หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
7 พฤษภาคม 2564
 
All Blogs
 

บันทึกชีวิต : โรสลาเรน

ผู้ขียน : โรสลาเรน (และนักเขียนท่านอื่นอีก สี่นามปากกา)
สำนักพิมพ์ : ณรงค์สาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2518
เล่มเดียวจบ


บันทึกชีวิต เป็น หนังสือพอคเกตบุ๊ค รวมเรื่องสั้น จากสี่นักเขียน ห้านามปากกา ประกอบด้วย โรสลาเรน ทมยันตี สุวรรณี สุคนธา สีฟ้า และบุษยมาส ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเขียนรุ่นครูผู้มีผลงานนวนิยายชื่อดังเป็นจำนวนมาก เรื่องสั้นของแต่ละท่าน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่างสไตล์ จึงเป็นเสมือนหลักไมล์แรกๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นสู่ นักเขียนนวนิยายมืออาชีพ ของบรรณพิภพ ในเวลาต่อมา

สำหรับ เรื่องสั้นแต่ละเรื่อง ประกอบด้วย
บันทึกชีวิต ของ โรสลาเรน บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาวนามพิมพ์ใจ ที่เลือกทางเดินชีวิตด้วยการแต่งงานกับ ศัลย์ ซึ่งเป็นพ่อค้าใหญ่ และมองทุกอย่างเป็นเรื่องเงิน จนเธอเองก็ยังสงสัย ว่าการแต่งงานระหว่างเธอกับเขา ผ่านการคำนวณต้นทุนกำไร มาด้วยหรือไม่

 พิมพ์ใจ เขียนบันทึกบอกเล่าความคิด ความขมขื่นของตัวเอง ที่แม้ว่า “พี่โต”พี่ชายของเธอเคยเตือนเอาไว้แล้วก็ตาม
        และต่อมายิ่งมีเหตุการณ์ที่บีบคั้นในชีวิตของเธอมากขึ้น เมื่อเห็นว่า ศัลย์ พยายามจะบีบบังคับ เด็กสาวที่ทำงานของเธอให้ยอมเป็นเมียเก็บ ทั้งที่หญิงคนนั้น ก็มีคนรักอยู่แล้ว ทำให้ พิมพ์ใจตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการวางแผน สังหารสามีตัวเอง!

       ท้ายสุด แม้ว่า หล่อนจะลอยนวลไปได้ในตอนแรก แต่ก็ไม่อาจจะหนีพ้นเงื้อมมือกฎหมายที่ตามสืบในภายหลังได้ หากพิมพ์ใจได้เลือกทางเดินที่จะหนีจากจุดนี้ไปแล้ว...

เรื่องสายทอง ของ โรสลาเรน เรื่องสั้นเรื่องนี้ภายหลังนำมารวมอยู่ใน ชุด “รอยอาลัย เล่มสอง” เป็นนินิยายรักหวานๆ ในบรรยากาศออฟฟิสที่ทำงาน ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจาก เรื่องแรกโดยสิ้นเชิง

        สาวน้อย นามสายทอง ต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยกลางคัน และมาทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ต้องมาเผชิญหน้ากับ เจ้านายจอมเฮี้ยบนามชาลี ที่หล่อนรู้สึกว่า เขาคอยจ้องจับผิดเธอตลอดเวลา จนดูเหมือนว่า ชาลีไม่เคยพอใจการทำงานเธอเลยสักอย่าง โดยสาวน้อยสายทองหารู้ไม่ว่า นั่นคือวิธีการ จีบ ลูกน้อง แบบเนียนๆ ของคุณชาลี กว่าที่ทั้งสองจะเข้าใจกัน ก็เกือบทำให้สายทอง ต้องขอลาออกจากงานเสียแล้ว และ... ท่านหัวหน้าชาลี ก็ยังมีหน้าเซ็นอนุมัติให้หล่อนลาออกเสียด้วย

        “ผมจะอนุมัติให้คุณพ้นจากตำแหน่งนี้ได้ ก็ต่อเมื่อคุณรับตำแหน่งใหม่แล้ว”
“ตำแหน่งอะไรคะ”
      “เจ้าสาวของผม! นี่ละที่ผมพยายามจะบอกคุณว่า ผมไม่ต้องการผู้หญิงที่มีประสิทธิภาพ แต่คุณไม่ยอมฟัง... ผมอยากให้คนที่ผมรักอยู่บ้าน ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เธอมีความสุข เธอมีหน้าที่เพียงแต่ว่าให้ผมได้เห็นเธออยู่ใกล้ๆ ทุกเวลาก็พอ”

เรื่องนิลรำไพ ของ สุวรรณี สุคนธา เป็นเหมือนเรื่องเล่าในสไตล์สำนวนของสุวรรณี สุคนธา บอกเล่าชีวิตของ “ฉัน” ที่เป็นเด็กน้อย กับพี่นิลรำไพ ที่อยู่ข้างบ้าน และเป็นลูกค้าตัดเสื้อของแม่ ที่ทำให้ฉันมีหน้าที่ต้องไปทวงเงินพี่นิลรำไพอยู่บ่อยครั้ง เธอเป็นผู้หญิงที่สวยสง่าประหลาดตา และต่อมา พี่นิลรำไพ ก็มีคุณอามาอยู่ด้วย และเธอก็ชอบซ้อนจักรยานของอา ออกไปทำงานตอนเช้า เป็นกิจวัตร จนกระทั่ง ฉันได้พบเหตุการณ์หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ

