Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
15 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
สนุ๊กเกอร์ : ไอ้หนุ่มหมัดเมา

22:33 14/5/2550
Snooker ...





.
.
.

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม่มา เบื่อๆก็เลยโทรชวนต๊อกออกมาเล่นสนุ๊กเกอร์
ต๊อกนี่ถูกใจดีจริงๆ ... เรียเมื่อไหร่มาเมื่อมานั้น เป็นหนึ่งในเพื่อนที่แสนดีคนนึงเลยหละ ...


จะว่าไปแล้วสนุ๊กเกอร์กับผู้ชายนี่ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผูกพันธ์กันมาเลยทีเดียว


(อาจเพราะเป็นกีฬา อะไรที่ประมาณต้องแทงลงหลุมหละกระมัง)



ผมเริ่มเล่นสนุ๊กมาตั้งแต่สมัย ชั้นประถมเลยนะ ป.๔ ป.๕ ตอนนั้นก็เริ่มเล่นแล้วหละ ...
ถ้านับย้อนไปก็คง พ.ศ. ๒๕๓๒ - พ.ศ. ๒๕๓๓ กันเลยทีเดียว

โดนเจ้าของโต๊ะไล่บ้าง มาร์คเกอร์ไล่บ้าง ... เพราะยังเป็นเด็กอยู่มากๆ ...

สมัยนั้น (ไม่รู้จะเหมือนสมัยนี้รึเปล่านะ) กีฬาชนิดนี้ไม่ถูกบรรจุเป็นกีฬาเลยกระมัง
เพราะใครเล่นก็จะถูกมองว่า มันเป็นการพนันเสียมากกว่า

ภาพของคนเล่นเลยดูไม่ดีเท่าที่ควร ตอนนั้นคงไม่มีใครเค้าเล่นๆกันเหมือนสมัยนี้

จะเล่นก็ต้องติดปลายนวมกัน ...


ผมจำไม่ได้เหมือนกันนะ ว่าไอ้คำว่า "มาร์คกี้"(ผู้หญิง) นี่มันมาจากไหน ... เพราะสมัยก่อน มีแต่คำว่า "มาร์คเกอร์"(ผู้ชาย)


ก็เพิ่งจะมาเคยได้ยินตอนสมัยมาเรียนที่กรุงแล้วหละครับ

เล่นไม่ถึงก็ขอให้ได้เล่น ลองนึกดู ไปเล่นกันสองคนเพื่อนข้างบ้าน รุ่นราวคราวเดียวกัน


เล่นจนมา ป.๖ ก็ย้ายมาเรียน ม. ๑ ที่หาดใหญ่ หลังจากนั้นก็พบเพื่อนเล่นเหมือนกันนะ


ไม่แปลกใจเลยนะ ว่ามันจะเป็นกีฬาที่มีเพื่อนผู้ชายเล่นกันเยอะมาก สิบคน เล่นกันเป็นสักแปดคนแล้วหละ


ตอนนั้นเล่นที่ รพช. นะ (ศูนย์เร่งรัดพัฒนาชนบท) ฝีมือผมก้าวล้ำไปเลยทีเดียว

เพราะผมเริ่มเล่นก่อนใครๆ ... (มั้ง)


แล้วก็ย้ายเข้ามาเล่นในเมืองหาดใหญ่กันบ้าง .. เพราะตรงนั้น มันใกล้หูใกล้ตีนพ่อเหลือเกิน
เล่นไปเสียวไป บางทีแกก็ไปเช่าหนังใน รพช. กลัวแล้วกลัวอีก ...


ก็ไปเล่นแถวอำเภอ ข้างคลองอู่ตะเภา ก็ยังเก่งคนอื่นเขานะ ...

แต่พอมันเล่นพนันกัน ห้าบาท สิบบาท ตามเรื่องตามราว มันก็ไม่ให้ผมเล่นหรอก ได้แต่นั่งมอง

ตอนนั้นนี่ เล่นเป็นเกมส์ เกมละ 10 บาทบ้าง 7 บาทบ้าง หมายถึงค่าเกมนะ


ถ้าผมลงเล่นก็ไม่คุ้มหรอก ... เพราะมันตบเร็วเหลือเกิน ผมเริ่มหัดเล่นกับโต๊ะแปดขาหนะ ...





