หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 เมษายน 2563
 
All Blogs
 

แมนสรวง : คณาศัย สุนทร

เรื่อง : แมนสรวง
ผู้ขียน : คณาศัย สุนทร
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2526
เล่มเดียวจบ



         คณาศัย สุนทร ท่านเป็นบิดาของคุณโสภาค สุวรรณ นักเขียนรุ่นครูซึ่งมีผลงานรู้จักกันดีอย่าง ฟ้าจรดทราย สายโลหิต สำหรับ คณาศัย สุนทร เองก็มีผลงานนิยายออกมาหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น แมนสรวงเรื่องนี้ หรือ นิยายอิง ประวัติศาสตร์ อย่าง ดอกฟ้านภาเทียน หลั่งเลือดรวมไทย รอยรัก และ ทรายจรดฟ้า
           +++++++++++++++++++++
         สำหรับนวนิยายเรื่อง แมนสรวง เรื่องนี้ เป็นนวนิยายที่มาจากพื้นฐานความเชื่อ เรื่องภพชาติ การเวียนว่ายตายเกิด และบาปบุญคุณโทษ โดยที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในคำนำตอนหนึ่ง ถึงเรื่องแปลในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เกี่ยวกับ การกลับชาติมาเกิดใหม่ ของเด็กชายชาวบราซิลอายุ 13 ปี ที่มามีชีวิตใหม่ อยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุ 11 ปี ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะตายไปแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ ปี 2524 แต่สำหรับ คณาศัย สุนทร แล้ว เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับตัวของท่านเอง ตอนอายุ 3 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นไข้ อาการคล้ายเด็กหญิงอายุ 11 ปี ชาวบราซิล แพทย์หลายท่านไม่อาจบอกได้ว่าเป็นโรคอะไร อาการนั้น ดำเนินไปประมาณสองเดือนเศษ

       วันหนึ่ง ผู้มีศักดิ์เป็นลุงได้มาประกอบพิธีสับเปลี่ยนวิญญาณให้แก่ร่างกายของข้าพเจ้า เมื่อพิธีเสร็จสิ้นลง อาการต่างๆก็หายเป็นปลิดทิ้ง
           ++++++++++++++++++++++
         ข้าพเจ้าไม่มีวิถีทางพิสูจน์ความจริงในข้อนี้ นอกจากครั้งหนึ่ง ได้ยินสมเด็จองค์พระกาฬที่ลพบุรี รับสั่งขึ้นมาเอง โดยผ่านคนทรงที่หน้าศาลของท่าน ขณะองค์ท่านชี้มาที่มารดาของข้าพเจ้าว่า “นี่ไม่ใช่แม่ของเจ้า เจ้าอาศัยท้องมาเกิดเท่านั้น” ยังความประหลาดใจให้แก่ทุกๆคนมาก เรื่องราวแมนสรวจ เกิดจากจินตนาการ ชีวิตใหม่ในร่างกายผู้อื่น นี้เอง...
           +++++++++++++++++++++
         เรื่องราว ของแมนสรวง ในบทแรก กล่าวถึงฉากของสวรรค์วิมานฟ้า ซึ่ง มีองค์เทพ เมฆวรรณ และเทพธิดา จันทรกานต์ ที่ได้อธิษฐานร่วมกัน มาแต่อดีตชาติจนมา บังเกิดเป็นเทพบนสวรรค์ร่วมวิมานเดียวกัน หากในบัดนี้ เทพเมฆวรรณ ใกล้หมดบุญ และกำลังจะลงไปบังเกิดในโลกมนุษย์ ทั้งคู่ต่างมีสัจจะร่วมกัน ว่าจะครองคู่ในทุกภพชาติ ดังนั้น เทพเมฆวรรณ จึงอธิษฐาน เพื่อขอให้ ได้พบกับ จันทรกานต์ ที่จะตามไปจุติในโลกมนุษย์ลำดับต่อไป
         ++++++++++++++++++++
     “ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้บรรลุคุณธรรมวิเศษ สามารถล่วงรู้สัญญา ความจำได้หมายรู้ซึ่งภพและชาติของตน ในขณะไปบังเกิดเป็นมนุษย์เถิด”

       และจากนั้น ดาวบนทองฟ้า สุกใสดวงหนึ่ง ก็ หล่อนวูบลงสู่พื้นโลกมนุษย์อย่างรวดเร็ว....


