Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้ แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำฉันใด

18:22 2/3/2550
Even ing



อ่า .... สวัสดีเย็นๆ ค่ำๆแบบนี้ นานๆทีจะเห็นมานั่งเขียนอะไร
ก็คงจะพอเดาออกเป็นสัญญาณว่าวันนี้วันศุกร์ไม่ได้ไปทำงานนั่นเอง

อาทิตย์นี้หยุดงานไปทั้งหมดสามวันแล้วหละ จันทร์ อังคาร ศุกร์
ไปทำแค่สองวันเอง พุธกับพฤหัส มันเหนื่อยจริงๆ

อาทิตย์ก่อนกลับมาจากบ้านก็ต้องมาทำงานเลย พออีกวันก็ต้องไประยอง
วันนั้นกลับมาก็ตั้งเกือบสามทุ่มแล้ว ... ก็เลยป่วยประชดเสียเลย

เมื่อคืนนี้ก็จิตตกนอนไม่หลับ เกือบตีห้าแหนะ
แต่ก็เป็นสัญญาณดี เพราะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เกือบตีห้าแหนะ กว่าจะนอน
คงเพราะเริ่มปรับตนให้เข้ากับการเลิกเบียร์ได้เกือบอาทิตย์แล้วกระมัง

เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์หนะ (ก็เพิ่งเริ่มอ่านเมื่อคืนนี้แหละ)
คือไม่ใช่จะเข้ากับกระแสของประเทศในตัวหนังนเรศวรแต่อย่างใด

แต่แค่สงสัยอะไรนิดหน่อยตอนกลับบ้าน

ทำไมบ้านฉันต้องไหว้เจ้าว่ะ แต่ดีนะ เราก็ทำกันแบบไทยๆ ไม่ใช่จีนอะไรหรอก
แม้จะเห็นนามสกุลฉันแล้วจะ อ่ายหย๋า ~~~

ก็เลยคิดว่าไหว้บรรพบุรุษ ก็ถือเป็นสิ่งดี ก็ดีที่รับวัฒนธรรมอันดีอันนี้มา
อย่างน้อย ลูก หลาน เหลน ก็ได้มาอยู่กันพร้อมหน้า

อ๊ะ อันนี้ก็นอกเรื่องนิด พ่อบอกว่า วันไหว้บรรพบุรุษ ที่คนจีนเขาไม่ทำอะไร
เขาก็มีความคิดอย่างนี้นะ วันไหว้พ่อแม่แท้ๆ ถ้ายังทำมาหากิน นั่นก็แสดงว่ายังไม่พอกิน
มันก็ต้องทำอยู่ร่ำไป ...

อืม เป็นคำที่ดีนะ เห็นด้วยมาก หากคนจะตีเป็นอื่นอีก ก็คงจะเห็นด้วยอีก
เป็นคนหัวอ่อน

ก็งงนะ เพราะที่บ้านทำการค้าขาย พอฮารีรายอของแขก ก็หยุด หยุดตั้ง ๑๕ วันแหนะ

ก็เลยตั้งคำถามตนเองว่า


" แล้วตกลงโคตรพ่อ โคตรแม่ฉันมาจากไหนกันละเนี่ย "


ก็เลยต้องไปหาหนังสือมาอ่าน จะไปหาหนังสือ "คนไทยมาจากไหน" ที่ดังๆหนะมาอ่าน

แต่ก็ไม่เจอ ก็เลยได้เล่มอื่นมา ถ้าจะเล่าคงเล่าให้ฟังแบบสอดแทรกไปเรื่อยๆ
คงไม่เล่าแบบตูมเดียวหรอกนะ เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนพูดเรื่องเดียว ได้ยากลำบากเหลือเกิน


^____^



ที่บ้านเนี่ยเค้าทำประมง ประมงเนี่ยก็ ... เอจะอธิบายกันยังไงดี

เอาเป็นว่า กว่าจะมาเป็นปลาให้เรารับประทานกัน มันก็มีเส้นทางดังต่อไปนี้นะ
แล้วก็มีความสัมพันธ์กับเชื้อชาติใดบ้างละเนี่ย


เริ่มต้นจาก
ท่าประมง ท่าประมงเนี่ยก็จะมีเจ้าของแพ แพปลาก็จะเป็นที่ๆเอาเรือมาจอด
ส่วนเรือจะเป็นของเจ้าของหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ พอ "เรือขึ้น" ก็จะมีพ่อค้า แม่ค้ารับไปตรงนั้นเลย