โต๊ะแปดขา กับ โต๊ะ หกขา ...
โต๊ะแปดขา คือ โต๊ะที่ใช้แข่งระดับสากล โต๊ะหกขา เป็นโต๊ะเล็กๆ หนะ


พอมาเล่นโต๊ะเล็กๆ แล้วมันก็แทงโคตรง่ายเลย ประกอบกับหลุมมันช่างใหญ่ดีเหลือเกิน
เล่นเป็นเกมก็ไม่คุ้มหรอก ...


ต่อมา ...
เอาละสิ ย้ายมาอยู่บ้านย่า (พ.ศ. ๒๕๓๕) ... เป็นร้านขายของชำ มีโต๊ะสนุ๊กด้วย ... พยัคฆ์ติดปีกเลยหละคุณเอ้ย

แรกๆก็เคอะๆเขิลๆอยู่ จะบอกเค้าว่าเล่นเป็นก็ไม่กล้า ...พอหลังๆก็เริ่มเล่นให้ที่บ้านรู้ แต่เค้าก็ยังไม่รู้ว่าเล่นเก่งพอตัว
นึกว่าก๊อกๆแก๊กๆ ...



เพื่อนรุ่นๆ ไม่มีใครเล่นด้วยหรอก อยากจะเจริญเติบโตใหญ่ขึ้น ... พูดง่ายๆ อยากลองดี ...
เล่นกับผู้ใหญ่เลย ตอนนั้น อายุสัก ๑๔- ๑๕ ปีได้กระมัง ก็เริ่มเล่นกับผู้ใหญ่
คืนแรกจำได้เลย เสียแทบหมดตัว วันนั้นพ่อมานอนที่บ้านด้วย ... ขโมยตังค์ในกระป๋องย่าไปเล่นเกือบหมด
พ่อลุกขึ้นมา ตีกลางวงเลยนะ ... ตอนนั้นตีสามตีสี่ได้ ...

ตั้งแต่นั้นมาเข็ดพอสมควรเลยหละ ...



แต่อย่าคิดว่าผมจะยอม ...


ฮา


หลังจากนั้นผมก็ไปเล่นใหม่ วันนั้น มันตื่นเต้นจริงๆ ... ตั้งแต่นั้นก็ชนะเรื่อยมา จนมีชื่อในระดับนึง
จนย่า ต้องสั่งห้ามไม่ให้เล่นหนะ ... เพราะเราเป็นเจ้าของ ถ้าเราเล่น เราชนะ ต่อไปลูกค้าก็หนีหมด


เลยไม่ค่อยเล่นที่บ้านอีกเลย นั่งดูคนอื่นเค้าอย่างเดียว จะเล่นก็เล่นกับน้องๆ เพื่อนๆในหมู่บ้านมากกว่า



กอปรกับมีเพื่อนวงการใหม่เข้ามา ขึ้นม.ปลาย (พ.ศ. ๒๕๓๖) ก็เลยเล่นข้างนอกดีกว่า

เงินเดิมพันสูงขึ้น ค่าโต๊ะแพงมากขึ้น ... ก็กินนะกินเรื่อยมา ...


แต่ก็ไม่ค่อยอยากไปทำร้ายใครนะ สงสารมันวะ รู้ว่าพ่อแม่มันรวย เอาเงินไปหมดอย่างอื่นเหอะ

คือจะมีคู่หูคนนึง พอเสาร์อาทิตย์นี่เอาแล้ว ... แบบได้ทีนึงก็ สี่ส้าห้าร้อย ...


