หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2562
 
All Blogs
 
เมื่อรักร้าว (จักรวาลยอดรัก) : เพชรน้ำค้าง

เรื่อง : เมื่อรักร้าว
ผู้ขียน : เพชรน้ำค้าง
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2519
สองเล่มจบ




นี่คือนวนิยายรักหน่วงอารมณ์ในนามปากกา เพชรน้ำค้าง (ม.มธุการี) และเป็นเรื่องเดียวกับ จักรวาลยอดรัก ในนามปากกา ดาหลา สุมาลิน ที่ได้รับการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา ในปี พ.ศ. 2519 ปีเดียวกัน รวมถึงสร้างเป็นภาพยนตร์ ในปี พ.ศ. 2519 ในชื่อ จักรวาลยอดรัก นำแสดงโดย พระเอกนางเอกคู่ขวัญแห่งยุคนั้น สมบัติ เมทะนี พิสมัย วิไลศักดิ์ และ ไพโรจน์ ใจสิงห์ นิยายเรื่องนี้ ภายหลัง สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม นำมาจัดพิมพ์ใหม่ และใช้ชื่อ เมื่อรักร้าว ในนามปากกา เพชรน้ำค้าง เช่นกัน ส่วนปัจจุบัน ผมไม่แน่ใจว่า มีการนำมาพิมพ์ซ้ำอีกหรือไม่ครับ

ผลงานของผู้เขียน ในนามปาก ดาหลา สุมาลิน เท่าที่ผมทราบน่าจะมีประมาณ 3 เรื่อง คือ คนมีคาว จักรวาลยอดรัก และ คนลิขิต ครับ หรือถ้าหากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับผม

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น จากการพบกันโดยไม่คาดฝัน ของ สกุณา และ จักรวาล ชายหนุ่มเป็นจิตรกร ลูกครึ่งไทย-ฟิลิปปินส์ ซึ่งเพิ่งเดินทางมาเมืองไทย และมาเที่ยวย่านพัฒน์พงศ์เป็นครั้งแรก ขณะที่สกุณา เด็กสาวสวยซึ่งอุรส เพื่อนสาว ชักชวนให้เธอมาทำงานที่บาร์แห่งหนึ่งเป็นครั้งแรก

จักรวาลประทับใจความสวยของสกุณา เขาตัดสินใจจ้างเธอเป็นนางแบบสำหรับวาดภาพ ในขณะที่หญิงสาวเองก็เดือดร้อนเงิน และไม่อยากทำงานในบาร์อีกต่อไป จึงตกปากรับคำ บางทีอาจจะด้วยความประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา และเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาทำให้จักรวาล ตกหลุมรักสกุณา และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเขาเกิดมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอ

สกุณาไม่ต้องการจะพบกับจักรวาลอีกต่อไป หญิงสาวตัดสินใจไปสมัครงาน และเป็นเลขาให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีคุณนาคี เป็นผู้อำนวยการบริษัท แต่แล้ว ความจริงก็ปรากฏว่า จักรวาล คือลูกชายที่เกิดกับแคธลีน อดีตภรรยาชาวฟิลิปปินส์ของเขานั่นเอง!

คุณนาคี มีภรรยาใหม่เป็นชาวไทยคือเขมิกาหรือเขม และมีหลานสาวชื่อเอ๋ หรือฟอนธิกา ที่เธอพยายามจะยัดเยียดให้เป็นแฟนของจักรวาลและเข้ามาทำงานเป็นเลขาที่บริษัทแห่งนี้แทนสกุณา แม้จะรู้ว่าเขามีภรรยาชื่อ ลินดา อยู่ที่ฟิลิปปินส์ ในขณะที่ จักรวาลเอง ก็มีปมในเรื่องพ่อ ไปมีภรรยาใหม่ และทิ้งแม่ให้อยู่เพียงลำพัง ทำให้เขารู้สึกอคติ กับคุณเขม

