อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 16 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



16



พระบวชใหม่ห่มจีวรแล้วงดงามจับตา ท่านเดินเรียบร้อย สีหน้าไม่ฉายแววขี้เล่นเหมือนก่อน แต่ก็ดูเป็นมิตร “อย่าจำวัดดึกนัก พรุ่งนี้จะได้มารับบาตรได้ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พี่บอลก็ขับรถดี ๆ นะคะ” มารดาเตือนด้วยความเป็นห่วง

“แม่ครับ พอแล้วครับ ไปเทศน์พระมันไม่งาม เข้านอนนะครับ เดี๋ยวลูกกลับมา ไม่ได้ไปต่างประเทศ กลับคืนนี้แน่นอน” ปรเมษฐ์เย้ามารดาเล่น

“เอ๊ะ ! พ่อคนนี้นี่ มาขัดแม่”

“ถ้ายังได้ยินเสียงอยู่บอลจะเอากับข้าวไปเททิ้งให้หมด ไม่ให้มีของใส่บาตรเลยพรุ่งนี้” ปรเมษฐ์หัวเราะอารมณ์ดี จนพระบวชใหม่อดอมยิ้มไปด้วยไม่ได้

คุณมาลิดาหน้างอเพราะถูกลูกชายขู่ “เงียบไปเลยค่ะลูก แม่ไปแล้วจ้ะ ไม่ต้องห่วงนะคะท่าน ทำใจให้สบาย อย่ามีกังวล” ภูสิตารีบยกมือไหว้ลาคุณมาลิดาเช่นกัน “ขับรถกันดี ๆ นะลูก แล้วเจอกันจ้ะ” ท่านลาทุกคน



รถวิ่งไปได้ไม่นานก็กระตุก เครื่องยนต์ดับลงไม่มีปี่มีขลุ่ย คนขับเริ่มหมดแรง แทบจะฟุบไปทีเดียว “ไหวไหมโยมพี่ เรานั่งใกล้กันเกินไป ? ”

ปรเมษฐ์กุมศีรษะหน้าซีด “ไหวครับไม่เป็นไร อีกนิดเดียว”

“ฉันขับเองดีกว่านะ คุณออกไปก่อน ดูอยู่ห่าง ๆ ก็ได้ ฉันไปเอง”

“จริงของโยมภูสิตา ออกไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วง ดีขึ้นแล้วค่อยเข้ามา ไปส่งอาตมาให้พ้น ๆ ไปก่อน”

“ไปเถอะค่ะ อย่าดื้อเลย วันนี้คุณทนมานานแล้ว”

“ก็ได้ แต่แน่ใจนะว่าพอผมหายไป คุณจะไม่เป็นลมแล้วให้พระขับรถเอง มันไม่งามนะ จงตั้งสติดี ๆ ก่อนนะครับ”

ภูสิตายิ้มกับอารมณ์ขันของเขา “ถ้าเป็น ก็คงแล้วแต่พระแล้วล่ะค่ะ ไปเถอะนะ”

ชายหนุ่มยิ้มจางให้ภูสิตาก่อนที่จะค่อย ๆ เลือนหายไปต่อหน้าภูสิตาและพระน้องชาย นี่เป็นครั้งแรกที่ภูสิตาได้เห็นเรื่องเหลือเชื่อ แม้ตัวเองจะเคยโดนหาว่า ‘หลง’  หรือ ‘บ้า’ อยู่ในโลกส่วนตัวหรือเพราะโรคซึมเศร้ามาจากปากของเพื่อนรักและหมอ แต่ภาพที่เห็นชัดตรงหน้าว่าคนที่เธอรู้จักหายตัวได้ก็ทำเอาเจ้าตัวมือเท้าเย็น หน้าซีด ขนลุกซู่ไปหมด พระบวชใหม่อมยิ้มคนเดียว “โยมไม่เป็นไรใช่ไหม ? มันเหมือนภาพในทีวีอย่าคิดมาก ค่อย ๆ หายใจช้า ๆ ”

