Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
5 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
วันที่กลับบ้าน

7:53 5/6/2549
Monday Morning ..






วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2549 บ่ายโมงกว่าๆ
ผมเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปยังสายใต้ ..

บรรยากาศเดิมๆ ...
คนเยอะเหมือนเดิม ...
รถคันใหญ่ๆ เยอะแยะเหมือนเดิม ...

จองตั๋วได้ก็รีบนั่งรถไปเซ็ลทรัลปิ่นเกล้า ...
ราคาตั๋วตั้งเกือบ 700 บาท ขนาดรถธรรมดานะเนี่ย

หมายมั่นปั้นมือ จะดู ดาวินชี่โค้ดให้ได้

มาถึงเข้าไปเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ประมาณ บ่ายสาม
อะไรคนจะเยอะขนาดนั้น
ไม่มีรอบดูเลย คนต่อแถวเยอะมาก

ข้ามมาฝั่งเซ็นทรัลดีกว่า
ปรากฏว่า คนก็ยังเยอะเหมือนกัน
หนังดีๆ เข้าเยอะมาก เอ็กเมนเอย ก้านกล้วยเอย

ชวด !!! อีกตามเคย
เลยเดินไปฟู้ดคอร์ท แลกคูปองหนึ่งร้อยบาท
กินข้าว นั่งอ่านหนังสือ "ตีแตก"ของดร. นิเวศน์ จนเกือบจบเล่ม
เสียดายจังถ้าอ่านจบ


กลับมาสายใต้ เกือบๆ หกโมงเย็น เพราะใกล้เวลาขึ้นรถแล้วหละ
นั่งจิบน้ำสักครู่ ... ที่สายใต้นี้ มีร้านประจำอยู่ร้านนึง
ที่มักจะพาใครๆมานั่ง ย่าเอย อาเอย ... แม่เอย ..
บอกเขาเหล่านั้นไปว่า ถ้าเราเข้าห้องน้ำที่สายใต้ก็ตั้ง 3 บาทแล้ว
เพิ่มอีกนิดนึง ได้ที่นั่งสบาย แถมยังเข้าห้องน้ำได้อีก ...



ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็จะต้องประมาณส่งข้อความไปหาเธอ
" Every place I go I think of you
Every song I sing I sing for you "
ที่สายใต้นี่แหละ



ขึ้นรถมา ... ความรู้สึกเดิมๆ ...
เวลานั่งรถเนี่ยอะนะ พอดึกๆมันก็จะหิวหน่อยๆ
เวลาอยู่ในที่แบบนี้แปลกนะ ที่เวลาหิว เราจะหิวเพิ่มขึ้นสองเท่า
เวลาปวดห้องน้ำ ก็จะปวดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเหมือนกัน

คิดถึงวันเก่าๆ เวลากลับบ้านเนี่ย จะมีอยู่ 2 วิธี
1. ถ้าเกิด เป็นการกลับอย่างแน่นอน มีแพลน
บอกย่าเอาไว้แล้ว หรือปิดเทอม ตอนอยู่บนรถก็จะโทรบอกย่า

" ย่า หมูต้มถั่วนะครับ "
" ย่าน้ำพริกปลาทูนะครับ เต้ยหิวมากเลย"

บอกย่าไว้ก่อนเลย ประมาณออเดอร์ไว้ ถึงบ้านจะได้กินเลย

แต่ทุกครั้ง พอไปถึงจริงๆ ก็ไม่หิวหรอก ... ไม่รู้มันอิ่มอะไรนักหนา ..

