หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2564
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 มิถุนายน 2564
 
All Blogs
 

รมดี : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : รมดี
ผู้ขียน : ก.ศยามานนท์
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
ปีที่พิมพ์ : 2557
เล่มเดียวจบ


            รมดี คือผลงานนวนิยายขนาดสั้น เรื่องแรกของ ก.ศยามานนท์ ที่ลงตีพิมพ์ใน สยามนิกร รายสัปดาห์ ทว่า ก่อนที่นวนิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์จนจบสมบูรณ์ สยามนิกร รายสัปดาห์ ก็ต้องล้มเลิกกิจการลงก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นิยายเรื่องนี้ ก็ได้นำมารวมเล่มครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์ มุมหนังสือ เมื่อ ปี พ.ศ. 2500 และผ่านกาลเวลามาเกือบหกทศวรรษ เมื่อสำนักพิมพ์ เพื่อนดี นำมาจัดพิมพ์อีกครั้งเป็นครั้งที่สอง

            คุณ ก.ศยามานนท์ หรือ กาญจนา ศยามานนท์ เป็นนักเขียนนวนิยายรุ่นครู ผู้มีผลงานรู้จักกันดีสำหรับแฟนนักอ่าน คือ วรรณกรรมเยาวชน “จ้อนกับแดง” ที่เคยนำมาสร้างเป็นละครอันโด่งดัง และยังเป็นชื่อของลูกชายทั้งสองคนของท่านด้วย หรือนวนิยาย “กำไลประดับเพชร” โดยล่าสุดเมื่อหลายปีก่อน ทางสถานีโทรทัศน์ช่องสามเคยสร้างเป็นละครนำแสดงโดยคุณ อำภา ภูษิต ซึ่งนวนิยายทั้งสองเรื่อง สำนักพิมพ์เพื่อนดีก็ได้นำมาจัดพิมพ์ไว้เช่นเดียวกัน
           ++++++++++++++++++++++
         ประวัติของคุณ ก.ศยามานนท์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2461 ที่จังหวัดชลบุรี นับเนื่องถึงปี พ.ศ. 2564 นี้นับได้ว่า เป็น 103 ปี ชาตกาล ของผู้เขียนเลยทีเดียว และเป็นโอกาสอันดี ที่จะนำ “รมดี”นวนิยายเรื่องแรกของท่านมาบอกเล่าสู่กันในโอกาสนี้ครับ

         และด้วยเหตุว่า พื้นเพของท่านเป็นคนภาคตะวันออกนี้เอง (นามสกุลเดิมคือ อาจวาริน) ทำให้ ฉากของนวนิยายหลายเรื่องของท่าน มักจะเกี่ยวเนื่องกับบ้านพัก ชายทะเล ในแถบท้องที่ ชลบุรี ศรีราชา สัตหีบ ไปจนถึงระยอง เป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับ รมดี และ “วันแห่งความรัก” ซึ่งเป็น เรื่องสั้นขนาดยาวอีกเรื่องหนึ่ง ที่รวมเล่มอยู่ใน ฉบับการพิมพ์ครั้งที่สองนี้ด้วย
             ++++++++++++++++++++
          สำหรับ รมดี เป็นเรื่องราวอันพลิกผัน ของสาวน้อย นามรมดี อธิคม ธิดาของ คุณหญิงขจิต อธิคมบดี ซึ่งเป็นหญิงม่าย ทั้งสองแม่ลูก ออกมาใช้ชีวิตอยู่ที่ บ้านชลธิชา ซึ่งอยู่ที่อำเภอศรีราชา โดยยึดอาชีพทำไร่การเกษตรอยู่อย่างมีความสุข และมีแจ่มใจ หญิงรับใช้คนสนิทคอยดูแลรมดีเป็นอย่างดี
ในทุกๆปี เด็กสาวจะได้รับของขวัญจาก คุณหญิงวิภาวรี ที่เหมือนญาติคนสนิทในครอบครัวเธอ ส่งของต่างๆมาให้กับรมดีจากอังกฤษ สถานที่ซึ่งคุณหญิงไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นกับสามีชาวต่างชาติ

