Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
เพิ่งรู้สึกว่า"แม่ทิ้ง" ... หลังจากที่ผ่านไปกว่ายี่สิบปี

9:25 17/5/2550
Silence ...



.
.
.


วันอังคารที่ผ่านมา ... ฝนตกราวกับจะถึงวันน้ำท่วมโลก
เป็นวันที่แม่จะต้องกลับบ้าน ...

แม่นั่งเขียนอะไรขยุกขยิก ... บนสมุดโน๊ตเล่มเล็กๆของผม ...

ไปทราบที่สนามบินว่า ... สิ่งที่แม่เขียนคือ "พินัยกรรม"

Image Hosted by ImageShack.us


(ชื่อจริงข้าพเจ้าเองแหละ ... "ณัฐ" เท่ห์เนอะ ... อิอิ)

... แม่บอกว่า เห็นอากาศไม่ดีเหลือเกิน ... จะขึ้นเครื่องบินแกเลยเขียนพินัยกรรมเอาไว้ก่อน ...


ไอ้เราก็ขำแก ... แต่แกไม่ขำด้วย ...

(อันนี้ลายมือผม ...บนสมุดเล่มเดียวกัน ...)
Image Hosted by ImageShack.us



" เฮ้อ ... แม่นี่ก็คิดอะไรแปลกๆ ... "

" แปลกไงละลูก ... "

" เฮ้อ ... เต้ยไม่เอาอะไรหรอก ... "

" เออ ดี ขายๆ เอามากิน เอาเที่ยวเสียให้หมด ... "

.
.
.

แกก็พูดอย่างนี้แหละ ทุกครั้ง เวลาที่ผมปฏิเสธที่จะรับอะไรจากแก ...

ผมบอกในบล็อกนี้เสมอใช่ไหม ...


" ชีวิตผม ... ไม่ต้องการขวนขวายอะไรมากนัก ... นอกจากความรักจะต้องการใช้มัน ... "

.
.
.

แล้วอะไรหละ ... ที่ผมต้องการจากแม่ ...

.
.
.

สองครั้งแล้วนะ ... สองครั้งล่าสุดที่แม่มา ...


๑. แม่สีหน้าไม่ค่อยดีเลย เวลาที่อยู่กับผม
ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเลย ว่าทำไม ผมผิดอะไรตรงไหน ชวนแม่ไปไหน แม่ก็ดูจะไม่มีอารมณ์ไป ...
ทั้งๆที่ผมเองก็มีความอึดอัดในใจอยู่แล้วก็ไม่น้อย แต่ก็บอกกับตัวเองว่า ... " นี่แม่ฉันเองนะ แม่มาอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว "
ผมพยายามตามใจแกทุกอย่าง แต่สิ่งที่ผม "คิดแทนแม่" คือ ...

ผมรู้สึกว่าแม่ น้อยใจน้องวะ ... น้องมาเช่าหอ ฝึกงาน ที่กรุงเทพ ...
- น้องไม่มานอนกับแม่
- น้องไม่ค่อยยอมเจอแม่ ... เจอกันแป๊บๆ ก็รีบกลับ

ผมรึก็อุตส่าห์นะ ... พาแกกระเตงๆไปทุกที่ ไปนั่งรอน้องบ้าง บางทีก็เป็นชั่วโมง
ชวนแกไปไหน แกก็ไม่ค่อยไป ...

คือ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนะ ... บรรยากาศมันเลยเครียดมาก ...

ลำพังเราเองรึ ... ก็มีความอึดอัดอยู่ภายในเป็นทุนเดิมแล้ว ...



๒. ลูกใคร ... ลูกใคร
แม่ เห็นเวลาที่ผมคุยกับพี่หนิง อยู่กับพี่หนิง คุยกับพ่อ ... คุยกับอาต้อย ...
แหม ทำไมสนิทสนมกันดีเหลือเกิน ... แม่สรุปฟันธง ... ฉับ !!!


" เพราะแม่ไม่ได้เป็นคนเลี้ยงลูกมาใช่ไหม "


เข้าใจ ...
ว่าทำไมแม่คิดอย่างนั้น ... มันคงน่าหมั่นไส้ชอบกล ...

แต่ก็ ...

ไม่เข้าใจ ...
ว่าทำไม แม่ถึงไม่ยอมเข้าใจ ...