มันก็เบื่อๆเหมือนกัน ไม่รู้จะเอาตังค์ไปไหน


(สังเกตุว่ามันเป็นเพียงพอเพียง ไม่ขวนขวายตั้งแต่ครั้งยังเยาว์แล้ว ... )

ก็เลย เลิกๆไป กอปรกับกินเค้าอยู่ฝ่ายเดียว จะยอมแพ้มันก็ใช่ที่ เงินไม่ใช่เงินน้อยๆ


ฝีมือไปไม่ถึงไหน แต่ชื่อเสียงระบือไปไกล ...

เข้าใจไหม มันก็มีคนมาลองดีบ้าง ... ก็ตามนั้นนะ แค่ชนะได้สักคน มันก็เอาไปลือเป็นวรรคเป็นเวรกันที่โรงเรียน
ใครมันจะไปกล้าเล่นอีกวะ ....


อ่อ ย้อนกลับไปสมัยประถม ช่วงนั้น ต๋อง ดังมากเลยนะ เป็นจุดพีคสุดของวงการสนุ๊กเลยหละ...

"หนังสือคิวทอง" ไม่รู้จะจำกันได้รึเปล่า หรือเดี๋ยวนี้จะมีอีกรึเปล่า ก็อ่านนะ ... อ่านของอาหนะ


ที่บ้านนี่ เป็นโคตรนักสนุ๊กกันทั้งบ้านเลยหละ ...


ปู่
นี่ตัวยงเลย หาพบแกได้ตามโต๊ะสนุ๊ก
อาลือ อาเมี้ย อาเล็ก พี่เอก พี่โทนี่

พ่อผมไม่เอาเลยแต่ว่า ... ผู้ชายมีพ่อคนเดียวนี่แหละ ที่ไม่เล่น (แต่ลูกมาเล่นแทน ...)


ฮ่าๆๆ ... ทั้งคู่เลย


จริงๆ ก็ไม่ใช่หนังสือ "คิวทอง" อย่างเดียวนะที่บ้าตอนนั้น "มวยปล้ำ" ก็บ้ามาแล้ว

มันจะมีหนังสือแมกกาซีนอยู่ สองหัว ก็ซื้ออ่านหมดเลยนะ ...


ฮ่าๆ ... สมัยนี้มีอีกหรอ ไม่มีแล้วมั้ง ...



คุ้นๆ เหมือนกับว่า เคยโดนย่าตีคิวหักเลยที่บ้านหนะ ...


จริงๆ ก็เป็นคนที่ทำคิวให้ที่ร้านเองนะ ...


หลังๆ แม่งลีลาเว้ย โคตรขี้เกียจเลยอะ มานั่งตอกมันกว่าจะแห้ง กว่าจะอะไร

ย่าแกเลยหงุดหงิด ทำคิวเองซะเลย ...


(โอมีน ก็โอมีนเหอะ ... เจอคิวยายเหลียว แม่งสุดยอดอะ หัวแม่งโคตรบานเลยอะ พวกมึงไม่มีแทงแป๊กแน่ ...)



ฮ่าๆๆ


พอมาขึ้นมหาวิทยาลัย ... (พ.ศ. ๒๕๓๙)
สมัคร มันไปเกือบทุกโต๊ะหนะเพื่อนๆ แค่เค้าจะใช้ชื่อผมในการสมัครนะ ตอนนี้ยังมีบัตรที่มีชื่อผมอยู่เต็มเลย



เล่นมันกันทุกวัน . ทุ่มนึงเอาแล้ว .... เลิกโน่นแหละเช้ากันเลย

เคยมีเพื่อนทำแบบเล่นได้เกิน 24 ชั่วโมงอีกหละ


สุดยอดเลย


เป็นคุณสมบัติของนักสนุ๊กมากเลยนะ ทนโคตรๆกันเลยหละ





เคยเล่นสูงสุดหรอ ...
แดงร้อย สีสามร้อย ชุดละ 400 บาท นี่ก็สุดๆแล้ว เป็นเกม ก็เกมละ 500 บ้าง พันบ้าง

