Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
3 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
จับงบการเงินมาเปลือย : ภาคสรุป

23:15 1/11/2549


วันนี้สบายๆนะ ดึกแล้ว อยากนอนแล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องไประยองอีก ... ตั้งแต่เช้า

คงต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า ชักเริ่มชินๆแล้ว

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ว่างดูหุ้นเลย แต่ไปจัดพอร์ตของเล่นใหม่มา
เริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่ เผลอไปสองวัน กลับขึ้นมาเขียวเกือบทุกตัวแล้ว

คราวนี้จะเริ่มเล็งหุ้นกลุ่มบลูชิพมากขึ้น (คุณภาพดี พื้นฐานดี)
เอาแบบราคาร้อยอัพ ลงมาวันไหนก็จับวันนั้น

"เฮ้ย ไอ้ก๊อก(น้องที่ทำงาน) เดี๋ยวนี้หุ้นตัวเล็กๆ อย่ามาคุยกับพี่ "

อิอิ ... เอาหละนอกเรื่องไปมาก ...
วันก่อน RRC ตกไป 19.30 ลังเล รับเพิ่มอีกดีไหมว่ะ ... ขี้เกียจจัง
อยากรับเพิ่ม แต่ต้องรักษาวินัย (พันธุรัตน์) ว่าเดือนนี้จะไม่ซื้อหุ้นเพิ่ม

เพราะต้องกลับบ้าน จะเอาตังค์ไปให้อาต้อยหน่อย ^___^


เพ้อไปไกล เดี๋ยวเขาหาว่า ไม่เน้นเนื้ออีก อิอิ
แต่จริงๆ ก็ตั้งใจจะเขียนเรื่องน่าเบื่อให้อ่านสบายๆ อยู่แล้ว ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก

นี่ก็ใกล้จะจบเรื่องการการวิเคราะห์งบการเงินแล้ว

คงจำกันได้ กับ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินทั้ง 5 ตัว

คราวนี้มาถึง บทสรุปและความสัมพันธ์ และการแปลงไปเป็นเครื่องมือเลือกหุ้นๆในแบบต่างๆ

แต่ที่สำคัญๆ ดังที่บอกไว้หน้าก่อน ว่ามีสามตัว
- งบดุล
- งบกำไรขาดดุล
- งบกระแสเงินสด

(ตัวอื่น ทั้งหมายเหตุประกอบการเงิน และรายงานผู้ตรวจสอบคงจะเอาไว้อ่านอย่างเดียวกระมัง)



ถ้าเราจะแบ่งกันตามความสัมพันธ์ กันระหว่างงบกันเองแล้ว
เราก็แบ่งดื้อๆ ออกมาได้สองแบบ คือในแบบที่มันสัมพันธ์กับตัวมันเอง
และในแบบที่สัมพันธ์กันระหว่างงบ

อะงง อะงง อะเดะ

ใช่ ไอ้ที่มันมันสัมพันธ์กันเองในงบการเงินเดียวกันนั่นคือ
- งบดุล : ลูกหนี้มีความสัมพันธ์กับหนี้สงสัยจะสูญ
- งบกำไรขาดทุน : ยอดขายสัมพันธ์กับต้นทุนขาย

หนี้สงสัยจะสูญ ก็คือหนี้ที่สงสัยจะสูญ มีมากไม่ดี ควรมีสัก 20 เปอร์เซนต์
หนี้ทั้งหมด 100 บาท คาดว่าเรียกเก็บได้ ต้องประมาณ 80 บาทขึ้นไป
ก็เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ ถ้ามีคนยืมหนี้ แล้วเครดิตมันไม่ดีเลย
อย่างนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ (เจ้าหนี้ผมลุกฮือกันเป็นเกรียว ... เมิงนั่นแหละ ไอ้เอ็นพีแอล)

มันอาจจะย่อมาจาก Not Pay not run away La รึเปล้าโน้ ... "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายหละ"

เอ้า ฮา ....


