Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
นั่งคุยกันหน่อยสิ

22:51 9/4/2550
T O L D


.
.
.



วันนี้มีเรื่องมาเล่ามากมาย ... เริ่มเล่าเลยละกัน ...


เรื่องที่หนึ่ง
เหตุการณ์เพิ่งเกิดเมื่อสักครู่นี่เอง ... เวลาสามทุ่มกว่าในขณะที่ผมกำลังนั่งทอดหุ่ยฉลุยอารมณ์อยู่นั้น
แม่อยู่ข้างบนผมอยู่ข้างล่าง ... นั่งปลดปล่อยมองผู้คนผ่านไปผ่านมามากมาย ...
ฉับพลันก็มีเหตุการณ์วิ่งราวเกิดขึ้น ... คนร้ายขับมอร์เตอร์ไซค์ผ่านไป ...
ผู้ชายแฟนผู้หญิงที่โดนกระชากกระเป๋าวิ่งตามไป ผู้หญิงคนนั้นวางกระเป๋าฝากไว้ที่ผมแล้ววิ่งตามแฟนเค้าไป ...
หายไป เกือบสองชั่วโมงกว่า ... ผมเพิ่งขึ้นมาเมื่อสักครู่นี่เอง นั่งคอยเค้าอยู่เกือบสองชั่วโมง ...
ฝากข้างล่างบอกเอาไว้ ว่าให้มาหาที่ห้องนี้ ถ้าจะเอากระเป๋า ดูท่าจะมีค่าด้วยนะสิ ...
เหมือนจะเป็นโน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อเอชพี หนักๆ ด้วย ... พร้อมกับมะม่วงและฝรั่งหนึ่งถุงพร้อมน้ำจิ้ม
ผมก็นั่งรออยู่อย่างนั้นแหละ นานแสนนาน จนตอนนี้ขึ้นมาก่อน ไม่รู้เขาลืมกันไปหรือยัง ...

ในระหว่างนั้น ...



เรื่องที่สอง
ผมนั่งอยู่จนเหน็ดหน่าย ... โทรหาบักโกรก ถามว่าที่ทำงานเป็นไงบ้าง เขาบอกว่า ลูกค้าจะยกเลิกสัญญาแล้วหละ
ป่าวไม่ได้แปลว่าผมจะตกงาน แต่แปลว่า ผมไม่ต้องไปทำงานชั่วคราวมั้ง ...


เรื่องที่สาม ...
หลังจากนั่งอยู่นาน ผมก็โทรไปหารส ... ถามเรื่องสำคัญ ... ปรากฏว่าผมดันลืม
เป้าหมายสำคัญในชีวิตผม ... โอ้ .. ได้ไงฟระ ...อะไรกันเนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้รสบอกว่าให้ลองไปติดต่อ



นี่ฉันทำอะไรอยู่เนี่ย ... ไม่น่าเลย ตำหนิตัวเอง
ผมเอาเวลาไปทำอะไรหมดเนี่ย ...



เรื่องที่สี่ ...
วันนี้ผมโดดงาน .. แต่ชะเออ แม่อยู่บ้าน ... เลยต้องทำเสแสร้งแกล้งออกไป นึกถึงตัวเองสมัยเรียนจริงๆ ...
ไปยืนขลุกอยู่ร้านหนังสืออ่านหนังสือฟรีทั้งวัน กลับบ้านตั้งแต่บ่ายสอง บอกวันนี้เค้าร่นคาบ
เอ้ย ซ้อมกีฬาสี เอ้ย อ. ไม่สบาย ... เอ้ย ซ้อมไหว้ครู เอ้ย ...

-_-" ...

