หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา : กฤษณา อโศกสิน

เรื่อง : อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา
ผู้ขียน : กฤษณา อโศกสิน
สำนักพิมพ์ : บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2518
เล่มเดียวจบ




       อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา เป็นรวมเรื่องสั้นในยุคแรกๆ ของกฤษณา อโศกสิน บางส่วนในเล่มนี้้ ภายหลังก็ได้นำมารวมเล่มในชื่อใหม่ หรือพิมพ์เป็นฉบับภาษาอังกฤษ อย่างเรื่อง กลิ่นฟาง ใบไม้ร่วงจากดวงดาว เป็นต้น สำหรับ ฉบับ ของสำนักพิมพ์ บรรณาคารนี้ มีหลายเรื่องที่น่าสนใจและอ่านเพลิดเพลินเลยทีเดียวครับ ทำให้เห็น จุดเริ่มต้นงานเขียนของนักเขียนผู้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้อย่างชัดเจน

        สำหรับในเล่มนี้ มีหลายเรื่องที่ผมชื่นชอบ อย่าง
อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา ก็เป็นเรื่องสั้นที่บอกเล่าชีวิตของสาวใหญ่วัยทำงาน ที่สะท้อนความรู้สึกต่อ ระวิน เพื่อนชายรุ่นน้องทว่า ระวินเอง กลับหลงใหลได้ปลื้มสาวสวยวัยเดียวกันอย่างทัสสี

    ทัสสีเป็นเพื่อนร่วมงานของทั้งเขาและฉัน หล่อนเป็นคนสวยพราว ฉันเคยนึกนินทาหล่อนบ่อยๆว่า นัยน์ตาหล่อนนั้น ช่างเป็นอุทยานที่เชิญชวนให้พวกผู้ชายอยากเดินเข้าไปเที่ยวเตร่หาความสำราญได้ดีจริง
ถ้าเปรียบหัวใจหล่อนเป็นดวงไฟ มันก็ส่องสว่างอยู่ที่ดวงตาทั้งกลางวันกลางคืน


      มันคงเป็นความอิจฉา ความว้าเหว่า ว้าวุ่น ของ “ฉัน”เมื่อเห็นว่า ทัสสี มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามในขณะที่วันวัยของตัวละครอย่างฉัน ล่วงผ่านเข้าสู่ความชราเข้าไปทุกขณะ และ ทัสสี ก็เลือกที่จะแต่งงานกับ ชายสูงวัย ผู้อำนวยการกองที่หล่อนทำงานอยู่ ขณะที่ระวิน ลาออกจากงาน และฉัน ก็บรรลุสัจธรรม เมื่อได้ คุยกับทัสสี

     ทัสสีหัวเราะ “ฉันน่ะ ไม่มีวันชอบระวินได้หรอก...”
    “ทำไม”
  เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันคิดว่าจะชอบนี่จ๊ะ”

        ก็แล้วฉนล่ะ... ทำไมถึงชอบเขา เกินกว่าชอบ... ถึงกับรักและใฝ่หา
       “คุณเองก็รู้ว่า ชอบ รัก กับแต่งงาน มันไม่เหมือนกัน... เราไม่ได้แต่งงานกับใครสักคนเพียงเพราะเราเหงาจริงไหม?”

        ฉันเกือบจะตอบออกไปแล้วว่า
      ไม่จริง... ฉนอาจจะแต่งงานกับใครสักคนก็ได้ หากฉันเหงาถึงขีด... และต้องการใครสักคนมาเป็นคนฉัน
           ขอแต่เพียงให้เขานึกอยากเป็นของฉันเท่านั้นแหละ