          รมดีเองก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับเด็กชาย ที่โลดโผนทั้งการขี่ม้า ยิงปืน โดยมีเจ้า ซิลเวอร์คลาวด์ ม้าคู่ใจของเธอ ตราบจนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กสาวได้มีโอกาสรู้จักกับเจ้าของรถอัลฟาโรเมโอคันงาม ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมายัง ชลธิชาของเธอ

           เขาคือ สาวิตร ศุภกานต์ บุตรชายของเพื่อนสนิทคุณพ่อของเธอ ที่มาติดต่อซื้อที่ ป่าสน เพื่อปลูกบ้านอาศัยอยู่ รมดี สนิทกับ สาวิตร มากขึ้น ในขณะเดียวกัน เธอเองก็รู้สึกไม่ชอบพามากล กับการมาซื้อที่ของ นายวิชัย ที่สนิทสนมกับกำนันปลั่ง เจ้าของไร่ที่อยู่ใกล้กัน ด้วยท่าทีของอีกฝ่าย ดูเหมือนนักเลงทรชน ที่คอยระรานชาวบ้านแถบนั้น

         สาวิตร รู้สึกถูกชะตา และเกิดความผูกพันกับเด็กสาวที่แสนน่ารักคนนี้ ตราบจนการมาถึงของสามพี่น้อง ที่เป็นญาติของ มารดาเธอ คือ เพิ่มพินิจ พิศพิมล และพรพิลาส โดยเฉพาะ สองสาว พิศพิมล และพรพิลาส ที่ชอบคุยโอ้อวดความร่ำรวยของตนเองและคอยข่ม รมดี อยู่เสมอ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น เมื่อ รถของครอบครัวเธอถูกดักปล้น และ เมื่อมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น คุณหญิงขจิต ก็ถูกลูกกระสุนจากคนร้าย จนเสียชีวิต!
           ++++++++++++++++++++
          เหตุการณ์ร้ายแรงในครั้งนี้ ทำให้รมดี กลายเป็นเด็กกำพร้าไปในทันที และเรื่องราวก็ยิ่งโหมกระหน่ำเข้ามาในชีวิตของเธอมากขึ้น เมื่อ พิศพิมลและพรพิลาส บอกความจริงว่า แท้จริงแล้ว บ้านชลธิชาของเธอ ถูกจำนองเอาไว้กับคุณแม่ของหญิงสาวทั้งสอง เพราะคุณหญิงขจิตขาดทุนจากการทำไร่มาหลายปี และเมื่อเธอเสียชีวิตลงบ้านหลังนี้ ก็จะต้องตกเป็นของคนอื่น

          ในเวลาแห่งความทุกข์ที่รายล้อมเข้ามานั้นเอง มีเพียง สาวิตร ที่คอยเป็นกำลังใจให้กับเธอ และในที่สุดเขาก็ขอหมั้นหมายกับเธอไว้ เรื่องราวในรมดี ดำเนินมาถึงตอนที่ห้า ก่อนที่จะเริ่มต่อจากนั้น ในตอนที่หก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงที่คุณ ก.ศยามานนท์ได้เขียนเรื่องราวต่อในภายหลัง จากการปิดตัวลงของสยามนิกร รายสัปดาห์
            +++++++++++++++++++
          สาวิตรเองมีภารกิจต้องไปทำธุรกิจที่เมืองนอกหลายเดือน เขาตัดสินใจหาเงินมาไถ่ถอน บ้านชลธิชาให้เธอ และระหว่างนั้นเอง ก็ให้ รมดี มาเป็นครูสอนหนังสือเด็กๆที่กรุงเทพฯ เพื่อรอคอยเขา ณ ที่โรงเรียนแห่งนั้นเอง รมดี มีโอกาสได้รู้จักกับเด็กหญิงเกศินี ธิดาของ คุณพระกีรติยุตกำจร และคุณนายนันทกา เกศินีเป็นเด็กมีปัญหาต่างๆ แต่ด้วยความเอาใจใส่อย่างดีของรมดี ทำให้เด็กหญิงเปลี่ยนแปลงตัวเอง และหันมาติดครูรมดีของเธอเป็นอย่างมาก ภายหลัง คุณพระได้ขอให้เธอช่วยมาดูแลเด็กหญิงผู้น่าสงสารคนนี้ รมดี จึงมีโอกาสได้ย้ายมาอาศัยที่บ้านพักอันหรูหราของคุณพระกีรติยุตกำจร โดยมี ยาใจ จิรกูล น้องสาวของคุณหญิงนันทกา เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ และมีท่าทางเกลียดชังริษยา เธออย่างเห็นได้ชัด