2. แบบเซอร์ไพรซ์ คุณเต้ยจะชอบหลอกย่ามากๆ
คิคิ คือพอไปถึงหน้าปากซอยเข้าหมู่บ้าน ก็จะโทรศัพท์สาธารณ
ยุคนั้น ยังไม่มีมือถือ จะหยอดตู้โทรเข้าไปหาย่า
เพราะถึงหน้าซอย ก็คงประมาณ 6 โมงเช้า เจ็ดโมงเช้า

" ย่าเป็นไงบ้างครับ "
" อืมกรุงเทพเป็นไงบ้าง "
" สบายดีครับย่า อากาศดีฝนไม่ตก"


จริงๆ ก็อยู่แค่หน้าปากซอย นั่นแหละ
แล้วหลังจากนั้นก็จะเดินเข้าหมู่บ้าน เกือบกิโลเมตรได้กระมัง ...
มีคนเค้าก็จะรับเข้าไปนะ แต่ชอบเดินมากกว่า
ความรู้สึกเหมือน เป็นทหารเกณฑ์ แล้วเค้าส่งกลับบ้าน
แบกกระเป๋าใบนึง ... เดินคิดอะไรเพลินๆ
ข้างๆ มีต้นมะพร้าวบ้าง ... ทุ่งหญ้าบ้าง ...

กลับไปถึง ก่อนจะถึงบ้านเรา ก็จะถึงบ้านคนโน้นคนนี้
" อ่าวเต้ยกลับมาแล้วหรอ " "ครับ ..."


พอมาถึงบ้าน บางครั้ง ...ย่าแกก็ทำกับข้าวอยู่หลังบ้านบ้าง (เพราะยังเช้าอยู่)
บางครั้งย่าแกก็นั่งอยู่หน้าบ้านบ้าง

เพิ่งโทรหาแก แล้วบอกแกว่าอยู่กรุงเทพ

แกก็จะด่าเป็นชุดมา (แต่หน้าแกก็เปรอะไปด้วยยิ้มเต็มใบหน้า)
" ไอ้หมา ... เอ็งหลอกย่า "


ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนเช่นกัน ... หากยอมเป็นคนรักของผม
ผมจะขอเดินทาง ... ไม่ว่าจะไกลสักเท่าไหร่ เพื่อไปบอกคุณว่า ผม"คิดถึง"คำเดียว



เช้าวันอาทิตย์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2549
มาถึงขนส่งหาดใหญ่ โทรไปหาพ่อ .. รอพ่อมารับ

มองดูท้องฟ้า ... ฟ้าใสดีจริงๆเห็นก้อนเมฆสีขาวสวยมากจริง ...
ภาพตึกเก่า เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น แม้ผู้คนหน้าตาจะไม่คุ้นเคยมากนัก
แต่สำเนียงภาษา กลิ่นที่คุ้นเคย ... ผมมาถึงบ้านหละครับ


คิดถึงเธอจัง ... บ่อยครั้งไปเวลามาถึงที่นี่ แอบหวังว่ามีสักวัน ที่คุณจะมารับผม ...


พ่อพาไปกินร้าน "โชคดีติ่มซำ" มีบักกุดเต๋ ด้วย
ที่ร้านเขียนป้ายว่า "ร้านนี้ไม่มีสาขากรุงเทพ" เหตุเพราะ
มีร้านติ่มซำที่กรุงเทพ ไปเลียนแบบแกกระมัง
วันก่อนก็เพิ่งเห็น ตรงแถวลาดพร้าว ... มีจริงด้วย "โชคดีติ่มซำ"


แอบเผลอไผล ... คิดไป
คงจะดีไม่หยอก ถ้าเราอยู่ด้วยกัน
เช้าๆก่อนทำงาน เราจะมาแวะกินติ่มซำด้วยกัน ...
กินข้าวด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายไปทำงาน ...