ใบไม้ร่วงจากดวงดาว ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สะท้อนเรื่องราวของ นิรวัจน์หนุ่มใหญ่ ผู้ทะเยอทะยาน ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งหน้าที่การงาน และภรรยาที่พรั่งพร้อม แต่วันหนึ่ง ชีวิตสูงส่งก็หล่นร่วงลงมาสู่ดิน เขาขับรถเรื่อยเปื่อยมาถึงจังหวัดริมทะเล ที่เคยมา และจดจำเด็กสาวลูกน้ำเค็มคนหนึ่งได้ เมื่อหลายปีก่อน เขาเคยขับรถมาที่นี่และเกิดรถเสีย ทำให้มีโอกาสได้รู้จัก เด็กสาวชื่อเอม เติบโตเป็นสาวน้อย บริสุทธิ์ และการพูดคุยกัน กับเรื่องราวชีวิตอันแสนธรรมดา และมีความสุขทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจในชีวิตมากขึ้น
 
       ดูหล่อนมีความสุขขณะเล่า... เขาอดกังขาไม่ได้ว่า มนุษย์บางคนไม่เคยรู้จักความศิวิไลซ์ กลับหาความสุขได้ง่ายแสนง่าย ถูกแสนถูก แต่สำหรับตัวเขา ไม่เคยมีความสุขเลยตั้งแต่เกิดมา

     เขาเลยชวนหล่อนไปกินข้าวและนั่งคุยด้วยกัน โดยไม่รู้ว่า ด้วยความรีบร้อน เอมไม่ได้บอกกับทางบ้าน ทำให้พ่อของหล่อนเข้าใจผิด คิดว่า มีคนแปลกหน้ามาหลอกลวงลูกสาวตัวเอง จึงพาพรรคพวกมาตามหา และพบกับเขาระหว่างทางที่กำลังขับรถมาส่งเอม เด็กสาวพยายามห้ามปราม แต่ช้าไปเสียแล้ว บิดาของหล่อนชักปืนออกมายิงใส่นีรวัจน์

         ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง เขานึกถึงคำพูดของเด็กสาวระหว่างชี้ชวนให้เขาเห็นดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ในขณะที่รัชนีกร ภรรยาผู้ฟุ้งเฟ้อของเขา กลับคิดอีกอย่างหนึ่งว่า

      “ถ้าเขาตกอย่างดาว ฉันจะไม่เสียใจเลย แต่นี่เขาตกอย่างใบไม้ร่วง ไม่มีค่า ไม่มีราคา มีแต่จะถูกเหยียบย่ำครั้งแล้วครั้งเล่า”

ผกากรองบนดอยมูเซอ เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่ง บอกเล่าถึงมุมมองทัศนคติ ของผู้ชายที่มีต่อเพศหญิง ผ่าน รอน และนที สองหนุ่มที่เดินทางขึ้นมาเที่ยวบนดอย และมีโอกาสพบกับ “หล่อน” สาวสวยมากเสน่ห์ ที่เคยเป็นคนรักของรอนมาก่อน บัดนี้ หล่อน เฉิดฉายและสมสมัยกว่าเมื่อสองปีก่อนเป็นอันมาก และแต่งงานอยู่กิน กับ ผทม พ่อค้าสูงวัยชาวพระนคร กระนั้น เมื่อหล่อน เห็นรอน ก็ยังอดหว่านเสน่ห์ยั่วยวนเขาไม่ได้ โดยเฉพาะในยามที่ลับตาสามีชรา

       “ฉุดฉันลุกขึ้นทีเถอะค่ะ หรืออุ้มไปส่งที่บ้านก็ยังได้นะ”

         “ถ้าผมอุ้มจริงๆ อะไรจะเกิดขึ้น”เขาถาม “ป่าแถวนี้คงราบเป็นหน้ากลองก็ไม่รู้”
        หล่อนหัวเราะคิกอย่างพึงพอใจ กาลเวลาไม่ได้ทำให้ไฟในตัวผู้หญิงคนนี้ มอดดับลงได้เลย

   “ฉันอยากเห็นเวลาป่าราบ!”
      “คุณก็ยังคงเห็นการณรงค์ระหว่างผู้ชายเป็นของสนุกตามเคย”