บอกแม่ว่า ตกลงกับเรื่องโปรแกรมบัญชีเจ้าใหม่สำเร็จแล้ว

(นั่นทำให้พรุ่งนี้ผมต้องไปเสแสร้งแกล้งทำว่าออกไปทำงานอีก ... (ฮา)




เรื่องที่ห้า ...
ผมเพิ่งรู้สึกตัววันนี้เองว่า การเป็นหนุ่มทำงาน มันชวนให้สาวๆมหาลัยสนใจมองจริงๆ (กร๊ากๆ)
" การอ่านหนังสือยิ่งทำให้คุณน่าสนใจเข้าไปใหญ่ เอิ่กๆ ... "

ไม่เสียแรงเลย ทุกวันเวลาเลิกงาน กลับมาถึงลงจากรถไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน
ผมยอมลงก่อนถึงป้ายจริงสองป้าย ... เพื่อที่จะเดินผ่าน ม. เอแบค ...

ฮา ...

แต่ช่วงนี้ปิดเทอมนะสิ ... -_-"



เรื่องที่หก
23.13 น. เขามาเอากระเป๋าไปแล้ว พูดจาน่ารักมากเลย สุภาพเรียบร้อย ผู้ชายนะ ..
สงสารมันเหมือนกัน ... ไม่ได้อะไรคืนเลย เห็นว่ามี
- มือถือสองเครื่อง
- เอกสาร
- กระเป๋าสตางค์ ด้วยหรือเปล่าไม่ทราบได้ ...

ปรากฏว่าอยู่ตึกเดียวกัน ... เฮ้อ โจรหนอโจร ...
แต่ที่ทิ้งไว้กะฉัน นั่นมันโน๊ตบบุ๊คนะนั่น เขาก็ถาม พี่จำอะไรได้บ้าง บอกจำไม่ได้เหมือนกัน มัวแต่นั่งทอดหุ่ยอยู่ ...


-_-"

ไม่รู้ปลอบใจไงเหมือนกัน ...


เรื่องที่เจ็ด
กลับมาก็นั่งเล่นซื้อขายหุ้น (เดี๋ยวไปใส่ในรายงานพอร์ตการลงทุนแทน ) มีเรื่องฮาๆ เกิดขึ้น ...



เรื่องที่แปด
แม่มาถึงเมื่อวันเสาร์ แอบไซโคแม่ก่อนไปถึง ด้วยการแกล้งซื้อหหนังสือ อสท. (วารสารท่องเที่ยว)
บอกว่าอยากไปเที่ยวต่างจังหวัด เบื่อแล้วอยู่กรุงเทพฯ ...
วันอาทิตย์ นัดเจอน้อง ไปงานสัปดาห์หนังสือกัน ...
แล้วน้องก็ไม่มานอนกับแม่ ... หายเข้าป่าไปแล้วหละ

ที่เขามานอนเมื่อก่อน ก็เพราะตอนนั้น เขาเรียนศิลปากรที่เพชรบุรี พอปิดเทอมเด็กมันก็กลับบ้านกันหมด
เขาก็ไม่มีเพื่อน มาสงกรานต์ปีนี้ น้องก็มาฝึกงานที่กรุงเทพ ... เพื่อนเขาก็อยู่กันเยอะแยะ เขาก็ไม่มานอนกับแม่หรอก
เขาก็อยู่กับเพื่อนเขาดีกว่า ... จริงๆเราก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ...

เหอๆ ... หาใครจะมาเป็นอภิชาตบุตรอย่างชั้นนั้นไม่มีอีกแล้ว
(แขวลี ... งี่เง่า บอกให้อ่าน อะ-ภิ-ชาด-ตะ-บุด ฉันอ่าน อ-ภิ-ชาด-บุด ... ฉันก็รู้ว่าฉันผิด แต่แขวลี ... งี่เง่า)


หลังจากที่ให้แม่ลองลางยา ชวนน้องไปจันทบุรณ์ ใจฉันก็ไม่อยากไปมันลำบาก ฉันยิงปืนนัดเดียว ได้นกถึงสองตัว

- ก็อยากไปนะแม่ แต่ไม่มีรถเองนะมันลำบาก ... ไปรถประจำทางมันลำบาก เห็นไหม อย่างที่เราไปห้วยโต้ถ้าไม่มีรถนี่
ลำบากแย่เลย เขามีนะมีรถประจำทาง แต่เขาออกเป็นเวลา เราไปก็ต้องไปนั่ง คอย

นัดแรก ... ฉันจะยิง เพื่อให้ใจอ่อนแม่ซื้อรถให้ ...