กับคนที่แม่เลี้ยงมา ... เค้าก็ยังพยักพเยิด ที่จะมาเจอ หรือ มาหา ... ตัวเองต้องเป็นฝ่ายไปหาเสียทุกที ...

อันนี้ก็พอเข้าใจ ... เพราะความเป็น "แม่"


และเรื่องที่ไม่พอใจแม่อีกหลายเรื่อง ...

.
.
.


แม่ชอบแบบทำฉลาด มีลับลมคมใน
คือ ไม่บริสุทธิ์ใจ มีอะไรเคลือบแฝงในใจตลอด

เคยไหม ที่เจอคนประเภทนี้ คนประเภท ที่ทำเล่ห์เหลี่ยมกับเรา ใช้เราอ้อมๆ ... แต่ให้ได้ผลลัพธ์กับตัวเอง
ทำตัวเป็นฉลาดแกมโกง ...


ผมหละ ... เกลียดมาๆเลยนะคนนิสัยอย่างนี้ ... ไม่จริงใจเอาเสียเลย ...



แต่ที่เจ็บที่สุด ... คือเราดันมาเจอกับคนที่คิดว่าจะได้พบในลำดับท้ายๆของคนบนโลกใบนี้ ...



" แม่คิดถึงแต่เรื่องตัวเอง ... "

คิดถึงแต่ตัวเองจริงๆ ... (ตามมุมมองที่ผมคิด ณ ตอนนี้)


เรื่องกิน ... ลูกมันจะมาทีหลัง เรื่องของจิตใจลูก ... ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ตัวเอง สนใจน้อยๆลงมา ...


ในใจผม ... อดที่จะเปรียบเทียบกับใครคนหนึ่งไม่ได้เลย ...



พ่อ ...
ผู้ชายคนนึง ที่ใครอาจมองว่าเป็นผู้ชายที่เปลี่ยนเมียบ่อยพอสมควร ...




ตกงาน ... ที่ผ่านมา
พ่อโทรมาแทบทุกวันเลยนะ ... แกดูจะเป็นเดือดเป็นร้อน โทรมาตอนเช้า ทุกเช้าเลยช่วงนั้น ...
(ทั้งๆที่ปกติ แกก็ไม่ค่อยจะโทรมาหรอก ...)

บางทีก็โทรมาตอนเช้า แปดโมงเช้าทุกวัน ... โทรมาถามเป็นไงบ้าง



แกโทรมาบ่อย ... คุยกันหลายเรื่อง ... แนะนำหนังให้ลูกดูบ้าง (เป็นซีรี่ย์หนะ ... ชื่อ Prison Break)
คุยกันเรื่องเพลงบ้าง ...


แกก็พยายามจะให้ผม ทำโน่นทำนี่ให้ตลอด ... แกไม่ได้อยากได้ ในสิ่งที่แกขอ
แกอยากให้เราไม่ว่าง ... แกใช้ให้ไปซื้อ สารคดี Planet Earth มาให้ ...

โทรไป ... แกบอกเดี๋ยวจะโอนตังค์ไปให้

บอกไม่ต้องเดี๋ยวยังมีอีกหลายค่า ... (ฮ่าๆ ... )

นั่นไง พ่อถึงจะรีบโอนตังค์ไปให้ไง ... (แบบประมาณ รีบตัดบัวเสียก่อน )

ขำและอารมณ์ประจำ เวลาที่แกโทรมา ....

" ใจเย็นพ่อ ... อย่าเพิ่งโอน ... ยังมีอีกหลายค่า หลายตัวแปร ... "


(พ่อ-ลูกนักคณิตศาสตร์ เค้าคุยกัน ... ฮา)




แต่ใจความที่แกคุยปิดท้ายเสมอ ...


" ไม่เป็นไรนะ ... "


มันเป็นคำปลอบใจที่ทรงพลังมากๆ ...


.
.
.

ผิดกับอีกฟากฝั่ง ...


" มาอยู่กระบี่สิ "

ใจก็คิดนะ ว่าจะไปอยู่กระบี่ พักผ่อน สักเดือนนึง ... ตอนที่ตกงานใหม่ๆ ...

อยากไปเที่ยว ...


แต่พอแม่ ... คะยั้นคะยอมากๆเข้าๆ ... ซึ่งดูแกจะไม่สนใจในบริบทของเราเอาเสียเลย ...