ไปขายก็ในท่าประมงนั่นแหละ ตรงนี้แหละที่ครอบครัวฉันทำ ขั้นตอนตรงนี้เราจะมานั่งคัดไซส์ปลา
ขัดขนาดของมันกัน ก็มีปลาหลายอย่างนะ แต่ปลาเมื่อก่อน ก็ไม่เหมือนปลาสมัยสักเท่าไหร่

ปลาเมื่อก่อนปลาที่ว่าแพงๆ ก็ออกจะเยอะแยะ วันกลับบ้านเพิ่งไปกินปลาริวกิวกัน
ปลาริวกิวแดดเดียว กิโลละ สองร้อยกว่บาทแหนะ เดี๋ยวนี้ก็ต้องซื้อกินกันแล้ว

" ปลาริวกิวที่มันหน้าเหมือนปลาดุกใช่ไหมพ่อ "

" เออ ใช่ มาถามอย่างนี้เสียหมด เอาปลาริวกิวไปเปรียบกับปลาดุก ไม่มีความรู้ในเรื่องปลาเอาเสียเลย "


น่าน ฉันโดนพ่อปรามาสเอาเสียแล้วเมื่อตอนกลับบ้านที่ผ่านมา

ตัวมันจะใหญ่มาก เด็กๆ ก็ไปเที่ยวท่าประมงบ่อยมาก เรียกว่าไปทำงานเสียมากกว่ากระมัง
ไปช่วยคัดปลา แต่ก็คัดผิดๆถูกๆ พอคัดเสร็จ

ก็จะกลับมาต่อกันหลังจากคัดแยกเสร็จที่หน้าท่า ก็จะเอาลงมาขายกันข้างล่าง
ตรงนี้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ที่ขายตามตลาดสด ตามหมู่บ้าน ก็จะมาซื้อกันเหมาตระกร้า เอาไปขายปลีกกัน

ตรงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นมุสลิม ซื้อเชื่อบ้าง ซื้อสดบ้าง อาศัยว่าทำการค้าขายกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

นี่ไง พอฮารีรายอ เราก็เลยต้องหยุดกับเขาไปอีกหนึ่งเทศกาล
ส่วนเจ้าของแพ หรือเจ้าของเรือ ก็มักจะเป็นคนจีน


เห็นไหม ว่าเราเกี่ยวข้องกับหลายเชื้อชาติมากๆ การดูถูกกันจึงเป็นเรื่องที่น่าขัน
ทำไมต้องมาเหยียดกันก็ไม่รู้ คนไทยเราเองก็ยิ่งใหญ่มานานขอบอก เมื่อก่อนคนไทย ก็อยู่หลายที่นะ
ฟังแล้วคงตกใจ จีนเอย อินเดีย ขอม พม่า เนี่ย เป็นไทยทั้งนั้นเลยนะ เราเองก็มาจากทางด้านนี้
เราเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น เมื่อก่อนอณาจักรของเราจะใหญ่มากเลย กัมพูชานี่ก็ของเรา พม่านี่ก็ของเรา ลาวนี่ก็ไม่ต้องสงสัย

พอยุคล่าอณานิคม เราก็เริ่มต้องเสียดินแดนไป ให้ฝรั่งเศสบ้าง อังกฤษบ้าง
อังกฤษนี่คราวก่อน พูดเรื่องจอร์จ วอชิงตั้น มันก็ไปอเมริกา กับสก๊อตแลนด์มาแล้วใช่ไหม คราวนี้มันมาแถวนี้แล้วครับท่าน

นี่เราไม่โดนยึดนี่ไม่ใช่อะไรหรอก มันยึดมากันทั้งสองฝั่ง ทั้งลาว ทั้งพม่า มันเอาเราเป็น "รัฐกันชน"

มันไม่อยากชนกันเอง แต่ก็คอยค่อนแบ่งไปเรื่อยๆ ตัดเฉือนเลือดเนื้อของบรรรพบุรุษเราไปเรื่อยๆ


แต่เราก็แสบไม่เบา พอสมัยจอมพล ป. ก็ไปเอาด้านล่างมาแทน
(ท่านคงไม่ทราบว่าอีกร้อยกว่าปี ก็ยังมีการนองเลือดบนดินแดนผืนนี้กันต่อ)

ฮ่าๆ

กลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า หลังจาก (จากไหนแล้วเนี่ย)

หลังจากที่ซื้อขายกันเสร็จ เราก็ต้องไปตามเก็บตังค์พวกที่เหนียวหนี้
ตามเก็บตระกร้าบ้าง ก็ว่ากันไป

