อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2563
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 ธันวาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 20 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



20



สุนันทานั่งพับเพียบอยู่ตรงพื้นใกล้ที่นั่งของปรเมษฐ์ “บอลจริง ๆ นะ หญิงรู้สึกมาตั้งแต่เรายังเล็ก ๆ แล้ว หญิงรักบอลจริง ๆ ” เธอเอื้อมมือไปจับมือของชายหนุ่มอย่างอ้อนวอน ปรเมษฐยิ้มที่มุมปาก “รู้จักเราดีแค่ไหน ? แล้วคิดว่าจะรับได้เหรอ ? มันไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวคิดหรอกนะหญิง คนที่หญิงเห็นมาตั้งแต่เล็กกับคนที่นั่งอยู่ตรงนี้”

“แล้วไงล่ะคะ ? บอลก็เหมือนเดิมนี่ อีกอย่างคุณป้ากับคุณลุงต้องเห็นด้วย บอลคงไม่รังเกียจหญิง” เธอสบตาเขาอย่างผู้ชนะ

“คุณเอาภูสิตาไปไว้ที่ไหน ? ”

สุนันทาลุกขึ้นยืนทันที “อะไรนะ ! ? พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า ? นี่ตัวเอาแม่นั่นมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไร หญิงคิดว่าตัวไม่ได้จริงจังอะไร เพราะมันก็ผ่านมานานแล้ว ตัวไม่เคยสนใจใคร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแม่คนนี้ ? ”

“สุนันทาครับถ้าไม่เลิกเรียกคนอื่นว่าแม่นั่นแม่นี่ ก็อย่ามาคุยกัน” พูดจบเขาก็เดินออกไปจากบ้านทันที สุนันทานั่งลงระงับสติอารมณ์ เธอรู้สึกโกรธจนมือไม้สั่น ถ้าลองปรเมษฐ์เรียกเธอ ‘เต็มยศ’ แบบนี้ ก็อย่าได้พูดอะไรต่ออีกเลย

เขาโกรธเธอ !



อากาศภายนอกเริ่มเย็นพร้อมกับฟ้าที่มืดลงแล้ว ปรเมษฐ์จอดรถอยู่ข้างทาง ไม่ห่างจากบ้านของภูสิตามากนัก เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังสับสนกับชีวิตในตอนนี้ ถ้าปรมัตถ์อยู่ด้วยก็คงจะดีจะได้ช่วยกันคิดว่าควรดำเนินชีวิตอย่างไร

เขาคิดถึงลูกสาวบ้านนี้ ทำยังไงดี ?

เขารู้สึกว่าตัวเองให้ความสำคัญกับภูสิตามากและเจ้าตัวดูจะรู้เรื่องดีทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นคงไม่กอดตอบ แต่ประตูหัวใจเธอก็ปิดสนิทจนไม่รู้จะเข้าไปครอบครองได้อย่างไร คิดว่าตัวเองชนะแต่ก็ไม่กล้าเชื่อทุกอย่างที่เห็น นี่ขนาดเขาทำได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการในสภาพที่เหนือมนุษย์ แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เมื่ออยู่กับภูสิตา

แล้วร่างที่นอนอยู่ทางโน้นจะทำอะไรได้ จะทำให้เธอบอกว่ารักสักคำก็ทำไม่ได้ น่าขายหน้าจริง ๆ เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น ชายหนุ่มจึงเลื่อนกระจกลง “ครับ ? ”

“ว่าไงพ่อนักเรียนนอก จะลงมาไหม ? นั่งอยู่นานแล้วเนี่ย นายนี่นะมาจอดซุ่มเป็นโจรอยู่ได้ เดี๋ยวยายตาลมันแจ้งตำรวจก็ซวยกันพอดี ภูสิตาอยู่เข้าไปเถอะ” โมรีพูดพลางกอดอกหัวเราะในการกระทำของเพื่อน ปรเมษฐ์ยิ้มให้โมรีเหมือนเด็ก ๆ

“ก็คิดว่าเขาไม่อยู่ ไม่ได้นัด ก็เลยไม่อยากกวน”

