อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
13 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 14 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



14



เกือบบ่าย 3 โมงแล้วโมรีก็ยังไม่มา หญิงสาวส่ายหน้าเมื่อหมดความอดทนที่จะรอ พอจะหันหลังกลับไปที่รถ ภูสิตาก็เห็นดอกบัวที่วางไว้ให้คนมาบูชาชัดเจน ดอกบัวนั้นกำลังเรียกร้องให้เธอเดินกลับมา แต่เจ้าตัวตัดใจเดินขึ้นรถไป

ภูสิตานั่งนิ่งเหมือนคนกำลังชั่่งใจครั้งสุดท้าย ฉันทำบุญโดยที่ไม่นึกอยากจะทำอย่างนั้นหรือ ? “ทำไปเถอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว” หญิงสาวควักเศษเงินในกระเป๋ากางเกงออกมา มีเงินอยู่ไม่กี่บาท นี่เธอไม่ได้เอากระเป๋าเงินออกมาด้วยหรือนี่

เอาเถอะ ! มันอยู่ที่ใจต่างหาก ถ้าจำเป็นจะต้องหยิบดอกไม้ไปโดยที่ไม่ต้องบริจาคเงินมากมายก็คงไม่ผิดบาปนัก เธอเดินลงไปจากรถเชื่องช้า หยอดเงินลงไปในกล่องไม้ที่ทำไว้ให้บริจาคเงินทำบุญ พอจุดเทียนและธูป นั่งต่อหน้าพระประธานแล้ว มือที่พนมไว้ที่อกก็ดูจะหนักเหลือเกิน ภูสิตานึกไม่ออกว่าจะอธิษฐานว่าอะไร ? สายตาของหญิงสาวมองไปที่พระประธานอยู่นาน มองไปรอบ ๆ ตัวก่อนจะหยุดที่กรอบรูปขนาดใหญ่ที่ใส่ข้อความอะไรไว้ยาวเหยียด คำขอขมาพระรัตนตรัย คำขอนี้น่าจะเข้าท่า

ภูสิตายิ้มแล้วเริ่มอ่านทันที รู้สึกดีที่เหมือนได้ขอขมาใครต่อใครมากมาย หากแต่ตอนหนึ่งมีช่องว่างเว้นไว้ให้ “ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้เจ้ากรรมนายเวรและ...และนายปรเมษฐ์” ลมหายใจของภูสิตาสะดุด อะไรบางอย่างทำให้เอ่ยชื่ออีกคน ? แม้ในใจคิดหากแต่ไม่ได้หยุดอ่านข้อความ “ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกิน นับแต่บัดนี้ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลทั้งหมด ที่ข้าพเจ้าได้กระทำทั้งในวันนี้และตลอดไปให้กับเจ้ากรรมนายเวรและ นายปรเมษฐ์ ขอให้พวกเขามีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” ภูสิตาท่องบทขอขมานั้นจนจบ ดวงตางามกะพริบถี่ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝัน

“นี่ฉันเข้ามาทำบุญให้เขาหรอกเหรอ จะเอาคนเดียวหมดเลยเหรอ ? ” หญิงสาวผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยล้า พอก้มลงกราบจิตใจของเธอก็ยอมรับมันแต่โดยดี ก็ได้บอลเอาไปให้หมดเลย หญิงสาวพูดในใจ



โทรศัพท์มือถือดังขึ้นจนตัวเองก็ตกใจ “ว่าไงโม ? นัดฉันมาแล้วแกอยู่ไหน ? ” เสียงตามสายดังมา น้ำเสียงนั้นดูไม่อาทรร้อนใจเลยสักนิด “ขอโทษจ้ะเพื่อน ฉันยังอยู่ที่นิทรรศการอยู่เลย แกทำบุญไปเถอะนะ จะได้สบายใจ ไว้คราวหน้าค่อยไปพร้อมกันอีกที” แล้วโมรีก็วางสายไปเสียเฉย ๆ

“ประสาท อะไรของมัน แล้วชวนฉันมาทำไม ? ” ไม่ได้ติดใจเพื่อนที่ไม่มาตามนัดเท่าไรนัก หากแต่เธอไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากทำเลยสักนิด

เอาแค่ดอกไม้กับคำพูดนี่นะ ? ภูสิตาอมยิ้ม



ที่บ้านของปรเมษฐ์กำลังถูกปรับแต่งให้เป็นสถานที่จัดงานบวชของปรมัตถ์ สวนดอกไม้หน้าบ้านถูกตัดแต่งใหม่ให้ดูเรียบร้อย ไม้กระถางที่เก่าแล้วถูกเปลี่ยนด้วยกระถางใหม่ซึ่งก็เป็นฝีมือของชายหนุ่มทั้ง 3 คน กรกฎมาช่วยงานตั้งแต่เมื่อวาน เขายกดอกไม้ที่ร้านมาช่วยตกแต่งบ้านอย่างเต็มใจ “บ้านสวยจนจะเหมือนงานแต่งอยู่แล้ว ฉันว่าฉันเปลี่ยนงานจะทันไหมเนี่ย ? ” ปรเมษฐ์พูดขึ้นอย่างนึกสนุก

“เข้าท่านะ ว่าแต่ว่าหาเจ้าสาวได้แล้วเหรอบอล ? ” กรกฎยิ้ม

“ที่เข้าท่ามี แต่เขาจะยอมเข้าหอกับฉันหรือเปล่าต้องดูกันอีกที”

“ที่มีให้เลือกกันดันไม่ชอบ น่าสงสาร มาโน่นแล้ว ! ” ปรมัตถ์หัวเราะ สุนันทาเหมือนคนละคนกับในวัยเด็ก วัยสาวสะพรั่งทำให้เธอแต่งตัวได้มากขึ้น ผมดัดเป็นลอนใหญ่ทำให้ดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ไม่ต้องรวมเครื่องสำอางที่แต่งแต้มไว้ อะไร ๆ มันดูจะมากไปเสมอสำหรับสุนันทา ตรงนี้เหมือนเดิมไม่มีผิด ปรมัตถ์คิด

“บอลจ๋าหิวหรือยัง ป้าให้มาถาม ? ”

ปรเมษฐ์ดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวอง “ก็น่าจะหิวแล้วนะ สายป่านนี้แล้ว หญิงตัวช่วยไปหาอะไรมากินทีเถอะ ถามทำไมเสียเวลา ? ”

“รู้แล้วน่า ก็แค่อยากออกมาดูหน้าบอล” หญิงสาวเชิดใส่ทุกคน

“ก็ดีนะครับต้องรีบดูไว้ เดี๋ยวจะไม่ได้เห็นอีกนาน” ปรมัตถ์พูดขณะที่สุนันทาเดินออกไปแล้ว ปรเมษฐ์ยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว

“ทำไมเหรอ บอลจะไปไหนเหรอเบส ? ” กรกฎสงสัย

“อ๋อ ก็เบสอยากให้เขาไปปรนนิบัติพัดวีในวัดด้วยไงครับพี่”

“เย็นนี้คงต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นฉันคงอยู่ไม่เป็นสุข”

“ก็ดีขึ้นแล้วนี่นา”

“นั่นก็ใช่ แต่มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องพูด ปล่อยไว้นานก็คาราคาซัง ฉันอึดอัด” กรกฎไม่เข้าใจเรื่องที่พี่น้องคุยกัน แต่ไม่ได้ถามอะไรเพราะเห็นว่าไม่เกี่ยวกับตนเอง



พอตกเย็นปรเมษฐ์ก็ขับรถออกไปจากบ้าน “ว่าไงปูนา ที่คุยกันไว้ ? ” เขาถามเพื่อนสาวทางโทรศัพท์เมื่อใกล้ถึงที่หมาย

“เชิญย่ะ ตาลเขารออยู่ร้านขวามือที่บอกแหละ ตอนนี้กำลังกินข้าวอยู่ เร็ว ๆ เข้าล่ะ โชคดีนะ” ปรเมษฐ์ยิ้มกับตัวเอง ปูนาได้ดั่งใจเสมอเวลาที่ไหว้วานให้ทำอะไร เขาขอร้องให้เธอนัดภูสิตาออกมากินข้าวโดยที่ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนเชิญ

“หิวเหรอครับ ? กินก่อนเสียแล้ว” เขาทักหญิงสาวเมื่อไปถึงที่หมาย

“มาได้ไง เห็นว่ายุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอ ปูนานัดไว้ด้วยเหรอ ? ”

ปรเมษฐ์นั่งลงตรงหน้าเธอ “ปูนาต่างหากไม่ได้ถูกนัด” เขาหัวเราะ

ภูสิตาวางช้อนส้อมลงทันที “นึกอยู่แล้ว มาช้าเหลือเกิน ทำไมชอบวางแผน ? มีอะไรทำไมไม่บอกกันตรง ๆ คุณก็เหมือนคนอื่น ๆ ทำไมจะนัดกันกินข้าวไม่ได้ ? ”