         +++++++++++++++++++++++
     เมื่อนั้นเอง นางสมศรี ซึ่งฝันว่าตนเองได้โอบอุ้มเมฆขาวก้อนใหญ่แล้วสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ได้บอกเล่าความฝันให้นายพรหม สามีฟัง ทั้งสองเป็นเกษตรกร ในจังหวัดนครปฐม แต่งงานกันมาหลายปี แต่ก็ไม่มีบุตรไว้สืบสกุล แต่ภายหลังจากนั้น สมศรี ก็ตั้งครรภ์ และคลอดทารกเพศชายออกมา หลวงตา ผู้ที่ทั้งคู่นับถือ ซึ่งตั้งชื่อเด็กผู้นั้นว่า เมฆ ตามความฝันของนางสมศรี

         เด็กชายเมฆเติบโตขึ้นมา เป็นเด็กเรียบร้อย เรียนเก่ง และตั้งใจจะบวชเป็นสามเณร ทดแทนพระคุณบิดามารดา จนเมื่อได้บวชกับหลวงตา และบำเพ็ญสมาธิกับท่าน ในวาระหนึ่งนั้นเอง ที่สามเณรหนุ่มน้อย ได้ย้อนอดีตมองเห็นอดีตชาติของตนเอง เมื่อครั้งเป็น เมฆวรรณเทพบุตร อยู่บนสรวงสวรรค์ และพบกับ จันทรกานต์ ที่ยังไม่จุติลงมา เขาตั้งใจว่า จะรอคอยเธอ ยังภพภูมิมนุษย์ แห่งนี้
+++++++++++++++++++
          แต่แล้ว เมื่อลาอุปสมบทออกมา ใช้ชีวิตทางโลก เหตุการณ์หลายอย่างบนโลกมนุษย์ ก็ทำให้ เมฆเริ่มลืมเลือน จนดูเหมือนเป็นความฝัน เขาเข้าเรียนวิชาชีพเกษตรกรรม ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่นั่นเอง เมฆ ก็มีโอกาสได้เจอเพื่อนใหม่ หลายคน รวมถึง ประไพพิศ ซึ่งบังเกิดเป็นความรัก ความเสน่หา เกิดขึ้น ประไพพิศเอง ก็รู้สึกรักเฆม ไม่ต่างกัน เพียงแต่ ความรักของทั้งคู่มีอุปสรรค จากบิดา ของหญิงสาว เนื่องจาก เมฆต้องการจบไปทำสวน เพื่อช่วยเหลืองานของพ่อและแม่ ในขณะที่พ่อของประไพพิศ ต้องการให้ลูกเขย รับราชการ เพื่อความมีหน้าตาในสังคม
          +++++++++++++++++++++++
       แต่ในที่สุดทั้งคู่ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรค เหล่านี้ไปได้สำเร็จ จนได้แต่งงานกัน และแล้ว ความทรงจำของ เมฆ ก็กลับคืนมาอีกครั้ง เขาก็มีโอกาสได้พบกับจันทรกานต์ในสภาพกึ่งความฝัน เทพธิดา จันทรกานต์ บอกว่าตนเองก็ใกล้ถึงเวลาจุติลงมาแล้ว เพียงแต่วันเวลาในโลกมนุษย์ กับบนสวรรค์นั้นแตกต่างกันมากนัก เธอเข้าใจ ความเป็นไปในโลกมนุษย์ และรับรู้ว่า เมฆ กับ ประไพพิศ เองก็เคยเป็นคู่ครองกันมาในอดีต
          ++++++++++++++++++++++
         ในอดีตชาติ เมฆ มีชื่อว่านายมั่น มี ประไพพิศ หรือ นางแสร์ เป็นภรรยา นางแสร์ เองมีเพื่อนสนิทคือนางยี่สุ่น ซึ่งก็คือ เทพธิดาจันทรกานต์นั่นเอง นางแสร์หึงหวงนางยี่สุ่น จนลงมือทำร้ายอีกฝ่ายให้บาดเจ็บ และกรรมก็ตามสนอง นางเจ็บป่วยด้วยอาการหนัก และยี่สุ่น ก็มาคอยดูแลอย่างดี จนนางแสร์สำนึกผิด ก่อนตาย ได้ ขอให้ยี่สุ่นครองรักกับนายมั่นสามีตัวเอง และนางก็เสียชีวิตไป
ความผูกพันของทั้งสามคน และแรงอธิษฐานทำให้ นางแสร์ หรือประไพพิศมาผูกพัน กับ เมฆในภพชาตินี้ด้วย เมื่อต่างเข้าใจในกระแสกรรม ทั้ง ประไพพิศ และ จันทรกานต์ จึงมิได้อิจฉาริษยากันแต่อย่างใด หญิงสาว มีบุตรกับ เมฆสองคน และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดมาหลายปี ตราบจนกระทั่งเวลาผ่านไป
          ++++++++++++++++++++++++++
       ประไพพิศล้มเจ็บลงอย่างไม่มีสาเหตุ และในเวลานั้นเอง ที่ดวงจิตหญิงสาวได้พบกับจันทรกานต์อีกครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ต่างหมดบุญ จันทรกานต์ลงมาเกิดใหม่ในร่างของประไพพิศ และ ประไพพิศก็เสียชีวิตลง ไปเกิดเป็นเทพธิดา ทิพวรรณ อยู่บนสวรรค์ เพื่อรอคอยคนทั้งสอง