สกุณา พยายามจะหลีกหนีการพบปะกับ จักรวาล แม้ว่าเขาจะพยายามเข้ามาตอแยกับเธอไม่เลิกรา ด้วยความรู้สึกผิด ติดค้าง และผูกพัน อย่างที่บอกไม่ถูก ก่อนหน้านั้นสกุณาเอง ก็มี กนาฐ ชายคนรักที่ตอนนี้ไปเรียนต่อต่างประเทศและกำลังจะกลับมาในอีกไม่ช้า หญิงสาวมีความฝันสีทองสดใสรออยู่เบื้องหน้า และคิดว่าสิ่งที่ผ่านมากับจักรวาล เป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้นเอง

แต่แล้ว หญิงสาวก็พบว่า เหตุการณ์ในคืนวันนั้น นำพามาสู่ การตั้งครรภ์ของเธอเอง!

จักรวาลรู้เรื่องนี้ และเขายินดีที่จะรับผิดชอบ แต่งงานกับเธอ แต่ในความเวทนา สงสาร นั้น สกุณาไม่แน่ใจว่าเขามีความรัก ให้กับเธอบ้างหรือเปล่า หรือเป็นเพียงความรับผิดชอบที่ผู้ชายคนหนึ่ง มีให้กับผู้หญิงที่เขามีความสัมพันธ์กัน เพราะความใคร่ เท่านั้น?

“ลูกที่เกิดจากความตั้งไม่ตั้งใจ” สกุณา พูดเป็นประโยคแรก น้ำเสียงนั้นขมขื่นจนชายหนุ่มรู้สึก

“ใครบอกว่าไม่ตั้งใจ” เขาแย้ง “หากคุณมาเป็นผม คุณจะรู้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นจากอะไร มันไม่ใช่อารมณ์ใคร่ชั่วแล่น อย่างที่ผู้ชายจะพึงมีต่อผู้หญิง... ไม่ใช่การเอารัดเอาเปรียบที่ผู้ชายทรามๆคนหนึ่งจะพึงฉกฉวยจากเหยื่อที่เขาหามาได้... มันอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น
สกุณา หากสักวันหนึ่ง คุณเกิดความประทับใจในใครสักคนหนึ่ง ปรารถนาและอยากจะเป็นเจ้าของ วันนั้น คุณก็อาจจะเข้าใจความรู้สึกของผม แต่คุณไม่เคยบอกผมในแง่เหล่านี้ คุณฝังใจในบางสิ่งและเจ้าสิ่งนั้นมันบดบังดวงตาของคุณจนมืดมิด จนคุณไม่ยอมที่จะเปิดหัวใจยอมรับความจริงอะไร คุณหนีผม แสดงความรังเกียจ ทั้งๆที่ คุณยังไม่ได้รู้จักผมดีพอเสียด้วยซ้ำ ผมได้พยายามแล้ว ที่จะกระทำทุกสิ่ง เพื่อจะแสดงให้คุณเห็นว่า คุณยังมีความหมาย สำหรับผมอยู่... แม้ในชั่วขณะนี้ บอกมาสิ สกุณา... ว่าคุณจะให้ผมพิสูจน์อะไรอีก”


แต่แล้ว ปมปัญหาของทั้งสอง ก็ยิ่งขมวดปมขึ้นมาอีก เมื่อ “นามาตาชิ” ผู้จัดการบริษัทคนใหม่จากญี่ปุ่นเดินทางมาถึง เมื่อได้พบกับสกุณาซึ่งสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้และเข้าใจเขาเป็นอย่างดีจนเขาประทับใจ ยิ่งเมื่อรับรู้ปัญหาของสกุณา หนุ่มชาวญี่ปุ่นผู้นี้ ก็เริ่มแสดงความรู้สึกห่วงใย เข้าอกเข้าใจในเธอมากขึ้น นั่นกลับทำให้ความรักที่เริ่มจะสมานตัวเข้าหากันของสองหนุ่มสาว เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นอีกครั้ง

และรอยร้าวแห่งรัก ก็ขยายตัวกว้างขึ้น เมื่อคุณสกุณ มารดาของเธอซึ่งติดหนี้พนัน นำบ้านไปจำนองกับ คุณเขมิกา ซึ่งต้องการจะทำลายความสุขทุกอย่างในชีวิตของลูกเลี้ยง ที่เธอเกลียด

