หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 
ทวนกระแสธาร : เพชรน้ำค้าง



เรื่อง : ทวนกระแสธาร
ผู้เขียน : เพชรน้ำค้าง
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
ปีที่พิมพ์ : 2551
เล่มเดียวจบ




     ทวนกระแสธาร เป็นนวนิยายขนาดสั้นที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารหญิงไทย ก่อนจะนำมารวมเล่มโดยสำนักพิมพ์เพื่อนดีในภายหลัง จัดเป็นนวนิยายแนวแปลกอีกเรื่องหนึ่งใน นามปากกา เพชรน้ำค้าง ซึ่งเป็นอีกนามปากกาของ นักเขียนในดวงใจของหลายๆท่าน ม.มธุการี นั่นเอง ผมสังเกตว่า งานในนามปากกานี้ ช่วงหลังๆจะมีพลอตเรื่องแนวคิด หลากหลายสไตล์ ทั้งคอมเมดี ลึกลับ หรือแม้แต่แนวชีวิตอย่างที่ผู้เขียนถนัด แต่กระนั้นก็ยังคงสไตล์สำนวนการประพันธ์อันเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของท่านอย่างชัดเจนเช่นเดิม

        ถ้ากาลเวลาในช่วงชีวิตของเราเปรียบเสมือนสายธารที่ไหลไปโดยไม่มีการหวนคืนกลับ จากเกิด แก่ เจ็บและตายในบั้นปลายสุด แต่บางคน กลับพยายามฝืนทวนกระแสธารแห่งเวลา เพื่อหวนคืนชีวิตหลังความตายให้กลับคืนมาอีกครั้ง!

        คุณจันทรา มีบุตรสาวเพียงคนเดียว คือมิษา และเธอก็ยินดีที่มิษาจะแต่งงานไปกับเคน นักเขียนสารคดีชาวอังกฤษ ผู้ที่สามีของเธอไว้วางใจ ติดต่อไว้ให้ทั้งคู่รู้จักกันก่อนเขาจะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน ตอนนั้นมิษาเองเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี ไม่เคยมีคนรักมาก่อน เธอจึงตอบตกลงตามความเห็นชอบของพ่อและแม่

        ภายหลังการแต่งงาน มิษาต้องเดินทางติดตามสามีไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก ตราบจนกระทั่ง ครั้งหนึ่ง เมื่อเคนพามิษากลับมาจากเกาะเฮติ คุณจันทราก็พบว่าบุตรสาวเธอกลายเป็นคนป่วยหนัก ที่มีอาการแปลกประหลาดอย่างที่สุด

         เคนบอกว่ามิษาไม่สบาย และหลังจากหายป่วย หญิงสาวก็ไม่ยอมพูดจาใดๆ ไม่ตอบสนองหรือรับรู้สิ่งรอบข้าง เหมือนกับเป็นหุ่นมนุษย์ที่ไร้จิตวิญญาณ เคนเองก็ดูแลมิษา จนกระทั่งเขามีภารกิจจะต้องเดินทางไปต่างประเทศอีกครั้ง คราวนี้ ด้วยความเป็นแม่ ทำให้คุณจันทราพยายามจะหาหนทางทางรักษามิษาเอง โดยการติดต่อกับ ดอกเตอร์วริท นักวิทยาศาสตร์ทางจิต ที่กำลังศึกษาความผิดปกติของผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรับรู้ใดๆ และเคยรักษาหลายๆคนให้หายจากอาการเหล่านั้นมาแล้ว

         วริทเองกำพร้ามารดา เขาอยู่กับบิดาเพียงสองคนคือคุณภพ ซึ่งมีความสนใจทางวิญญาณศาสตร์ และพยายามพิสูจน์เกี่ยวกับวิญญาณและชีวิตหลังความตาย ทีมงานของเขากับดอกเตอร์ผินสหายนักวิญญาณศาสตร์กำลังศึกษา เกี่ยวกับโรงแรมเทียนสิน ซึ่งเคยมีหญิงสาวมาผูกคอตายในโรงแรม จนทำให้เกิดเสียงเล่าลือถึงวิญญาณเฮี้ยนคอยหลอกหลอนแขกที่มาพัก จนต้องหาทางช่วยเหลือ


