หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 

ยอดชีวิต : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : ยอดชีวิต
ผู้ขียน : ก.ศยามานนท์
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยาและโอเดียนสโตร์
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2500
เล่มเดียวจบ


             ก.ศยามานนท์ หรือคุณกาญจนา ศยามานนท์ เป็นนักเขียนรุ่นครูผู้มีผลงานในอดีตมากมาย อย่างเรื่อง จ้อนกับแดง หรือกำไลประดับเพชร ที่เคยสร้างเป็นละครมาแล้วในอดีต ส่วนใหญ่งานเขียนของท่าน จะเป็นงานในแนววรรณกรรมเยาวชน ท่านเกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2461 ที่จังหวัดชลบุรี แต่มาเรียนหนังสือที่กรุงเทพตั้งแต่เด็ก นามสกุลเดิมของท่านคือ อาจวาริน ท่านเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2526 สิริอายุได้ 65 ปี ด้วยโรคหัวใจวาย
            ++++++++++++++++++++++
        จากข้อมูลในหนังสือประวัตินักประพันธ์ คุณ ป.วัชราภรณ์ ซึ่งได้สนทนากับ ก.ศยามานนท์ ท่านได้ให้ข้อคิดว่า การวิจารณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะเท่ากับช่วยส่งเสริมศิลปะการประพันธ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น แต่ทว่าขอให้อาศัยหลักวิชาที่มีเหตุผล อย่าได้ใช้อารมณ์วิจารณ์
           สำหรับเคล็ดลับในการเขียนเรื่องของ ก.ศยามานนท์นั้น ท่านได้ปรารภว่า “ดิฉันวางโครงเรื่องจัดตัวละครและพลอตไว้เรียบร้อยแล้ว จึงลงมือเขียนต่อเนื่องกันไป แต่ทราบว่าบางคนเขียนไปพลอตไปในตัวก็มีเหมือนกัน เป็นวิธีของแต่ละคน

        ก.ศยามานนท์ได้ชื่อในหมู่เพื่อนฝูงและวงการใกล้ชิดว่าเป็น “แม่บ้านนักประพันธ์” ผู้ขยันเขียนหนังสือมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ โดยส่วนตัวเธอเป็นคนช่างคุย สนทนากันเองและสนุกเฮฮาเสมอ ชีวิตของเธอจึงคล้ายกับดอกกุหลาบแสนสวย
           +++++++++++++++++++
        สำหรับยอดชีวิต เรื่องนี้ เป็นนวนิยายหายากอีกเรื่องหนึ่ง เนื้อเรื่องเข้มข้น ครบรส เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น ที่หาดวงพระจันทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2481 ท่ามกลางพายุฝนพัดกระหน่ำ นางช้อย ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง เพราะสามี สำมะเลเทเมา หายตัวสาบสูญไปหลายปี และในคืนนั้นเอง นางก็มีโอกาสได้พบกับ เด็กทารกน้อยคนหนึ่ง และมารดาของเด็กที่อาการเพียบหนัก
          +++++++++++++++++
         “ฉัน คง คงจะ ต้องตาย ฝากลูกด้วย” หล่อนพูดแผ่วเบา
         “ของ... ของ อยู่ที่...”
        หมดสิ้นในบัดนี้แล้ว พลังแห่งชีวิต! ชีพจรหยุดสนิท และเหลือเพียง ทารกน้อย ที่มีสร้อยห้อยคอเอาไว้ บอกเพียงว่า ชื่อ “อังศนา” เท่านั้น

            ++++++++++++++++++++
            นางช้อย เลี้ยงดู เด็กน้อย ด้วยแก้วแหวนเงินทองที่ติดตัวมากับเด็ก ด้วยความรักและเมตตา จนอังศนาเติบโตขึ้นเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ในขณะเดียวกัน ข้างบ้านของนางช้อย คือบ้านหลังงามของ คุณพระสุนทรวิเนต ซึ่งท่านเอง มีบุตรสาว อายุมากกว่า อังศนา ชื่อว่า คุณอุรา