      เสียงจักรยานดังมาข้างหน้า... ฉันไม่อยากจะเดินชนกับจักรยานจึงหลบเข้าในพุ่มไม้
        พี่นิลรำไพนั่นเอง ไม่ได้ขี่จักรยาน แต่จูงมันมาคู่เคียงกัน นั่นคืออาของหล่อน
ฉันห่อตัวลงอีก แทบไม่หายใจเลยทีเดียว อากับหลานแสดงบทรักกันตรงกลางทางนั่นเอง เขายืนจูบกันได้ครู่หนึ่งแล้วก็พากันเดินต่อไป อาจจะหยุดเดินแสดงบทรักกันมาตลอดทางก็ได้

        และต่อมา ก็เริ่มจะมีคนอื่นมาเห็นเข้า จนกลายเป็นข่าวลือหนาหูมากขึ้น จนกระทั่ง เรื่องที่เธอท้อง และให้หมอตำแยในหมู่บ้านมาช่วยทำแท้ง ก่อนจะย้ายหนีไปอยู่ยังอีกแถบหนึ่งของหมู่บ้าน ก่อนจะแต่งงานไปกับจีนในตลาดที่ขายของชำ... เรื่องราวที่บอกเล่าผ่านความรู้สึกของตัวละคร ด้วยสำนวนภาษาอันเปี่ยมท้นด้วยอารมณ์อันโดดเด่นของ สุวรรณี สุคนธา ทำให้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้ ด้วยความเพลิดเพลินและลุ้นไปกับชะตากรรมของนิลรำไพ จนถึงบรรทัดสุดท้าย (สำหรับเรื่องนี้ รวมอยู่ในชุด “สร้อยสลับสี” ของ สุวรรณี สุคนธา เพราะมีการพูดถึง ตัวละคร ปิ่นโมรา นิลรำไพ และมุกดา ด้วย)

เรื่องลอตัดสินใจ ของ สีฟ้า
     เรื่องนี้ ชื่อตัวละคร จะเกี่ยวพันกับ วรรณคดี ลิลิตพระลอ เมื่อเป็นเรื่องราวในยุคปัจจุบันของ ลอ ระวีพันธ์ กับ ภรรยาย คือ ลักษณวดี และผู้หญิงที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างครอบครัว ที่มีชื่อว่า แพงจิตต์
       ลอ แต่งงานกับลักษณวดี มากว่าสิบปี จนมีลูกคือตาอ๊อด แต่แล้ว ชีวิตคู่ก็ต้องสั่นสะเทือนเมื่อเด็กสาววัยรุ่น แพงจิตต์ ผ่านเข้ามาในชีวิต จนทำให้เขาขอแยกทางจากเธอ เพื่อไปใช้ชีวิตกับ แพงจิตต์

     หลังจากนั้น เมื่อเขาได้อยู่กับ สาวน้อยคนใหม่ ลอกับรู้สึกว่า เขากับเธอมีรสนิยม ที่แตกต่างกันมาก และยิ่งเมื่อเห็นลักษณวดี กับ ตาอ๊อดมาเที่ยวกับ เศกศักดิ์ เพื่อนชายคนสนิทของเธอ ก็ทำให้ลอรู้สึกหึงหวง และรู้สึกว่า กำลังจะถูกแย่งชิงความรักของลูกชายไป
        อาการที่แสดงออกนั้นเอง ทำให้ แพงจิตต์ สาวน้อยที่เขาเคยคิดว่า เธอช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสา เอ่ยถามกับเขาตรงๆ

    “แพงรู้ว่า คุณยังรักคุณลักษณวดีอยู่ แต่คุณพยายามหลอกตัวเอง แต่แรกแพงก็คิดว่าคุณรักแพง คิดว่าเบื่อลักษณวดีเต็มทน เลยหันมาหาแพง แพงเพิ่งทราบว่า ที่แพงได้ตัวคุณมาก็เพราะความใหม่ ซึ่งแตกต่างจากคุณลักษณวดี แพงเคยดีใจที่เอาชนะ พรากคุณมากได้สำเร็จ แต่บัดนี้ แพงรู้ว่าแพงเป็นผู้แพ้...”
      “แพงจิตต์ เธอไม่ได้รักฉันหรอกหรือ”

 หญิงสาวยักไหล่นิดๆ แล้วก็หัวเราะ
     “แพงบอกได้แต่ว่า ผู้หญิงจะไม่ดื้อรักใครอยู่โดยรู้เต็มอกว่า เขาไม่ได้รักตัว โดยเฉพาะแพงรู้ดีว่าคุณกำลังเบื่อแพงเตาทน ยิ่งอยู่ไป แพงก็รู้ว่าคุณไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตกับแพงจริงๆจังๆ”
     และคำตอบของ แพงจิตต์ ก็ทำให้ลอรู้ว่าเขาควรจะตัดสินใจอย่างไร!