เธอเกลียดแคธลีน และเกลียดจักรวาล ไม่ต่างกับเขาที่เขาเกลียดเธอ

“พ่อเคยพูดบ่อยๆว่าทางคุณเขมเป็นผู้ดีเก่า... เชื้อสาย ชาติตระกูลสูง พ่อเสียอีกต่ำต้อย มาด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น ใครต่อใครก็ยังต้องการ ถึงกับลงทุนยื้อแย่งมาจากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีอะไรเลยในตอนนั้น นอกจากหัวใจที่ซื่อสัตย์ภักดี กับลูกชายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง”

สะใจเหลือเกินที่ได้เห็นแววโกรธลุกวาบขึ้นในดวงตาของอีกฝ่ายหนึ่ง... เป็นแววโกรธและอัปยศอดสูอย่างรุนแรงที่สุด

จักรวาลยิ้มเยือกเย็น... นามมาแล้วที่เขารอคอยโอกาสนี้โอกาสที่จะฟาดฟันผู้หญิงคนหนึ่งที่แย่งชิงทุกสิ่งจากเขาไป ความรัก ความอบอุ่น เขาอยู่กับแม่อย่างเด็กที่ถูกทอดทิ้ง เห็นแต่หน้าพ่อในรูปถ่ายเก่าคร่ำคร่า เขาว้าเหว่มาแต่เล็กแต่น้อย ความรู้สึกเหล่านี้เริ่มหายไปเมื่อเขาเติบใหญ่ มีการศึกษา มีอาชีพ และมีเงินมากพอที่จะบินเดี่ยวมาหาพ่อบังเกิดเกล้า และบัดนี้เขาแน่ใจแล้วว่า เขาไม่นึกตำหนิพ่อแต่อย่างใด พ่อยังรักเขา... รักแม่ มีความห่วงหาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ผู้หญิงคนนี้ต่างหาก ที่พยายามกีดขวางความสัมพันธ์ทั้งหลายแหล่ ผู้หญิงหน้าเนื้อใจเสือคนนี้!


ในขณะที่ฟอนธิกาเมื่อเข้ามาทำงานเป็นเลขาบริษัทและรู้จักกับนามาตาชิ ก็มองเห็นความผูกพันล้ำลึกที่ ผู้จัดการหนุ่มญี่ปุ่น มีต่อสกุณา หญิงสาวพยายามพูดคุยและช่วยเหลือปรับความเข้าใจ ให้กับจักรวาลที่มีศักดิ์เป็นพี่ชาย เพราะไม่อยากให้เขาและสกุณาต้องแตกร้าวกัน นามาตาชิเอง ก็ไม่ได้ต้องการที่เข้าไปเป็นมือที่สาม ระหว่างสองหนุ่มสาว เขาเพียงแต่มีความรู้สึกสงสาร และความปรารถนาดีให้กับสกุณา... และความรู้สึกนั้นมันได้แปรเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใด เขาเองก็มิอาจล่วงรู้

หล่อนไม่รู้จนบัดนี้ว่าหัวใจดวงหนึ่งได้ฝังฝากไว้ที่หล่อนเสียแล้ว แนบแน่นมั่นคงชนิดที่เขาเองก็ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
เขารักหล่อน...

แน่นอนที่สุด เขารักหล่อน ตราบใดที่ความรักคือ ความห่วงหา ความปรารถนาจะชิดใกล้... ความผูกพันทางใจอย่างเร้นลับ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือความเสียสละอันน่าเจ็บปวด

ไม่มีวันที่เขาจะให้หล่อนรู้ถึงความนัยทั้งมวลในหัวใจของเขา เขาจะฝังมันไว้เช่นนั้นตราบสิ้นชีวิตของเขาเอง