“ค่ะ ๆ ดิฉันมาไกลเกินกว่าจะกลัวแล้ว แต่เหมือนพึ่งจะแน่ใจก็วันนี้ ไปค่ะไป”

“เดี๋ยวก่อนโยมพี่ ! อย่าพึ่งกลับมาตอนนี้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นโยมภูสิตาอาจจะแย่ ไปรอที่กุฏินะ แล้วคอยขึ้นรถพร้อมกัน อย่าได้โผล่มาตอนอยู่บนรถ” พอสิ้นเสียงพระ เสียงแตรรถยนต์ก็ดังขึ้น ทั้ง ๆ ที่ภูสิตายังไม่ได้แตะต้องอะไรเลย

“โอ๊ย ! ตายแล้ว” ภูสิตาอุทานออกมาอย่างตกใจ มือไม้สั่นพลางหัวเราะ “เล่นอะไรของคุณ ? ดูสิคะท่าน”

“ไม่เป็นไร เขาคงอยากให้โยมพี่รู้สึกผ่อนคลาย ไปเถอะ”



พอภูสิตาขับรถไปถึงก็เห็นพ่อตัวดีนั่งรออยู่แล้ว เขาลุกขึ้นยกมือไหว้พระอย่างนอบน้อม “ทำใจให้สบายนะครับ ผมดูแลตัวเองได้ ไว้มีอะไรจะฝากให้ภูสิตามาบอก” ปรเมษฐ์พูด พระบวชใหม่พยักหน้ารับพลางออกเดินไป

บรรยากาศในยามค่ำคืนรอบ ๆ ตัว ทำให้ภูสิตารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หญิงสาวรีบเดินวนมาขึ้นรถที่นั่งข้าง ๆ คนขับ

“ไง สนุกไหมคุณ ? ” ปรเมษฐ์ถามแล้วรีบขับรถไปทันที

“ก็พอทนค่ะ อย่างคุณนี่เขาเรียกว่าผีหรือเปล่า ฉันก็ชักไม่แน่ใจ”

“อย่างผมเนี่ยหนึ่งในพันหรือมากกว่านั้นเลยนะ ที่สามารถกลับมาหาคนที่นี่ได้ และผมก็ภูมิใจอย่างยิ่ง” ชายหนุ่มยิ้มกระจ่างอย่างคนขี้เล่น

“คุณจะอยู่อย่างนี้ได้ ไม่ตลอดไป”

“ทำไมจะไม่รู้ มีอะไรที่ผมต้องกลัวอีกเหรอ ? ” น้ำเสียงของเขาเบาลง หากแต่ก็ยังพยายามฝืนยิ้ม “ไม่เอาละ คุยมากเดี๋ยวคุณไม่สบายใจ พ่อกำลังหาทางอยู่ เมื่อกี้ก็เรียกมา วันนี้ท่านออกมาทำบุญให้”

“คุณรู้ได้ยังไง ? ”

“เอาเป็นว่าผมรู้ ได้รับแล้วด้วย มีแรงอยู่กับคุณต่อได้อีกนานเลยล่ะ”

“หยุดพูดเสียที ฉันอยากกลับบ้านเร็ว ๆ ” ภูสิตารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ความในใจไม่อาจพูดและถามออกมาอย่างที่ใจต้องการได้ เหลือเชื่อเหลือเกินที่ได้มีวันนี้

“ได้ งั้นหลับตา พอถึงแล้วผมจะปลุก” ภูสิตาหลับตาลงอย่างว่าง่าย ผ่อนลมหายใจสั้นยาว ปรารถนาจะให้ลมหายใจเข้าออกนั้น ช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดในใจออกไป ทุกเรื่องที่เธอรับรู้ตอนนี้ยิ่งกว่าความฝัน