        วริท มีโอกาสพบกับมิษา เด็กสาวที่น่าสงสาร เขาพบว่า ลักษณะของเธอ เหมือนกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เหลือแต่เพียงร่างกายที่ยังอยู่ และยิ่งเมื่อมีโอกาสได้พบกับหลวงปู่ที่เขานับถือ ซึ่งบอกว่าดวงชะตาของมิษา เหมือนคนชะตาขาดเสียชีวิตไปแล้ว ยิ่งทำให้เขาเกิดความสงสัย จนอยากจะช่วยเหลือคุณจันทรา เขาตัดสินใจพาสองแม่ลูกเดินทางย้อนกลับไปยังเกาะเฮติอีกครั้ง ระหว่างที่เคนไม่อยู่ เพื่อเสาะหาความจริงบางอย่าง

    ความจริงที่น่าสยดสยอง และทำให้เรียนรู้ถึงด้านมืดของหัวใจมนุษย์!!

       เกาะเฮติ เป็นสถานที่ต้นกำเนิดลัทธิวูดู มนต์ดำ พ่อมด รวมถึงการปลุกชีวิตหลังความตายขึ้นมาใหม่ในสภาพซอมบี้ ที่นั่นเอง เขาได้ทราบว่า เคนกับมิษาเคยมาอยู่ที่นี่ เคนมาศึกษาสารคดีเรื่องลัทธิวูดูและเสาะหายาปลุกชีวิต และบังเอิญที่มิษา ภรรยาของเคนได้เกิดเสียชีวิตด้วยเหตุหัวใจวายมาแล้ว พร้อมกับหลักฐานการเสียชีวิตชัดเจน
มิษาตายมาแล้ว!

          ที่นั่น วริทมีโอกาสพบกับ ดอกเตอร์อามินน์ พ่อมดวูดู และเป็นแพทย์แผนปัจจุบันด้วย อามินน์มียาปลุกชีวิตซึ่งเป็นความลับของชนเผ่า ที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ เคนเคยพยายามติดต่อเพื่อขอสูตรมาศึกษา แต่อามินน์ไม่ได้มอบให้ เพราะมันเป็นความลับของชนเผ่าและไม่ต้องการให้คนที่ไม่รู้ นำไปใช้ในทางที่ผิด ตราบจนเคนไปติดต่อกับหมอผีอีกรายหนึ่ง ที่เป็นนักบวชนอกรีต และได้นำยาบางอย่าง มาทำให้มิษา เสียชีวิต สำหรับใช้หล่อนเป็นตัวทดลอง การปลุกชีวิตหลังความตายขึ้นมาใหม่!

    เคนฆ่าเมียตัวเอง เพื่อปลุกให้หล่อนกลายเป็นซอมบี้...

        เขาพบว่า มันคือพิษร้ายที่สกัดจากปลาปักเป้า ทำลายระบบประสาทมิษาจนไม่อาจตอบสนองใดๆเหมือนกับเสียชีวิตลงไปชั่วขณะ เพื่อที่เคนจะได้ทดลองปลุกชีวิตของมิษาขึ้นมาใหม่ ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เด็กสาวที่น่าสงสารรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งหก หมดสิ้น แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย หล่อนถูกเคนหลอกให้กินยาพิษ เห็นถึงคนพวกนั้นกระทำต่อร่างของตัวเอง รู้สึกตัวถึงพิธีกรรมต่างๆ จนกระทั่งนำร่างของเธอมาฝังเอาไว้ใต้ดินถึงเจ็ดวัน ภายใต้ความทุกข์ทรมานหวาดกลัว เมื่อถูกขังอยู่ในโลงและถูกฝังทั้งเป็น ก่อนจะทำพิธีปลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยเวทย์มนต์ดำของหมอผีชั่วร้าย