ลินดา รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว หล่อนเขียนจดหมายบอกจักรวาล ว่ายินดีจะแยกทางกับเขา เมื่อรู้ว่า เขากับสกุณา กำลังจะมีลูกด้วยกัน และนั่นยิ่งทำให้ สกุณา รู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น หล่อนตัดสินใจที่จะบอกเลิกกับเขา ลากออกจากงานเพื่อเดินทางไปใช้ชีวิตที่อเมริกา กับ กนาฐ หวังว่า เขาคงจะให้โอกาสกับเธออีกครั้ง โดยไม่รู้ว่านั่นยิ่งทำให้ จักรวาล รู้สึกเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น เขาหันเข้าหาเหล้าด้วยความกลัดกลุ้ม โดยมีฟอนธิกา พยายามให้กำลังใจ

กนาฐ เดินทางกลับมาเมืองไทย เขาคาดหวังว่าจะพบกับสกุณา เด็กสาวแสนบริสุทธิ์ที่ประทับใจในความทรงจำ แต่แล้ว ความจริงในปัจจุบัน ก็ทำให้เขามองเห็นสกุณาในอีกแบบหนึ่งแตกต่างไปจากเดิม และเขาก็รู้สึกว่า สกุณาเอง ก็ไม่ได้มีหัวใจให้กับเขาแล้ว

คุณเขมิกา พยายามเข้ามาจัดการ เพื่อทำให้ฟอนธิกา ได้เป็นแฟนกับจักรวาล อย่างที่เธอต้องการ แต่ความคิดเห็นของฟอนธิกา ไม่ตรงกับที่เธอวางแผนเอาไว้เลยสักนิดเดียว

“ทำไมแกไม่คิดจะจับผู้ชายดีๆไว้สักคน อายุป่านนี้แล้ว”
“คุณป้าพูดเหมือนผู้ชายเป็นสัตว์ป่าที่ต้องตามจับ...”
“อ้าว... ไม่จับจะอยู่รึแก สมัยนี้มันสมัยผู้หญิงจับผู้ชาย หมดสมัยแล้วที่ไปเท้าแขนแอ่นแต้ คอยราชรถมาเกย ขืนทำอย่างนั้นละก้อชาตินี้ทั้งชาติ ก็ไม่ต้องมีผัว”


“แต่เอ๋ จับใครไม่เป็น”
“ก็แกไม่หัด”
“ทำอย่างไรบ้างล่ะคะ”
“ก็หาผู้ชายมาให้ได้เสียก่อน แล้วฉันจะดูให้ว่าผู้ชายประเภทนั้น ควรจับอย่างไร”


“อย่างคุณจักรวาล...”
“แกต้องหนี!”
“แล้วอย่างนามาตาชิ”
“แกต้องตื๊อ”


“แล้วถ้าหาก... เป็นคุณลุง...”
“คุณเขมเงียบงัน
“ว่าไงคะ... ประเภทอย่างคุณลุงล่ะ?”
“ฉันไม่เคยจับเขา”
“แต่เอ๋รู้มาอย่างหนึ่งว่า.... คุณลุงรักเมียเก่ามาก” คุณเขมยิ้มหยันๆ
“ก็แล้วทำไมไม่อยู่ด้วยกัน”
“เอ๋ สันนิษฐานว่าคุณลุงจะถูกจับ”


ความอำมหิตของคุณเขมมีมากกว่านั้น เมื่อเธอพยายามจะแยก ให้สกุณา ไปจากจักรวาล ด้วยการสร้างรอยร้าวในสายรักของคนทั้งคู่ ระหว่างที่ฟอนธิกา รับสกุณาไปส่ง เธอได้ติดรถไปพร้อมกันด้วย แล้วจากนั้นก็ปล่อยคำพูดสะเทือนใจออกมา เพื่อทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น จนหญิงสาวทนไม่ได้

โดยไม่คาดคิด เมื่อ สกุณา เปิดประตูรถ แล้วกระโดดออกไป ฟอนธิกา เบรกไม่ทัน ทำให้สกุณาได้รับบาดเจ็บ และแท้งลูกไปในที่สุด