ท่าทางของคนที่รักข้างตัว ปรเมษฐ์เข้าใจในแววตาและเสียงเรียกร้องในหัวใจของเธอ ทุกครั้งที่เขาหลับตาลงและปรารถนาจะได้ยินเสียงหัวใจของภูสิตา เขาก็จะได้ยินทุกอย่าง ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวดแค่ไหน แต่เราไม่มีทางเลือก สิ่งเดียวที่ทำได้คือ คุณต้องอยู่กับปัจจุบันและยอมรับมันให้ได้ เราโชคดีกว่าใคร ที่ยังได้กลับมาเจอกันในวันที่ผมไม่มีแรงจะหายใจแล้ว เขาปรารถนาจะให้เธอได้ยินความในใจของตัวเอง แต่ไม่เป็นผล ภูสิตาหลับสนิท หางตาของชายหนุ่มมองผู้หญิงข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกชื่นใจยิ่งนัก



“หาอะไรลูก ? ” เสียงผู้เป็นบิดาถามเมื่อเห็นภูสิตาเดินวนไปมารอบรถ ลูกสาวของท่านกำลังจะเดินทางไปงานบ้านคุณมาลิดาที่พึ่งบวชลูกชายไปเมื่อวาน วันนี้มีเลี้ยงพระทำบุญบ้านกัน

“พอดีลูกถอดสร้อยพระออกแล้วจำไม่ได้ว่าเอาไว้ที่ไหนค่ะ”

“ถอดทำไมล่ะลูก ? จะไปทำบุญ ใส่ไว้ก็ดีแล้ว”

“สร้อยมันไม่ค่อยเข้ากับชุดค่ะ นี่ไงเจอแล้ว ! งั้นลูกฝากพ่อไว้นะคะ นี่ด้วยยันต์อะไรเนี่ยเต็มรถไปหมด ? ” ภูสิตารื้อของในรถออกมา พบว่าตัวเธอก็ศรัทธาในพระพุทธศาสนาไม่น้อยเหมือนกัน หนังสือพระและหนังสือสวดมนต์เต็มไปหมด แต่เครื่องรางของขลังอีกหลาย ๆ อย่างน่าจะมีใครบางคนแถมมาให้ คนดูอยู่นี่แหละ

“แล้วกัน ! เลยรื้อออกมาหมด ไปเจอของดีวัดไหนมาล่ะลูก ถึงต้องโละของเก่าออก ? ที่พ่อได้มาดี ๆ ทั้งนั้นเลยนะ” ท่านหัวเราะ

“พระอยู่ในใจค่ะพ่อ ไม่ต้องพกก็ได้” ภูสิตาหัวเราะเมื่อนึกถึงภาพ ‘เงา’ หมดแรงเมื่อคืน จะห้อยพระได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจเธออยู่กับอีกคน เขากลายมาเป็นคนที่เธอต้องปกป้อง ไม่ว่าใครจะเรียกสิ่งนี้ว่าผีหรือคนก็ตาม ภูสิตาอมยิ้มกับตัวเอง

“ก็คงจริงลูก เห็นลูกยิ้มแบบนี้แล้วก็ดีใจ ปกติหนูไม่เคยยิ้มแบบนี้นะ สงสัยจะเข้าถึงธรรมะ ใช้ได้ ๆ ”

ที่ไหนกันล่ะพ่อจ๋า ถ้ารู้ว่าลูกเป็นขนาดนี้แล้ว พ่ออาจจะต้องพาไปรดน้ำมนต์ก็ได้ แต่คงต้องพาไปหลายคนทีเดียว เพราะเห็นกันทุกคน ต้องรีบไปดูหน่อย ไม่รู้จะมีแรงออกมาเดินหรือเปล่า ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าปรเมษฐ์ต้องออกมาใส่บาตรพระน้องชาย



พอไปถึงบ้านของปรเมษฐ์ ก็เห็นเขายุ่งอยู่กับการต้อนรับแขกกับมารดา “หน้าไม่ซีดแล้ว คงไม่เป็นไร” ภูสิตาพูดคนเดียวเบา ๆ