         และรอนก็รู้ภายหลังว่า หล่อนเป็นเมียน้อยของผทม

         สายตาของรอนเหลือบไปยังพุ่มเขียวบนเนิน สีเหลืองและแดงกระทบสายตาของเขาอย่างรางๆ ดอกไม้มบางชนิด เกิดมาหอม บางชนิดเกิดมาสวย แต่บางชนิดก็เกิดมาเพื่อจะเป็นเศษของอยากเล็กๆน้อยๆ เหมือนอิสตรีนั่นแหละ
         “ผกากรอง” เขาพึมพำ

       แม้แต่นทีเองก็ยังอดสงสัย ไม่ได้
      “รู้จักหล่อนมาตั้งแต่เมื่อไร”   “3-4 ปีก่อน” รอนตอบสั้นๆ

         “ผัวคนนี้ ไม่ใช่คนแรกนี่นา”
        “รุ้ได้ยังไง”
          “รู้ซี... มองตาหล่อนก็รู้... ถึงลื้อเองก็เคยร่วมบรรจถรณ์ กับหล่อนมาแล้วใช่ไหม?”

         “เรื่องเล็ก” รอนตอบ “แต่นั่นแหละ ถึงหล่อนจะเป็นไฟแค่ไหน เรื่องตำแหน่งเมียหลวงแล้ว หล่อนไม่ยอมรับ”
       “ทำไม”
        “หล่อนชอบอาชีพเมียน้อย เมียเก็บ เมียลับ หรือเมียอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องเหนื่อยยากมาก”


         ระหว่างการสนทนากันในคืนนั้นเอง เสียงระริกร่วน่ของหล่อนก็ดังแว่วมาไกลๆ จากเงาสองเงา ที่เห็นในพุ่มไม้เบื้องล่าง สองหนุ่มต่างคิดว่า คงเป็นคู่รักผทมกับภรรยาน้อยวัยสาวของเขากำลังพรอดรักกันนั่นเอง แต่แล้ว...

         ยังไม่ทันขาดคำ ผทมก็เปิดประตู โผล่หน้าเข้ามาถามว่า “ไม่อกมาข้างนอกหรือคุณ ผมมีเบียร์กับไพ่ติดมาด้วย รัมมี่ก็ได้”

           คนทั้งสองได้แต่มองตากัน พลางรีบบวกจำนวนคนที่อยู่ และคนที่หายไป!!


คุณหญิงแสงแข เป็นเรื่องสั้นๆอีกเรื่อง ที่สะท้อนผ่านทัศนคติของสาวใหญ่ผู้ยึดติดกับความสาว ความสวย เรื่องราวเริ่มต้น เมื่อสุเนตรา เด็กสาวกำพร้าวัยสิบแปดไปสมัครทำงานกับคุณหญิงแสงแข อัศวบดี ครั้งแรกที่มีโอกาสพบตคุณหญิงสาวใหญ่ผู้เป็นม่าย เธอมีบุคลิก ความงามสง่า สมศักดิ์ศรีผู้ดี ทำให้สุเนตราเกิดความประทับใจและศรัทธา แม้ว่าจะอดประหลาดใจไม่ได้ ว่า คุณหญิง กลับเอ่ยถึงความทุกข์ ซึ่งมันไม่ควรจะมาแผ้วพานสตรีผู้งามพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างเช่นนี้

         สุเนตรารู้ภายหลัง ว่าคุณหญิงเองเคยยากจนสมัยเด็กๆ จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นคนขายของในร้านเครื่องสำอาง อาศัยที่เป็นคนสวย จึงมีชายมาติดพันมาก รวมถึงเจ้าคุณอัศวบดีผู้ชรา ซึ่งท่านเพิ่งเป็นพ่อม่าย ภรรยาตาย ทิ้งลูกชายวัยสิบสองขวบเอาไว้ ท่านประทับใจแสงแข จึงยื่นมือเข้าอุปการะ และวิถีชีวิตของผู้หญิงอย่างเธอ ก็เปลี่ยนไป