พ่อพากลับบ้านที่หาดใหญ่ ทักทายบรรดาอาจารย์ที่เป็นเพื่อนพ่อ
"เหมือนแกจะเอาลูกไปอวดเพื่อนๆแกยังไม่รู้"
คิคิ นั่งคุยกัน เราก็เดินเล่น ดูต้นไม้ ไปเรื่อย บรรยากาศครั้งเมื่อสมัยเด็กๆ
ที่เคยอยู่ที่นี่มา สองปี ... แม้เป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็ประทับใจไม่หยอก ...
ที่นี่ โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ทาสีแปลกตาไปบ้าง สีส้ม ...
เห็นแล้วนึกถึงโรงพยาบาลเวชธานี คิคิ


โอ้โห ... เงินเดือนเยอะขนาดนั้นเลยหรอ
อาจารย์คนนึงบ่น แกบอกว่า เมื่อสามสิบปีก่อน แกสตาร์ทได้นิดหน่อยเท่านั้น
ตอนที่เพิ่งบรรจุครู

พ่อบอกว่า เดี๋ยวนี้จองตั๋วเครื่องบินได้ส่วนลดด้วยนะ
เต้ยแทรกขึ้นมา

" พ่อจองที่ไหน ลดแค่ 50 เปอร์เซนต์เองหรอ "
" ของเต้ยจองไม่เห็น ต้องจ่ายตังค์เลย แถมมีรถสนามบินมารับถึงบ้านด้วย "

ก็หมายถึงรถพ่อนั่นแหละ ... คิคิ .. พ่อเขกหัวโป๊ก ... นี่แหนะ ... "ไอ้หมา"


กลับเข้าไปบ้านพ่อ พ่อโชว์โฮมเธียร์เตอร์ส่วนตัวของพ่อ
พ่อมีสอน ตอนประมาณ เกือบเที่ยง ... วันอาทิตย์เนี่ยอะนะ ...

ไม่ได้คุยอะไรกันหรอก ... เราไปนั่งเก้าอี้ดูหนังของพ่อ
ที่ตรงนี้เอง ที่พอ่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่อยู่ที่บ้าน ... ผมพล๊อยหลับไป ...

โดยมีพ่อนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้พูดอะไร


แวะกินก๊วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปลา ก่อนจะกลับสงขลา
ไปรับน้องแตง ที่เรียน วจก. คอมฯ ที่ มอ. มาด้วย
(ลูกสาวอีกคนของพ่อ ... กูมีน้องตั้งแต่เมื่อไหร่ คิคิ ...)


จากหาดใหญ่ถึงสงขลา ...
จะมีถนนเส้นไหนบ้างนะ ที่คุณเคยผ่าน ...
เมื่อไหร่ เราจะได้ใช้ร่วมกัน



มาถึงบ้านที่สงขลา
ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
สิ่งที่แตกต่างไป ... คือ อะไรมันก็ดูเล็กไปหมด
ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้น
ห้างที่เราเคยคิดว่ามันใหญ่ เดี๋ยวนี้มันก็ดูเล็กลงน่าใจหาย
ถนนที่เคยไกล ก็กลับใช้เวลาเล็กน้อยในการเดินทาง
ทำไมโน้ ...

...

หรือเมื่อสมัยก่อน เรายังตัวเล็ก หลงเข้ามาในเมืองของยักษ์
ตอนนี้เราเป็นยักษ์แล้ว ทุกอย่างมันก็เลยฟิตกับเรา ...
หุหุ



เต้ากั่ว
อาต้อยซื้อมาให้กิน ตอนเย็นขับรถเที่ยวเมืองสงขลา ...
อาต้อยบอกว่า ตอนน้ำท่วมคราวนั้น ปลาในสระบัว
มันไปพร้อมน้ำไปหมดเลย
(สระบัวนี่แหละ ที่พันธมิตรมาปราศัย คิคิ)


ตกเย็นแวะไปบ้านย่า ที่เปรมสุข
อืม ... ไม่อยากไป อาต้อย เต้ยไม่อยากไป ...
ไปถึงแล้ว ก็แปลกๆ บ้านเรือนหลายหลังหน้าตาประหลาดไป คงจะผ่อนธนาคารกันหมดแล้วกระมัง
เลยแต่งบ้านกันเพียบเลย แล้วก้มาถึงบ้านย่า ...




ทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม ...
ความรู้สึก .. กลิ่นอาย ...
สิ่งที่ขาดไป ... คือ ย่าไม่อยู่แล้ว





ก้าวแรกที่เหยียบย่างข้าวบ้าน
เรื่องราวร้อยพัน ... วิ่งผ่านตัวเราเข้าสู่สมองอย่างไม่ลดละ
ความทรงจำเรื่องราวต่าง ... กลับมา

ห้องน้ำที่เคยแอบย่าเข้าไปสูบบุหรี่ควันขโมง
โต๊ะสนุก ... หน้าบ้าน ... หลังบ้าน ...
ที่ขาดไป คือ หญิงชรานั่งท่าทางเหน็ดเหนื่อย
ฟังเพลง ... ทอดอารมณ์ของแกไปเรื่อย
แว่นตาสะท้อนตัดกับแสง สะท้อนให้ไม่เห็นดวงตาของแก

บัดนี้มันไม่มีแล้ว ...


เก้าอี้ตรงนี้เคยนั่งคุยกับคุณ
โทรศัพท์เครื่องนี้ยังจำได้ เมื่อเกือบสิบปีก่อน ... ที่โทรหาคุณครั้งแรก
ยังจำ ความตื่นเต้นครั้งนั้นได้อย่างมิรู้ลืม
กระดาษโน๊ต ที่คอยจดเรื่องราวที่เตรียมจะคุยกับคุณคืนนี้ ...
โทรศัพท์หยอดเหรียญ ... ที่แอบเอาเเหรียญของย่านั้นแหละ มาโทรหาคุณ ..




หันไปมองรูปย่า ... ย่าเหมือนจะยิ้มให้ ...
ยิ้มอะไรมิทราบครับ ... ดีใจละสิ
หลานชายมาบ้านเนี่ย ...




ตอนเย็นหลังจากส่งอาต้อย ก็ขับรถเล่น ไปเวียนแถวชายทะเลคนเดียว
ผ่านซอกซอย แวะเข้าถนนวชิรา
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ... เพียงแต่คนที่อยู่นี่ ไม่รู้ไปไหนแล้ว
ยังคงพลุกผล่าน คราคร่ำไปด้วยรถและผู้คนคละเคล้ากันไป ...


กลับมา นอน ... แล้วก็นอน ...


อยากหาวิธีต่างๆ ที่มีอยู่บนโลกนี้ ...
บอกคุณ ว่า "ผมอยู่ที่บ้านแล้วนะ"



ตื่นขึ้นมา วันนี้ต้องเดินทางกลับแล้วหละ


กินข้าวสตูก่อนในตอนเช้า ...
อืมอร่อยดี ... มันมาเพื่อกินจริงๆ
ร้านนี้ เต้ยจะขาดไม่ได้เลย เวลาที่มาถึงสงขลา เป็นต้องซื้อกินทุกครั้งไป
กินตั้งแต่เด็กๆ จนโตหมาเลียจู๋ไม่ถึง ...



ที่บ้านตอนนี้เปลี่ยนเทรนด์มาเลี้ยงแมวเต็มบ้าน หมาก็ยังเต็มบ้านเหมือนเดิม
ไอ่ที่แปลกก็คือ มีไก่แจ้มาเพิ่มตัวนึง (ไม่รู้มันมาจากไหน ถามอาต้อยดูแล้ว)
จู่ๆ มันก็เข้ามาร่วมวงศ์ไพบูลย์เฉยเลย

ประหลาดมาก ที่พวกมันอยู่ด้วยโดยไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง
บางครั้งก็เห็นมันก็กินข้าวจากกะละมังเดียวกัน
หมา ... แมว ... ไก่แจ้ ... ส่วนผสม ที่ผสานกันอย่างประหลาดตายิ่งนัก ...