        มีเพียง เมฆเท่านั้น ที่มีญาณหยั่งรู้ว่า ภรรยาของตน ไม่ใช่ประไพพิศอีกต่อไป แต่เป็นจันทรกานต์ที่เกิดมาใหม่ในร่างของประไพพิศ ทั้งคู่ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันในโลกมนุษย์ ในส่วนที่เหลือ จนหมดบุญ และไปเกิดบนสรวงสวรรค์ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
++++++++++++++++++++++
       นิยายเรื่องนี้ ชี้ให้เห็นถึงผลบุญและกรรม ที่กระทำมาในอดีต และส่งผลมาถึงปัจจุบัน ผู้เขียนน่าจะใช้คัมภีร์ทางพุทธศาสนา ประกอบการเขียนไม่น้อย รวมถึงการบรรยายฉากวิมานสวรรค์ต่างๆ ได้อย่างวิจิตรอลังการ เป็นอย่างมาก สมกับชื่อ ของนวนิยาย “แมนสรวง” เลยทีเดียวครับ
        +++++++++++++++++++
        ยามที่เจ้าของวิมานกลางปรารถนาจะใกล้ชิดกับเทพธิดาองค์ใด วิมานนั้นก็จะเลื่อนลอยมาใกล้ชิดติดสนิทเป็นผืนเดียว แล้วเทพธิดาองค์นั้นก็จะปรากฏกายทิพย์แห่งตนอย่างเดิม ณ ทิพย์บรรทมของเทพเมฆวรรณ

