หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
1 เมษายน 2565
 
All Blogs
 
กรวดต่างสี : ชูวงศ์ ฉายะจินดา

เรื่อง : กรวดต่างสี
ผู้เขียน : ชูวงศ์ ฉายะจินดา
สำนักพิมพ์ : ส.พิจิตรการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : 2552
เล่มเดียวจบ




           จาก “คำนำ” ของ คุณชูวงศ์ ฉายะจินดา ในหนังสือเล่มนี้ บอกเล่าถึงที่มาของ รวมเรื่องสั้น กรวดต่างสี อันเป็นเสมือน การ “หวนนึกถึงเรื่องสั้นหลายๆเรื่องที่ กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับ ก้อนกรวดไร้ค่าที่ตกหล่นอยู่ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง จนทำให้ผู้เขียนเกิดความฝันว่า ตนเองคงจะมีความสุขเกินพรรณนา หากเรื่องสั้นเหล่านั้นได้ ถูกรวบรวมไว้ด้วยกันเป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์...
และกรวดต่างสี ก็คือ รวมเรื่องสั้น เล่มนั้น

          เมื่อมีโอกาสได้อ่าน เรื่องสั้นทั้งหมด จำนวน 15 เรื่อง ผมพบว่า แต่เรื่องล้วนมีเสน่ห์ และสไตล์ ที่แตกต่างกัน เสมือนหนึ่งอัญมณี หลากสีสัน ที่ให้รสสัมผัสแก่ผู้อ่าน ทั้งความสดใส หม่นทึบ หรือความรื่นรมย์ขบขัน อันเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ในงานเขียนของชูวงศ์ ฉายะจินดา ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ผู้นี้อย่างแท้จริง เรื่องสั้นเหล่านี้ ตีพิมพ์ในนิตยสาร หรือในวาระต่างๆ ก่อนนำมารวมเล่มเป็นครั้งแรกในครั้งนี้ โดยเฉพาะ เรื่องแรก อยากเป็นครู... จัดให้เลย ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่ท่านเขียนขึ้นใหม่เป็นครั้งแรกและนำมารวมกับอีกสิบสี่เรื่อง นับเป็นเรื่องสั้นขนาดยาวที่มีตัวละครมากที่สุด
               ++++++++++++++++++++
อยากเป็นครู... จัดให้เลย : เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวที่สุดในชุดนี้ เสมือนการบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของ สองตัวละครเอกที่ปัจจุบัน เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และกำลังจะเกษียณอายุราชการ ภาพพานดอกไม้ที่ประดิษฐ์เป็นนกยูงรำแพน สวยงาม ทำให้ ทั้ง รศ.ดร.สุกิตติ์ และ ผศ.ยุวดี สองอาจารย์คู่ชีวิต ได้หวนกลับไปสู่ชีวิตนักศึกษาเมื่อหลายสิบปีก่อน ในวัยแห่งความสุขของมิตรภาพระหว่างเพื่อนๆแต่ละคนที่มีเรื่องราวผูกพัน เกี่ยวเนื่องกัน มีทั้งรสชาติของความผิดหวัง และความรักที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างงดงาม และยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน
            +++++++++++++++++
มือที่สาม : เป็นเรื่องสั้นที่สะท้อนชีวิตของพริม ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องเลือกเส้นทางเดินระหว่าง ความรักครั้งแรกในชีวิต กับ ความถูกต้องทำนองคลองธรรม์ของตัวเอง แม้ว่า ผลลัพธ์นั้น จะเป็นความเจ็บปวดสักเพียงใดก็ตาม
             ++++++++++++++++++
กรรมใดใครก่อ : เป็นเรื่องราวหักมุมของสองพี่น้องฝาแฝด ศีลวาร กับ ศาลวีร์ ที่แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน หากนิสัยใจคอก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และเมื่อมี ระพินทร์ ชายหนุ่มผู้เป็นตัวแปรสำคัญเข้ามาในชีวิตของสองสาว และเขาเป็นฝ่ายเลือก ศาลวีร์ แทน