          อุรา เองก็รักใคร่เอ็นดู อังศนาเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จนกระทั่ง วันหนึ่ง เมื่อ คุณนายแสงโสม สุรภาพ คุณป้าแวะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านของเธอ แสงโสม มีลูกชายคนโต ชื่อสมภพ และลูกสาววัยเดียวกับอังศนา ชื่อ สิรี ซึ่งทั้งแม่และลูกสาว ต่างมีท่าทีถือตัว รังเกียจ อังศนา ที่เป็นแค่ลูกนางช้อย ในขณะที่ สมภพเอง เป็นเด็กหนุ่มที่ กล้าหาญ และประทับใจความน่ารัก สดใส ของอังศนา จนรู้สึกชอบโดยไม่รู้ตัว
            +++++++++++++++++++
             เหตุการณ์สำคัญ เกิดขึ้น เมื่อ ตากิ่ง สามีของ นางช้อย ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดฝัน ชายผู้โลภและติดเหล้าอย่างหนัก กลับมาที่บ้านของนางช้อยที่ฐานะดีขึ้น ด้วยความต้องการจะยึดครองทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้นางช้อย ต้องกัน อังศนา ออกไป เพราะไม่อยากให้เด็กสาวต้องตกอยู่ในอันตราย อุราและคุณพระผู้บิดา ตัดสินใจยื่นมือเข้ามาช่วย โดยเสนอให้ พาอังศนา ไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะรู้จักกับ คุณสาลี่ หรือ Sally Ross เจ้าของโรงเรียนอนุบาล โดยฝากให้อังศนา มาเป็นครูประจำอยู่ที่นั่น

             นั่นเอง ที่ทำให้ ชีวิตของ อังศนา ต้องพลิกผัน มาอาศัยอยู่ภายในโรงเรียนกินนอนแห่งนั้น ในฐานะของครูอัง ของเด็กๆทุกคน ส่วน สมภพ นั้น คุณแสงโสม ตัดสินใจส่งเขาไปเรียนเมืองนอก เพื่อต้องการตัดขาดการติดต่อกับอังศนา
หนูนิดหน่อย เด็กคนหนึ่งในความปกครองของอังศนา เกิดเจ็บป่วยด้วยโรคหัด เธอจึงไปเยี่ยมเด็กน้อยที่บ้าน และพบกับ รังษี ศุภรางค์ คุณอาของนิดหน่อย รังษี ประทับใจนิสัยใจคอของเด็กสาวกำพร้า ที่ชีวิตก็ไม่ต่างจากเขา รังษี เรียนจบเมืองนอกและระหว่างนั้นเอง เป็นช่วงเกิดสงครามโลก ทำให้บ้านของเขาถูกทิ้งระเบิดจนมอดไหม้ไปทั้งหลัง รวมถึง ชีวิตของบิดา มารดา ด้วย เขากลับมาเมืองไทย และเป็นนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งนั่นเอง ทำให้ อังศนา ซึ่งอยากจะเป็นนักเขียนอยู่แล้วเกิดความสนใจ รังษีคอยแนะนำให้เธอ เขียนเรื่องสั้น และเขาเองก็รู้จักกับ นักเขียนสาวชื่อดัง นามปากกา “กันยารัตน์” ซึ่งแท้จริงแล้ว ก็คือ เกศินี สุรภาพ ซึ่งเป็นญาติกับ คุณแสงโสม นั่นเอง
                +++++++++++++++++++
           สมภพ กลับมาจากเมืองนอก และมาหาอังศนา ที่โรงเรียน เขายังคงมีความรักให้กับเธอเหมือนเดิม แต่อังศนารู้สึกกับสมภพ แค่เพียงพี่ชายเท่านั้น ในขณะที่ รังษีเอง ก็รู้สึกชอบพอ อังศนา แม้ว่าเขาจะมี เกศินี เป็นเพื่อนสาวคนสนิทก็ตาม ทั้งสองได้มีโอกาสพูดคุยและสนิทสนมกัน และในที่สุด รังษี ก็สารภาพความในใจของเขาแก่เด็กสาว และสัญญาว่า เมื่อเธออายุครบยี่สิบปี เขาจะมาขอคำตอบนั้นอีกครั้ง แต่แล้ว เกศินี เอง ก็แสดงท่าทางปั้นปึ่ง และรังเกียจอังศนา เมื่อมีโอกาสได้พบเธอ ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก

              แม่อาบ คนรับใช้ของรังษี เล่าให้ฟังว่า เกศินี นิสัยเย่อหยิ่งและร้ายกาจเหมือน คุณรัตนาผู้เป็นมารดาไม่มีผิด ในอดีต คุณรัตนา มีน้องสาวชื่อคุณอนงค์นาถ หรือคุณหนูน้อย ซึ่งรักใคร่ชอบพอกับ วสันต์ เลอสรวง เลขาของผู้เป็นบิดา แต่ก็ถูกกีดกัน และใส่ร้ายจากผู้เป็นพี่สาว จนในที่สุด อนงค์นาถ ก็เลยต้องหนีออกจากบ้านและหายสาบสูญไปพร้อมกับวสันต์ ส่วน รัตนา ก็ได้แต่งงานกับคนรักของตนจนมีลูกสาวคนเดียว คือ เกศินี แต่แล้ว กรรมก็ตามสนอง เมื่อหล่อนและสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่
                  ++++++++++++++++
          ด้วยความริษยา เกศินี เดินทางไปหา คุณแสงโสม ทำให้ทราบความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของอังศนา หล่อนตัดสินใจ ไปหาดวงพระจันทร์ จนได้พบกับตากิ่ง ก่อนจะเสนอเงินก้อนหนึ่ง เพื่อออกอุบาย หลอกอังศนา มาทำร้าย ซึ่ง ชายทรชน ก็ยิ้มรับอย่างยินดี
                   ++++++++++++++++++++
          อังศนา ได้รับจดหมายบอกว่า นางช้อยป่วยหนัก อยู่ศรีราชา ด้วยความห่วงใยมารดาบุญธรรม หล่อนจึงตัดสินใจเดินทางไปเพียงลำพัง แต่เดชะบุญ เมื่อ สมภพเกิดสงสัย และขับรถตามมาได้ทันก่อนที่หล่อนจะมาถึงศรีราชา ที่ตากิ่งและพรรคพวกอันธพาลดักซุ่มรออยู่ เกศินี วางแผน ชวนรังษี ให้ขับรถสะกดรอยตามไป และบังเอิญได้เห็น อังศนา กับ สมภพ พอดี หล่อนยิ่งใส่ไฟ เพื่อให้รังษีเข้าใจผิด มากยิ่งขึ้น และในที่สุด แม้ว่า สมภพจะพาอังศนากลับมายังโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย แต่ความสัมพันธ์ของ อังศนา กับรังษี ชายที่หล่อนหลงรัก ก็ขาดสะบั้นลง สมความตั้งใจของเกศินี เขาตัดรอนหล่อน และเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

            เวลาผ่านไป อังศนา ทุ่มเทกับการเรียนภาษาอังกฤษ จนเก่งขึ้นมากและหญิงสาวก็ดำเนินอาชีพนักประพันธ์ควบคู่ไปด้วย บัดนี้ หล่อนอายุครบสิบเก้าปี ครู sally หรือสาลี่ จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ ในเวลาเดียวกับที่น้องชายของครูที่ชื่อ วาริช วาริธร เดินทางกลับมาจากต่างประเทศพอดี ชายหนุ่มประทับใจ ความน่ารักของ อังศนา และเล่าว่า เขามีโอกาสพบกับ ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่มิลาน เขามีชื่อว่า รังษี ศุภรางค์!
            +++++++++++++++++++++++++
         วาริช แสดงความสนใจ อังศนาอย่างเปิดเผย เขาคุยสนุกและมีรสนิยมหลายอย่าง ที่ต้องตรงกัน กับอังศนา รวมถึงขอเธอแต่งงานในที่สุด แต่เธอเองก็ยังไม่อาจลืม รังษีได้ ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตของเธอ จะต้องเผชิญกับผู้ชายทั้งสามคน ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
รังษี ผู้แสดงความรักอย่างดื่มด่ำ สมภพ ร้อนรนและรุนแรง ส่วนวาริชเต็มไปด้วยเหตุผล แม้ว่าเขาจะทำตัวเป็นเด็กๆ เปิดเผยและดูไม่จริงจัง!
++++++++++++++++++
ในงานวันเลี้ยงฉลองของคุณนภา นักเขียนใหญ่ อังศนามีโอกาสไปร่วมงานพร้อมกับนักเขียนมีชื่อท่านอื่นๆ และเกศินี ที่ไปพร้อมกับ คุณยายของเธอ... คุณหญิง เนาว์ อนุพันธ์ราชมนตรี มารดาของรัตนา และอนงค์นาถผู้หายสาบสูญ คุณหญิงเนาว์ประทับใจผลงานนิยายที่อังศนาเขียน และเมื่อได้พบกับตัวจริงก็ยิ่งชื่นชอบ เธอรู้สึกเหมือนกับอังศนา เป็นหลานสาวที่เกิดจาก อนงค์นาถ ผู้ล่วงลับ แต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุย ในขณะที่อังศนา ซึ่งมากับวาริชเอง ก็รู้สึก สะท้านใจ เมื่อเธอได้มีโอกาสพบกับ รังษี อีกครั้ง เขากลับมาจากเมืองนอกแล้ว พร้อมกับความรู้สึกผิดต่อเธอ...
+++++++++++++++++++++++++
แต่อังศนาก็พยายามจะขจัดเขาออกจากหัวใจ หล่อนคิดว่า น่าจะรักวาริชได้ เพื่อลืมรังษี ไปเสีย แม้ว่ามันจะทำให้เธอกับเขา ต่างรู้สึกเจ็บปวดใจไม่ต่างกัน
+++++++++++++++++++++++
จดหมายจากอุรา มาจากศรีราชา บอกว่า ป้าช้อยของเธอเสียชีวิตแล้ว จากการถูกลุงกิ่งฆาตกรรม ทำให้ อังศนา ต้องเดินทางกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ในขณะที่อุราเองก็กำลังจะแต่งงานกับบำรุง ชายคนรัก ทำให้ คุณแสงโสม และเกศินี เดินทางมาร่วมงานด้วย พร้อมกับ สมภพ และ รังษี