เรื่องราววีรกรรม และความน่ารักของคุณย่า เมื่อก่อนตอนแกยังมีชีวิต
มีเรื่องราวแกมากมายเลย ... เช่น แกนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้า
มายืนโบกรถทัวร์ข้างถนน เอาตั๋วให้หลานแก ที่มันซื้อบื้อ ดันลืมเอาไว้ที่บ้าน ...
ไม่เชื่อถามคนในกรอบสีฟ้าดูสิ .. คิคิ



ต้องไปหาดใหญ่เอง
ฝนตกเหมือนร่ำไห้ ... เรานั่งรถโพธิ์ทอง ซึมซับบรรยากาศ
ที่เคยนั่งมาเรียนติว มาหาพ่อ มาเที่ยว ที่หาดใหญ่
รถหาดใหญ่สงขลาหละ ...



คุณจะเคยนั่งมันไหมน้า ...


ลงที่หอนาฬิกาหาดใหญ่ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถสนามบิน
เมื่อก่อน เรียกมันว่า "รถสองบาท"
วิ่งจาก มอ. ไปสนามบิน
เพราะนั่งระยะทางแค่ไหน ก้แค่สองบาท
เดี๋ยวนี้มันสิบสองบาทแล้วแหนะ ...

ลงที่โรงเรียนพ่อ ชื่นชมธรรมชาติแมกไม้ โทรให้พ่อมารับ
พ่อไปส่งที่สนามบินตั้งแต่ สี่โมง
หงะ เครื่องบินขึ้น ตั้งหกโมงยี่สิบห้าแหนะ ..


มาถึงดอนเมือง
สองทุ่มกว่าๆ .. ลงผ่านอาคารผู้โดยสาร ไม่ต้องรับกระเป๋า
มีกระเป๋าสะพายเน่าๆใบนึง
เดินแหวกผู้คน ไม่ต้องลุ้นว่าจะมีใครมารอรับ
ไม่ต้องคิดว่าจะเจอคนรู้จัก

ตัดอาคารเดินข้าวถนน มาที่ป้ายรถเมล์อย่างรวดเร็ว
มายืนที่ป้าย กลมกลืนกับผู้คนที่ยืนรออยู่ระแวกนั้น

กลับมาในชีวิตที่เป็นแบบเดิม
เป็นจุลินทรีย์บนโลกใบนี้
ไม่มีความน่าสนใจ ... เตรียมตัวไปทำงานในวันต่อไป ...

























Artist : Rod Stweart
Title : You are in my heart




หน้าแรก




Create Date : 05 มิถุนายน 2549
Last Update : 5 มิถุนายน 2549 12:15:41 น. 4 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
I didn't know what day it was
when you walked into the room
I said hello unnoticed
You said goodbye too soon


Breezing through the clientele
spinning yarns that were so lyrical
I really must confess right here
the attraction was purely physical

I took all those habits of yours
that in the beginning were hard to accept
Your fashion sense, Beardsly prints
I put down to experience

The big bosomed lady with the Dutch accent
who tried to change my point of view
Her ad lib lines were well rehearsed
but my heart cried out for you



You're in my heart, you're in my soul
You'll be my breath should I grow old
You are my lover, you're my best friend
You're in my soul ...


My love for you is immeasurable
My respect for you immense

You're ageless, timeless, lace and fineness
You're beauty and elegance



You're a rhapsody, a comedy
You're a symphony and a play
You're every love song ever written
But honey what do you see in me
...



You're an essay in glamour
Please pardon the grammar
but you're every schoolboy's dream
You're Celtic, United, but baby I've decided
You're the best team I've ever seen

And there have been many affairs
Many times I've thought to leave
But I bite my lip and turn around
'cause you're the warmest thing I've ever found


โดย: R' (Register_AC ) วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:12:23:20 น.  

 
So Sweet นะคะ

(ท่าทางจะ In Love )



โดย: grapepink IP: 58.136.71.141 วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:18:06:45 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:13:00:18 น.  

 


โดย: คนเดินดิน (หน้าใหม่อยากกรอบ ) วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:15:18:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.