจนคิดประสาทสัมผัสตนเองวิปริตผิดเพี้ยนไปแล้วนั้น ว่ามิใช่เกิดจากการสร้างฉากขึ้นจากฝีมือฆาตกร

          เสียงหัวเราะห้าวกระหึ่มดังมาอีก มันเบาก็จริง แต่ความเหี้ยมเกรียมในน้ำเสียงนั้นทำให้น่าสะพรึงกลัวเหมือนเสียงหัวเราะของปีศาจร้าย
        “ทีแรกก็คิดว่าจะไว้ชีวิต แต่ลงท้ายก็ต้องเป็นรูปแบบนี้อยู่ดี หล่อนรู้มากเกินไปเสียแล้วรมย์รดา เพราะฉะนั้นก็ไม่มีทางที่จะบอกเรื่องที่รู้ให้ใครรู้ได้อีก!”
          เด็กสาวดิ้นรนสุดชีวิต...
       มือขวาที่ถือมีดเปะปะไปมาหันปลายแหลมกรีดเข้าที่สีข้าง บุรุษลึกลับเป็นทางยาว เขาสะดุ้งเฮือก อุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด มือที่บีบคอเด็กสาวคลายออกทันที เป็นโอกาสทองของรมย์รดาแล้ว หล่อนสะบัดสุดแรงเกิด พร้อมกันนั้นก็มือซ้ายก็ตะกายข่วนหน้าอูมตึงเต็มที่ มีเสียง คว่าก เบาๆ
         ผิวหน้าที่ถูกกรงเล็บแหลมตะกุยสุดแรงนั้น ปริออกจากกันเป็นแนวยาว มันไม่ใช่ใบหน้ามนุษย์ เป็นหน้ากากเนียนบางที่สวมทับใบหน้าแท้จริงเอาไว้เท่านั้น
…………..
    “แกเป็นใคร?”
      “นังตัวดี ทำข้าเจ็บ เอ็งต้องตาย! ... ข้าจะทำให้เหมือนอุบัติเหตุ ละเมอตกลงไปคอหักตายเอง เท่านี้ก็ปลอดโปร่ง ข้าจะได้สบายใจเสียที”

        และก่อนที่ร่างของหล่อนจะหลุดร่วงลงไป ฆาตกรก็กระชากหน้ากากที่แท้จริงของมันออกมาให้หล่อนเห็น
           บุรินทร์ รัตนภากร หนุ่มใหญ่ผู้แสนอบอุ่นคนนั้นนั่นเอง...
      แท้จริงเขาร่วมมือกับพะวงดาว เพื่อต้องการครอบครอง ทรัพย์สินทั้งหมดของวังไวกูณฑ์ เนื่องจากตนเองก็ไม่ใช่หลานที่แท้จริง เหมือนกับพะวงดาว ที่หม่อมพัชรินทร์นำมาชุบเลี้ยงด้วยความสงสาร หากมีเพียงรมย์รดาเท่านั้น คือทายาทลำดับแรก

       และถ้าแผนการสำเร็จ หญิงสาวกลายเป็นคนวิกลจริตตามแผนที่ทั้งคู่วางไว้ก็คงจะเป็นความสำเร็จงดงามไปแล้ว เสียแต่ว่ามันเกิดความผิดพลาดไปเสียก่อน

        และวินาทีสุดท้ายก็มาถึง เมื่อบุรินทร์ยกมือบีบคอรมย์รดา แล้วลากมาที่ระเบียงด้านนอก