สนุกดี เวลาตามพวกอาๆไป ยุคย่าเราคงไม่ทัน มาทันแต่ยุคอา ที่เค้ารับสืบทอดมาจากย่ามาค้าขายแล้ว

คนที่นี่(สงขลา) เค้าก็จะสอบทอดกิจการกันอย่างนี้แหละ สัมปทง สัมปทานที่ให้กันมันไม่มีหรอก
เอาความผูกพันธ์เข้าว่า เราไปซื้อเชื่อจากเจ้าของเรือเจ้าของแพ เขามากๆ เป็นหนี้เขานานๆ
ก็ไม่มีใครเขาทำมาค้าขายกับเรา

คนที่ประมงที่นี่เลยรู้จักกันหมด สังคมของเมืองสงขลาจึงเป็นแบบปิดส่วนหนึ่ง
คนสงขลา ลักษณะนิสัย ไม่ใคร่จะเหมือนคนหาดใหญ่มากนัก


พอเวลาวันหยุดว่างๆ เราก็จะเอาตะกร้าไปล้างกันที่ชายทะเล สนุกดี พี่น้องหลายๆ เอาตะกร้าไปนั่งขัดกัน คุยกันเล่นน้ำกัน

มาพักหลังๆนี่แหละกระมัง ที่จะจ้างลูกน้องไปล้างมากกว่า

เมื่อก่อนนี่ เวลาไปที่ท่าประมงนี่ เราจะได้เห็นอะไรตื่นตาตื่นใจเยอะมาก ปลากระเบนราหูเงี่ย
ตัวมันใหญ่จริงๆ สามเมตรนี่ธรรมดาๆ เห็นกันดาษๆเลยขอบอก

เล่าไปก็รู้สึกผิดไปเหมือนกันนะเนี่ย เป็นคนที่ชอบเลี้ยงปลาอยู่แล้ว
แต่ก็กินปลา ชอบกินปลา กินได้ทุกวันไม่เบื่อเลย ปลาบางตัวที่ถูกจับขึ้นมา บางตัวปากก็ยังกินปลาตัวอื่นอยู่


ส่วนเรือที่ออกไปนี่ เดี๋ยวนี้ก็ต้องออกไปไกลหน่อย ไปใกล้ๆนี่ไม่ค่อยจะมีแล้ว แต่ออกเรือนี่ครั้งละ ๑๕ วัน ๓๐ วันบ้างก็ตามแต่

ไปตรงนี้ลองคิดดู คืบก็ทะเลศอกก็ทะเล คำๆนี้มันจริงๆ ขนาดจะไปแค่เกาะรอก จังหวัดกระบี่ยังคิดแล้วคิดอีก
เพราะต้องนั่งเรือกันตั้งสองชั่วโมงครึ่ง ดูจากแผนที่แล้วก็จะเห็นว่า มันไกลน่าใจหาย

แล้วลองคิดดู ว่าออกไปแบบเดือนครึ่งเดือนอย่างนี้ มันจะไกลขนาดไหน

ไปแล้วมันก็เว้งว้างชอบกล สังเกตุไหม ว่าเพลงสมัยเก่า อย่างเช่น สุนทราภรณ์ หรือ ของคุณชรินทร์ นันทนาคร
เค้าจะแต่งเพลงเกี่ยวกับทะเลไว้เยอะมาก แล้วแต่ละเพลงก็นะ แบบมันโหยหา มันคิดถึงบ้าน มันอ้างว้าง
คิดถึงคนที่รักสักเพียงใด


ของจริงมันก็คงโหดกว่าไม่น้อย มันไม่ได้นั่งกันหวานพริ้งเหมือนดั่งเช่นเพลงมากนัก
เพราะอาการเครียดของลูกเรือ เรือรบ เรือดำน้ำถึงต้องการอาหารชั่นดี เชพระดับที่ดี


ไต๋เรือ
ก็คือกัปปิตันเรือนั่นแหละ อาชีพนี้จึงต้องโหด เพราะว่าถ้าลูกเรือ ไม่อยู่ในโอวาท ไม่เชื่อฟังก็ไม่ได้
ปู่เคยเป็นไต๋เรือมาก่อนโหดมากๆ ที่เรือนะ ต้องมีแส้ที่ทำจากหางปลากระเบนราหูนี่แหละ เอาไว้เฆี่ยนลูกน้อง
ดึกๆ ก็ต้องระวังมันมาปาดคอ บ่อยไปที่เราอยู่ที่สงขลา ศพมักจะพัดมาติดที่ท่าเทียบเรือ เป็นเรื่องที่พบเห็นกันชินตา