          ศีลวาร แฝดผู้พี่จึงฝังปมแห่งความแค้นและความริษยาเอาไว้กับตัวเองเพื่อรอวันชำระคืน ตราบจนกระทั่งได้รับทราบข่าวว่า ระพินทร์ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แผนการสังหารน้องสาวที่ตนเองริษยา เพื่อสวมรอยเข้าไปแทนที่ และครอบครอง คฤหาสน์หลังงามของคนทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น!
          ++++++++++++++++++
เจ้าขุนทอง น้องเบิร์ด : เป็นเรื่องสั้นๆที่แสนน่ารัก ของ เด็กชายตู่ ที่พบกับเจ้านกขุนทอง พลัดบ้าน มาอาศัยอยู่ด้วย จนเกิดเป็นความรักความผูกพัน ระหว่างเจ้านกขุนทองช่างพูดช่างเจรจา ที่ติดสำเนียงพูดมาจากเจ้าของเดิม กับ เด็กชายตัวน้อยแสนน่ารัก ที่สร้างความประทับใจ แก่ผู้อ่าน จนอาจจะหัวเราะทั้งน้ำตา เมื่ออ่านเรื่องนี้จบลง
          ++++++++++++++++++
วิถีทรชน : น่าจะเป็นเรื่องสะท้อนสังคมที่สะเทือนใจและหักมุม ให้ผลลัพธ์ในเรื่องของการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อีกเรื่องหนึ่งได้ดีทีเดียว เมื่อไอ้เดชทรชน ใจโฉด ที่เคยสร้างรอยมลทิน แก่สาวน้อยลินจง และหล่อนก็สามารถหนีพ้นจากเงื้อมมือมารของมันไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้สำเร็จ โดยการเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่ และเริ่มต้นแต่งงานอยู่กินกับสามีสูงวัย ที่มีฐานะ
แต่แล้ว ไอ้เดช ก็ยังจดจำหล่อนได้อย่างไม่มีวันลืม และบัดนี้ถึงเวลาที่มันตั้งใจว่าจะต้องกลับไปลากลินจง ให้กลับลงสู่ขุมนรกของมันอีกครั้ง ด้วยการขโมยลูกของอีกฝ่าย มาเป็นตัวประกัน
            ทว่าครั้งนี้ มันไม่รู้ว่าเด็กตัวน้อยที่มัน ขโมยมาจากลินจง เพื่อใช้ข่มขู่เรียกร้องเงินทองจากอีกฝ่าย แท้จริงแล้ว ก็คือลูกชายของตัวเอง!
          ++++++++++++++++++++
รักโกลาหล-คนโลกาภิวัตน์ : เป็นเรื่องสะท้อนสังคมยุคปัจจุบัน ได้เป็นอย่างดี เมื่อ ปันหยี สาวสวยเลือกได้ ตัดสินใจ ทิ้ง กิ๊กหนุ่ม อย่างสุเมธ เพื่อไปแต่งงานกับ รัฐกร หนุ่มใหญ่รูปงาม ผู้เป็นนายทุนรักเหมาก่อสร้าง ที่ร่ำรวย
แต่ชีวิตแต่งงาน ที่แสนน่าเบื่อหน่าย กับสามีจอมจู้จี้ขี้บ่น ทำให้เธอหวนกลับไปคบหากับสุเมธ อีกครั้ง และคราวนี้ สาวสมัยใหม่ อย่างปันหยี จึงวางแผนกับสุเมธ เพื่อให้เขาเข้ามาทำงานเป็นคนสวนในบ้าน ของตัวเอง เพื่อจะได้มีเวลาพร่ำพรอดกับชู้รัก
          เหตุการณ์ทุกอย่างชางดูราบรื่นไปเสียหมด สุเมธทำงานถูกอกถูกใจ รัฐกร ซ้ำยังได้รับคำชมจากชายจู้จี้อย่างเขา จน ปันหยี สบายใจ ว่า ความลับของหล่อนกับสุเมธ จะไม่มีวันระแคะระคาย
ถ้าหากหล่อนจะไม่บังเอิญไปรู้ความลับของรัฐกรเข้าเสียก่อน!