นั่นเองที่ทำให้รอยร้าวกลายเป็นการแตกสลายระหว่างเธอกับจักรวาลอย่างสมบูรณ์ เขาเข้าใจว่า สกุณารังเกียจลูกในท้อง จนยอมทำร้ายตัวเองให้แท้ง เขาขอหย่าขาดจากเธอ เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับสกุณาอีกต่อไป ฟอนธิกานั่นเองที่ทนไม่ได้ หญิงสาวตัดสินใจคุยกับคุณเขม อย่างเผ็ดร้อน

“ทุกสิ่งมันเป็นอุบัติเหตุ แกก็รู้... แกก็เห็น”
ฟอนธิกา ยิ้มหยันๆ

“หากเราจะฆ่าใครสักคน ไม่จำเป็นที่จะเป็นทางตรงหรอกค่ะ มนุษย์เราสมัยนี้เลี้ยวลด ยอกย้อน เราอาจจะฆ่าใครได้ แม้ในขณะที่มีรอยยิ้มแฝงอยู่ในแววตา เอ๋รู้จักคุณป้าได้ดีพอๆกับที่รู้จักผู้หญิงคนนั้น ใช่ เธออาจจะต่ำไม่มีสกุลรุนชาติอย่างที่คุณป้าว่า แต่มันเป็นความผิดของเธอหรือคะ มันหรือหรือคะที่เธอมารักกับคุณจักรวาลจนมีลูกด้วยกัน”

“ยายเอ๋”
“ซึ่งมันก็สมใจคุณป้าแล้ว... ใช่ค่ะ เขาแยกทางกับสกุณาและกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับฟิลิปปินส์ เป็นไงคะ คงสมใจคุณป้าแล้วสินะ ตอนนี้”


คุณนาคี ได้ยินเรื่องราวจากการสนทนาของสองป้าหลาน และเขาก็ก็ตัดสินใจที่จะยกทรัพย์สินในเมืองไทยทั้งหมด ให้กับเขมิกา เพื่อแลกกับอิสรภาพ เขาจะเดินทางพร้อมกับ จักรวาลไปฟิลิปปินส์ด้วยกัน เพื่อกลับไปอยู่กับแคธลีน อดีตภรรยาที่เธอเคยช่วงชิงเขามานั่นเอง

เวลานั้น คุณเขมิกา เริ่มเข้าใจมากขึ้น เธอตัดสินใจไปขอโทษสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด กับสกุณา ในขณะที่ ฟอนธิกา เองก็รู้ว่า หัวใจของเธออยู่ที่นามาตาชิ หนุ่มญี่ปุ่นที่หลงรัก สกุณา แม้ว่าหล่อนผู้นั้นจะไม่เคยล่วงรู้เลยก็ตาม

นามาตาชิ พยายามทำใจ และเมื่อเขาเริ่มสนิทกับฟอนธิกา มากขึ้น อะไรบางอย่างในตัวเธอ ทำให้เขาตัดสินใจชวนเธอให้ไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ญี่ปุ่น ฟอนธิกาสับสน ระหว่าง ความรัก หรือความสงสาร ความเป็นเพื่อน หรือคนรัก?

และจักรวาลนั่นเอง ที่เป็นคนเปิดดวงตาของเธอให้มองเห็นความจริงในข้อนี้ ด้วยประสบการณ์ความรักที่ล้มเหลวของเขาเอง

“ฟอนธิกา คุณเคยได้ยินคำพูดนี้จากใครบ้างไหม... หากคุณจะรักใคร ก็จงรักให้เต็มหัวใจเสียเถอะ ชีวิตนี้สั้นนัก สำหรับการรีรอและลังเลโอกาสจะผ่านเราไปดุจปุยเมฆขาวที่ลอยฟ่องฟ้า ชีวิตคนเราไม่ยาวนัก สักวันหนึ่ง เราจะยุติทุกสิ่งที่หลุมฝังศพ ทิ้งทุกสิ่งไว้ที่นั่น ทั้งร่างกาย หัวใจ ไม่มีอะไรหลงเหลือสำหรับเราอีกต่อไป แม้แต่ความรักที่เราคิดว่ามันจะเป็นนิรันดร์กาล... ไม่ช้ามันก็จะถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของใครต่อใคร แม้แต่คนที่เราคิดว่า เรารักเขามากที่สุด...”