โมรีส่ายหน้า “เออ ๆ รู้แล้ว เข้าไปเถอะ เขาอนุญาตทั้งนั้นแหละ นายไม่รู้เหรอ ว่ายายภูสิตามันหมดท่าไปตั้งแต่นายไปละ” แล้วโมรีก็เดินนำเข้าไปในบ้าน

ปรเมษฐ์ยิ้มพลางถอนใจเบา ๆ “ให้มันได้อย่างนี้สิโมรี”



พอเดินเข้าไปในรั้วบ้านชายหนุ่มก็ต้องชะงัก ใครบางคนยืนจังก้าอยู่ที่หน้าบ้าน

“มาทำไม ? ! ” ผู้หญิงสองคนนุ่งโจงกระเบนสีเข้มห่มสไบสีเหลืองยืนเท้าสะเอวอยู่ สายตาที่มองมาไม่เป็นมิตรเลยสักนิด “คิดว่าตัวเองเป็นใคร จะเข้าออกบ้านใครก็ได้อย่างนั้นหรือ ? ” ปรเมษฐ์เม้มปาก เขาไม่ได้คิดจะโต้ตอบเลย ได้แต่หันรีหันขวาง ไม่ใช่คนสินะ เจอเจ้าที่เข้าให้แล้ว !

“อะไรบอล ? ก็ตามเข้ามาสิ รออะไรอยู่”

“เอ่อโทษทีโม ลืมไปมีธุระด่วน ต้องไปรับคุณแม่ งั้นผมกลับก่อนดีกว่า วันหลังค่อยมาใหม่” พูดจบเขาก็เดินออกมาทันที ทำให้ผู้หญิงทั้งสองที่ยืนดูอยู่ยิ้มอย่างมีชัย

ปรเมษฐ์โบกมือให้โมรีพลางวิ่งขึ้นรถยนต์ทันที



เขาตบที่พวงมาลัยอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ ! ” ใจของชายหนุ่มร้อนเป็นไฟ ใครจะคิดว่าผีบ้านผีเรือนจะดุแบบนี้ ปรเมษฐ์ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่เกรงใจท่านมากกว่า ผีบ้านผีเรือนบ้านตัวเองยังคุยกันรู้เรื่องหน่อย ไว้มีโอกาสและแรงมากกว่านี้หน่อยจะเจรจาก็แล้วกัน

“อะไรของเขาตานี่ ? ทำท่าอย่างกับกลัวผี” โมรีบ่นกับตัวเองพลางเดินเข้าบ้าน พอเข้าไปในบ้านโมรีก็เล่าให้ภูสิตาฟังอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก แต่คนฟังพูดอะไรไม่ออก

“กลัวผีเหรอ ผีที่ไหนโม ? ”

“ไม่รู้สิ พอจะเดินเข้ามา พี่แกก็หยุดเอาเสียเฉย ๆ ” โมรีไม่นั่งอยู่นิ่ง ๆ แต่จับโน่นจับนี่ในห้องนอนของเพื่อนดูอย่างสนใจ

เจ้าที่ ! สงสารปรเมษฐ์จับใจ เธอเองก็ลืมคิดว่าเรื่องแบบนี้มีจริง ๆ “แล้วเขาเป็นอะไรมากไหมโม ? ”

“จะเป็นอะไร ฉันก็เห็นเหยียบคันเร่งเสียเหมือนคนโมโห สงสัยแม่จะโทรมาเร่งไม่รู้โกหกหรือเปล่า ไปรับคุณแม่หรือแม่คุณก็ไม่รู้”

“เขาบอกโมไหมว่ามีธุระอะไร ? ”

“ไม่นี่ เห็นมาจอดรถอยู่ ฉันจำได้ก็เลยไปทักเท่านั้นเอง”