หลังๆก็เล่น ใครถึงสามเกมก่อน พันนึง อะไรประมาณนั้น


แต่ล่าสุดนี่ ก่อนที่จะเลิกเล่นกินเงินเป็นเรื่องเป็นราว เล่นอยู่ เม็ดละสิบบาท

ต่อเขาสองเม็ดหยุด

คือพอกรูแทงได้สองเม็ด ยี่สิบกรูต้องหยุดแล้วอะ ... พวกมันแทงกรูยาว


แต่มันยังให้เกียรติต่อกันอยู่มากเลยนะ มันบอกเฮ้ย มึงมีศักดิ์ศรีหน่อย

แต่แท้จริงแล้ว ฝีมือหายไปหมดแล้วนะ



พอไม่ได้เล่นเอาจริงอีกเลย เลิกมา สี่ห้าปีแล้ว ที่กินเงินเยอะๆ ...

ไม่ใช่เบื่อนะ แต่ไม่อยากเล่นให้เครียดหนะ


คือ อยากเล่นเป็นบันเทิง หัวเราะเฮฮาอะไรประมาณนั้น แต่เม็ดสิบบาท นี่เพื่อนๆ พอมันเห็นหน้ากวักมือเรียกเลยนะ

ศักดิ์ศรีกรูหายหมด ... จากเมื่อก่อน ไม่ให้เล่นให้นั่งดู ... เดี๋ยวนี้มันกวักมือเรียกหมู

มีแน่ ไอ้เต้ยจัดให้ สองร้อยสามร้อยได้ทุกวัน

พอมันชนะมันก็สั่งเบียร์ แม่งมีการโทรตามกันทุกวันเลยอะ เรียกหมู ...


สิ้นแต่ไอ่ซัม (ฝีมืออ่อนสุด) มันยังโทรเรียกแล้วเรียกอีกเลย

ไอ้จอม นี่ก็เรียก ... เพราะมันได้กินเบียร์ ...


หลังๆ ตัดสินใจ กอปรกับทำงาน มันเหนื่อยกับงานหนะ ...


แล้วก็เปลืองด้วย .. ไปนั่งทีก็สี่ห้าร้อย ซื้อเบียร์กินที่ห้องดีกว่า สองร้อย ก็เลยเลิกไป


ช่วงนี้ก็นี่แหละ เล่นกับต๊อก เล่นกินเบียร์กัน ช่วยกันหารเท่า


เดี๋ยวนี้ฝีมือดูไม่ได้เลย สายตาเราไม่ค่อยดีแล้ว เล่นเกมมาก อยู่หน้าคอมเยอะ นอนดึก


ไปเลย ตอนช่วงมหาลัยตอนปลาย นี่ก็เริ่มฟอร์มตกแล้วนะ

แล้วยืนระยะไม่ได้นานด้วย พอเกินสักสองชั่วโมง เราก็ไม่ทนแล้ว ขี้เกียจยืน ขี้เกียจเดินมากๆ เพื่อนๆเขาขาแข็ง กรูทำงานทุกวัน
กลับมาโหนรถเมล์อีก ... อนาถ เลยเลิกเลย ...



.
.
.


จำความรู้สึกได้เลยนะ ช่วงที่ต้องเล่นทุกวัน เมื่อสักสี่ห้าปีก่อน

อย่าว่าแต่ไกลขนาดนั้นเลย เมื่อสักปีที่แล้ว ก่อนนอนยังต้องคิดถึงเรื่องเหลี่ยมที่แทงไปวันนี้เลย


แบบมันชอบมากๆอะ


มันเป็นกีฬาที่สุดยอดมากเลยนะ เวลาที่คุณไปยืนอยู่ตรงนั้น ...


ทุกที่จะมืดไปหมด ยกเว้นตอนที่คุณกำลังอยู่ในไม้แทง ... ไฟจะส่องแต่เฉพาะบนโต๊ะ ...

สายตาทุกคู่ จะจับจ้องมาที่ตัวคุณ ... จึงต้องเซตท่าทาง การวางมือ หรือ การยืนให้เนี้ยบที่สุด

เพราะจะมีคนมอง คนสนใจ มันเหมือนอยู่ในอีกโลกเลยนะ เวลาที่ได้เดินแทงเบรคยาวๆ ...