        ทุกคนเข้าใจว่าหล่อนตายไปแล้ว แต่ถูกปลุกชีวิตหลังความตายกลับมาอีกครั้ง มิษารับรู้ทุกอย่าง แต่โชครายที่ไม่สามารถเอ่ยปากเล่าเรื่องราวใดๆออกมาได้ แม้แต่ความจริงที่เหี้ยมโหดที่สามีของเธอเป็นคนกระทำ บัดนี้ หล่อนกลายเป็นซอมบี้ในสายตาของทุกๆคน วริทขอยาจาก ดอกเตอร์อามินน์ มา และช่วยเหลือ จนหล่อนเริ่มอาการดีขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็พาเธอกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง

        สิ่งที่ตามติดมาหลังจากนั้น มิษาพบว่า หล่อนมีประสาทสัมผัสพิเศษ สามารถมองเห็นดวงวิญญาณที่สายตาคนปกติมองไม่เห็น มิษาอาสาช่วยไขคดี ปีศาจในโรงแรมเทียนสิน จนล่วงรู้ความจริงว่าหญิงสาวที่ผูกคอตายชื่อเจียมจิต และไม่ยอมไปผุดไปเกิดเพราะ ถูกหลอกมาขายตัว และเฝ้ารอคอยชายคนรักจนต้องผูกคอตาย มิษาต้องหาทางติดต่อมารดาของเจียมจิต ที่อยู่เชียงราย ให้มาช่วยพาวิญญาณกลับไป และทุกอย่างก็ลุล่วงไปด้วยดี

     แม้แต่ คุณภพ บิดาของวริทเอง ที่เกิดเสียชีวิตกะทันหัน หล่อนก็ได้เห็นดวงวิญญาณของเขาในงานศพตัวเขาเอง ได้พูดคุยจนกระทั่งทราบความจริงในหัวใจของวริท ดอกเตอร์หนุ่มปากหนักคนนั้น ว่าแท้จริงแล้ว เขาก็มีใจผูกพันกับหล่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

    ความผูกพันของพ่อกับลูกชายนั้น เพชรน้ำค้างได้เขียนบรรยายผ่านการสนทนาของสองบุรุษต่างวัยได้อย่างกินใจและคมคาย โดยเฉพาะในฉากที่วริทเองพยายามตามหาหัวใจตนเองอยู่ และคุณภพ ก็ได้เล่าเรื่องราวความรักสมัยที่เขากับมารดาของวริท เคยพบกันเป็นเสมือนบทเรียนสอนชีวิตให้ลูกชาย ได้รับรู้

         “มันห้ามกันได้หรือเรื่องของความรัก” พ่อเอนหลังพิงพนักและประสานมือรองใต้ท้ายทอย มีแววฝันบางอย่างในดวงตา

  “ตอนฉันพบแม่แก เขาเป็นแค่นักศึกษามาสอนพิเศษ ฉันเป็นอาจารย์สอนเขามาอีกที ต้องมาเรียกแม่แกว่าอาจารย์ มันก็ตลกดีแรกๆ”
       มีรอยยิ้มในดวงตาผู้สูงวัยกว่า รอยยิ้มที่แจ่มกระจ่าง
    “เขามีปัญหาเรื่องการสอนอะไรเขาก็มาขอคำแนะนำฉัน บางทีมาทุกวัน วันไหนไม่มาเราจะเริ่มคอยแล้ว ว่าทำไมไม่มา ไม่สบายรึเปล่า อะไรรึเปล่า ห่วงใยสารพัด”


       “พ่อรู้ได้ยังไงครับว่ามันเป็นความรัก”
     “ทีแรกก็ไม่รู้ ใครจะไปรู้ มันได้เกิดฮวบฮาบ เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นช้าๆ แต่ซึมซับ มัน็มีเหมือนกันนะ ความรักหวือหวาประเภทเดี๋ยวเกิดเดี๋ยวดับ ความรักแบบนั้นมันไม่ยั่งยืนอะไร มันไม่ใช่รักแท้”


     แม้จะเป็นนิยายลึกลับ ระทึกขวัญ แต่ก็ยังแทรกข้อคิดทัศนคติเกี่ยวกับชีวิต อย่างคมคาย ในสไตล์ของผู้เขียน