“นัด คุณก็ไม่มา ไม่ก็โยกโย้” เขาพูดเบา หางตาของชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ กาย ความเงียบในยามค่ำคืนก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ มีเพียงเขาและเธอเท่านั้นในยามนี้

“มีอะไรกับฉันคะ ? ทานอะไรคะ สั่งเพิ่มไหม ? ” ภูสิตามองเขาผ่าน ๆ แล้วก็ลงมือเขี่ยก้างปลานึ่งมะนาวอย่างระมัดระวัง ก่อนจะตักเข้าปาก ชายหนุ่มกวาดตาดูอาหารที่ถูกสั่งมาไว้แล้ว “ปูนาก็สั่งล่วงหน้าได้ถูก ของชอบของผมก็มี”

ไร้เสียงจากอีกคน เจ้าตัวดูเหมือนไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นมาเลย ปลาตัวนั้นเสียอีกที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากภูสิตา ปรเมษฐ์หยิบส้อมขึ้นมาแล้วขูดลงบนจานเปล่าที่วางอยู่ตรงหน้าเบา ๆ เสียงนั้นทำให้คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมามองเขาได้ “ได้ยิน....ใช่ไหมครับ ? ” เขาถามเสียงนุ่มและเบา จนแทบจับเสียงนั้นไม่ได้

ภูสิตาพยักหน้ารับช้า

“ถ้าผมบอกอะไรไป รับปากได้ไหมว่าคุณจะไม่เดินหนี” ดวงตาสวยคู่นั้นมองเธออย่างอ้อนวอน แต่คนฟังก็รู้สึกเหมือนถูกออกคำสั่ง แม้คำขอนั้นจะอ่อนโยน

“ได้ ไม่หนีค่ะ”

“ถ้าผมบอกอะไรไป รับปากได้ไหมว่าคุณจะรอ ? ”

“มัน คงไม่นานเท่ากับที่คุณรอจดหมายฉัน ถือว่าตอบแทนเรื่องนั้นก็แล้วกัน”

“คุณฉลาด” ปรเมษฐ์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ภูสิตาใช้ส้อมเขี่ยอาหารตรงหน้าไปไว้ที่ขอบจาน ราวกับกลัวเศษอาหารจะตกออกจากจาน มือนั้นอ่อนลงอย่างรวดเร็วเหมือนลมหายของตัวเธอเอง

“วันนั้น...วันที่เราเจอกันอีกครั้ง คุณยังไม่ได้ยินที่ผมพูด” เขาพูดช้าราวกับจะสะกดคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อาทรอย่างที่สุด “ผมบอกคุณว่า ผมไม่ได้ไปไหน แต่อยู่กับคุณตลอด ผมหมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ ”

ภูสิตาจ้องหน้าเขา สายตาเธอเหมือนเด็กไร้เดียงสา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือ ทั้งสองของเธอไว้ มือทั้งสองของภูสิตาเริ่มเย็น “ผมอยู่ในฝัน คุณเห็นผมจริง ๆ ในฝันของคุณ ผมไปได้ทุกที่ไม่ต่างอะไรกับคนตาย”

ภูสิตาก้มหน้าดูมือข้างหนึ่งของตัวเองที่เขาจับอยู่ไร้วาจา

“คุณต้องกินยา ต้องเจ็บปวดก็เพราะผม ผมรู้ทุกอย่างที่คุณเป็น เราต้องยอมรับนะคุณเข้าใจไหมครับ ? ” น้ำเสียงชายหนุ่มอ่อนโยน “ตาลคุณอ่านจดหมายแล้ว อ่านมาแล้วยอมรับมันเสียเถอะนะ ผมไม่อยากให้คุณเจ็บปวดอีกแล้ว”

น้ำตาของหญิงสาวเอ่อออกมา หากแต่ไม่มีคำพูดใดจากปากเธอ “คุณทำให้ผมต้องสู้เพื่อให้ได้มาพบคุณ ในขณะที่ตัวคุณเองก็ไม่ยอมตื่นเพราะคุณกลัว มันไกลมากภูสิตา ไกลจนคุณนึกไม่ถึง ผมมาไกลเหลือเกิน ไม่ใช่แค่จากที่ ๆ ผมไปเรียน ผมจะมาบอกว่า ผมรอคุณอยู่ คุณต้องเข้มแข็ง”