         รมดี รับรู้ว่า คุณยาใจ มีคู่หมั้นชื่อ ซิม และทั้งคู่มีปัญหากัน โดยที่ซิม กำลังขอถอนหมั้นจากยาใจ จนทำให้หญิงสาวผู้นั้นเสียใจมาก เธออดนึกไปถึง สาวิตร คู่หมั้นของตัวเอง ด้วยความหวั่นไหวไม่ได้ เขาอยู่ห่างไกลเธอเหลือเกิน และถ้าหากเขาจะเปลี่ยนใจถอนหมั้น เธอ เหมือนกับยาใจ เธอจะเป็นอย่างไรกันเล่า?
     ++++++++++++++++++++++++
      คุณพระได้สอบถามรมดี ด้วยความสงสัยหลายอย่างและด้วยความเอ็นดูเธอ จนกระทั่งรู้ว่าครอบครัวของเธอ สนิทสนมกับ คุณหญิงวิภาวรี ที่อังกฤษ การสนทนาของท่าน ทำให้หญิงคนใช้ที่เป็นฝ่ายยาใจ พยายามโยงเรื่องว่ารมดี กับ คุณพระ มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวต่อกัน จนทำให้ คุณหญิงนันทกา ซึ่งหูเบาอยู่แล้ว พาลเกลียดชัง รมดี ไปด้วยอีกคนหนึ่ง

        ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้น ซิม ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดฝัน และทำให้ รมดี ได้รับรู้ความจริงที่แสนขมขื่นว่า ชายหนุ่มคนนั้น ก็คือ สาวิตร นั่นเอง!
เขาพยายามอธิบายกับเธอ การหมั้นหมายที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับยาใจ ไม่ได้เป็นความประสงค์ของเขาเลยแม้แต่น้อย นอกจากความเห็นชอบของผู้ใหญ่ และเมื่อเขาได้พบ รมดี เขาก็รู้ว่าหัวใจของเขามอบให้เธอเพียงผู้เดียว
ยาใจและคุณหญิงนันทกา รวมหัวกัน ใส่ร้ายรมดี เพื่อกำจัดหล่อนออกไปจากบ้าน แต่คุณพระกีรติยุตกำจร ก็ช่วยเธอไว้ได้เสียก่อน ท่านรับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจพารมดี ไปอาศัยอยู่กับพี่สาวของท่านคือ หม่อมมาลี เกษมวงศ์ และเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้รมดีได้รับรู้
       +++++++++++++++++++++++++++
      รมดี มิใช่ลูกสาวของคุณหญิงขจิต อธิคมบดี แต่เธอคือลูกสาวของ คุณหญิงวิภาวรี และ คุณพระกีรติยุตกำจร!
            ในอดีต เมื่อคุณพระเดินทางไปราชการที่ต่างประเทศ และได้รู้จักกับหม่อมราชวงศ์หญิงวิภาวรี และด้วยความใกล้ชิดผูกพันกันนั้นเอง ทำให้ทั้งคู่ได้เสียกัน ก่อนที่คุณหญิงวิภาวรีจะรู้ว่า คุณพระกีรติยุตกำจร มีคู่หมั้นอยู่แล้วที่พระนคร คุณพระพยายามจะเจรจาเพื่อขอล้มเลิกการหมั้นหมาย แต่ไม่สำเร็จ เมื่อบิดาของฝ่ายหญิงคือคุณนนันทกา จะร้องเรียน

