หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 
ธารชมพู : เพ็ญแข วงศ์สง่า



เรื่อง : ธารชมพู
ผู้เขียน : เพ็ญแข วงศ์สง่า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2511
เล่มเดียวจบ




          เมื่อเห็นชื่อเรื่อง “ธารชมพู” เป็นครั้งแรก พร้อมหน้าปกภาพวาดอันวิจิตร และโทนสีสดใส ทำให้ผมนึกไปถึงนวนิยาย แนวพาฝัน สุดแสนโรแมนติค ในบรรยากาศท่ามกลางท้องทุ่ง ป่าเขาลำเนาไพร โดยอาจจะมีพระเอกเป็นหนุ่มชาวไร่ นางเอกเป็นสาวชาวกรุง ประกอบด้วยฉากแสนหวานเหมือนอย่างชื่อเรื่อง ธารชมพู นี้ แต่ทว่าในความเป็นจริง ทันทีเมื่อได้เปิดอ่านหน้าแรก ไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย ผมก็พบว่า ความเข้าใจทั้งหมด พลิกผันไปคนละขั้วเลยทีเดียว

        ธารชมพู เปิดเรื่องด้วยบทบันทึก ของ สายชล ชัชวาลย์ เด็กหญิงตัวน้อย จากลำปาง ที่เริ่มต้นความทรงจำในชีวิตบทแรก ในฉากงานศพของร้อยตำรวจชนัฎ พ่อของตัวเธอเอง!

       เสียงมโหรี ควันไฟที่ลอยคลุ้งขึ้นจากเชิงตะกอน ในงานเผาศพบิดา ผู้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับผุ้ร้าย และนางชบา มารดาเธอที่พยายามปลอบโยนสายชลให้รับรู้ว่าพ่อขึ้นสวรรค์ไปแล้ว...

           ชีวิตของสายชล เมื่อสิ้นพ่อ เหลือแม่เพียงคนเดียว จำต้องพาเธอระหกระเหิน มาอาศัยกับป้า ซึ่งเป็นพี่สาวคนเดียวของบิดาที่อาศัยอยู่กรุงเทพฯ แม้ว่า ป้าซึ่งเป็นสาวโสดจะไม่เต็มใจสักเท่าใด แต่ด้วยเห็นแก่น้องชายนายตำรวจที่เสียชีวิตไปแล้ว และหลานสาวตัวน้อย เลยจำยอมอุปการะ โดยให้อยู่อาศัยที่บ้านหลังเล็กอีกหลังในพื้นที่อันกว้างใหญ่ของบ้านนางเอก และคอยช่วยเหลือป้าร้อยพวงมาลัยไปขายเป็นการหารายได้ ระหว่างเรียน

       ป้าเป็นคนปากจัด ชอบเหน็บแนม แต่แม่ของเธอก็ยอมทนอยู่อย่างเจียมตัว ในขณะเดียวกัน สายชลก็มีโอกาสรู้จักกับ พี่พรรณี และ พี่เภตรา สองคนพี่น้องซึ่งมาอาศัยเช่าบ้านอยู่กับป้าของเธอด้วยในละแวกติดกัน สองพี่น้อง ให้ความเมตตา แก่เธออย่างมาก พรรณีกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนเภตราน้องชาย เรียนมัธยม ในช่วงเวลานั้นเอง สายชลก็มีโอกาสรู้จักกับ นาวา เด็กชายวัยเดียวกับเธอ ที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทในเวลาต่อมา

          ชบาแม่ของสายชล มีเพื่อนสนิทคือคุณป้ารำไพซึ่งแต่งงานกับลุงคำนวณ ทั้งคู่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนชบาอยู่เสมอ ตราบจนกระทั่ง วันหนึ่ง เธอได้ทราบข่าวร้ายว่า รำไพเสียชีวิตกะทันหัน ชบาช่วยเหลืองานศพอย่างดีและคอยปลอบใจคำนวณที่กำลังอยู่ในภาวะโศกเศร้า และนั่นเอง ทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเห็นใจกัน จน ในที่สุด คำนวณ ก็ขอชบา แต่งงานอีกครั้ง