ต่อมา (เข้าเรื่อง) ก็คือ ความสัมพันธ์ต่องบอื่น
เช่น
- งบกำไรขาดทุนกับงบดุล : ยอดขายมีความสัมพันธ์กับลูกหนี้
- งบกระแสเงินสดกับงบกำไรขาดทุนและงบดุล
- กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
- เงินสดรับจากลูกค้ามีความสัมพันธ์กับยอดขายสินค้าหรือบริการ และลูกหนี้



(โอ้โห พล่ามแป๊บเดียวไปไกลแล้ว โม้มากไปแล้วเข้าเนื้อหละ)


วิธีที่ใช้ในการการวิเคราะห์งบการเงิน
1. การวิเคราะห์อัตราต่อยอดรวม (Common-Size Analysis)
2. การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis)
3. การวิเคราะห์โดยใช้อัตราส่วน (Ratio Analysis)


ก็ดูในภาพเอาเลย

vhstm.png

Common-Size ก็จะวิเคราะห์จากยอดรวม โดยให้ยอดรวมเป็น 100 เปอร์เซนต์
มันก็เลย เป็นการวิเคราะห์แบบแนวตั้งในบัญชีนั่นเอง
จะให้ภาพรวมที่เป็นโครงสร้างของงบการเงินทั้งงบ

Trend Analysis ก็ต้องเป็นการวิเคราะห์แบบปีต่อปี เพื่อที่จะดูแนวโน้ม
ว่ามันเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร ... ไปในทิศทางใด สูงหรือต่ำกว่าปัจจุบัน

Ratio Analysis ก็จะเป็นการดูความสัมพันธ์ของแต่ละตัว


คงไม่พูดในรายละเอียดลงลึก
(แต่เดี๋ยวถ้าคึกอาจจะไปนั่งทำชาร์ทให้ ตอนนี้ยังไม่ได้ทำ)




เขียนชาร์ทเสร็จแล้ว
(ดูเอง งงเอง ... อธิบายไงดีว่ะ)

Anachart.png


เอาตั้งแต่ เริ่มก้าวแรกเข้ามาลงทุนก่อนเลย ... ตั้งคำถามกับตัวเองก่อน


1. เสี่ยงไหมว่ะ
2. มันจะกำไรจิงอะป่าว




สองคำถามนี้แหละจะเป็นตัวสร้างทุกอย่าง ...


question.png

เนี่ย คอนเซปพอนะ ... นะนะนะ พรุ่งนี้ต้องไปสงขลาอีกตื่นตั้งแต่ตีสี่อีก

สูตรต่างๆ ก็เอาภาษาอังกฤษ search ในเนตแป๊บเดียวก็เจอ
เช่น Current Ratio ก็ search ROA ROE ก็ search
ไม่ search ก็เปิด ในเว็บบอร์ด หรือใน Settrade.Com
ก็จะมีเปรียบเทียบมาให้อย่างเรียบร้อย
ไม่ต้องไปคำนวณให้ยุ่งยากอีก เราเพียงแค่เปรียบเทียบ
เลือกแบบ ว่าจะเป็น ปีต่อปี หรือ ไตรมาสต่อไตรมาส

ข้อมูลพวกนี้มันจะเป็นเกณฑ์หนึ่งที่ใช้ในการตัดสินใจเท่านั้น


ก็มีนะ แล้วแต่จะบอกว่า ค่าอะไรไม่ควรเป็นเท่าไหร่
(เดี๋ยวไปต่อในช่องคอมเมนท์ดีกว่า)






สรุปว่าที่กล่าวมาทั้งหมดเนี่ย ...
ผมคงไม่ใช้ทั้งหมดในการเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุนหรอก
งบการเงินก็เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะใช้ในการพิจารณา
เห็นอ่านเยอะๆ เนี่ยก็อยากทราบเท่านั้น
แนวทางการเลือกหลักทรัพย์มันก็มีหลายทาฃ แต่ละทางก็มีข้อดีของมัน