ภูสิตาไม่อยากให้โมรีผิดสังเกตจึงชวนคุยเรื่องอื่นและเป็นฝ่ายฟังโมรีมากกว่า



จนเพื่อนรักกลับไปจึงได้คิดเรื่องปรเมษฐ์อีกครั้ง ก่อนเข้านอนภูสิตาเดินไปมาอยู่หลายรอบ อยากจะออกไปหาเขา แต่ก็ไม่มีข้ออ้างอะไร จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน เธอก็ยังนอนไม่หลับกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง“เฮ้อ ! เป็นอะไรนะเรา” หญิงสาวลุกขึ้นนั่งชิดติดหัวเตียง ชำเลืองไปดูที่ขวดยาเล็ก ๆ ที่หมอเคยให้ไว้ ทว่าก็หันหน้าหนีทันที “ทำไมต้องกิน ? ไม่ได้ร้องไห้แล้วสักหน่อย ไม่ปวดหัวด้วย ที่เป็นอยู่ก็เกินจะเรียกว่าบ้าแล้วพี่หมอ” เธอจับมือตัวเองลูบไล้ไปมา ผมที่ยาวสยายคลุมหลังทำให้รู้สึกร้อนขึ้นมา แต่ใจต่างหากที่ร้อนยิ่งกว่า ภูสิตาก้มลงกราบที่หมอนทันที แล้วล้มตัวลงนอน

ใจเธอคิด ท่านเจ้าที่เจ้าทางเจ้าคะ ลูกนอนไม่ได้ ไม่ทราบเป็นอะไร รู้แต่ว่าคิดถึงเขาผู้ชายชื่อปรเมษฐ์คนนั้น คิดถึงมาก ขอให้เมตตาลูก อนุญาตให้เขาเข้ามาหาลูกได้ด้วยเถอะนะเจ้าคะ ลูกอยากให้เขาเข้ามา ไม่ใช่แค่เพียงในฝันอย่างที่เคย ช่วยลูกด้วย !

คำร้องขอของเจ้าตัวทำให้ ‘ท่าน’ ที่มองอยู่ที่ปลายเตียงหันมองหน้ากันอย่างสงบ ภูสิตารู้สึกสบายใจและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อล้มตัวลงนอน



ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว ครึ่งหลับครึ่งตื่นภูสิตารู้สึกอึดอัดเหมือนจะต้องทำอะไรสักอย่าง แล้วเจ้าตัวก็เดินออกไปเปิดแล้วปิดประตูห้องนอน ก่อนจะเดินกลับมาล้มตัวลงนอนอีกครั้ง คุณนิดาเดินผ่านมาเพราะกระหายน้ำกลางดึก แต่เห็นเจ้าตัวโผล่หน้าออกมาแค่นิดเดียวแล้วก็เดินกลับเข้าไป จึงอดสงสัยไม่ได้ “เอาอะไรไหมคะ ? ” ท่านพูดพลางเคาะประตูห้องของลูกเลี้ยง “เปิดประตูห้องทำไมคะ ? ”

ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ หากแต่หูของภูสิตาได้ยินชัดว่าท่านถามว่าอะไร “ได้ยินไหมคะ เป็นอะไรหรือเปล่า ภูสิตาเปิดทำไม เอาอะไรคะ ? ” คุณนิดาเสียงเบาลง เพราะเห็นคนข้างในไม่ตอบ “สงสัยจะละเมอนะเนี่ย” พอพูดจบท่านก็เดินกลับเข้าห้องนอนไป ภูสิตาลืมตางัวเงีย เปิดประตูทำไม ? เปิดให้ใคร ? เมื่อกี้ไม่เห็นมีใครเลย

ปรเมษฐ์ยืนยิ้มอยู่ที่มุมห้อง เขาเดินวนไปรอบ ๆ ห้องนอนของหญิงสาวอย่างเป็นสุข นี่เราเข้ามาใกล้ตัวหล่อนได้ขนาดนี้ ก็เพราะเจ้าตัวเต็มใจล้วน ๆ นะเนี่ย

หญิงสาวที่หลับอยู่ ไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่แสดงว่าเธอกำลังเป็นทุกข์เหมือนที่เจ้าตัวเก็บอาการมาตลอด ตอนนี้ภูสิตาดูมีความสุขมาก ชายหนุ่มนั่งลงลูบที่ศีรษะภูสิตาอย่างทะนุถนอม ผมจะอยู่กับคุณได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างที่เราเคยคิดหรือเปล่า ? ไร้เสียงใด ๆ ในความมืด เพราะคนคิดเพียงรำพึงกับตัวเองในใจ

ภูสิตารู้สึกเหมือนอยู่ในฝัน เงาที่คุ้นเคยนั่งอยู่ข้าง ๆ เตียง เธอยิ้มอย่างเป็นสุขเหมือนทุกครั้งที่ฝันถึง หากแต่ครั้งนี้เกินฝัน เพราะคนที่รอคอยมาอยู่ตรงนี้ด้วยจิตแล้ว



กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยแตะจมูกเมื่อภูสิตาเปิดประตูออกมา

“ว่าไงลูกเมื่อคืนละเมอเหรอ มาเปิดประตูห้องทำไมดึก ๆ ดื่นๆ ? ” บิดาถามเมื่อก้าวออกมาแล้วพบลูกสาวในตอนเช้า ภูสิตากำลังจะวิ่งลงบันไดก็ต้องชะงัก

“เหรอคะ ? ไม่รู้ค่ะ ลูกจำไม่ได้”

ท่านเดินเข้ามาโอบบ่าเธอ “แล้วกัน ! จำไม่ได้ เป็นปลาทองหรือไงลูก ความจำสั้นนะเรา” ท่านเย้าเธอเล่นอย่างอารมณ์ดี

“ท่าทางจะใช่ค่ะพ่อ พักนี้หลง ๆ ลืม ๆ ” ภูสิตาหัวเราะร่วน

พอมาถึงโต๊ะอาหาร คุณนิดาก็มองลูกเลี้ยงอย่างพิจารณา “ตาลคะ เมื่อคืนมีอะไรไหม ทำไมอยู่ดี ๆ ลุกมาเปิดประตู ? น้าเรียกหนูก็ไม่ขาน”

ภูสิตากำลังตักข้าวเข้าปาก เธอส่ายหน้าแล้วยิ้มหวานให้ท่านแทนคำตอบใด ๆ

“มีอะไรเหรอคุณ เห็นถามย้ำมาตั้งแต่เมื่อคืน ? ”

“ก็คนเก่าคนแก่เขาถือค่ะ ดึก ๆ ดื่น ๆ มาเปิดประตู เหมือนรับผีเข้าบ้านนะคะ”

“ตาลไม่ถือหรอกค่ะ จะผีหรือคน ถ้าเขามาดีตาลก็จะรับ” ภูสิตาหัวเราะ ก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากอีก เธอไอออกมาเบา ๆ เพราะสำลักอะไรบางอย่าง

“อ้าว ! รีบร้อนข้าวติดคอเลยลูก”

ภูสิตายังไอไม่หยุด มือคว้ากระดาษทิชชู่บนโต๊ะมาคายอาหารออกจากปากทันที

“ก้างเหรอคะ ? ไม่มีนะคะน้องตาล น้าดูดีแล้ว” คุณนิดาร้อนรน ภูสิตาสบตาท่านแล้วส่ายหน้า พลางเช็ดปากอีกที “ไม่มีค่ะ ไม่ใช่ แต่ตาลมีปัญหากับปลามาหลายครั้งแล้วค่ะ ไปตรวจหาก้าง หมอก็บอกไม่มี นี่ก็ไม่ทันได้เคี้ยวดี ไม่น่าจะใช่ก้างค่ะ”

“อาการมันเป็นยังไง ? ” บิดาถาม

“เหมือนมีก้างติดคอทุกทีที่ทานปลาค่ะพ่อ เหมือนโรควิตกจริตยังไงไม่รู้” เธอหัวเราะร่วนแล้วทิ้งกระดาษทิชชู่ลงขยะไป

“งั้นต่อไปน้าไม่ทำปลาให้ทานค่ะ จะได้ไม่เป็นอีก” คุณนิดาหน้าเสีย เธอรู้สึกเป็นห่วงลูกเลี้ยงอย่างประหลาด

ภูสิตายิ้มกว้างให้ “เรื่องเมื่อคืนไม่มีอะไรหรอกค่ะ ตาลคงละเมอ ไปแล้วนะคะพ่อ น้าคะข้าวต้มปลาอร่อยมาก” แล้วภูสิตาก็เดินตัวปลิวออกไปทันที



ภูสิตาขับรถออกจากบ้านอย่างเร็วเท่าที่สุดเท่าที่การจราจรจะอำนวย จุดหมายของเธอคือบ้านหมอวิทวัส พอไปถึงหมอหนุ่มก็นั่งดื่มกาแฟอยู่อย่างใจเย็น พอเห็นเธอเขาก็ยิ้มให้ เพราะวันนี้คนไข้บุกมาเองโดยไม่ได้นัดหมาย แถมเจ้าตัวก็แต่งตัวสวยผิดปกติ