   ต่อมาเจ้าคุณเสียชีวิต ท่านจึงเหลือเพียง อัศว์ บุตรชายที่เริ่มเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่สืบทอดมรดกมหาศาลร่วมกับคุณหญิงแสงแขที่วัยมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี สุเนตรามีโอกาสพบกับคุณอัศว์ อัศวบดี เขาเป็นชายหนุ่มวัยสามสิบหกปี สูงสง่าและที่สำคัญ เขามีท่าทีสนใจในตัวเด็กสาวอย่างสุเนตราชัดเจน ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งเธอและเขา ก็เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ท่ามกลางสายตาสังเกตการณ์ของคุณหญิงแสงแข แต่เธอก็ไม่เคยปริปากเอ่ยอะไรออกมา ตราบจนกระทั่ง

    คุณหญิงแสงแขเกิดเจ็บป่วยและต้องไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล สุเนตราจึงรู้ว่า เธอป่วยหนัก แต่พยายามปิดบังอาการเอาไว้ด้วยการแต่งตัวอย่างสวยงาม สุเนตราเกิดความสงสัยบางอย่าง เธอจึงไปหลอกถามคุณเชาว์ ที่เป็นคนสนิทของอัศว์ ทำให้อีกฝ่ายเผลอหลุดปากเล่าความจริงออกมา

         อัศว์เคยได้เสียกับแม่เลี้ยงของตนเอง ด้วยเสน่ห์ที่คุณหญิงแสงแขล่อลวงเด็กหนุ่มอย่างเขาในอดีต และเป็นสิ่งที่ผูกอัศว์ ไม่ให้เริ่มต้นชีวิตกับสตรีคนไหน

     
         “เดี๋ยวนี้คุณหญิงไม่ค่อยกล้าออกไปไหน” คุณเชาว์พูดต่อไปอีก “ในสังคมก็ดูเหมือนจะรู้กันมากมายแล้วเดี๋ยวนี้คุณอัศว์ก็ชักจะระทมขมขื่น หนูเคยคิดใช่ไหมว่า คุณหญิงมีความสุข คุณอัศว์มีความสุข เปล่าเลยหนูคิดผิด เงินช่วยอะไรคุณหญิงไม่ได้หรอก เพราะเงินก็ไม่อาจซื้อความสาวที่แท้จริงได้ คุณหญิงกำลังอยู่ในความวิตก ลุงรู้ดี วิตกว่าคุณอัศว์จะจากไป”

       ในวันสุดท้าย เมื่อสุเนตรา มาเฝ้าไข้คุณหญิง ก่อนเธอจะเสียชีวิต คุณหญิงได้ระบายความรู้สึกของเธอให้สุเนตราฟัง โดยหารู้ไม่ว่าเด็กสาวได้ล่วงรู้เรื่องราวของเธอหมดสิ้นแล้ว สุเนตรามองเห็นความสุข ในแบบที่ตัวเองมี แตกต่างจากความรู้สึกเมื่อยามเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์อัศวบดีเป็นครั้งแรก โดยสิ้นเชิง เธอขอร้องให้สุเนตรา แต่งตัวเธอให้สวยที่สุด เมื่อเสียชีวิตลง นี่คือคำสั่งเสียสุดท้ายที่คุณหญิงแสงแขขอร้องสุเนตรา

    คุณหญิงลวงมนุษย์ เมื่อคุณหญิงยังมีชีวิตอยู่ และแล้วคุณหญิงยังโง่และบ้าพอที่จะกล้าลวง พญายมเมื่อเวลาตายอีกด้วย ถ้าวิญญาณ คุณหญิงยังวนเวียนอยู่ ที่ฌาปนสถานในวันเผาแล้ว คุณหญิงแสงแข อัศวบดี จะเศร้าใจเพียงใดที่ได้เห็นสัปเหร่อ คุ้ยเขี่ยกระดูกอันป่นเป็นผงของคุณหญิงอย่างไม่ปรานีปราศรัยเลย!!
       (จาก นิตยสาร ศรีสัปดาห์ รายเดือน พ.ศ. 2499)