          เด็กสาวนัยน์ตาเหลือกลาน บอกตัวเองว่า คงจะสิ้นสุดทุกสิ่งทุกอย่างในนาทีนี้อย่างแน่นอน
        แต่แล้ว
         หูที่อื้อปานประหนึ่งมีเสียงพายุพัดโหมอยู่ในนั้นก็แว่วเสียงหนึ่งดังปังอยู่ไม่ห่าง
         พร้อมๆกัน ฆานประสาทที่เกือบใช้การไม่ได้แล้ว ก็กระทบกลิ่นนั้นขึ้นรวยรินอย่างน่าอัศจรรย์
         กลิ่นกุหลาบสด
           ลมแรงพัดกรูเกรียวเข้ามา จนความหนาวเย็นแทรกทุกอณู บรรยากาศ พร้อมๆกับกลิ่นหอมละมุนละไมของกุหลาบแสนหวาน  ก็กรุ่นกำจายเข้าห้อมล้อมรมย์รดาเสมือนปลอบขวัญ
              มือที่กำคอของสาวน้อยคลายออก รมย์รดาทันเห็นหน้าเขาฉายแววอย่างหนึ่งอย่างชัดเจน
               เป็นแววหวาดกลัวและตระหนกสุดชีวิต
         “ท่านหญิงไล...”

             สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ เคยถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งหนึ่งครับ จำได้ว่า คุณรัชนู บุญชูดวง รับบทนางเอก รมย์รดา ในขณะที่คุณสมภพ เบญจาธิกุล รับบท ปรัศว์ พระเอกของเรื่อง ส่วนท่านอื่นถ้าจำไม่ผิด คุณอุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท พะวงดาว และ คุณดวงใจ หทัยกาญจน์ รับบทปัญชลี ครับ




Create Date : 27 พฤษภาคม 2556
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 11:36:43 น. 17 comments
Counter : 3440 Pageviews.

 
สนใจเรื่องนี้ เพราะชื่อเรื่องเลยครับ...ชอบแนวโกธิคอยู่แล้ว


โดย: อุ้มสม วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:35:37 น.  

 
โห เก่ามากเลยค่ะ ^^

คุณจินตวีร์เป็นต้นแบบงานแนวลึกลับใช่มั๊ยคะ
ผลงานแต่ละเรื่องแนวลึกลับ เขย่าขวัญทั้งนั้นเลย

แต่ก็น่าอ่าน น่าศึกษาค่ะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:58:13 น.  

 
โห เก่ามากเลยค่ะ ^^

คุณจินตวีร์เป็นต้นแบบงานแนวลึกลับใช่มั๊ยคะ
ผลงานแต่ละเรื่องแนวลึกลับ เขย่าขวัญทั้งนั้นเลย

แต่ก็น่าอ่าน น่าศึกษาค่ะ ^^



โดย: lovereason วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:02:35 น.  

 
ขออนุญาตตอบคุณ loverason นะคะ รุ่นเดียวกันกับจินตวีร์ วิวัธน์ ที่เขียนเรื่องลึกลับมีหลายคนค่ะ ที่นึกออกตอนนี้ก็มี ตรี อภิรุม อีกคนค่ะ สมัยเด็กๆ ตามอ่าน แก้วขนเหล็ก ของตรี อภิรุม ในนิตยสารบางกอกชนิดเหนียวแน่นเลยค่ะ ในช่วงเดียวกันก็มีเรื่องของ จินตวีร์ วิวัธน์ ลงพร้อมกัน แต่จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไรเพราะตอนนั้นตั้งหน้าตั้งตาคอย บางกอก ก็เพื่ออ่าน แก้วขนเหล็ก นี่แหละค่ะมากกว่าเรื่องอื่น


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:4:54:41 น.  

 
น่าจะยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:06:16 น.  

 
ชอบมากครับ อ่านครั้งแรกในสกุลไทย ได้แต่รอว่าเมื่อไรคุณแม่จะซื้อฉบับใหม่มาเสียทีๆ :)


โดย: ภาคภูมิ IP: 171.99.141.230 วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:36:21 น.  