“ภูสิตาโมรีไปไหนครับ ? ”

“อ้าว ! ไม่ได้มากับกรกฎหรอกเหรอ ? เมื่อคืนเราก็ไม่ได้นัดกันเลยไม่รู้จ้ะ”

“เขางอนเรานะสิ เลยกลับบ้านไม่ลาใครเลย”

“แล้วกันเห็นบอกมีธุระ ที่ไหนได้ บอกได้ไหมว่าเรื่องอะไร เผื่อจะช่วยได้ ? ”

“ก็เขาคุยกับคุณหญิง แล้วคนนั้นบอกว่าจะรีบเร่งให้ปรเมษฐ์บวชบ้าง เพราะจะได้รีบ ๆ แต่งงานกัน คุณโมเธอก็ย้อนให้ว่า เขามาขอหรือยัง หรือว่าคิดไปเอง แขวะกันไปมา โมรีโมโหเลยกลับไปเลย แล้วมาพาลหาว่าผมไม่ช่วยพูดอะไรเลย”

“โธ่ ! เรื่องแค่นี้เอง”

“ว่าอะไรนะตาล เรื่องแค่นี้เหรอ ? ฉันว่าจะไม่ขุดมาพูดแล้วนะ เหม็นหน้าคน” เสียงโมรีแทรกขึ้นมา ความจริงเธอแอบอยู่ไม่ห่าง จึงได้ยินคนทั้งสองคุยกันโดยตลอด “ถ้าตัวเห็นหน้าแม่นั่นตอนนั้น อาจจะมีฟ้าผ่าได้” สีหน้าโมรีดูยังโกรธอยู่มาก

ภูสิตาอมยิ้ม “เห็นจ้ะ เห็นชัดด้วย เขาไปควงแขนให้ฉันดูเต็มสองตาเลยเมื่อคืน”

“แล้วคิดยังไงครับ ? ”

“เรื่องของเขาค่ะ มันอยู่ที่คนนั้นต่างหาก เราฟังแต่เพื่อนของเราดีกว่านะโม”

“เชอะ ! หมอนั่นมันจะทำอะไรได้ ฉันเห็นสีหน้าเขาขาว ๆ ซีด ๆ เป็นช่วง ๆ ถึงจะไม่ได้แลแม่นั่นเลย แต่เขาก็เดินเอาหน้ามานำเสนออยู่ทุก 5 นาที น่าเกลียดชะมัด นี่ไม่นับหน้าอกหน้าใจนะ ฉันกลัวใจนายบอลจริง ๆ ”

โมรีสังเกตเห็นเหมือนกันหรือนี่ ภูสิตาคิดในใจ “เขาคงนอนน้อยนะโม” เธอรีบออกความเห็น มากกว่าจะสนใจเรื่องกิริยาของสุนันทา

“คุณก็พูดเกินไป” กรกฎตำหนิโมรีตรง ๆ ทั้งสองติดต่อกันเป็นการส่วนตัวได้สักระยะแล้ว การคบหาอยู่ในสายตาของทุกคน โมรีเป็นคนตรงไปตรงมา และเธอก็สามารถวกไปวนมาได้เช่นกัน กรกฎอาจจะยังไร้สถานะอย่างเป็นทางการ แต่ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้เลยคือ ความเป็นเพื่อนระหว่างเรา

“เงียบเลยนะ ! พวกผู้ชาย ไว้ใจไม่ได้หรอก”

“พอแล้วโมอายเขา นี่ไม่ใช่บ้านเรานะ” ภูสิตากระซิบที่ข้างหูเพื่อน เพราะคนเริ่มมองมาที่พวกเธอมากขึ้น โมรีหน้าบอกบุญไม่รับ กอดอกมองไปที่อื่นเสีย ปรเมษฐ์เห็นเพื่อน ๆ สนทนากันอยู่อย่างออกรส แต่สีหน้าของภูสิตากลับดูกังวล