         “ผมมองว่า พ่อกับแม่เป็นคู่สร้างคู่สมกันมากกว่า”
        “ไม่งั้น เราจะอยู่กันมาถึงขนาดนี้หรือ จนเขาตายจาก” เสียงของพ่อซึมไปนิด
         “ฉันฝันถึงแม่แกตลอดเวลา เขาจะมาหาในความฝัน มาถามทุกข์สุข บางทีนั่งคุยกันเป็นนานเหมือนตอนยังมีชีวิต ในฝันไม่รู้ว่าเขาตาย ตื่นขึ้นมาแล้วถึงได้รู้ว่า อ้อ... เราฝันไป”


        “พ่อคิดว่าจะได้พบแม่ผมอีกหรือเปล่าครับ” วริทถามไป
          “แน่นอน เราต้องได้พบกันอีกแน่ เขารอฉันอยู่และจะไปด้วยกันเมื่อถึงเวลา เรามีความรักและความผูกพันกันมากเหลือเกิน ไม่... ยังไม่จบ จะเรียกว่ากรรมก็ได้ มันยังคงสานต่อไปอีกเรื่อยๆ ท่ามกลางความทุกข์และสุข เราอาจจะกลับมาเกิดใกล้ๆกัน พบกัน เพื่อสานต่อความรักและความผูกพันบนรากฐานของความรัก จนกว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางที่มันต้องเป็นไป 
       แต่เขายังรอฉันอยู่แน่ๆ ในรูปของพลังงาน จะเรียกว่าวิญญาณก็คงได้...”

          และมันก็เป็นความจริง เพราะมิษา ที่มาเฝ้ารอคนเจ็บอยู่หน้าห้องฉุกเฉินวันที่คุณภพอาการโคมา หลังจากนั้นเธอก็มองเห็นสตรีผู้หนึ่งมายืนรอเขาที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยเช่นกัน ก่อนที่ดวงวิญญาณคุณภพจะก้าวเดินออกมาแล้วจับมือผู้หญิงคนนั้น เดินจากไปพร้อมกัน
และวริทก็เดินออกมาบอกว่าพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว!!

        ในระหว่างที่ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มสาวกำลังดำเนินไปอย่างช้าๆนั้นเอง มิษาก็พบว่าเคนเดินทางกลับมา ด้วยความแค้น ที่ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย เขากำลังจะถูกดำเนินคดี แต่เคนกำลังจะใช้พลังอำนาจมืดของพ่อมดวูดู จัดการหล่อนกับวริท ให้ถูกสังหารไปพร้อมๆกัน

        พลังอำนาจมืดจากจิตใจดำมืดทมิฬของอีกฝ่าย กำลังเผชิญหน้ากับพลังความรักอันบริสุทธิ์ของสองหนุ่มสาว ที่พยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สุดท้ายในที่สุดสิ่งชั่วร้ายก็ถูกทำลายลงจนหมดสิ้น เคนเอง เสียชีวิตตั้งแต่อยู่เมืองนอกแล้ว ด้วยหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ดวงวิญญาณอาฆาตพยาบาทนั่นต่างหาก ที่พยายามยื้อดึง ทวนกระแสธารแห่งกาลเวลา กลับมาเพื่อจัดการมิษา แต่แล้ว พลังอำนาจมืดมนดำ ที่เขาเคยนำมาใช้ ก็ย้อนกลับมาทำลายตัวเขาเอง จนแตกดับไปในที่สุด

       นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายขนาดสั้นๆ เพียงสิบหกตอน แต่เนื้อหาเข้มข้น ไพเราะกินใจด้วยสำนวนภาษาของผู้เขียนอันเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่น่าอ่านเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวครับ
                                     ********************



Create Date : 12 มีนาคม 2561
Last Update : 12 มีนาคม 2561 8:17:59 น. 7 comments
Counter : 513 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณruennara


 
แวะเข้ามาอ่านตอนเช้า เรื่องนี้สนุกมากค่ะ ถึงจะเป็นนิยายขนาดสั้น แต่ก็น่าติดตาม
นิยายของคุณเพชรน้ำค้างส่วนมากจะบีบคั้นหัวใจ หลายเรื่องจบแบบโศกนาฏกรรม
ชอบใจที่เรื่องนี้จบอย่างมีความสุข
ขอบคุณค่ะ :)


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 58.9.217.139 วันที่: 12 มีนาคม 2561 เวลา:8:33:53 น.  