เดี๋ยวนี้ก็ต้องปืนกันสถานเดียว แต่เดี๋ยวนี้แย่กว่า ตรงที่ไม่ค่อยมีลูกน้องเรือที่เป็นคนไทยสักเท่าไหร่
ต้องไปเอาพวกพม่ามา (เห็นไหม ว่าเราคนไทยก็ต้องไปเกี่ยวกับคนอีกสัญชาติแล้ว)

เพราะลูกน้องคนไทย ก็ไม่ค่อยออกเรือกันแล้ว หางานดีๆ ที่มันอยู่บนฝั่งทำสบายๆดีกว่า

เวลาจะออกเรือที ก็วิ่งหาลูกน้องกันทีนึง ต้องไปตามถึงบ้านบ้างอะไรบ้าง งานบนเรือก็หนักอีกนะ
ต้องไปนอนกันลำบากลำบน น่าสงสารกันเนอะ

เค้าก็เล่นมุขใหม่กัน ที่เขาเรียกว่า "เรือทัวร์"

เรือทัวร์จะออกวิ่งไปรับปลามาจากเรือประมงทั่วไปโดยที่เรือประมงเหล่านั้นไม่ต้องเข้าฝั่ง
แต่ในความเป็นจริง ก็อาจเพราะเรือนั้น ต้องการไปหาปลาต่อที่อื่นก็ได้ ไม่ต้องวิ่งกลับมา


พออยู่บนเรือนี่ก็บางครั้งก็ไม่รู้จะทำอะไร ลองคิดดู ว่าหันไปทางไหนก็มีแต่
ความมืดของยามค่ำคืน

เออ ปลากระเบนนี่มันน่ารักเนอะ เคยดูสารคดีเวลา ที่นักประดาดำน้ำลงไปเก็บภาพมัน
มันจะว่างขึ้นลงวนเป็นวงกลม เล่นกล้อง จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เล่นกล้องหรอก
มันจะกินแพลงตอนที่มาเล่นไฟจากล้องอีกที ^___^

ปลากระเบนจึงมาหมุนๆ เหมือนมาเล่นกับคน

สัตว์ทะเลอีกประเภทที่เห็นแสงไม่ได้ ก็คือหมึก หมึกกล้วยเนี่ย เค้าจะผสมพันธ์กันเวลาที่แสงจันทร์เต็มดวง
หรือขึ้น ๑๕ ค่ำกระมัง พอผสมพันธ์เสร็จแล้วตัวผู้ก็จะตาย ร่วงกันระนาวเลย

ว้า งี้คุณเต้ยเป็นปลาหมึกที่ช่วยตัวเองดีกว่า


แล้วก็มีคุณโลมาใจร้าย มักจะรู้ทางมากินอาหารกันนี้แหละ ที่ปลาหมึกมารวมกันมากๆ เพื่อผสมพันธ์


ชาวประมงเขาก็รู้ ก็เลยเอาเอาไฟมาล่อ เขาก็เลยเรียกว่า "เรือไดหมึก"

เรือไดหมึกนี่ก็ไม่ทราบได้ว่าชื่อจะมาจากอะไร แต่เขาเรียกกันมาอย่างนี้ เรือไดหมึกจะมีเสายื่นมาข้างๆ
จากกลางลำเรือ แล้วก็ห้อยดวงไฟซีออนเอาไว้เยอะๆ เอาไว้ล่อหมีกแล้วก็จับ
คล้ายๆอย่างกับเรือในหนังเรื่อง เดอะการ์เดียน ที่ แอชลี่ คุชเนอร์ กับเควิน คอสเนอร์ เพื่อนพ่อฉันแสดง
อีกเรื่องก็ A perfect Storm ไง



แต่เราก็หาของทะเล จนเกือบหมดทะเลน่านน้ำไทยแล้วหละ เลยต้องไปน่านน้ำเพื่อนบ้านบ้าง
ที่ถูกจับกันบ่อยๆไป เช่น มาเลเซียเอย พม่าเอย


เห็นแผนที่นี่แล้วก็ประหลาดใจ พร้อมกับเกาหัวแกรกๆ ว่าไอ่ที่ อดีตนายกฯทักษิณ เขาจะให้แหลมฉะบังเป็น Hub
มันจะเป็นไปได้ยังไง มันเหมือนฝันๆ เสียยิ่งกว่าฝันยังไงชอบกล