“หลับตาลง ภูสิตาหลับตา” ชายหนุ่มพยายามสั่งอยู่ไกล ๆ แต่ก็ไม่ได้ผล ภูสิตายังคุยกับทุกคนไม่หยุดการเคลื่อนไหว ปรเมษฐ์เป่าลมออกไปตรงหน้า ทำให้เกิดลมพัดแรงผ่านมาระลอกใหญ่ ภูสิตาไม่ทันระวังทำให้ฝุ่นพัดเข้าตา “โอ๊ะ ! อะไรเข้าตา ? ” เธอพยายามใช้ผ้าซับออกไปทำให้ต้องหลับตาลง

ถ้าโมจับได้คงแย่ แล้วสุนันทาเอาที่ไหนมาพูด ? บอลจะแต่งงานทำไมไม่บอก ?ปรเมษฐ์อมยิ้มกับเรื่องที่ได้ยินจากความคิดของภูสิตา “ยายตัวป่วนทั้งสอง กำลังทำเรื่องให้ตาลทุกข์อีกแล้ว” ไวเท่าความคิดเขาก็เดินเข้ามาสมทบกับเพื่อน ๆ แล้วมองหน้าคนตั้งคำถามในใจอย่างเอ็นดู “คุยอะไรกัน หน้ามุ่ยเชียว ? ”

“ไปไกล ๆ เลยแก ฉันกำลังอารมณ์เสีย” โมรีค้อนขวับ

“อ้าว ! โกรธใครก็ว่าไป เผื่อฉันจะช่วยได้” ปรเมษฐ์หัวเราะ

“ไม่มีอะไรหรอก บอลไปช่วยคุณป้าเถอะ”

“ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว หรือจะให้ไปใส่บาตร ? ”

“เออ ! บอลทำบุญก็ดี มันจะได้ช่วยให้คนมองนายได้ชัดมากขึ้น นี่เขากำลังเข้าใจผิดกันอยู่ ว่านายจะแต่งงาน” กรกฎพูดตรงอย่างที่คิด เขาไม่อยากพูดเรื่องที่มันไม่จริงและอยากทำให้โมรีหายหงุดหงิด

“ไม่นี่ ! จะแต่งได้ยังไง ใครจะมารักฉัน ไม่เคยมีใครบอก ? ” เขายิ้มเศร้า ภูสิตาดีใจที่อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยได้ยินคำอธิษฐานของเธอแน่ ๆ ถึงได้พูดอย่างนี้

“พอใจหรือยังโม ? ” ภูสิตาอยากจะปลอบใจเพื่อนรัก

“ถ้าแกพอใจ ฉันก็พอใจ” โมรีหัวเราะออกมาได้อย่างมีความสุข แต่ภูสิตาทำหน้าไม่ถูก เล่นแรงนะยายโม แกจะฆ่าฉันหรือไง เขายืนอยู่ตรงนี้ หมดกัน ! ภูสิตาคิด

“ผมก็พอใจ แล้วภูสิตาว่าไงครับ ? ” กรกฎอยากรู้จริง ๆ

“ถามฉันทำไมคะ ? ไม่ใช่เรื่องของฉันเสียหน่อย เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ พระมาโน่นแล้วค่ะ” ปรเมษฐ์ได้แต่มองเพื่อน ๆ ไปมา เขาทำได้แค่ชำเลืองดูคนปากแข็งตรงหน้าเท่านั้น ภูสิตายังเหมือนเดิม ไม่พูดแต่คิดทุกเรื่อง

พอพระบวชใหม่เดินเข้ามา ท่านมองมาที่พี่ชายแล้วหันมาที่เธอเล็กน้อย ภูสิตารู้สึกเหมือนถูกทวงคำสัญญาตอนที่ปลงผมให้ท่าน หญิงสาวพนมมือไหว้พลางหลับตา เอาไว้ก่อนนะคะท่าน ดิฉันคงยังมีเวลา อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นวันแรกหลังจากที่รับปากไป พี่ชายของท่านยังไม่รู้ก็คงยังไม่ไปไหน สาธุ ! เธอพูดในใจ