ในโอกาสนั้นเอง ที่ อังศนา ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกับสมภพ ว่าเธอนับถือเขา เป็นเพียงแค่พี่ชาย และสมภพก็เข้าใจ เธอในที่สุด แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น อังศนาก็ถูกกลุ่มคนร้ายของนายกิ่ง เข้ามาทำร้ายเธอและสมภพ จนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะลักพาตัวอังศนาขึ้นเรือไป
++++++++++++++++++++
รังษี พยายามออกตามหาเพื่อช่วยเหลือ เขาพบสมภพ ถูกแทงจนสาหัสและมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนตายชายหนุ่มบอกความจริงกับรังษีว่า อังศนาสารภาพกับเขาเองว่าผู้ชายที่เธอรักก็คือรังษี เพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น และสาบานกับตัวเองว่าต้องตามหาอังศนาให้พบ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เขาติดตามไป จนสามารถช่วยเหลืออังศนาได้สำเร็จ นายกิ่งถูกยิงจนเสียชีวิตคาเรือ และก่อนตาย มันได้หลุดปากสารภาพความจริงทั้งหมดออกมา รวมถึงความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของหญิงสาว ว่า แท้จริง อังศนา ก็คือลูกของ วสันต์ กับ คุณอนงค์นาถ นั่นเอง!
+++++++++++++++++++
ในที่สุด เหตุการณ์ร้ายต่างๆก็ผ่านพ้นไป สิรีเองก็ได้สำนึกผิด และมีวาริชที่รู้ว่าเขาไม่อาจครอบครองหัวใจของอังศนาได้ หันมาคอยดูแลหล่อนทดแทน คุณนายแสงโสมที่ละทิษฐิลง หลังจากสูญเสีย บุตรชายไป และในที่สุดอังศนาเอง ก็ตัดสินใจแต่งงานกับ รังษี และใช้ชีวิตอยู่ที่หาดวงพระจันทร์ สถานที่ซึ่งเธอได้ถูกพบ และเลี้ยงดูอย่างดี จากป้าช้อย นั่นเอง โดยการสร้างโรงเรียน อนงค์นาถ ขึ้น เพื่อให้ความรู้การศึกษาแก่เด็กยากไร้ในแถบนั้น
+++++++++++++++++++++++++
อวสานได้มาถึงแล้ว ทารกน้อยที่หาดวงพระจันทร์ได้รับไว้ ในวันที่ทะเลเป็นบ้าคลั่ง พายุโหมแรงและฝนฟ้าคะนอง บัดนี้ได้กลายเป็นสุภาพสตรีผู้เต็มไปด้วยคุณค่ายิ่ง ได้อำนวยประโยชน์ยิ่งใหญ่ และได้สร้างมโนธรรมประทับไว้ภายในดวงใจของหมู่มิตร จนกระทั่งทุกคนได้รู้แจ้งชัดว่า สิ่งใดหรือ คือเป็นยอดแห่งความสุขและเป็นยอดชีวิตของทุกๆคน
....อวสาน....






 

Create Date : 30 มีนาคม 2563
2 comments
Last Update : 2 เมษายน 2563 10:59:58 น.
Counter : 233 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

แวะเข้ามาอ่าน
ช่วงนี้มีแต่ข่าวโควิด ได้อ่านรีวิวนิยายของคุณสามปอยหลวงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ช่วยได้มากเลยค่ะ
ขอให้คุณสามปอยหลวงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ 😃

ปล. ผู้เขียนน่าจะเกิดปี 2461 นะคะ

 

โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 27.55.74.14 1 เมษายน 2563 21:49:34 น.  

 

ขอบคุณมากๆเลยครับ คุณนักอ่านรุ่นเก๋า สงสัยพิมพ์เพลินไปหน่อยครับ จะรีบแก้ไขเลยครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 2 เมษายน 2563 10:59:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.