เรื่อง เรื่อง...ถั่วๆ ของ ทมยันตี เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นมากๆ คล้ายกับ การบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันให้ผู้อ่านรับฟัง ถึง ตัวละครที่ชื่อไอ้ถั่ว และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง

เรื่อง รักฉากสุดท้าย ของ บุษยมาส
       เรื่องสั้นเรื่องนี้ เริ่มต้นในงานแต่งงานของคู่รักหนุ่มสาวที่สมกันราวกับกิ่งทอง ใบหยก รำพึง วรทัต และ ทัต กิติคุณ แต่ในช่วงเวลาอันควรยินดีนั้น หัวใจของรำพึง กลับนึกไปถึง ชายอีกคนหนึ่ง ที่มีความผูกพันกับเธอในอดีต และเขาก็สัญญาว่าจะมารดน้ำสังข์ให้กับเธอในวันนี้
        อาโพธ พจนา!

      ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน สาวน้อยรำพึงวัยสิบแปดปี รู้จากบิดาว่า สหายของเขาที่เป็นเศรษฐีปักษ์ใต้ จะเดินทางมาพักที่บ้านของเธอ และพ่อก็บอกให้รำพึงเรียกเขาว่า คุณอา... อาโพธ แต่รำพึงเกิดอคติตั้งแต่แรก เพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่า เขาเป็นเสือผู้หญิง ที่หักอกสาวๆ เป็นว่าเล่น แม้แต่พี่สาวของเพื่อนรักเธอ ก็ต้องเสียใจจนฆ่าตัวตาย

      แต่แล้ว เมื่อ บิดาของ รำพึงประสบอุบัติเหตุ จนต้องให้เลือดและ อาโพธ เป็นคนเสนอตัวช่วยเหลือ จนพ่อเธอพ้นขีดอันตราย ทำให้รำพึงเปลี่ยนความรู้สึก และเข้าใจ เขามากขึ้น การเสียชีวิตของพี่สาวเพื่อนเธอ ไม่ใช่สาเหตุจากอาโพธเลย แต่มาจาก ปัญหาส่วนตัวของอีกฝ่าย และคำถามสำคัญที่เธออยากรู้นักหนา...

       ขอโทษ ทำไมอาโพธไม่แต่งงานเสียล่ะ” ถามพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายหนึ่งอย่างจะจับพิรุธ
      เขาหัวเราะ บอกว่า “อายังไม่พบรักฉากสุดท้าย” และเขาก็ลุกจากเธอไป โดยมีนัยน์ตาคู่หนึ่ง มองตาพร้อมกับคิดว่า “ฮึ ยังไม่พบรักฉากสุดท้าย หรือยังล่าผู้หญิงไมพอกับความต้องการ”

        รำพึง ไม่รู้เลยว่า อาโพธเอง ก็รู้สึกรักเธอสุดหัวใจ เป็นความรักที่เกิดขึ้น โดยที่เขาไม่ได้คิดว่า มาจากความหวังในทรัพย์สมบัติ เหมือนกับหญิงคนอื่นที่พาตัวเข้ามาผูกพันกับเขาเช่นทุกครั้ง หากเขาก็เจียมตัว มองว่า ภาพลักษณ์ของตนเอง ก็ดูชั่วร้าย เลวทราม และจะยิ่งดึงเธอลงมาให้ ไร้ค่า ยิ่งเมื่อ รู้ว่า รำพึงเอง มีคู่หมั้น ที่กำลังจะเดินทางกลับมาจากเมืองนอก ก็ทำให้ เขาตัดสินใจถอยห่างออกจากเธอ ทั้งที่เจ็บปวดสุดหัวใจ

         รำพึงขอร้องให้ อาโพธ มาร่วมงานแต่งงานของเธอให้ได้ หลังจากที่เธอก็พยายามจะตัดใจจากเขา แต่แล้ว ในคืนวันแต่งงานนั้น ก็ไม่ปรากฏเงาของอาโพธ
      ตราบจนวันรุ่งขึ้นนั่นเอง ที่ เธอรู้ว่า เขาประสบอุบัติเหตุ ระหว่างการเดินทางมางานแต่งงานของเธอ และเมื่อหญิงสาวได้ไปถึง โรงพยาบาล ได้ทันเห็นใจเขาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับของขวัญวันแต่ง ที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับเธอ รำพึงก็รับรู้ถึง ความรักฉากสุดท้าย ของอาโพธ ที่มีต่อเธอ ก่อนที่เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ...


 




 

Create Date : 07 พฤษภาคม 2564
2 comments
Last Update : 7 พฤษภาคม 2564 7:36:37 น.
Counter : 372 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณhaiku

 

แวะมาเยี่ยมครับ

 

โดย: **mp5** 7 พฤษภาคม 2564 9:54:18 น.  

 

คุณ **mp5** : ขอบคุณสำหรับโหวต ด้วยนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 9 พฤษภาคม 2564 14:31:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.