 
เรื่องใหม่หรือคะ จดไว้ทันที จดชื่องานใหม่ของนักเขียนในดวงใจท่านนี้ไว้หลายเรื่องแล้วค่ะ ไม่มีโอกาสได้ซื้อเสียที เสียดายที่สำนักพิมพ์เพื่อนดีไม่ทำเป็นอีบุ๊กนะคะ


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 12 มีนาคม 2561 เวลา:9:38:47 น.  

 
สวัสดีครับคุณ นักอ่านรุ่นเก๋า : เล่มเล็กๆอ่านเพลิน แปบเดียวจบครับ มีความรู้สึกว่า งานของ เพชรน้ำค้าง ม.มธุการี ไม่ว่าจะเขียนในพลอตสไตล์ไหน แต่อ่านแล้วหน่วงในอารมณ์ ไม่ต่างกันเลยครับ เรื่องนี้ สะท้อนความรู้สึกระหว่างพ่อกับลูก ได้ดีเรื่องหนึ่งเลยครับ


คุณไก่ : หลังจากการล้มของนิตยสารหลายๆเรื่อง เสียดาย ที่ไม่เห็นงานของ คุณ ม.มธุการี ออกมาอีกเลยครับ เสียดายมากๆ ครับ เรื่องนี้ ถ้ามีโอกาสพบอีกจะซื้อเผื่อไว้ให้นะครับคุณไก่


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 มีนาคม 2561 เวลา:8:41:29 น.  

 
เรื่องนี้มีอยู่ในกอง ยังไม่ได้รื้อมาอ่านเลยค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 14 มีนาคม 2561 เวลา:11:33:27 น.  

 
คุณชบาหลอด : เรื่องนี้ อยู่ในกองดองเป็นปีเหมือนกันเลยครับ เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน แต่พออ่านแล้ว อ่านเพลินรวดเดียวจบเลย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 มีนาคม 2561 เวลา:9:11:12 น.  

 
สวัสดีครับคุณสามปอยหลวง ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกครับ
เรื่องนี้เคยเห็นในเว็บของเพื่อนดีครับ เห็นชื่อก็คิดว่าน่าจะแนวลึกลับเหมือนกัน เรื่องมนต์ดำวูดูดผมเคยดูจากสารคดีเหมือนกันครับ ว่าใช้พิาปลาปักเป้า นักเขียนชั้นครูวางเนื้อเรื่องสมเหตุสมผลมาก ทุกอย่างมีที่มาที่ไป มันทำให้นักอ่านอย่างผมชอบครับ ขอบคุณที่นำมารีวิว ถ้ามีโอกาสผมจะหามาอ่านบ้างครับ


โดย: ruennara วันที่: 20 มีนาคม 2561 เวลา:2:52:27 น.  

 
คุณ ruennara : เป็นนิยายพลอตเรื่องแปลก น่าสนใจอีกเรื่องเลยครับ
อยา่กให้ลองอ่านงานของ เพชรน้ำค้าง/ม.มธุการี ดูครับ หลายๆคน กลายเป็น แฟนคลับ ของท่านไปเลย หลังจากติดใจสำนวน กินใจ หน่วงอารมณ์ อันเป็นลักษณะเฉพาะของผู้เขียนท่านนี้ ผมแนะนำ "ระบำไฟ" ที่น่าจะหาอ่านง่ายเพราะเพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ครับ แม้ว่าจะนำไปสร้างเป็นละครถึงสองครั้ง แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการเสพย์จากตัวหนังสือจริงๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 มีนาคม 2561 เวลา:8:29:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.