ผมน้อยใจมากเลยนะ ... แทบจะไม่มีคำปลอบใจหลุดออกมาจากปากของแม่เลย ...

ทั้งๆที่คุยกันวันละสามเวลา ...



.
.
.



ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ...
(8. Me Myself & I[])
ที่แม่จากไป ตั้งแต่ผมยังห้าขวบหกขวบ ...

เป็นยี่สิบกว่าปีที่ผมไม่เคยมีความรู้สึกว่าถูกแม่ทิ้งเลยนะ ...

แม้ว่าจะโดน พี่น้องแซว หรือ เพื่อนล้อสักเท่าไหร่ ...

หรือทนเป็นแกะดำในชั้นเรียน ... ที่ไม่มีเรียงความไปส่งในวันแม่ ...


ผมยังคิดไปว่า ... มันเป็นเพราะความจำเป็น ... ที่แม่ต้องจากไปตอนนั้น ...



.
.
.

พอทราบรึยัง ... ว่าอะไรที่ผมต้องการจากแม่ ...


มันจะใช่ในพินัยกรรมนั่นที่ผมต้องการรึเปล่า ...


.
.
.

ผมอยากจะคุยกับแกเหมือนกันนะ ... อยากรวบรวมความกล้า พูดกับแกไปตรงๆ ...


แต่สิ้นเดือนนี้ น้องก็จะฝึกงานที่กรุงเทพเสร็จแล้ว
ก็หวังว่าคงจะไม่เจอเหตุการณ์เช่นนี้อีก ...

.
.
.





ผ่านมายี่สิบกว่าปี ... ผมเพิ่งมามีความคิดเมื่อสองครั้งที่แม่มาล่าสุดนี่แหละ ...





ว่าจริงๆ ... ผมถูกแม่ทิ้ง ...







.
.
.


วันนึง ... ถ้าแม่ได้มาอ่าน .. แม่คงเข้าใจนะ ... ว่าอย่างน้อย ... มันก็เป็นความต้องการและความรู้สึกในมุมหนึ่ง


ของลูกแม่ ...





เต้ยครับ










index2




Create Date : 17 พฤษภาคม 2550
Last Update : 17 พฤษภาคม 2550 10:31:25 น. 8 comments
Counter : 1064 Pageviews.

 
อย่าไปคิดอะไรมากเลยครับ

แกจะทิ้งหรือแกจะไม่ทิ้งก็ช่างเถอะครับ

แกจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ

เพราะที่สำคัญคือ แกเป็นแม่ของเรา

แม้ไม่ได้เลี้ยงดู อย่างน้อยตอนที่ตั้งท้องเรา

แกก็ต้องคิดรับเราว่าเป็นลูก ไม่งั้นแกทำแท้งค์เราไปแล้ว

ลำพังพระคุณที่ท่านให้ชีวิต ให้ร่างกายที่เป็นมนุษย์ไว้ทำความดี

แค่นี้ก็มากพอแล้วครับ

แต่นี่ตอนที่แกไม่แน่ใจว่าออกบ้านไปแล้วจะได้กลับมาเจอหน้าลูกหรือไม่

แกก็ยังมีมรดกแบ่งไว้ให้ จะเอาอะไรจากความรักของแม่กันอีกล่ะคุณ

ฮี่ๆ แวะมาทักทายคร้าบบบ



โดย: เสี่ยวเหลียงจือ วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:56:02 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมงับ

ไม่รู้จะพิมพ์อะไรเลยแฮะ


โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:58:20 น.  

 
แวะมาอ่าน ก่อนเที่ยงคับ


โดย: frank3119 วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:06:41 น.  

 
แม่จากเราไปแต่แม่ยังทิ้งลายมือไว้ให้เราอ่าน

ว่าแม่รักและห่วงลูกอยู่เสมอ

นั่นคือสิ่งมีค่าที่สุดที่แม่ได้ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้ายามคิดถึง

แต่คนหลายๆคนอีกในโลกนี้ที่ไม่มีโอกาศได้ยิน

และได้เห็น....ความรักและห่วงหาแบบคุณแม่ของคุณแม้แต่น้อยค่ะ


โดย: Willkommen วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:28:06 น.  

 
^
^
^


แม่แค่กลับกระบี่นะครับ ...



โดย: Register_AC วันที่: 17 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:40:45 น.  