๑. คืองี้ พ่อจะซื้อให้นั่นแหละ แต่สงสารพ่ออะ ถ้าพ่อซื้อแก่จะแย่อยู่แล้ว ... ยังมานั่งผ่อนรถให้ฉันอีก
๒. ฉันไม่อยากผ่อนเอง เป็นโปรเจ็คของฉันที่ตั้งปฏิญาณตนไว้เมื่อสิบปีก่อน ถ้ารถคันแรกไม่ใช่รถมือสอง หรือมีคนซื้อให้
จะไม่ยอมซื้อป้ายแดงเป็นอันขาด เพราะฉันคิดว่า ถ้าฉันซื้อรถยนมือหนึ่งญี่ปุ่นแล้ว ชีวิตฉันอาจไม่ได้ขับรถยุโรปอีกเลย ...
(อันนี้เป็นความคิดเมื่อสิบปีที่แล้วจริงๆ ...)



เรื่องที่เก้า
แต่แม่นะ วันนี้ทำหงุดหงิดมากเลยนะ ... คุยเครียดๆเรื่องงาน แกก็ชวนไปแต่กระบี่

" จะออกสิ้นเดือนนี้เลยไหม แม่จะได้จัดวางแผนตารางถูกให้ลูกไปอยู่ด้วย "

โคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร หงุดหงิดเลย หัวเสียเพิ่มขึ้นไปอีก ...


เรื่องที่สิบ
นัดที่สอง
เป็นผลลัพธ์ ที่บอกว่าจะชวนไปจันทน์ ... แม่ก็เลยไปแย่บๆน้อง ถามว่าจะไปไหม เค้าบอกจะไปเที่ยวกับเพื่อน

เห็นไหม ความเป็น อภิชาตบุตรของฉัน ... ไม่มีใครอีกแล้ว เอา นี่พูดจริงๆ


" ใครจะทนอยู่กับพ่อแม่ได้ตลอดในช่วงระยะเวลาเทศกาลสำคัญของประเทศนี้สองเทศกาลถึงสามปีติด "

ถ้าจะมองว่าผมใจร้าย ผมว่า คุณต้องไปนั่งมองดูตัวเองใหม่ดีกว่านะ ... จริงๆ

ไม่ได้ออกไปไหน ออกไปก็มาคุ แบบมันคนละสไตล์กันอะน้องกับเรา น้องมันเหมือนเด็กๆ แนวๆ เดินห้าง

เรานี่จ้องจะไปวัดถ่ายรูปอะไรของกูไปเรื่อย อะไรประมาณนั้น แล้วมันคนละเส้นทางมากเลยนะ


เรื่องที่สิบเอ็ด
แม่นะนะ ก็พยายามฝืนดึงดัน ที่จะอยากให้ลูกอยู่ร่วมกัน รวมกัน หรือมาหา หรือมาอยู่
โดยที่ไม่ดูความสุขของลูก หรือความสุขของใครเลย

บางครั้งก็ตั้งคำถามเหมือนกันนะ แม่ทำเพื่อใครกันแน่

เข้าใจแหละว่า คิดถึงลูก อยากอยู่กับลูก แต่แล้วดูสิ่งที่ได้จากน้องตอนนี้ น้องทนแค่นนี้ มันก็อยู่ไม่ได้แล้ว
วันนี้ยังต้อง หอบสังขารกันไปสองคนแม่ลูก ไอ่เราก็สงสารแม่ ไปนั่งรอน้องกันอยู่ เป็นชั่วโมงที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

เราก็ไป ก็ทำตัวครื้นเครงไม่ให้เบื่อนะ แบบ ไม่อยากให้แม่รู้ว่าเราเซ็งมากๆ ...