         ด้วยความรักลูก และต้องการให้สายชล มีอนาคตได้เรียนสูงๆ ชบาตอบตกลง และย้ายไปอยู่กับคำนวณ ที่บ้านบางพลัด แม้จะต้องห่างจาก นาวา ที่บัดนี้ เริ่มโตเป็นหนุ่มน้อย และเปลี่ยนความรู้สึกจากเพื่อนสนิท มาเป็นคนรักแล้วก็ตาม ที่บ้านบางพลัด สายชลได้รู้จักกับประสงค์ เด็กหนุ่มรุ่นพี่ ที่เป็นหลานของลุงคำนวณ พ่อเลี้ยงของเธอ ประสงค์พยายามพูดคุยสร้างความคุ้นเคยกับสายชล แต่เมื่อนาวา รู้เรื่องเข้า เขาเกิดความหึงหวง และไม่ต้องการให้เธอยุ่งเกี่ยวกับเด็กหนุ่มหน้าจืดผู้นี้ ทำให้สายชล ต้องพยายามรักษาระยะห่างกับเขาเอาไว้ ทั้งที่รู้สึกว่า ประสงค์เองก็มีความปรารถนาดีต่อเธออย่างจริงใจ

           ในขณะที่นาวา ที่เริ่มโตเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาคมคาย มาติดพัน สายชล เด็กสาวแรกรุ่น ทำให้เธอรู้สึกว่ามันเป็นช่วงชีวิตอันหอมหวาน เหมือนอยู่ในลำธารแสนสวย แม้จะมีอุปสรรคชีวิตเข้ามาบ้างก็ตามที

           “...ถ้าชีวิตเปรียบเสมือนเรือดังที่นาวาเคยบอก ขณะเรือของฉันกำลังเลาะเลียบไปตามลำคลองอันคดเคี้ยว สองฟากฝั่งมีแต่ป่ารกชัฏ มองข้างหน้ามืด เปลี่ยวและน่ากลัว เมื่อไหร่เล่า เรือชีวิตของฉันจึงจะบรรลุถึงธารน้ำสีสวย สงบเรียบ สองข้างทางมี ดอกไม้นานาพันธุ์ ผิวน้ำมีประกายเหมือนสายรุ้ง มีแต่ความอบอุ่นแทนความหนาวยะเยือก ได้ยินเสียงปักษาร้อง ฟังไพเราะเหมือนเสียงสังคีต นาวาเรียกที่แห่งนั้นว่าธารชมพู เมื่อไหร่เล่านาวาชีวิตของเราจึงจะล่องไปถึง ฉันเฝ้าแต่คอย และปลอบประโลมใจตนเองว่า คงมีสักวันหนึ่งดอกน่า!”

             ชีวิตครอบครัวของแม่ เริ่มมีปัญหาแตกร้าว เมื่อลุงคำนวณไปมีเมียคนใหม่ ทำให้ครอบครัวที่เริ่มจะอบอุ่นเปลี่ยนไป ในที่สุดหลังการทะเลาะกันครั้งสุดท้าย แม่ของเธอก็พาสายชล ย้ายออกจากบ้าน มาหาที่พักใหม่ พร้อมกับเงินเก็บที่ร่อยหรอลงทุกขณะ สายชล สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ กำลังจะมีอนาคตอันสดใสรออยู่ข้างหน้า เช่นเดียวกับนาวา ที่เรียนมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน แต่แล้วเมื่อมีอุปสรรคชีวิตขึ้นมา สายชลกลับไม่รู้เลยว่าแม่ตัดสินใจ บางอย่าง เพื่อให้ลูกสาวเพียงคนเดียว ได้มีอนาคตอันสดใสอย่างที่วาดหวังไว้

         ชบายอมขายตัว แลกกับหาเงิน เพื่อส่งเสียสายชลเรียนต่อ เด็กสาวกำลังเพริดไปกับความรัก ระหว่างเธอและนาวา และในที่สุด เมื่อถึงเวลาหนึ่ง นาวาก็ฉวยโอกาส รวบรัด ให้หล่อนตกเป็นของเขา ด้วยเล่ห์เสน่หา และมันทำให้เด็กสาวอ่อนต่อโลกอย่างสายชล หลงติดอยู่ในกับดักสวาทนั้น หลายต่อหลายครั้ง หลายหนโดยไม่อาจถ่ายถอน...