“ลมอะไรพัดมาคะน้องตาล ? ”

“อย่ามามองแบบนี้นะคะ เหมือนจะจับผิดอีกแล้ว”

ชายหนุ่มหัวเราะอารมณ์ดี “แล้วกัน ! คนทักดี ๆ เป็นอะไรจ๊ะ ? ยาหมดเหรอ หายไปพักใหญ่ คิดว่าลืมพี่หมอแล้ว”

ภูสิตานั่งลงข้าง ๆ ดูเจ้าตัวทั้งอึดอัดและลังเล “พี่หมอคะตาล....”

วิทวัสยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เขาลุ้นรอให้เจ้าตัวเล่าเหมือนรอฟังเด็ก ๆ ที่กำลังจะเล่าเรื่องที่ตื่นเต้น “ว่าไงคะภูสิตา ? ว่าไป ๆ ”

“ว้า ! ไม่บอกได้ไหมคะ ? ”

วิทวัสหยุดยิ้ม แล้วรวบมือหญิงสาว “ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรครับ แต่ให้พี่หมอเดาได้ไหม ? ” ภูสิตาใจชื้นขึ้น พยักหน้าให้เขาช้า ๆ เวลานี้หมอวิทวัสไม่ใช่แค่หมอส่วนตัวของเธอเท่านั้น แต่ภูสิตารับรู้ถึงความหวังดีและเมตตาในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างดี

กี่ครั้งที่ร้องไห้ต่อหน้าหมอ กี่ครั้งที่หมอไม่ได้แนะนำแค่วิธีการเยียวยาทางการแพทย์ แต่หมอให้แง่คิดกับเธอในมุมมองที่แตกต่าง ภูสิตาเป็นลูกคนเดียว ตั้งแต่ปรเมษฐ์จากไปเรียนต่อ ภูสิตาไม่เคยคิดจะผูกพันกับใครอีกเลย จนเมื่อมาถึงเวลาที่แย่ที่สุดที่ได้รู้ว่าเขาเจ็บ ภูสิตาก็มีหมอวิทวัสที่คอยให้กำลังใจอย่างพี่ชายคนหนึ่ง

“มีอะไรเกี่ยวกับคุณปรเมษฐ์ ที่ทำให้คุณดีใจ แต่บอกผมไม่ได้”

หญิงสาวพยักหน้า แววตาเศร้าของหล่อนทำให้อีกคนก้มต่ำ ปัญหาของคนมีทุกวัน แต่หมอวิทวัสรู้วิธีจัดการกับความกังวลของคนตรงหน้าเสมอ ”ตาล…คิดว่าตัวเองกำลังหลงทางอยู่หรือเปล่าครับ ? ”

ภูสิตาสบตาเขา “ตาลไม่ได้กินยามานานแล้วค่ะ” หญิงสาวคลายมือของหมอออกจากมือเธอพลางถอนใจ “ยิ่งกว่าฝันค่ะพี่หมอ แต่บอกไปพี่หมอก็จะหาว่าบ้า เอาเป็นว่าช่วยดูตาลหน่อยนะคะ บางทีก็กลัวตัวเองจะหลง เพราะทำอะไรแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยทำ เช่น ละเมอค่ะ”

“เข้าใจ แล้วจะให้พี่หมอช่วยอะไรจ๊ะ ? ”

“ไม่มีค่ะ แค่อยากจะบอกใครสักคนไว้เท่านั้นเอง พี่หมอไม่ต้องห่วงนะคะ ตาลจะดูแลตัวเองดี ๆ ”

ชายหนุ่มหัวเราะ “มาบอกแค่เนี้ย ? ”

ภูสิตาลุกขึ้นยืนพลางยิ้มให้เขา “ค่ะ บอกได้เท่านี้ แล้วจะมาหาใหม่นะคะ”

วิทวัสมองตามหญิงสาวที่วิ่งออกไป เขารู้สึกเหมือนหล่อนกำลังได้ของเล่นถูกใจ คนมองตามรู้สึกใจหาย “เกิดอะไรขึ้นกับคุณนะ แล้วจะปล่อยให้ตัวเองหลงทางต่อไปอย่างนั้นหรือภูสิตา ? ”