ดูสิ ...
เป็นคนที่ยอมคนมากจริงๆเลยนะ ผมอะ แต่ไม่ค่อยมีใครเห็นหัวเท่าไหร่
พอยอมแล้วก็ได้ใจ ไม่คิดอะไรหรอก คิดว่ามันธรรมดา จะไปหาจากคนอื่นไม่ได้หรอกอย่างนี้

แต่ก็ยังเป็นตัวร้ายอยู่นะ ... เราก็ยังเป็นตัวร้ายอยู่วันยังค่ำ ทำไรไป ไม่ใคร่จะมีใครเห็นความดี ...

ชินซะแล้ว อยู่งี้แหละ เลยไม่ค่อยอยากจะคบใคร วุ่นวายใครมากมาย นี่มันก็เป็นเหตุผล
เลยตัดสินใจ ใช้ชีวิต สันโดษ ... นี่เป็นเหตุผล ไม่งั้นชีวิตผมจะไม่ได้ทำอะไรเลยหละขอบอก ...



มันมองเหมือนจะใจร้ายกับแม่นะ แต่จริงๆแล้วก็ไม่ ก็เข้าใจท่านแหละ
แม่บางครั้งก็เหมือนคนงงๆอยู่ในโลก น่าสงสารมากเลย ถ้าอยู่กับผมนี่ ผมจะต้องหัดมุมมองในชีวิตเสียใหม่

ครั้งนี้นะ ผมถือว่า ให้เป็นบทเรียนสำคัญแนวคิด ... เรื่องนี้ไป เป็นบทเรียนของแม่ ..
ที่แม่ต้องเรียนรู้ ... น้องบอกว่าทำงานถึงวันพฤหัส วันศุกร์ก็ไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อน ...
เที่ยวกับเพื่อน ...


วันนี้นั่งรถกลับ ... สายตาแม่คงเริ่มเรียนรู้อะไรบางอย่างแล้วหละ ...


มองออกไปยังความสับสนวุ่นวายของท้องถนน ...



.
.
.
.
.
.



เรื่องที่สิบสอง
เรื่องสุดท้าย ... วันนี้ผมนั่งเหม่อมองชีวิตผู้คนรอบกาย .. ขณะที่กำลังนั่งทอดหุ่ย (ตอนที่ผู้หญิงที่โดนวิ่งราวมาฝากกระเป๋า)
ผมอึดอัดหายใจไม่ออกมากเลยนะ ...

เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ...




ทุกครั้งที่ผมยกโทรศัพท์ โทรหาใครสักคน ล้วนแต่ต้องมีเรื่องที่ตื่นเต้นตามมาทุกครั้ง ... (เป็นนัยเดือดร้อนเสียมากกว่า)
ใครสักคนที่ผมโทรหาดันเป็นผู้ชายทั้งหมด ...

.
.

ผมนั่งมองคนเดินผ่านไปเป็นคู่ ...


ผู้หญิงเดินขากะเผลก ... เพราะส้นสูง ... ผมอยากเข้าไปคุยแทบตาย ...

" เจ็บเท้าหรอ "


ผมค้นพบว่าตัวเองไม่มีสาวใดให้เจาะแจ๊ะเหลืออีกเลย ...

ที่อยากคุยก็ไม่ใช่อยากหลี ... แค่อยากคุยกับใครสักคน ...


ช่วงใกล้เทศกาลทีไร มันจะต้องเงียบๆ อย่างนี้ทุกทีสิน่า ...
แถมก็เป็นช่วงที่แม่มาทุกครั้ง ....

ทำให้ผมฟิลดาวน์ และต้องการใครแบบสุดๆไปเลย แล้วเหงา มันเหงาจริงๆ แบบแทบเจียนตายเลยอะ

ผมอยู่คนเดียวยังไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลยนะ ...


ผมไม่มีใครเลยอะ ...


เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันนะ ... ไม่มีใครให้คุยแบบบ่นโน่นบ่นนี้เลยนะ ...