       หล่อนรู้ตัวอีกครั้ง เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ ระหว่างกำลังเรียน และในเวลาเดียวกัน ในคืนหนึ่ง เมื่อนาวาพาเธอมาร่วมเสน่หาในโรงแรม สายชลก็เห็นมารดาของตนไปเป็นหญิงบริการกับชายต่างชาติ เช่นเดียวกับที่แม่มองเห็นเธอมานอนกับนาวาด้วยเช่นกัน! ความผิดหวัง ความเสียใจ ทำให้อาการโรคหัวใจของชบากำเริบขึ้น ในที่สุด แม่ผู้อาภัพของเธอ ก็เสียชีวิตลง 

    ฉากก่อนการเสียชีวิตของชบาด้วยความรันทด เจ็บปวดใจ เพ็ญแข วงศ์สง่า ได้บรรยาย ฉากนี้เอาไว้อย่างสะเทือนอารมณ์

     ตัวของแม่สะท้อนขึ้นลงด้วยแรงสะอื้นปิ้มว่าจะขาดใจ แตฉันยังยืนนิ่ง เสียงแม่ถามว่า
           “กลับมาแล้วหรือลูก”
          ฉันไม่ตอบ พูดไม่ออก ไม่รู้จะตอบแม่ว่าอย่างไร แม่กล่าวต่อไปว่า

        “แม่ไม่นึกว่า หนูจะเข้าไปในสถานที่เช่นนั้น มันเป็นที่ต่ำของคนเลว ไม่ใช่บัณฑิตอย่างหนู ตัวของแม่จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่แม่จะไม่ยอมให้หนูเป็นอย่างนั้น ไม่ได้ ลูกรัก โปรดบอก แม่ว่าหนูไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิด”
     “ก็ตัวของแม่ล่ะคะ เป็นอย่างที่หนูคิดหรือเปล่า”
      อะไรหนอทำให้ฉัน กล่าววาจาประหัตประหารและเสียดสีแม่เช่นนั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจเลยสวรรค์เป็นพยานได้


           สายชลเสียใจอย่างหนัก และยิ่งเศร้าใจ เมื่อนาวา ปฏิเสธความรับผิดชอบ เขาเสนอ เพื่อพาเธอไปทำแท้ง แต่สายชลไม่ยอม ทว่า ระหว่างนั้นเอง ก็เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้หล่อนตกเลือด และสูญเสียทารกในครรภ์ไปในที่สุด สายชลเริ่มรู้ซึ้งถึง ท่าทีของนาวา เด็กหนุ่มคนนั้น หาได้รักเธอจริงไม่ และเธอยิ่งพบด้วยความเจ็บปวดว่า แท้จริงแล้ว นาวา ก็แอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง กับพี่พรรณี พี่สาวแสนดี ที่เธอเคยเคารพนับถือมาตลอดเวลานั่นเอง ทั้งสองคนร่วมกับทรยศหักหลังเธอ นาวาเองก็ต้องการเงินจากพรรณี จึงยอมปรนเปรอสวาทให้กับ สาวใหญ่ จนถึงกับยอมไปอาศัยอยู่ร่วมชายคาบ้านด้วย

        สายชลไปพบภาพบาดตานั้นโดยบังเอิญ และรับรู้ว่า แท้จริง นาวา ก็คือบุตรชายของโจรร้าย ที่ชนัฎ พ่อของเธอต่อสู้จนเสียชีวิตไปด้วยกันทั้งคู่นั่นเอง เมื่อทุกอย่างมาประจวบกัน ทำให้หล่อนขาดสติยั้งคิด และหยิบปืนออกมายิง นาวา จนเสียชีวิต!!

         ในเวลาต่อมานั้นเอง เมื่อหล่อนก้าวเข้าสู่กรงขัง และปราศจากอิสรภาพ พี่เภตรา ก็ปรากฏกายขึ้น เขาช่วยประกันตัวเธอออกมา ระหว่างรอการพิพากษาคดี ความรู้สึกอ่อนโยน เอื้ออาทรที่มีมาให้อย่างจริงใจ ทำให้หัวใจที่แห้งผากของ สายชลเริ่มมีความหวังเรื่อเรืองรองขึ้นอีกครั้ง แต่แล้ว หล่อนก็พบว่า พี่เภตราเอง ก็มีคุณสมศรี เป็นคนรักของเขาอยู่แล้ว...