         แม้จะรักและอาลัยเพียงใด คุณหญิงจำต้องหักใจจากคุณพระ และหลบไปยังอีกเมืองหนึ่งที่เยอรมัน พร้อมกับแจ่มใจ หญิงรับใช้คนสนิท และพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ คุณหญิงวิภาวรี คลอดลูกโดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งคุณหญิงขจิต และเจ้าคุณอธิคมบดี ผู้สามีเดินทางไปยังเยอรมันพอดี และทุกอย่างก็ลงตัว เมื่อคุณหญิงขจิตเองก็ไม่มีทายาท ท่านจึงรับ ทารกน้อยผู้นั้นมาอุปการะและเด็กคนนั้นก็คือ รมดี นั่นเอง
         +++++++++++++++++++++++
         รมดี เลือกใช้ชีวิตอย่างสมถะในวังของหม่อมมาลี ผู้เป็นเสมือนป้าแท้ๆของเธอ และยังมี นายแพทย์ ม.ร.ว. ธาราสลิล บุตรชายของ หม่อมมาลี คอยดูแลเธออยู่ด้วย ด้วยความใกล้ชิด ทำให้ ธาราสลิล รู้สึกพึงพอใจในตัวเด็กสาวผู้นี้ และในที่สุดก็ขอเธอหมั้นหมาย

             บัดนี้ รมดีได้เดินทางมาถึงทางสามแพร่งแล้ว ทางหนึ่ง มีภาพสาวิตรยืนอ้าแขนต้อนรับหล่อนอยู่ ทางชีวิตนั้นคงหวานชื่นยากจะกล่าว ความสุขในชีวิตคงจะห้อมล้อมอยู่อย่างเหลือเฟือ แต่ความหวานนั้นจะเสมือนเพียงน้ำตาลที่เคลือบไว้ด้วยความขื่นขม ความเสื่อมสิ้นซึ่งเกียรติและความเป็นตัวของตัวเอง คงจะทรมานให้หล่อนต้องมีดวงใจแตกสลายพินาศลงในไม่ช้า อีกทางหนึ่งเล่า คือการสมรสกับนายแพทย์ผู้มีอนาคตอันสุกใสแจ่มจรัส ผู้ที่จะไม่มีทอดทิ้งให้หล่อนต้องตกต่ำลงแม้แต่ประการใด ผู้มีปากพูดจากหัวใจและมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ตรงต่อความเป็นจริง อา! รมดี หล่อนควรจะเลือกไปสู่จุดหมายปลายทางอันใดเล่า?

          รมดีรับหมั้น นายแพทย์ธาราสลิล!
         ++++++++++++
+++++++++++
         และหลังจากนั้นไม่นาน หล่อนก็รับทราบข่าวการแต่งงานของยาใจ แต่หล่อนแต่งกับนักธุรกิจผู้หนึ่ง ที่ไม่ใช่สาวิตร!

          ชายหนุ่มผู้นั้น ไม่ได้รัก ยาใจ และเขาก็ตัดสินใจเลือกทางเดินของเขาเองอย่างชัดเจน โดยไม่ดึงเอา ยาใจให้ต้องมาทุกข์ทรมาน อยู่กับคนที่ไม่ได้รักเธอ เหมือนกับ ที่คุณนันทกา เคยเผชิญมาแล้วอย่างเจ็บปวดกับคุณพระกีรติยุตกำจร
         เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวลำพัง แม้ว่าจะหัวใจต้องแหลกสลาย เมื่อได้รับข่าวหมั้นหมายของรมดี กับนายแพทย์หนุ่มผู้นั้น
ถ้าหากว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นกับรมดี อีกครั้ง!
นายวิชัย อันธพาลร้ายที่เคยสังหารมารดาเธอ มันย้อนกลับมาหารมดี เพื่อจับตัวหญิงสาวไป แต่แล้ว สาวิตร ก็เป็นฝ่ายตามไปช่วยเธอ และมันก็ถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด
         ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไป เมื่อรู้ว่า ได้ช่วยชีวิตหญิงที่เขารักให้ปลอดภัยแล้ว แต่รมดีรู้ว่า เธอไม่อาจปล่อยให้เขาจากเธอไปได้อีกแล้ว...
           ++++++++++++++++++++++++++++++
         รมดีวิ่งเร็วราวกับซิลเวอร์คลาวด์ และทันกันพอดีที่สะพานข้ามธารน้ำ เขาหันกลับมาอย่างแช่มช้า...รมดีชะงักอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง!
          หล่อนโถมเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนนั้น เขารัดหล่อนแน่นดังหนึ่งจะรวมร่างทั้งสองไว้เป็นชีวิตอันเดียวกัน โดยไม่มีเวลาที่จะต้องพลัดพรากจากกันอีกต่อไป ไม่มีโอกาสที่จะได้กล่าวอะไรอีกเลย แม้แต่จะเรียกชื่อซึ่งเป็นสุดที่รักของแต่ละฝ่าย ด้วยเวลาช่างรวดเร็วนักที่จะต้องอิ่มลงจากการจุมพิตอันหวานล้ำชื่นฉ่ำใจ