แต่ ... แต่ละคนที่เข้ามาก็ด้วยจุดประสงค์เดียวกันนั่นก็คือ ต้องการกำไร


จึงไม่สนใจวิธีการเท่าไหร่นัก

สุดท้ายก็ต้องใช้ความรู้รอบตัว เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญคือ สัญชาตญาน

ใช่มันเป็นเรื่องน่าอันตราย ที่จะใช้สัญชาตญาน เพียงอย่างเดียว



แต่กระนั้น คำว่า "นักลงทุน" ที่กำเงินเข้ามาสู่การลงทุนนั้น
ผมมีความเชื่อว่า ทุกคนย่อมมี"ความมั่นใจ"ระดับหนึ่งแล้ว

จึงไม่แปลกใจ ที่จะเกิด แนวคิด วิธี แนวทางการลงทุนในแบบต่างๆเกิดขึ้นมากมาย

มันก็ขึ้นกับฐานความรู้ของแต่ละท่าน

การดูงบการเงินก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ประกอบการตัดสินใจ ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง

ที่ต้องศึกษาไว้เพิ่มเติม


ผมเองก็ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมอะไรอีกมาก ...

เราทุกคนก็ยังต้องเป็นนักศึกษาบนโลกใบนี้ไปจนวันตาย ...


ขอให้นักศึกษาทุกท่านโชคดีในการสอบ



อิอิ ...







Related Field :

จับงบการเงินมาเปลือย : ภาคงบกระแสเงินสด
จับงบการเงินมาเปลือย : ภาคงบกำไรขาดทุน
ชีวิต การเงิน ... และ ...
จับงบการเงินมาเปลือย : ภาคงบดุล
จับงบการเงินมาเปลือย : ภาคอรัมภบท
Pseudo-Port Tracking
SAP Mark II
บันทึกนักลงทุนหน้าโน้น
บันทึกนักลงทุนหน้านี้
เสริมสร้างประสบการณ์พอร์ต











หน้าแรก




Create Date : 03 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2549 8:43:53 น. 3 comments
Counter : 471 Pageviews.

 
"ค่าอะไรควรเท่าไหร่"
เช่น ผลตอบแทนต่อหุ้นเป็นควรเป็นเท่าไหร่
ราคาเหมาะสม มูลค่าที่แท้จริงเป็นยังไง

อันนี้มันก็ขึ้นกับแต่ละคนมองนะ

และขึ้นกับว่าจะเน้นไปทางด้านใด ปลอดภัย โตเร็ว
ปันผลสูง

แต่ก็เอาตัวอย่างไปดีกว่านะ

อันนี้เป็น ของ เบนจามิน เกรแฮม
(อาจจะเป็นฝรั่งๆหน่อย ต้องเอามาประยุกต์กับของไทยหละ)



1. อัตราส่วนผลกำไรต่อราคา (E/P)
2. ค่า P/E ไม่สูงกว่า 40 เปอร์เซนต์ของ P/E เฉลี่ยสูงสุดของหุ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
3. ผลตอบแทนเงินปันผล
4. ราคาหุ้น ไม่เกิน 2 ใน 3 ของมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตนต่อหุ้น
5. มีราคาหุ้นเพียง 2 ใน 3 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่ขายทอดตลาด
6. มีหนี้สินทั้งหมดกว่ามูลค่าทางบัญชี ของสินทรัพย์ที่มีตัวตน
7. มีอัตราส่วนทุนหมุนเวียน อย่าน้อยเท่ากับ 2 เพื่อเป็นตัววัดสภาพคล่อง
8. มีหนี้สินรวม ไม่สูงกว่ามูลค่าขายทอดตลาด
9. มีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
10. มีผลกำไรลดลงไม่เกิน 5 เปอร์เซนต์ และไม่เกิน 2 ครั้งในช่วง10 ปีที่ผ่านมา