บักโกรก .... ดร. นิรันดร์ ... ก็คุยเรื่องานอะนะ จะไปบ่นมันก็น่าเกลียด

ไอ้รส ... มึงเป็นเหี้ยอะไรอะ ... อะโห ... เริ่มงี้ ... ไปต่อไม่ถูกเลย


ผมมานั่งย้อนถามตัวเอง ตอนนี้แบบผมไม่มีใครที่คุยแล้วสบายๆเลยอะ

ยอมรับนะ ว่ามันเกิดจากตัวเอง ที่ไปคุยแล้วอึดอัด



แค่ยังไม่โทรนี่ก็เครียดแล้วนะ

- จะรับป่าววะ ถ้าไม่รับนี่ ฮือๆ .. จะทำไรอยู่ฟระ ฮือๆ
- ถ้ารีบวาง ... โอย กรูต้องบ้าตายแน่ นี่ชั้นไม่สำคัญเลยหรอ
- ถ้าสายไม่ว่าง ปิดเครื่อง เออ อันนี้ค่อยดีหน่อยมั้ง (อย่างน้อยก็มั่นใจว่า ฉันยังมีเพื่อนอีกทั้งโลกที่ติดต่อเธอไม่ได้)
- ถ้ารับแล้วเขาอารมณ์ไมดีจากเรื่องอื่น หรือไม่ยอมฟังฉัน อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆ ฉันจะบ้าตาย


(เรื่องข้างบนนี้จะส่งผลให้เต้ยหัวเสียระยะยาวมากๆ)


เพราะฉะนั้น...



" อย่าโทรดีกว่า "


.
.
.
.


นั่นคือบทสรุป ...



T___T


เศร้าจัง ... เดียวดาย เหงาหงอย ...



หนาวเหน็บหัวใจ ... จนแทบทนไม่ไหว ...



คุยกับแม่ก็ ...

บ่นเรื่องงาน ... ก็มาอยู่กระบี่สิ ...
บ่นเรื่องของกิน ... ก็มาอยู่กระบี่สิ ...


แรกๆก็น่ารักดี ... ตอนนี้ชักรำคาญแล้วอะ ...








บอกตามตรง ... หน้านี้ผมหมดท่ามากเลยนะ ...




รู้สึกเหมือนการเขียนจะช่วยต่อลมหายใจเวลาที่คิดถึงใครจริงๆ ...


index2




Create Date : 10 เมษายน 2550
Last Update : 10 เมษายน 2550 0:32:22 น. 10 comments
Counter : 427 Pageviews.

 


ก็เวลาคิดถึงใคร

การแสดงออกทางใดทางหนึ่งมันช่วยได้นี่นา

การเขียนก็เช่นกัน

ว่าแต่เรื่องเยอะจริงๆ เลยเนอะ ^^

นึกถึงสมัยก่อนตอนพ่อยังอยู่

บ่นไรนิดไรหน่อยก้บอกกลับมาอยู่บ้านสิ

พอตอนนี้ เขาไม่อยู่ให้กลับไปหาแล้ว เศร้า



โดย: jengly วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:0:35:28 น.  

 
จขบ. นั่งคุยได้ยาวจริงๆเลย นับถือๆ

หลับฝันดีค่ะ มีความสุขมากๆน๊า


โดย: fonrin วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:0:49:20 น.  

 
แวะมาอ่านอ่ะ จขบ มีเรื่องให้อ่านเยอะจิงๆหลับฝันดีนะคะ...


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:1:02:07 น.  

 

ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะครับ

พอดีช่วงนี้โดนหนักอะครับ คิดมากหลายเรื่องเลย
ไม่รู้ว่าภาวะชีวิตปกติ มันจะมีเรื่องเข้ามางี้รึเปล่านะ

แต่พอมันเหลือกระดาษทด เหลือสเปซในชีวิตเราน้อยลง
มันทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูจะปะดังปะเดเข้ามา ...

เรื่องมันเลยเนอะไปหน่อย ...
(รู้สึกเหมือนมันจะเกิดขึ้ในวันนี้หมดเลยนะนั่น)

สามเรื่องแรกนี่ภายในครึ่งชั่วโมงอะ ...