            อันที่จริงแล้ว ภายในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ ยังมีเรื่องราวหลากหลายมากมาย น่าอ่าน อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนภาพชนบทสวยงาม และความเพ้อฝันของเด็กสาวอย่างโรยที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของฟางข้าว และลูกไก่ที่เธอประคบประหงมเลี้ยงมันมาอย่างดี ก่อนจะหักมุมจบอย่างเจ็บปวด ใน
“กลิ่นฟาง” ชีวิตที่ผ่านช่วงเวลาแห่งอดีตกาลยุคสมัย ของ กรุงศรีอยุธยา มาจนถึงปัจจุบัน อย่าง ราตรีพิลาป ชีวิตของตำรวจตระเวนชายแดนและข้าราชการที่ต้องเผชิญความตายอยู่ทุกเมื่อท่ามกลางกลุ่มผู้ก่อการร้าย ใน สุดทางที่...ภูตะคาม หรือชีวิตของคนคลั่งพระเครื่อง จนลืมนึกไปถึง ความจำเป็นที่แท้จริงของครอบครัว อย่าง ผงคลีบนที่บูชา ฯลฯ

    อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา เป็นรวมเรื่องสั้นที่น่าอ่านเรื่องหนึ่งเลยครับ เสียดายก็แต่ไม่มีเรื่อง "ระหว่างบ้านกับถนน" ที่เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากๆ รวมอยูด้วย
                            ++++++++++++++

 


Create Date : 16 เมษายน 2562
Last Update : 16 เมษายน 2562 17:10:42 น. 6 comments
Counter : 374 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ชอบงานเขียนของคุณกฤษณา. มากครับ เเต่ยังไม่มีโอกาสอ่านเรื่องสั้นเลย. อ่านเเต่นิยายเรื่องยาวหลายเรื่องมากครับ

ปล เคยดูละครระหว่างบ้านกับถนน เป็นมินิซีรีส์ปากกาทองช่อง7. สนุกมากครับ


โดย: นะโม IP: 49.49.241.121 วันที่: 16 เมษายน 2562 เวลา:17:25:55 น.  

 
สวัสดีครับคุณนะโม เรื่องนี้มีโอกาสได้ดูเหมือนกันครับ ตอนจบเป็นอะไรที่ทั้งน่าเศร้า น่ากลัว มาก ในเล่มนี้ มีอีกเรื่องที่ให้อารมณ์คล้ายๆกันเลย คือ "ซาตาน" ครับ แต่อ่านแล้วก็ยังไม่ พีค เท่า ระหว่างบ้านกับถนน แต่หักมุมได้ดีมากเลยทีเดียวครับ

วิง เด็กสาวยากจนมอซอเนื้อตัวสกปรก คอยเลี้ยงเป็ดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และเด็กสาวก็ถูกฆาตกรโหดข่มขืนแล้วฆ่าตายริมบ่อ ระหว่างที่กำลังถูสบู่อาบน้ำ ไม่มีใครรู้ตัวฆาตกร แต่ ภาพที่ปรากฎทำให้ จิตรกรคนหนึ่ง วาดรูปเธอ นำไปจัดแสดง ในชื่อ "ซาตาน" ทำให้หลายๆคนสนใจ ข่าวนั้นมากยิ่งขึ้น และ "ใครบางคน"ที่มาในงานนั้น ก็ได้เห็นภาพนั้นด้วย
"มัน" ย้อนกลับมา และกำลังจะหาเหยื่อสาวรายใหม่ ที่อาศัยอยู่ในแถบสวนร้างแถวนั้นพอดี สบโอกาสเหมาะ มันจัดการเหมือนกับที่เคยจัดการ เด็กสาววิง ผู้น่าสงสารมาแล้ว แต่คราวนี้ มันพลาด เมื่อ สาวน้อยผู้นี้ รู้สึกตัวก่อน แล้วต่อสู้ จนเผลอถีบมัน ก่อนที่หล่อนจะตกใจจนสลบไป
โดยไม่รู้ว่า ฆาตกามใจโหด เผลอสะดุด เศษสบู่ซันไลต์ที่วิงเคยอาบน้ำตรงริมบ่อนั้นเอง และทำให้มันไถลลื่นลงไปเสียบกับตอไม้ที่ปักอยู่ตรงบ่อน้ำนั้นพอดี จนเสียชีวิต!!