       คืนนั้นปันหยีตื่นขึ้นในยามดึกสงัด รัฐกรยังไม่เข้านอน ตามปกติรัฐกรก็ต้องทำงานตรวจบัญชีรายรับจ่ายเกี่ยวกับงานก่อสร้างของเขาอยู่ในห้องทำงานจนดึกดื่นทุกคืน แต่ไม่เคยดึกมากขนาดนี้
          หล่อนลุกจากเตียงแล้วออกจากห้องนอนเดินตรงไปยังห้องทำงานของสามี กำลังจะเคาะประตูก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงรัฐกรพูดกับใครคนหนึ่งอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย แต่แทนที่จะเป็นเสียงผู้หญิงดังที่ปันหยี คาดเดา เสียงนั้นเป็นเสียงหัวเราะห้าวๆ ของผุ้ชายเต็มตัว
กระแสเสียงที่คุ้นชิน ทำให้หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบ ยืนตัวแข็งอยู่ที่หน้าห้องนั้นเอง!
           ++++++++++++++++++++
         36.23.36 + 0 = ? ชื่อเรื่องเหมือนสมการทางคณิตศาสตร์เรื่องนี้ คือ สัดส่วนสาวสวยในอุดมคติ ของสาวน้อยแป๋ว ที่มีความใฝ่ฝันจะใช้เรือนร่างและความสวยของตนเอง เป็นบันไดไต่เต้าสู่ตำแหน่งนางงาม เหมือนที่เคยเห็นมาก่อน แต่แล้วด้วยสัดส่วนอันสมบูรณ์ของเธอเอง กลับชักนำให้ต้องผ่านผู้ชาย แต่ละคนที่เข้ามา เพื่อมุ่งหวัง ในความสวยและเรือนร่างของหล่อนเอง จากคุณเชิดชัย จนถึงสำนักงานแม่เล้า ที่แป๋วถูกหลอกไปขายตัว และท้ายที่สุด สมการและตัวเลขอันงดงามดังความฝันนั้น ก็ต้องจบลง ที่เลขศูนย์!
            +++++++++++++++++++
คู่กัด : เป็นอีกเรื่องที่เขียนได้อย่างน่ารักน่าชัง โดยเล่าผ่านมุมมองของ เด็กหญิงหมิว ซึ่งตั้งแต่แม่หนูน้อยจำความได้ ย่า กับ แม่ มักจะทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ ย่าก็ชอบเสียดสีว่าแม่อ้วน ส่วนแม่เองก็ชอบกระแนะกระแหนวว่าย่าแก่และยังไม่ยอมทำงานทำการ อีกต่างหาก โดยมีคุณพ่อคอยวางตัวเป็นกลางห้ามทัพ อยู่เป็นประจำ
           แต่แล้ว เมื่อถึงวันหนึ่ง คุณพ่อของหมิว ต้องย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ ถึงสามปี
         จังหวะเวลานี้ เองจึงไม่มีใครคอยห้ามทัพ ของสองหญิงต่างวัย แต่ไม่ว่าจะทะเลาะกันมากสักแค่ไหน ต่างก็ไม่เคยลงไม้ลงมือ หรือ ใครยอมแพ้เป็นฝ่ายย้ายออกจากบ้านไปสักที
       จนกระทั่งถึงวันเกิดเรื่องสำคัญ!
         เมื่อหมิวกลับมาจากโรงเรียน และพบว่าไฟไหม้บ้าน...

         ภาพที่เห็นคือ ย่าที่แข็งแรง กำลังพาแม่ ออกมาจากบ้านที่ไฟไหม้ ย่าช่วยชีวิตแม่เอาไว้ได้สำเร็จ และเมื่อพ่อเดินทางกลับมา แม่ก็เล่าให้พ่อฟังว่า
      “วันไฟไหม้ ฉันรีบกลับบ้านมาขนของ เคราะห์ร้ายเกิดหกล้มขาแพลง เดินไม่ได้ พี่รู้มั้ย แม่แกอุตส่าห์ช่วยพยุงฉันหนีไฟด้วย”
       ย่าเลยชี้แจงเหตุผลด้วยสีหน้าแจ่มใส
       “เอ็งรู้มั้ยนังรวย ที่ข้าช่วยเอ็งก็เพราะกลัวถ้าเอ็งตายซะ แล้วข้าจะไม่มีใครไว้ทะเลาะด้วย ข้ากลัวเหงาปากเว้ย”