       ก็เทพและเทพธิดานั้น ยังมีโลภ โกรธ หลง เหลืออยู่ ปฏิสนธิวิญญาณ เกิดพร้อมกับกายทิพย์ จิตปฏิพัทธ์ตามมาด้วยครบถ้วน หากการเสพสมมิได้เป็นไปอย่างมนุษย์ ละเอียดอ่อนแตกต่างกันตามชั้นของเทวโลก อย่างสูงสุดก็เพียงแต่สายตาสบกันแน่นแฟ้น ก็เป็นอันว่าสมประโยชน์ซึ่งกันและกันโดยสมบูรณ์
กายทิพย์หรือเทวกายนี้ บริโภคอาหารทิพย์สามครั้งในหนึ่งวันเทวโลก ซึ่งมีเวลายาวนานยิ่งกว่าในมนุษย์โลกมากนัก หากเพลิดเพลินจนลืมบริโภคอาหารทิพย์ เพียงมื้อเดียวก็หมดอาหารขัย กายทิพย์ก็แตกดับหายไปพร้อมกับวิมาน ต้องมาสู่มนุษย์โลก เป็นวิญญาณสัมภเวสี ล่องลอยไปจนกว่าจะถึงเวลาจุติใหม่
        ++++++++++++++++++++++++
         เทพทั้งสามบนสวรรค์แดนสรวง ต่างตั้งมั่นที่จะบำเพ็ญบารมี อันนำไปสู่ดินแดนที่เหนือขึ้นจาก จากภพภูมิแห่งนี้ต่อไป
+++++++++++++++++++++
    สำหรับ ประวัติ และที่มาของนามปากกา คณาศัย สุนทร ผมขออนุญาต นำมาจาก เวบไซต์ ของ ซีเอ็ด ครับ

       เอกอัคราชทูตนักเขียน สุนทร สุวรรณสาร (คณาศัย สุนทร)
       "คณาศัยสุนทร" เป็นนามพระราชทาน พร้อมบรรดาศักดิ์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานแก่ อดีตเจ้าเมืองพัทลุง (สา สุวรรณสาร) พระยาคณาศัยสุนทร ตรงกับวันเกิดของหลานชาย ซึ่งได้นามเป็นสิริมงคล ตามบรรดาศักดิ์ของคุณตาว่า"สุนทร" นี่คือที่มาของนามปากกา คณาศัยสุนทร ของนักเขียนอดีตเอกอัคราชฑูต..สุนทร สุวรรณสาร
        ++++++++++++++++++++
       ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิชากฏหมาย รับราชการเป็นนักการฑูตอาชีพ ยาวนานถึง 40 ปี โดยเฉพาะในดินแดนตะวันออกกลาง ประเทศเซาดิอาระเบียและอียิปต์ เป็นเวลาถึง 12 ปี ไม่นับประสบการณ์นักการฑูตในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อถูกขอตัวไปช่วยราชการกรมประสานงานพันธมิตร อายุเพียง 20 ปี ได้รับคำชมในวานปฏิบัติงานเจรจากับญี่ปุ่น ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ เป็นผู้ก่อตั้งหน่วยแพทย์พยาบาลไทยในนครเมกกะ เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่ไปจาริกแสวงบุญ ณ นครศักดิ์สิทธิ์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

      ได้ใช้ประสบการณ์ของนักการฑูตในทะเลทรายและสงครามโลกครั้งที่ 2 เขียนนวนิยายหลายเรื่องเป็นต้นว่า รอยรัก(ได้รับเลือกให้เป็นนิยายดีเด่นด้านจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรม จากกระทรวงสาธาณสุข ประเทศไทย ในเรื่องแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทยในด้านสำนึก ความรักชาติบ้านเมือง รอยรักออกอากาศทางิทยุทั่วประเทศและเป็นละครโทรทัศน์)นอกจากนั้นยังเขียนเรื่องประสบการณ์ในทะเลทรายและนิยายอิงประวัติศาสตร์ หลั่งเลือดรวมไทย..ทรายจรดฟ้า..แมนสรวง ฯลฯ
      ++++++++++++++++++++++
หมายเหตุ นวนิยายเรื่องแมนสรวง นี้ นอกจากฉบับพิมพ์ของสำนักพิมพ์ ศิลปาบรรณาคาร แล้ว ต่อมา มีการจัดพิมพ์ ฉบับปกอ่อน ของสำนักพิมพ์ หรรษา อีกด้วยครับ แต่หลังจากนั้นแล้ว ไม่แน่ใจว่ามีสำนักพิมพ์ อื่นได้จัดพิมพ์ขึ้นหรือไม่






 

Create Date : 26 เมษายน 2563
0 comments
Last Update : 26 เมษายน 2563 14:56:43 น.
Counter : 293 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.