 
เรื่องนี้อ่านมานานมากๆแล้วค่ะ เป็นเรื่องหนึ่งที่ชอบเราเลยซื้อเก็บไว้.. ของเราเวอร์ชั่นเดียวกันนี้เลยค่ะ
จำได้ว่ามีแมงมุมตัวเท่าชามด้วย... น่าจะเป็นของปลอม อ่านแล้วสนุกดีค่ะ แนะนำให้อ่านกันนะคะ... เชียร์เลยค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับรีวิวหนังสือดีๆมีคุณค่ามากๆค่ะ


โดย: พราว IP: 115.67.230.93 วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:20:29 น.  

 
ชอบแนวนี้ค่ะ ยิ่งถ้าปล่อยปมสงสัยไว้เยอะๆ ยิ่งชอบเลยค่ะ ^^


โดย: Sab Zab' วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:12:47:27 น.  

 
เล่มนี้เคยอ่านเมื่อสมัยยังเด็กมาก...จนแทบไม่เหลือติดความทรงจำ แต่จำชื่อเรื่องได้ค่อนข้างแม่นยำ

ได้มาอ่านรีวิวเท่ากับได้ทบทวนความหลัง...
พอจะนึกออกลาง ๆ ล่ะค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 28 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:28:59 น.  

 
น้องอุ้มสม : คุณจินตวีร์ เป็นคนที่ตั้งชื่อนิยายได้ไพเราะและน่าสนใจท่านหนึ่งเลยครับ มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่เห็นชื่อเรื่องครั้งแรกแล้ว ไม่รู้ว่าจะมาแนวไหนเลย คือ "มายาพิศวาส"

คุณนุ่น : เป็นนักเขียนรุ่นเก่าครับ อย่างที่คุณไก่บอกไว้เลยครับ

คุณไก่ : ได้อ่านแก้วขนเหล็ก แล้วตามด้วยจอมเมฆินทร์(ภาคสอง) หรือเปล่าครับ ผมอ่านแล้ว ชอบภาคแรก (แก้วขนเหล็ก) มากกว่าครับ
มาเริ่มอ่านบางกอกเอง ยุคที่ท่านเขียน พรายพระกาฬ แล้วครับ ตอนนั้นคุณตรี อภิรุม น่าจะเขียน มฤตยูผยอง ภูตพยัคฆ์ ในบางกอก แต่ผมเองก็ติดงอมแงมทั้งสองท่านเลยครับ

คุณพุด : นึกๆดู ในยุคนั้น งานของคุณจินตวีร์ ทำเป็นละครหลายเรื่องเหมือนกันครับ แต่เสียดายไม่มีพิมพ์ใหม่สักเท่าไรเลยครับ

คุณหมอภูมิ : เรื่องนี้ได้อ่านจากสกุลไทยตอนเด็กๆเหมือนกันครับ รอทุกอาทิตย์เลย แต่ที่ตั้งใจรอสุดๆด้วยใจจดจ่อ คือ "มายาลวง" ในสกุลไทยครับ เรื่องนั้น ทิ้งท้ายแต่ละบทได้เฉียบขาดมากจนทำให้ คนอ่านลุ้นอยากรู้ตอนต่อไปจนแทบอดใจไม่ไหว โชคดีที่เป็นรายสัปดาห์ ถ้าเป็นรายเดือนอย่างต่วยตูนส์พิเศษ สงสัยจะแย่เลยครับ

คุณพราว : โชคดีมากเลยครับ เป็นเรื่องที่หาอ่านยากเรื่องหนึ่งเลยครับ

คุณSab Zab' : ถ้าชอบแนวนี้ แนะนำ คฤหาสน์ดำ กับ บ้านศิลาทราย เลยครับ น่าจะยังมีพิมพ์ปกอ่อนขายอยู่บ้างในงานสัปดาห์หนังสือครับ

คุณแม่ไก่ : ผมได้อ่านงานของคุณจินตวีร์ หลายเรื่อง เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ นับเป็นความสุขอยางนึงเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:16:31 น.  