 
โลกนี้ช่างเหมือนละครจริงๆนะคะ

แวะมาทักทายค่ะ ^^


โดย: จ้าวแห่งโชคชะตา วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:18:27 น.  

 
ตอนที่คุณเต้ยบอกม๋าเรื่องนี้ม๋าคิดว่าคุณเต้ยพูดเล่นอ่ะ ... ไม่คิดว่าแม่เขียนไว้จริง ๆ

ลองมองอีกด้านนะ ... ที่แม่เขียนพินัยกรรมฉบับนี้เอาไว้แม่อาจจะมีเรื่องราวอะไรที่ไม่ได้บอกรึป่าว

อาจจะมีเรื่องอะไรที่อยู่ในใจแม่ แล้วแม่ไม่ได้บอกบ้างมั๊ย แม่มีโรคประจำตัวอะไรบ้างป่าว ลองถามท่านดูบ้างสิ

เรื่องน้องชายที่ไม่มาเจอแม่ก็อาจจะมีส่วนอ่ะ ไม่มีอะไรที่แม่ต้องการนอกจากอยากเจอหน้าลูก ๆ หรอก

แต่ม๋าคิดว่าคุณเต้ยไม่น่าจะพูดแบบนี้อ่ะ รู้ .. ว่าคิดยังไงก็พูดก็เขียนแบบนั้น

" แม่ชอบแบบทำฉลาด มีลับลมคมใน คือ ไม่บริสุทธิ์ใจ มีอะไรเคลือบแฝงในใจตลอด "

ไม่มีคนไหนที่ไม่บริสุทธิ์ใจหรือคิดไม่ดีกับลูกหรอก

แต่ท่าทางของแม่อาจจะทำให้ดูว่าแม่เป็นแบบนั้น คุณเต้ยอาจจะคิดไปเอง ท่าทางของแม่อาจจะทำให้คุณเต้ยคิด

ทำไมไม่คิดบ้างว่า แม่ก็อาจจะคิดอยู่เหมือนกันว่า “เต้ยไม่เข้าใจแม่ ” “ ทำไมเต้ยดูไม่มีความสุขเลยที่แม่มาหา “

ลึก ๆ แม่อาจจะน้อยใจอยู่ก็ได้นะ ท่าทีของคุณเต้ยที่ดูไม่ค่อยสนิทสนมกับแม่อาจจะทำให้แม่ไม่กล้าทำอะไรลงไป

แม่อยากจะคุยเล่น อยากจะเล่นหัว อยากจะปลอบ อยากจะกอด แต่แม่ก็ไม่กล้าทำ

การที่ท่านพยายามบอกให้มาอยู่กระบี่ก็เพราะท่านอยากให้คุณเต้ยมาอยู่ใกล้ ๆ ท่านไงคะ ... อย่าคิดมากสิ

อย่าคิดแค่ว่า เราต้องการความรักความเข้าใจกับคนอื่น ... ทำไมคนอื่นไม่หยิบยื่นให้เรา

แต่ให้ลองคิดว่า ... ถ้าเราอยากได้ความรักจากใคร เราก็ต้องหยิบยื่นความรักให้กับคนคนนั้นเช่นกัน

อย่ารอที่จะได้รับความรักเพียงฝ่ายเดียว แต่ลองหยิบยื่นความรักที่มีให้คนอื่นบ้าง

พินัยกรรมและทรัพย์สมบัติต่าง ๆ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณเต้ยต้องการ ... สิ่งที่คุณเต้ยต้องการคือ “ ความรัก “

แต่อย่ามองเจตนาของแม่ผิดไป อย่าเอาเรื่องการเขียนพินัยกรรมมารวมกับความรักที่แม่มีต่อเรา

.
.

เง้อ ... อย่างกะเขียนเรียงความส่งอาจารย์เลยว่ะค่ะ นี่บล็อคอิชั้นหรือบล็อกคุณเต้ยคะเนี่ย !!



โดย: ไอ่ม๋า ~* IP: 203.155.183.142 วันที่: 18 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:29:06 น.  

 
ไมมี "แม่" คนไหน ที่ทิ้งลูกได้ลงคอหรอกค่ะ
ถึงแม่จะไม่ได้เลี้ยง แต่ที่แม่ต้องจากไป ต้องมีเหตุผลแน่ๆ

แม่ยัง "ห่วง" + "รัก"คุณตลอดเวลานะคะ


โดย: เอ๊กกี่ วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:03:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.