มองแผนที่ปราดเดียวก็ต้องบอกว่า แหลมฉะบังหนะมันเป็นแค่ Port มันไม่ใช่ Hub

ฮับ นี่ก็ดูเอาจับยูเอสบบีสิ ฮับเนี่ยมันต้อง เข้าออกได้หลายทางใช่ไหม แต่พอร์ตเนี่ย มันเข้าทางนึง ออกทางนึง

ซึ่งก็คือแหลมฉะบังนั่นเอง บทบาทของแหลมฉะบังจึงเป็นเพียงแค่ ท่าเรือส่งของเข้ากับส่งออกระหว่างบ้านเรา
กับต่างประเทศเท่านั้น ดูแกจะงงๆสับสนอะไรรึเปล่า

ถ้าจะแวะจริงๆ ก็เดินเรือต่อไปอีกนิด ถึงมาเลย์ หรือสิงคโปร์ไม่ดีกว่ารึ


ก็ปลุกเร้าโครงการต่างๆ ก่อนหน้านี้ฉันเอง ก็แอบแกล้งไปถามสังคมไซเบอร์ไปว่า


" ทำไมรถไฟไทยไม่ทำรางคู่ละครับ "

เพราะว่าเขาจะทำจากกรุงเทพไปแหลมฉะบัง และบริษัทที่สัมปทาน ก็ไม่ใช่ใครอื่นใด WIN วินโคสต์นั่นเอง
วินโคสต์เป็นใคร

เป็นบริษัทที่อยู่แถว บางนา ตราด กม.ห้าสิบกว่า หกสิบกว่ากระมัง อยู่เยื้องๆกับ โรงไฟฟ้าบางปะกง
ทำเรื่องเกี่ยวกับลอจิสต์ติก รุ่งเรืองในสมัยรัฐบาลทักษิณ จากสัมปทานของรัฐ และโครงการของรัฐ


ของเจ๊แดง น้องคุณทักษิณนั่นเองละก๊า ...


แต่ที่อยากจะเห็นจริงๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของ "กองเรือแห่งชาติ" เห็นพูดกันมาทุกยุคทุกสมัย
แม้กระทั่งคณะปฎิวัติชุดนี้ก็ยังพูดถึงอยู่เลย ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ ก่อนจะเล่นเรื่องสุวรรณภูมิเสียอีก

แต่ทำไมมิทราบได้ก็เงียบหายไป ทั้งๆที่จริงๆ มีภาคเอกชนที่รอพร้อมจะให้การสนับสนุนอยู่แล้ว

ทั้ง PSL (พรีเชียสชิปปิ้ง) และ TTA (ไทยโทริเซนทัล) พูดถึงซะหน่อย ช่วงนี้หุ้นสองตัวนี้วิ่งกระจายเลย
ค่าระวางเรือมันขึ้นหนะ ก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือน มันมีจังหวะหนึ่งที่ลงไป อยู่ฮวบ ไม่กล้ารับเสียดาย

PSL จะได้เปรียบตรงที่ มีกองเรือขนาดเล็กและ เข้าถึงพื้นที่ตื้นเขินได้ดีกว่า
ส่วน TTA นี่ผู้บริหารเค้าคงนิยมราคาหุ้น มีการทุบมีการเก็บ มีการลากให้ผู้ถือหุ้นได้สบายใจเป็นพักๆ


เรือพวกนี้เขาจะมีหน่อยนับเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ว่าวางได้กี่ตู้ประมาณนั้น

เวลาออกใบสั่งซื้อ(Purchasing Order) ก็เลยต้องระบุว่า

" ไอ่ของที่ส่งกันเนี่ย ความรับผิดชอบมันอยู่ใคร มันข้ามกราบเรือไปแล้วมันจะเป็นของใคร
ผู้คนส่ง คนรับสินค้า หรือนายท่า "


เค้าก็จะระบุในใบสั่งซื้อมา ที่ย่อว่า C.I.F หรือ F.O.B ซีไอเอฟนี่ไม่ทราบว่าย่อมาจากอะไร
แต่ เอฟโอบี นี่มาจาก Fee On Board

อ๊ะ อันนี้ข้อสอบเนติบัญฑิตไทยเชียวนา ในวิชาประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์



แหงะ โม้ซะยาวเลย วันนี้แค่นี้ก่อนแล้วกันเน้อ ...