         ดูศึกของคู่กัดสองวัยในครั้งนี้ ท่าทางจะยังมีต่อยืดเยื้อไปอีกยาวนานเลยทีเดียว!
           ++++++++++++++++++++
         อีกเรื่องที่ผมชอบมากๆ และเคยอ่านมาก่อนในหน้านิตยสารสกุลไทย ก็คือ เรื่อง เหตุเกิดเมื่อวันแม่ : บอกเล่าผ่านมุมมองของฉัน ซึ่งเป็นหญิงสูงวัย เดินทางไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพ ในช่วงวันแม่พอดี และภาพความคิด เมื่อเธอได้คุยกับ แท็กซี่ คนหนึ่ง บอกเล่าชีวิตของเขา และสิ่งที่ทำให้เกิดความระแวงแคลงใจ เมื่อพบว่า เขาไม่กดมิเตอร์แท็กซี่
ผู้เขียน บรรยายภาพความคิด ของ ตัวเอก ในด้านลบ ที่เกิดขึ้นจากอคติในใจ แต่แล้ว คำตอบของชายหนุ่มแท็กซี่ นั่นเอง ที่ทำให้มุมมอง เกี่ยวกับความคิดของ เธอ ได้เปลี่ยนไป ตลอดกาล

        ฉันหยิบกระเป๋าสตางค์มาเปิด ถามเสียงแข็งๆ เป็นการตัดไม้ข่มนามว่า          “เท่าไร”
     “วันนี้วันแม่”
        พ่อโชเฟอร์หันมาตอบอย่างยิ้มแย้ม
          “ผมลดราคาให้ป้าก็แล้วกัน คิดแค่สี่สิบบาทเอง เอาแต่ค่าสตาร์ทรถกับค่าน้ำมัน ค่าแรงไม่คิด”
        ฉันตะลึง พอรู้สึกตัวก็เอะอะขึ้น
        “โอ๊ย ทางตั้งไกล จะมาคิดสี่สิบบาทได้ยังไง” ฉันพูดพลางส่งธนบัตรสีเขียวให้สี่ฉบับ พ่อหนุ่มหัวเราะ... พูดเสียงอ่อนโยนว่า
           “วันนี้วันแม่ อย่าทำให้ลูกเสียใจนะครับ”

          นับเป็นเรื่องราวที่จบอย่างสวยงามตราตรึงใจเรื่องหนึ่ง เลยทีเดียวและในตอนท้าย ผู้เขียนยังเสริมว่า เรื่องนี้ “เป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้อิงนิยายเรื่องไหนเลย แม้แต่น้อย!”
           ++++++++++++++++++++
           นอกเหนือจากนี้ ยังมีเรื่องสั้นอีกหลายเรื่องภายในเล่มนี้ ที่สะท้อนภาพชีวิต ชวนอ่าน และให้แง่คิดที่น่าสนใจ อีกมากมาย กรวดหลากสี จึงเป็นเสมือนเอกอัญมณี แห่งวรรณกรรมเรื่องสั้น ที่แต่ละเรื่องต่างส่องประกายหลากหลายเฉดสี โดยที่แต่ละสีสันอันเพริศแพร้วนั้น ก็เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอันงดงาม แห่งวรรณศิลป์ สมกับฝีมือการประพันธ์ ของ คุณชูวงศ์ ฉายะจินดา ที่แฟนนักอ่าน ไม่ควรพลาดครับ



Create Date : 01 เมษายน 2565
Last Update : 1 เมษายน 2565 7:50:48 น. 4 comments
Counter : 485 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 1 เมษายน 2565 เวลา:15:08:30 น.  

 
คุณ **mp5** ขอบคุณมากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 เมษายน 2565 เวลา:10:08:39 น.  

 
เป็นกำลังใจให้พี่หนุ่มรีวิวงานออกมาเรื่อยๆนะครับ อ่านและเป็นต้นแบบงานรีวิวของผมด้วย สู้ๆครับผม


โดย: เมฆชรา วันที่: 16 เมษายน 2565 เวลา:15:28:31 น.  

 
ขอบคุณมากครับ อิส พี่อ่านและติดตามรีวิว ของอิส ตลอดเหมือนกัน ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 เมษายน 2565 เวลา:8:10:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.