 
สืบเนื่องจากการดูชิงร้อยชิงล้านช่วงตลกน่ะค่ะ... มีอยู่ตอนนึงที่หม่ำ จ๊กม๊ก บอกว่าทางภาคอีสานมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน ฝนจะได้ตกต้องตามฤดูกาล

อันที่จริงแล้วเราเข้าใจว่าที่เค้าจุดบั้งไฟกันนั้นน่ะเกี่ยวข้องกับพญานาค... แบบบั้งไฟพญานาคน่ะค่ะ... ทีนี้ก็เลยได้ความรู้ใหม่ว่าที่จริงแล้วเพื่อบูชาพญาแถนนั่นเอง

ทีนี้เราจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยอ่านเรื่องนึงของคุณจินตวีร์ฯ มีชื่อพญาแถนคำ ด้วยค่ะ คุณสามปอยหลวงพอทราบหรือไม่คะว่าใช่ตำนานเดียวกันหรือไม่คะ แล้วเรื่องนั้นชื่อเรื่องอะไรคะ... พอดีอ่านมานานมากแล้วจำชื่อ, จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วด้วยค่ะ... ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าคุณจินตวีร์ฯไม่ได้เขียนเรื่องแนววิทยาศาสตร์อย่างเดียวแต่มีเรื่องลี้ลับตามตำนานอยู่ด้วย.... ถ้าหากคุณสามปอยหลวงได้อ่านเรื่องนี้แล้วช่วยรีวิวให้หน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ



โดย: พราว IP: 124.121.40.219 วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:17:03:26 น.  

 
ชื่อเรื่อง ค้มคำพญา ครับ นางเอกชื่อมุกมณี เดินทางไปยังม่อนแถนคำ เรื่องนี้ผมมีแต่ปกอ่อนครับ ยังไม่มีโอกาสรีวิวเสียทีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:17:45:58 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากครับ ได้ยินมาว่าจะมีการพิมพ์ใหม่ในเร็วๆ นี้ครับ
ปล.คุณสามปอยหลวงไม่น่าบอกชื่อคนร้ายตัวจริงเลยครับ หมดลุ้นเลย 555 ^o^


โดย: Lek IP: 171.100.58.146 วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:19:26:23 น.  

 
คุณ Lek : อยากเห็นกรูฟทำเป็นเล่มจริงๆครับ รอลุ้นปกด้วย
เรื่องปมเฉลย แหะ แหะ ขออภัยจริงๆครับ ลืมนึกไปเลย คราวนี้ผมขอแก้ตัว ในรีวิว "มายาลวง"นะครับ เลยขอทำเป็นสีจางแทนไปแล้วกัน


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 มิถุนายน 2556 เวลา:19:44:05 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากๆครับ เป็นเรื่องที่ชอบที่สุดของคุณจินตวีร์ ตอนเป็นละครจำได้คลับคล้ายคลับคลาเพราะเด็กมาก มีคุณรัชนู, คุณสมภพ, คุณสุเชาร์, คุณอุทุมพร


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:48:36 น.  

 
คุณ Patapon : เรื่องนี้ผมเคยดูตอนคุณรัชนูเล่นเหมือนกันครับ แต่จำรายละเอียดในละครไม่ได้แล้ว แต่ในหนังสือสนุกไม่น้อยเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:17:59:39 น.  

 
ครับผม หนังสือสนุกมาก เขียนได้น่าติดตามทุกตอน ตอนนั้นเด็กมากๆ แต่ยังพอจำได้หลายๆฉาก พอมาอ่านก็ค่อนข้างตรงกับในนิยายครับ รู้สึกว่า คุณรัญญาจะเล่นเป็นสุคนธ์ คุณดิลกเล่นเป็นอดิศร์, คุณดวงใจเล่นเป็นปัญชลี, คุณรัตนภรณ์เล่นเป็นป้าสุตสาย,


โดย: Patapon IP: 202.57.134.206 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:14:44:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.