อ่านแล้วก็สะอื้น ... มันจะมีหรือว่ะ

แต่ก็เลือกเป็นข้อๆ มาดูได้ เช่น
1-5 ประเมิณความเสี่ยง
6-7 ดูความแข็งแกร่งทางการเงิน
8-10 ประวัติผลกำไร

อย่างเนี่ย เป็นต้น แต่ดูแล้วก็เกิดความสงสัยในบางข้อหละ
ก็ต้องเลือกเป็นข้อๆ


ไอ่เกณฑ์เนี่ย ผมมองว่ามันไม่สำคัญหรอก เพราะยังไง เราก็ต้องเอามาปรับปรุง เปลี่ยนเลข ขึ้นกับความพึงพอใจ



โดย: Register_AC วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:40:18 น.  

 

หรือว่าอาจจะมอง 3 ด้าน อย่างเช่น
- ความแข็งแกร่งทางด้านรายได้(กำไรต่อหุ้น :EPS)
- ความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน : D/E)
- ราคาถูก (มูลค่าทางบัญชี , อัตราส่วนกำไรต่อหุ้น : PBV,P/E)

แค่นี้จริงๆ ก็เพียงพอ

แต่ทั้งกระนั้น และกระนี้

"เรารู้ เขารู้ เจ้าก็รู้"



เรารู้ ... เรามองหาหุ้นตัวที่ผ่านเกณฑ์ต่างๆ
เขารู้ ... คนอื่นเขาก็รู้ และมองหาหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ต่างๆ เหล่านี้เช่นกัน แย่งกันซื้อ ส่งผลให้ราคา

หุ้นสูง
เจ้ารู้ ... เจ้าของกิจการ ก็ทราบว่าเราจะมองมันด้านใดบ้าง ก็ตกแต่งบัญชี โยกย้ายต่างๆ ทำให้

ตัวเลขมันเป็นไปอย่างที่นักลงทุนอยากเห็น ...


ดังนั้น ความไม่ประสบความสำเร็จ ในการใช้ไคลทีเรียต่างๆ จึงมีดังนี้
1. หุ้นที่ผ่านมักเหลือให้เลือกน้อย ต้องปรับลดไคลทีเรียต่างๆลงมาเยอะ
2. ใจเราเอง ... อันนี้สำคัญ มันขัดแย้งกับข้อแรก พอไม่มีหุ้นที่เราต้องการ เราก็อยากลงทุน จึงลดๆๆ เกณฑ์ต่างๆ ให้เหลือดีที่สุด สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง อะไรก็ได้ว่ะ ฉวยเอาไว้ก่อน



เดี๋ยวนี้ผมเลยเลือกหุ้นแบบ บลูชิพ
(เหตุที่เรียกบลูชิพ - เพราะในบ่อนคาสิโน ชิพที่มีราคาแพงที่สุด คือชิพสีฟ้า ชิพสีแดง เรดชิพ ราคาแค่ร้อยบาท แต่ผมว่า แพงสุดในบ่อนไทย ไม่น่าจะใช่สีฟ้านะ สีฟ้าแค่พันบาท สีชมพูสิ 5000 บาท)

บลูชิพ ราคาตกเมื่อไหร่ ก็เข้าไปรับเลย อย่าลังเล
อย่างล่าสุด ปตท. ตกไปเหลือสองร้อยสิบกว่าบาท ลังเล ไปถาม ท่านดอกเตอร์นิรันด์
แกบอก ยังมีต่ำกว่านี้อีกอย่าเพิ่งรับ สุดท้ายตอนนี้ ไปถึง 224 บาทแล้ว


อย่างนี้ ไม่โทษคนอื่น ต้องโทษตัวเอง ใจไม่สู้พอ คราวนี้ต้องไม่ฟังใคร จะผิดพลาดก็ผิดที่เราคนเดียว อิอิ


โดย: Register_AC วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:10:48 น.  

 
หวัดดีค่ะ .. โอ้โห ..ความรู้มากมายเลยอ่ะค่ะ


โดย: แมงป่องไร้พิษ วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:15:09:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.