       บันทึกหน้าสุดท้ายของสายชล ชัชวาล คือการมองเห็นหนทางสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชีวิต หลังที่พบว่า ชีวิตของเธอเองไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนรัก คนห่วงใย หรือแม้แต่ แม่ที่รักเธอสุดชีวิต

          มองหาหลักยึดในโลก ไม่มีอะไรอีกแล้วจะเป็นหลักมั่นคงได้เท่ากับพระธรรม ฉันเกิดความรู้สึกอยากเข้าใกล้ชิดกับความเย็นความสะอาดบริสุทธิ์ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เบิกทางให้ด้วยประการฉะนี้

    ท่านผู้อ่านที่รัก ฉันเขียนบันทึกมาถึงหน้านี้ พี่เภตราก็มาพบเข้า เธอถามว่าเขียนอะไร บัดนี้ฉันตัดสินใจแน่วแน่ ฉันส่งบันทึกนี้ให้เธอ และได้จารึกคำสุดท้ายลงในกระดาษไว้ว่า
       “ชีวิตที่ขาดความรัก เป็นชีวิตที่อยู่อย่างซังกระตาย ไม่มีอะไรจะเที่ยงแท้ แน่นอนสักสิ่งเดียว หลักยึดที่แข็งแรงที่สุดโลก เวลานี้คือ คำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น!”


       ในที่สุด ศาลก็วินิจฉัยให้นางสาว สายชล ชัชวาลย์ รอการลงอาญาสองปี แต่เธอก็มิได้กังวลใดๆอีกต่อไป เมื่อนำเรือชีวิตของเธอ วาดเข้าสู่ธารน้ำสีสวย สะอาดและบริสุทธิ์ยิ่ง อันเสมือนธารชมพู ในสภาวะแห่งแม่ชี ผู้ทรงศีล และแสวงหาหนทางแห่งการดับทุกข์ ในบั้นปลาย...

       งานของ เพ็ญแข วงศ์สง่า ผมเคยอ่านแต่แนวโรแมนติค คอมเมดี อย่าง เขยบ้านนอก หรือ จำเลยลับ ที่ผสมแนวพาฝันเป็นส่วนใหญ่ อีกเรื่องที่เคยอ่านผ่านๆคือ “ทิวาหวาม” ในนามปากกา ศศิพงศ์ ประไพ สำหรับ “ธารชมพู” เรื่องนี้ นับว่าเป็นผิดคาดจากที่เคยอ่านมา แต่ก็ถือเป็นความผิดคาด ที่ผสมไปด้วยความประทับใจ จากเนื้อหาที่อ่านอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ
                        *********************



Create Date : 26 มีนาคม 2561
Last Update : 26 มีนาคม 2561 8:25:43 น. 4 comments
Counter : 575 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหมุยจุ๋ย


 
เรื่องนี้ไม่เคยอ่านเลยค่ะ
อ่านแต่เรื่องเขยบ้านนอก
และดูละครอีกด้วย ชอบมาก

เรื่องนี้ตัวละครเยอะวนเวียนเกี่ยวโยงกันไปมา
และพล้อตเรื่องคล้ายๆกับนักเขียนท่านอื่นๆในยุคเดียว
ร้ายก็ร้ายไม่เลิก ดีก็ดีแสนดี แต่ดีที่ให้ร้ายสุดกลับใจได้
อ่านแค่เพลินๆได้แต่ว่าไม่ชอบแนวนี้เลยค่ะ


โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 29 มีนาคม 2561 เวลา:15:35:46 น.  

 
สวัสดีครับคุณหมุยจุ๋ย : เริ่มอ่านงานของคุณเพ็ญแข วงศ์สง่า จากแนวคอมเมดี เขยบ้านนอกเหมือนกันครับ เห็นชื่อเรื่องนี้ตอนแรก ก็ยังนึกว่าเป็นแนว ฟีลกู้ด กลายเป็นแนวชีวิตรันทด เกินคาดไปเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มีนาคม 2561 เวลา:9:37:38 น.  

 
ชื่อเรื่องพาให้กินว่าเป็นแนวรัก แต่ที่ไหนได้ ดราม่าเข้มข้นเลยครับ


โดย: ruennara IP: 184.82.97.48 วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:16:18:43 น.  

 
คุณ ruennara : ตอนเห็นชื่อเรื่อง ก็เข้าใจผิดเหมือนกันครับ แ่ต่พออ่านไป ถึงจะเป็นแนวชีวิตหนักหน่วง แต่การบรรยายที่ชวนติดตาม ก็พาไปสู่บทสรุปตอนท้ายของเรื่องได้ โดยแทบไม่ต้องวางหนังสือเลยครับ พลอยลุ้นไปกับชะตากรรมของ นางเอกด้วย อีกเรื่องที่ผมเล็งๆอยู่ คือ สนิมสังคม ครับ เคยได้ยินเพื่อนนักอ่านพูดถึงอยู่เหมือนกันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 เมษายน 2561 เวลา:8:42:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.