ภูสิตาขับรถมาจนถึงอีกหนึ่งที่หมาย บ้านของปรเมษฐ์ดูเงียบเหงา คิดว่าเจ้าตัวและคนในบ้านคงไม่อยู่ ก็ไม่แปลก ในเมื่อเธอก็ไม่ได้นัดเขาไว้

“คุณจะรู้หรือเปล่าว่าฉันมา ? ” เธอพึมพำกับตัวเอง อยากรู้ว่าเขาไปหาเธอที่บ้านทำไมกันและที่สำคัญเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า เธอแน่ใจว่าเจ้าที่ที่บ้านยอมให้เขาเข้ามาแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะลุกขึ้นมาเปิดประตูห้องทำไม

คนอย่างภูสิตาถ้าตั้งใจจะทำอะไร เธอจะพยายามให้ถึงที่สุด แม้จะต้องเล่นกับสิ่งที่มองไม่เห็น คำขอได้ผล มันก็น่าแปลกที่อยู่ดี ๆ เธอก็ลุกขึ้นมาเอง น่ากลัวเหมือนกันนะที่เจอเรื่องแบบนี้ นึกถึงสายตาของหมอวิทวัสแล้วคิดว่าว่าหมอรู้แน่ ๆ ว่ามีอะไรแปลก เกิดขึ้นกับเธอ เพียงแต่ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่ล้วงความลับของเธอ

“เข้ามาสิครับ” เสียงปรเมษฐ์แทรกขึ้นในความคิดของภูสิตา ทว่าหันซ้ายขวาก็ไม่พบใคร “คุณจะให้ผมเดินตากแดดออกไปงั้นเหรอ ? ”

ภูสิตายิ้มกับตัวเองทันที เมื่อได้ยินคำประชดของเขา เธอดับเครื่องยนต์ทันที



พอเดินเข้าไปในบ้านก็เห็นปรเมษฐ์นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเพียงลำพัง วันนี้เขาใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงสามส่วนลายทหาร ทำให้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นสดใส เขายิ้มให้เธองดงาม “เข้ามาก่อนสิ มีอะไรเหรอ ? ดูหน้าตากังวลจัง”

ภูสิตาไม่ตอบในทันที เธอมองหาคนในบ้านก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามกับเขา

“อ๋อเห็นว่าคุณไปหาเมื่อคืน แต่คงเจออะไรดี ๆ เข้าเลยรีบกลับ”

ปรเมษฐ์หัวเราะ “ใช่ ๆ ผมก็ลืมคิด คิดว่าตัวเป็นคน เลยไม่ทันระวัง ไปจ๊ะเอ๋เจ้าที่เข้าให้ วิ่งหนีแทบไม่ทัน” ภูสิตาอยากจะฟังให้มันเป็นเรื่องตลกอยู่หรอก แต่ก็นึกสงสารคนพูด “ท่านดุขนาดนั้นเลยเหรอคะ ? คุณเคยบอกว่าเคยไปหาฉัน เข้าไปได้ยังไง ? ”

“ใช่ แต่มีคนพาไป ไม่ได้ไปคนเดียว ผมอยากไปลาคุณเลยขอเขา แต่หลังจากวันนั้นก็อาศัยความต้องการส่วนตัวและสมาธิของพ่อบ้างของเบสบ้างเลยไปได้ ก็อย่างที่คุณเห็นแต่อยู่แค่ในฝันนะ นั่งอยู่ที่หัวเตียงคุณไง คุณมาเพราะเรื่องแค่นี้เองเหรอ ?” เขาวางหนังสือลงแล้วจ้องหญิงสาวเขม็ง แววตาเขามีบางอย่างแฝง “หรือว่ารู้สึกอะไรบ้างแล้วครับ ? ” เขาอมยิ้ม

“คุณรู้ทุกอย่างที่ฉันคิดเลยเหรอ ฉันทำอะไรคุณรู้ทุกเรื่องเลยเหรอคะ ? ”


Create Date : 06 ธันวาคม 2563
Last Update : 6 ธันวาคม 2563 22:32:09 น. 0 comments
Counter : 172 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.