ปรเมษฐ์เม้มปากอมยิ้มให้พระบวชใหม่ ท่านสบตาตอบ ดวงหน้าท่านสงบนิ่ง หากแต่หัวคิ้วที่ว่างเปล่าเหมือนมาจรดกันอย่างไม่ตั้งใจ

“ดูเอาก็แล้วกัน จะรับเป็นพี่สะใภ้ไหวไหม ผัดผ่อนไปเรื่อย” เสียงพี่ชายดังขึ้นในหัวของท่าน ท่านก้มหน้าซ่อนแววตาไว้

“แหม ดูท่านสบายดีนะคะ อาจารย์ว่าอย่างนั้นไหมคะ ? ” เพื่อนของแม่ทักขึ้นเมื่อเห็นหน้าพระบวชใหม่

“ค่ะ ท่านคงอยู่ได้นานจนหมดพรรษา นี่พ่อท่านก็โทรมาว่าเสียดายที่ต้องทำงานสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงมางานลูกแน่ ๆ ” คุณมาลิดาพูดพลางยิ้ม

“งามขนาดนี้ ไม่ยักเห็นมีสาว ๆ มางานบวชนะคะ”

“อ๋อ ท่านว่ายังไม่อยากมีห่วงค่ะ ให้พี่บอลมีก่อนจะดีกว่า”



พอพระฉันเช้าเสร็จ รถก็มาจอดรอรับส่งพระอยู่แล้ว คงเหลือแต่พระบวชใหม่ที่ขอนั่งถามสารทุกข์สุกดิบของมารดาและญาติ ๆ ก่อน “โยมแม่อย่าขยันมาก ปล่อยงานให้คนอื่นทำแทน เดี๋ยวจะไม่สบาย”

“ค่ะ แม่ทราบแล้ว จำวัดเป็นอย่างไรบ้างคะ แปลกที่บ้างหรือเปล่า ? ”

“สบายดี ไม่ต้องห่วงอาตมา โยมพี่นอนดึกไหมเมื่อคืน ? ”

“ก็ไม่นะคะ แม่เห็นกลับมาแล้ว ก็เข้าห้องนอนเลย เรียกมาถามไหมคะ ? ”

ท่านส่ายหน้าช้า ๆ คงเพราะความเคยชิน แต่ก็หยุดทันทีเหมือนกันก่อนจะก้มต่ำมองที่พื้น “ไม่ต้องโยมแม่ อย่ากวนโยมพี่มาก ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ อยู่โน่นเขานอนน้อย อยากให้เขาพักมาก ๆ ” ท่านเม้มริมฝีปากอาการสำรวม

“ได้ แม่จะไม่กวนค่ะ”

“ช่วยเรียกคุณภูสิตาให้ที มีเรื่องจะไหว้วาน”

คุณมาลิดาอดสงสัยไม่ได้แต่ก็ต้องเรียกให้ อยากถามแต่ก็ไม่กล้า พอภูสิตารู้ก็คลานเข้ามาหา แล้วกราบลงอย่างนอบน้อม “โยมภูสิตา ขับรถเก่ง ช่วยพาโยมพี่ไปธุระหน่อย อาตมาไม่อยากให้เขาขับรถไกล ๆ คนเดียว”

“ได้ค่ะ ที่ไหนคะ ? ” เธอหันไปดูปรเมษฐ์ที่นั่งคุยอยู่กับเพื่อน ๆ อีกฝั่ง ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง ท่าทางมีความสุข พระปรมัตถ์หันไปดูพี่ชายตามเธอด้วย

“ไว้ เขาจะบอกเองนะ แล้วก็อย่าลืมที่ขอไว้ด้วย”

ภูสิตายิ้มเจื่อน ก่อนจะก้มกราบ




Create Date : 18 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2563 10:44:47 น. 0 comments
Counter : 163 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.