เดี๋ยวคงอาบน้ำอาบท่า นั่งอ่านหนังสือสักครู่ละกระมัง ... แล้วก็เป็นมนุษย์ค้างคาวทั้งคืน
เพราะเมื่อบ่ายเพิ่งนอนหลับมา ตื่นก็ห้าโมงครึ่งแระ ....




index2




Create Date : 02 มีนาคม 2550
Last Update : 2 มีนาคม 2550 20:11:57 น. 10 comments
Counter : 877 Pageviews.

 
เพลงเนี้ยะ เพลงโปรดพ่อหนูเลย
เรื่องเล่าสนุกดีนะคะ มีปลาโลมาด้วย ^ ^


โดย: คุณชายฮัสกี้ วันที่: 2 มีนาคม 2550 เวลา:20:47:13 น.  

 
อืมจัดให้นะ แต่ดนตรีเอามารีมิกซ์ใหม่
แต่เสียงยังเป็นคุณชรินทร์

.
.
.




พี่อยู่ไกลถึงท่าฉลอม
แต่พี่ไม่ตรอมเพราะรักพยอมยามยาก
ออกทะเลจะหาปลามาฝาก
แม่คุณขวัญใจคนยาก รับของฝากจากพี่ได้ไหม

โปรดเมตตารักพี่สักนิด
พี่มอบชีวิตอุทิศให้สาวมหาลัย

เอ้ย !!! สาวมหาชัย

แบกความรักข้ามทะเลมาให้
ฝ่าลมและคลื่นเท่าไหร่ รักจึงได้ว่ายน้ำข้ามมา

ท่าฉลอมกับมหาชัย
จะคิดทำไมว่าไกล เชื่อมความรักไว้ดีกว่า
บอกเพียงสักคำว่าไม่รักจะหักใจลา
ซ่อนตัวตามประสาจะหนีซ่อนหน้าห่างไกล

เรื่องทะเลนั้นพี่พอรู้
แต่เรื่องเจ้าชู้ไม่รู้จะทำฉันใด
หยั่งทะเลพอคะเนดูได้
แต่ความรักเกินครวญใคร่ ลึกเท่าไหร่ไม่รู้หยั่งถึง



Artist : ชรินทร์ นันทนาคร
Title : ท่าฉลอม


โดย: Register_AC วันที่: 2 มีนาคม 2550 เวลา:23:51:04 น.  

 


ไปหามาได้แล้ว อัพโหลดไว้เรียบร้อย ออริจินึ่นเวอร์ชึ่น

เพราะ และ คลาสสิกกว่ามากๆ



อดตาหลับขับตานอน ... หามาจนได้ ...

ดาวน์โหลดมาฟังกันหน่อยนะ มันหวานมากเลยหละ
หวานกว่าเวอร์ชั่นในบล๊อกอีก


[url]//www.savefile.com/files/528871[/url]



ดีใจจัง

ไปนอนหละ ...



โดย: Register_AC วันที่: 3 มีนาคม 2550 เวลา:6:01:43 น.  

 


โดย: Register_AC วันที่: 3 มีนาคม 2550 เวลา:6:04:38 น.  

 
Nice to hear something from you..., acidently!!



โดย: Khae IP: 202.69.141.111 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:13:13:46 น.  

 
^
^
^
เฮ้ย !!!!


โดย: Register_AC วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:19:21:27 น.  

 
เอ่อ..คือว่าเล่าเรื่องได้หนุกหนานดีอ่ะจ้ะ


โดย: PaoKeek in Beijing IP: 125.27.137.203 วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:43:47 น.  

 
ที่บ้านทำปลาริวกิว แปรรูป และปลาเค็มหลายประเภท อร่อยด้ายนะถ้าไม่เชื่อก็มาชิมได้ที่ วัดกำพร้า รับรองในความอร่อย


โดย: มุก IP: 222.123.36.254 วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:23:06 น.  

 
จะว่าไปแล้วเพลงนี้ก็เพราะดีเหมือนกันนะเนี่ยมีเพลงอะไรมานำเสนออีกไหม อยากฟังนะเนี่ย จะบอกให้ฟังว่า.........................................................................................................................ฮิฮิฮิ ขำขำ 555


โดย: มุก IP: 222.123.36.254 วันที่: 30 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:27:56 น.  

 
ชอบมากๆเลยเพลงเนี้ย กริ๊กกรี๊

ThakZ na


โดย: ขาดความอบอุ่น IP: 203.113.80.141 วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:15:47:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.