เมื่อกี้ไปอาบน้ำอาบท่า ก็รู้สึกโล่งๆขึ้น คราวนี้ก็ต้องเริ่มวางแผนจัดการละครับ

เช้าเลยก็ต้องโดนเจ้านายโทรมาเอ็ดก่อนแน่
(เตรียมใจไว้แล้ว)

ต่อมาก็ไปจัดการเรื่องที่สาม

แล้วก็โม้แม่ว่าไปทำงาน ... (เพราะที่ทำงานบอกไม่ต้องไปแล้ว)
ไปขลุกร้านหนังสือ

แล้วก็จัดการเรื่องหุ้น

น่านแหละ ... เฮ้อ .. ฟู่ ... หลับหละ
พรุ่งนี้ต้องสู้อีกวัน





(พรุ่งนี้บอกแม่ว่าไงดีน้อถ้ากลับเร็ว) ...

" อาจารย์ไปงานศพ ผอ. กันหมดโรงเรียนเลยฮะแม่ วันนี้โรงเรียนเลยเลิกเร็ว "




โดย: Register_AC วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:2:18:39 น.  

 
เล่าเรื่องยาวมากๆ( ออกแนวบ่น เพ้อแกมเศร้า)แต่เชื่อมั้ยนั่งอ่านไปแปดสิบ% แน่ะ

สงกรานต์ของเราก็คงวุ่นวายอยู่ที่ทำงาน

อยากได้ความเงียบแบบคุณมั่งอ่ะ

..

อย่ารำคาญแม่เลยนะ แต่บอกคุณไปบางทีฉันก็แอบมีอารมณ์นี้เหมือนกันนะ ตอนกลับบ้านแม่ไปนอนด้วย รู้สึกไงไม่รู้ มันไม่ชิน

..

ชีวิตคนเราก็แบบนี้แหละคุณ สุขทุกข์เศร้าเหงาปนๆกันไป

คนอื่นนอนหลับสบายแต่ฉันต้องมาทำงานอ่ะ (บ่นมั่ง)


โดย: random-4 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:4:12:39 น.  

 
^
^


ขอบคุณครับ


โดย: Register_AC วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:7:38:08 น.  

 

ย้อนไปอ่านดวงมา ตรงจริงๆ เลยครับ ราศีนี้ ผมก็ราศีนี้ เกิดหลังจากคุณ Register_AC วันเดียวเอง

อย่าคิดมากครับ !!!


โดย: One Light One Shadow วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:8:07:29 น.  

 
^
^
^

เพื่อนผมเกิด 8 กันยา ปีเดียวกัน เคยไปดูหมอดูด้วยกัน
ตอนแรกหมอเขาก็ดูให้ผม ... พูดบลาๆเบลอๆร่ายยาวไป

พอดูให้เพื่อน หมอบอกว่า

" อ่าว นี่ดวงคุณสองคนเหมือนกันหนิ ... ดวงคุณก็เหมือนคนนี้แหละ "


แต่แกเก็บเงินสองคนครับ ... อึ้งแด่กกันทั้งคู่ ...




โดย: Register_AC วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:8:18:10 น.  

 
แวะมาอ่านตอนเช้าคับ ยังงัยแม่ก็สำคัญที่สุดนะคับ


โดย: frank3119 วันที่: 10 เมษายน 2550 เวลา:9:39:30 น.  

 

พี่ ... มีไรไม่สบายใจระบายกะหนูก้อได้นะ เด๋วหนูเป็นส้วมให้

ว่าแต่ส้วมแบบไหนดีอ่ะ ... เอาแบบชักโครกแระกาน ท่าทางไฮโซดี

อย่าลืมนะพี่เต้ย ... มีอะไรก็ระบายได้ เก็บเอาไว้มาก ๆ ระวังจะกลายเป็นโรคเครียดนะเออ


โดย: หนูปิว ~* (Accountant_Girl ) วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:2:25:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.