อะโห มันสุดยอดมากเลยนะ .. ทั้งผู้ชาย ... และผู้หญิง (ที่มากับผัวมัน) จะจ้องมองเรา

(ไอ่เราก็ปิดกระดุมคอ กลัวว่านมจะหกให้มันดูกันรึเปล่า ...)



เมื่อวันเสาร์เลยได้ทีไปรำลึกความหลัง แต่เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นคนธรรมดาแทงสนุ๊กทั่วไป แต่จะออกแนวเกรียนกว่า
ตรงที่เมาแล้วเปรี้ยวเสียงดัง ... (กูขู่ไว้ก่อนเว้ย)

เผื่อมีเรื่อง ... มึงมาดวลกับกูเลยดีกว่ามามะ ... ไอ่วงการนี้มันก็ปอดๆเหมือนกันเว้ย ...

คือ มันมีซุ่มฝีมือกันเอาไว้เยอะ กูอยู่มานาน คือ มันก็กลัวเราแบบ ซุ่ม อ่อย เราก็กลัว


เราใช้ประโยชน์จากตรงนี้เว้ย ใครหาเรื่องท้าแม่งมันไปเลย


ถือบอดแต่ขู่ไปเลย กร๊ากๆ ...



(อันนี้เอาเคล็ดลับมาฝากนะจ๊ะ)


แต่เมื่อวันเสาร์ ก็ได้มาช๊อตนึงนะ ... แบบ แดง 5 ชุดจนถึงชอล์คอะ ...


สุดยอด ...



ฉายาผมตอนนี้ ไม่ใช่ "เต้ย บางดาน" เหมือนแต่ก่อนแล้วนะ ...


ห้าหกปีที่ผ่านมา ผมได้ฉายาใหม่ ... "ไอ้หนุ่มหมัดเมา" เว้ย หลอกมันว่าแม่งเราเมา (จริงๆกูก็เมา)

แต่ยังเสือกแม่น ... เขาเลยให้ฉายามา


เวลาเดินมีเสียงเพลงด้วยเว้ยยยย

(แปลว่าเมาจัดแล้ว)





แต๊ง แตง แต๊ง แตง แต๊ แด๊ง ~~~






ไปละจ้า ~~~




ปล. ผมให้ฉายาพวกบรรดาผู้หญิงที่ไปนั่งรอเวลาแฟนแทงสนุ๊กว่า "ชมรมแม่บ้านทหารบก" ครับ
พวกเธอจะนั่งจับกลุ่มคุยกัน ... ซื้อขนมผลไม้มากิน ...

กร๊ากๆ ... แม่บ้านทหารบก ...












index2





Create Date : 15 พฤษภาคม 2550
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 0:09:39 น. 6 comments
Counter : 685 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยมตอนดึกคับ


โดย: frank3119 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:51:35 น.  

 


โดย: ปู IP: 61.7.149.21 วันที่: 22 ตุลาคม 2550 เวลา:17:03:40 น.  

 
อยากอ่านหนังสือคิวทองมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ไกด์ IP: 61.19.35.42 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:30:47 น.  

 
หนังสือคิวทองยังมีขายอยู่ค่ะ แต่ขายไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนเลยหาซื้อยาก ที่คิวทองซ.รามคำแหง 98/1 มีแน่นอน ได้ดูทีมชาติ ซ้อมด้วย ค่ะ


โดย: baby IP: 124.120.116.108 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:20:15 น.  

 
h้้akerone2852531@hotmail.com
ผมอยากรุว่าหนังสือคิวทองออกมากี่เล่มแล้วครับ
แล้วราคาของหนังสือคิวทองราคาเท่าไหร่ครับ มีขายที่ไหนบ้างครับ 7-11 มีขายไหมครับ นี่เมลผมครับขอบคุณมากน่ะขอรับ สำหรับท่านที่ตอบคำถามผมครับ


โดย: ยะ เยาวราช IP: 202.183.171.161 วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:11:00:48 น.  

 
หวัดดี


โดย: c)บอย IP: 58.147.102.98 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:10:28:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.