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 เมษายน 2562 เวลา:18:09:09 น.  

 
ฝากแปะไว้ครับ

[ บันทึกเกี่ยวกับเรื่องสั้นของ กฤษณา อโศกสิน ]

๑ นอกจากเขียนนวนิยายเรื่องยาว มากกว่า ๑๕๐ เรื่องแล้ว กฤษณา อโศกสิน (กัญญ์ชลา) ก็เขียนเรื่องสั้นมากกว่า ๑๐๐ เรื่องด้วย

๒ เรื่องสั้นในยุคแรก ซึ่งส่วนใหญ่เขียนลงนิตยสารศรีสัปดาห์ น่าจะรวมเป็นหนังสือปกแข็ง ประมาณ ๓๒ หน้ายก หนาราว ๒-๓ นิ้ว ชื่อ #หยาดน้ำค้าง (สนพ.ผดุงศึกษา, ๒๕๐๑) กับ #ระบำดอกหญ้า (สนพ.คลังวิทยา รึ ผดุงศึกษา ?, ๒๕๐๕)

๓ รวมเรื่องสั้น #อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา ของ กฤษณา อโศกสิน ปกแข็ง ที่คุณสามปอยหลวงนำมาเล่า น่าจะรวบรวมมาจากที่ สนพ.บรรณาคาร เคยพิมพ์เป็นปกอ่อนมาแล้ว ๒ - ๓ เล่ม (อาจเป็นปกอ่อนเรื่อง อาจจะเป็นเพราะฉันเหงา กับ #ผงคลีบนที่บูชา ซึ่งน่าจะมีเรื่องสั้นเล่มละ ๕ เรื่อง)

ต่อมา สนพ.รวมสาส์น ก็เอาฉบับปกแข็งของบรรณาคาร มาพิมพ์เป็นปกอ่อน

๔ เคยมีการคัดเลือกเรื่องสั้นจากหลายเล่ม แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย ศ.วาสนา ชลศึกษ์ เคนแมน (นายา, อาจารย์ Wanda) น้องสาวของกฤษณา อโศกสิน พิมพ์เป็นฉบับ ๒ ภาษา ใช้ชื่อเล่มว่า #กลิ่นฟาง โดย สนพ.จุฬาฯ พิมพ์มาแล้ว ๒ ครั้ง

๕ รวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่งคือ #ระหว่างบ้านกับถนน ของ กฤษณา อโศกสิน เคยพิมพ์เป็นปกแข็งโดย สนพ.โชคชัยเทเวศร์ ต่อมา สนพ.สามสี พิมพ์เป็นปกอ่อน

๖ กฤษณา อโศกสิน เคยเขียนเรื่องสั้นชุด มีตัวละครเดียวกัน ทยอยลงในนิตยสารลลนา ใช้นามปากกาว่า #กระเรียนทอง ต่อมารวมเล่มในชื่อ #บ้านนี้มีแม่ม่ายไหมครับ พิมพ์โดย สนพ.รวมสาส์น

๖ หมึกสองสีพี่กับน้อง เป็นรวมเรื่องสั้นเล่มล่าสุด ที่ กฤษณา อโศกสิน เขียนคนละ ๖ เรื่องกับ นายา พิมพ์โดย สนพ.เพื่อนดี


โดย: panda and lion IP: 58.8.153.171 วันที่: 16 เมษายน 2562 เวลา:19:27:39 น.  

 
คุณ panda and lion : ขอบคุณมากครับ เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามหางานเขียนเรื่องสั้น ของท่านมาอ่าน เป็นอย่างยิ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:7:35:08 น.  

 
ชอบมากเลยค่ะ เรื่องนี้



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:10:36:55 น.  

 
คุณภาวิดา : เป็นรวมเรื่องสั้นที่่อ่านได้อย่างเพลิดเพลินและได้แง่คิด ทุกเรื่องเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 เมษายน 2562 เวลา:14:10:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.