         แล้วเรื่องราวของรมดี ก็จบลงอย่างมีความสุขท่ามความอิ่มเอมใจและรื่นรมย์ของผู้อ่าน

หมายเหตุ นวนิยายเรื่องนี้ เคยนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ สำหรับโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำมาจากเวบไซต์ไทยบันเทิง ครับ




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2564
7 comments
Last Update : 14 มิถุนายน 2564 15:40:53 น.
Counter : 462 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku

 

น่าจะเกิด ปี 2461 นะคะ

 

โดย: หอมกร 14 มิถุนายน 2564 9:58:02 น.  

 

สวัสดีค่ะ
เป็นแฟนคลับของคุณสามปอยหลวงมาสักพักใหญ่แล้ว
ชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณมากๆ
และเป็นหนอนหนังสือเช่นเดียวกัน
อยากอ่านหลายๆ เล่มที่แนะนำ
แต่ก็เพิ่งหามาและอ่านได้แค่บางเล่ม
ซึ่งก็สนุกทุกเรื่องที่หามาได้

ตอนนี้ อ่านไปอ่านมาเริ่มติดลมบน
รู้สึกอยากจะเข้าไปอ่าน
วรรณกรรม-อมตะ ปี 63
วรรณกรรม- อมตะ ปี 61-62
วรรณกรรม - อมตะ ก่อนปี 61

ไม่ทราบว่า จะอนุญาตให้เข้าไปอ่านได้หรือไม่คะ

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ไตรตรา 14 มิถุนายน 2564 15:04:44 น.  

 

คุณหอมกร : ขอบคุณมากๆเลยครับ ตอนนี้ ได้แก้ไขข้อมูลแล้วครับ

คุณไตรตรา : ตอนนี้ผมได้ add คุณไตรตรา เป็น VIP frend แล้วครับ น่าจะเข้าไปอ่านได้นะครับ เนื่องจาก พอดีเนื้อหาที่เคยเขียนไว้ในปีก่อนๆ ตั้งใจไว้ว่าจะนำมารีไรท์ใหม่ เพื่อนำบางเรื่องมาคัดลงใน บรรณาภิรมย์ ด้วยครับ เลยยังไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะสักทีเลยครับ ยังไงก็ต้องขออภัยในความไม่สะดวกไว้ด้วยนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 14 มิถุนายน 2564 15:46:33 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะ เข้าไปอ่านได้แล้ว

กำลังตามหาเรื่อง "กระเช้าสีดา" ของกฤษณา อโศกสิน
ไม่ทราบว่า คุณสามปอยหลวง ได้นำมารีวิวหรือยังคะ
พอดีเห็นเป็นละครทางทีวีอยู่ขณะนี้
แต่ว่า มีคนบอกว่า ผิดจากนิยายเป็นคนละเรื่อง
ก็เลยอยากจะหารีวิวอ่าน

ที่จริงอยากจะหานิยายด้วย
แต่โควิด ก็ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย

 

โดย: ไตรตรา 16 มิถุนายน 2564 15:29:06 น.  

 

สวัสดีครับคุณไตรตรา เรื่องนี้เคยอ่านนานมากๆแล้วครับ จากห้องสมุดโรงเรียน จนเลือนไปแล้ว ถ้ามีโอกาสคงจะนำมาเขียนถึงครับ ขอบคุณมากครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 18 มิถุนายน 2564 15:10:08 น.  

 

เรื่องนี้หาอ่านยาก ได้รู้จักนิยายรุ่นเก่า ๆ ดี ๆ ขอบคุณคุณสามปอยหลวงที่นำมาแบ่งปันครับ

 

โดย: แพน IP: 115.87.153.197 21 มิถุนายน 2564 20:42:41 น.  

 

สวัสดีครับคุณแพน ยินดีต้อนรับสู่บล็อกสามปอยหลวงครับ แวะเวียนมาทักทายกันได้เลยนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 22 มิถุนายน 2564 9:34:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.