และคุณนาคี ก็ทำให้เธอเข้าใจในความหมายแห่ง รัก มากขึ้น เมื่อฟอนธิกา ปรารภกับเขาว่า นามาตาชิเอง ก็ยังมี สกุณา เป็นเงาซ่อนอยู่ในหัวใจตลอดเวลา มันเป็นความรักครั้งแรกของเขา ไม่ใช่เธอ

“ยายเอ๋ ลุงจะบอกอะไรแกสักอย่าง อย่าแคร์ว่า ใครสักคนหนึ่งในชีวิตของแกจะแอบซุกซ่อนใครไว้ในหัวใจ หัวใจทุกดวงมีอิสระ แกต้องมีใจเป็นนักกีฬาเพียงพอ... ให้อิสระต่อหัวใจของเขา เขาอาจมีความหลังอันน่าปวดแปลบ อย่าขุดคุ้ยขึ้นมาเพื่อบั่นทอนความสัมพันธ์
คนเราทุกคนต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว ในยามที่หัวใจสูญเสียรุนแรง แกอาจจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวสำคัญของเขา... เป็นที่พึ่ง ให้ความอบอุ่นในอารมณ์ เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา และสำหรับตัวแกเอง

ความรักยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เสมอมา ทุกยุค ทุกสมัย คือความเสียสละ ที่แม้ว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนจะเป็นความปวดร้าวเพียงอย่างเดียว อย่าแคร์ว่า เขาจะทำอะไรเพื่อแกบ้าง แต่จงแคร์ว่า แกจะให้อะไรแก่คนที่แกรักบ้าง เท่านั้น...”


นั่นเอง ทำให้ฟอนธิกา ตัดสินใจรับหมั้นกับ นามาตาชิ ในขณะที่จักรวาลเอง ก็ตัดสินใจเดินทางไปใช้ชีวิตต่างประเทศ เขาคิดว่า คงจะไม่หวนกลับมาเมืองไทยอีกแล้ว

ฉากสุดท้ายที่คาดเดาไม่ได้เลย มาถึง ในวันที่ จักรวาลเดินทางไปต่างประเทศเพียงลำพัง มีเพียงฟอนธิกา และนามาตาชิ มาส่ง พร้อมกับจดหมายสองฉบับ เขาตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาอ่านบนเครื่องบิน ฉบับแรกเป็นของบิดาเขาที่ไม่ได้ติดตามมาด้วย และฉบับที่สองนั่นต่างหาก...
มันเป็นจดหมายของสกุณา!

และเมื่อเขาหันกลับไป ก็พบว่า ที่นั่งที่ห่างออกไปเพียงสองแถวนั้นเอง ร่างของเธอกำลังนั่งอยู่ ณ ที่นั้น เขารู้สึกเหมือนโลกจะหมุนเปลี่ยนเส้นทางในทันใดนั้น เมื่อฉีกจดหมายฉบับที่สองออกมาอ่าน

“ฉันตามคุณมาค่ะ ... จักรวาล ตามมาด้วยตระหนักชัดแล้วว่า นกเล็กๆเช่นฉัน ต่อให้บินจนสิ้นแรงก็ไม่อาจพ้นไปจากห้วงจักรวาลอันไพศาลและอบอุ่นแห่งนี้เสียได้ ฉันตามมาเพื่อจะบอกคุณด้วยประโยคที่ คุณไม่เคยพูดกับฉันมาก่อนเลย

ฉันรักคุณค่ะ... จักรวาลยอดรัก!
สกุณา “


สำหรับแฟนๆของ ม.มธุการี/เพชรน้ำค้าง นี่เป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่งของผู้เขียน ที่ไม่ควรพลาด และสำหรับเพื่อนนักอ่านที่ยังไม่เคยได้อ่านงานเขียนของท่าน ผมขอแนะนำครับ

ท้ายสุดนี้ขอนำภาพโปสเตอร์และภาพถ่ายจากภาพยนตร์เรื่องนี้มาประกอบการรีวิวด้วยครับ เรื่องนี้กำกับการแสดงโดยคุณพันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที เครดิตภาพ จากเวบไซต์ของบริษัทไฟว์สตาร์ผู้ผลิตครับ https://www.fivestarproduction.co.th/

ปกเก่า (จักรวาลยอดรัก)


ภาพประกอบครับ







Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2562 18:32:50 น. 7 comments
Counter : 610 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณภาวิดา คนบ้านป่า


 
แวะมากรี๊ดค่ะ

ชอบชื่อเรื่องมากกกกกก ส่วนรีวิวขออ่านแบบข้ามๆ นะคะ กลัวตอนไปอ่านเองแล้วไม่อิน (อันที่จริงหลายเรื่องพออ่านจบแล้วจะแวะกลับมาอ่านรีวิวอีกรอบว่าเอ๊ะใจเราตรงหรือเปล่านะ อิอิ)

สำหรับหนังสือของนักเรียนท่านนี้ เสียอย่างเดียวคือหาอ่านยากมากกกกก ไอ้เราก็ดันมาเป็นติ่ง 555


โดย: ชบาหลอด วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:14:28:23 น.  

 
สวัสดีครับน้องชบาหลอด ลองหาอ่านดูนะครับ เป็นอีกเรื่องของ ม.มธุการี ที่น่าอ่านมาก เรื่องนี้ เท่าที่พี่เห็น จะมีของ สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม เคยนำมาพิมพ์อีกครั้งครับ เวอร์ชันนี้น่าจะพอหาได้ไม่ยากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:8:07:40 น.  

 
เคยอ่านค่ะ สมัยเรียนมัธยมต้น อ่านที่ห้องสมุดของโรงเรียน ตอนนี้อยากอ่านอีกค่ะ แต่ตามหาหนังสือไม่ได้เลยค่ะ เสียดายมากเลยค่ะ


โดย: ต้อยติ่ง IP: 101.108.87.159 วันที่: 31 กรกฎาคม 2562 เวลา:14:52:57 น.  

 
จะบอกว่า หาหนังสือได้แล้วค่ะ โชคดีมากกกก มีคนเอามาปล่อยขายในเวบ shopee ค่ะ เย้ๆๆๆๆๆๆ ดีใจที่สุดดดดด


โดย: ต้อยติ่ง IP: 101.108.87.159 วันที่: 31 กรกฎาคม 2562 เวลา:15:10:23 น.  

 
คุณต้อยติ่ง : ยินดีด้วยนะครับ ฉบับล่าสุด เหมือนจะเห็นของเพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ด้วยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 สิงหาคม 2562 เวลา:13:17:32 น.  

 
คุณสามปอยหลวง เท่าที่หาข้อมูลเจอ ของเพื่อนดีจะเป็นเรื่อง บนรอยร้าว ค่ะ ส่วนเรื่อง เมื่อรักร้าว พิมพ์ล่าสุดจะเป็นของ บ้านวรรณกรรมพิมพ์ค่ะ แต่ก็พิมพ์ออกมานานแล้วค่ะ ไม่มีสต็อคแล้วค่ะ พยายามหามือสองแต่ก็ไม่มีคนมาโพสต์ขายเลยค่ะ ส่วนเล่มที่ได้มาเป็นเล่มที่ปกเดียวกับภาพของคุณสามปอยหลวงค่ะ เก่ามากค่ะต้องหาวิธีบูรณะค่ะ


โดย: ต้อยติ่ง IP: 101.108.87.159 วันที่: 1 สิงหาคม 2562 เวลา:14:25:47 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับ ตอนนั้นเห็นชื่อผ่านๆ นึกว่าเป็นเรื่องเดียวกันเลย บนรอยร้าว น่าจะเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นภายหลัง ส่วนเรื่องนี้ เนื้อหาจะเข้มข้น ดรามา มากๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 2 สิงหาคม 2562 เวลา:12:56:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.