ภูสิตาสะอื้นพลางมองตาชายหนุ่ม ม่านน้ำตาทำให้มองเห็นเขาเลือนราง

“ฉัน.....รู้แล้ว” เสียงนั้นสั่นจนเกือบจะไม่มีเสียง น้ำตาของหญิงสาวอาบแก้มไม่ขาดสายราวกับสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กลิ่นดินฟุ้งไปทั่วกายของทั้งสอง

“อย่าให้การเดินทางของผมทำให้คุณเจ็บปวดอีก ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหนมีตัวตนหรือไม่ คุณสัญญาแล้วว่าจะรอ ทำได้ไหมครับ ? ”

ภูสิตาพยักหน้ารับทั้งน้ำตา

“พี่คนนั้นเขาเป็นอะไร ? เหมือนคุยกับใครอยู่ ? ” เสียงบริกรหนุ่มคุยกับเพื่อนอีกคนเมื่อเดินผ่านโต๊ะที่ภูสิตานั่งอยู่ “นั่นสิ ! ข้าก็เห็นเขามาคนเดียวนี่หว่า”



“พี่บอลเป็นไงบ้างครับ ? ” ปรมัตถ์ทักพี่ชายเมื่อเขากลับมาบ้าน

“ก็ดูกันไป”

“เราทำเกินไปหรือเปล่าบอล ? เบสมานึก ๆ ดู นายเองก็ยังไม่ฟื้น เรากำลังทำให้ทุกคนเจ็บปวดหรือเปล่า ถ้านายไม่ฟื้นจริง ๆ เบสจะทำยังไงต่อ ? คงมีอีกหลายคนที่จะเป็นเหมือนภูสิตา ยิ่งแม่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

ปรเมษฐ์มองหน้าน้องชายสงบนิ่งอยู่นานจึงเอ่ย “ถ้านายเห็นภูสิตาตอนที่เขารู้เรื่องฉัน นายจะไม่ถามฉันแบบนี้” เขายังจำได้ดี เพราะมันผ่านมาไม่ถึงครึ่งปี ในโลกที่เขาอยู่ที่ที่ปรเมษฐ์จะสามารถไปได้ทุกที่ แน่นอนเขาเลือกที่จะไปหาภูสิตาเป็นคนแรก เพราะเสียงร้องไห้ของเธอ ความผูกพันระหว่างเขากับเธอเป็นสายสัมพันธ์เดียวที่เชื่อมกันไว้ได้



ในฝันคืนหนึ่ง เสียงเด็กชายดังมาจากด้านหลัง เมื่อภูสิตากำลังหาข้อมูลของเขาผ่านทางอินเตอร์เน็ต หญิงสาวใส่ชื่อของเขาเข้าไปเพื่อหวังว่าจะได้ข้อมูลไม่มากก็น้อย

“หาเราทำไม ? เราอยู่กับตัวตลอด อยู่ตรงนี้” ภูสิตาหันไปดูจึงได้พบปรเมษฐ์ในวัยเด็กนั่งอยู่ข้างหลังเธอ เธอได้แต่ยิ้มอย่างดีใจ

เด็กชายจูงมือภูสิตาเดินขึ้นไปบนภูเขาดอกไม้สีสดสวยงามกำลังเบ่งบานต้อนรับคนทั้งคู่ ปรเมษฐ์หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง “เราพร้อมแล้ว เราจะมาขอหมั้นตัวเองนะ” เด็กชายไม่รอคำตอบ อีกคนยินยอมทั้งกายทั้งใจ เธอพยักหน้ารับ มือของเธอยื่นออกไปจะรับแหวน แต่เสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้นเสียก่อน ภูสิตาตื่นจากภวังค์ ! วันนั้นหัวใจของหญิงสาวชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก

“มีจดหมายมาแน่ะลูก จากออสเตรเลีย”

ภูสิตารีบลงไปรับจดหมายนั้นทันที เธอรู้สึกดีใจอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่จดหมายฉบับแรก แม้ภูสิตาจะไม่เคยตอบจดหมายของเขาเลย แต่ทุกฉบับที่ได้รับก็ทำให้ภูสิตามีความสุข “สักวันเราจะตอบนะบอล ถ้าเรารีบตอบตัวก็จะยืดเวลาออกไปแล้วก็จะไม่ยอมกลับ” ภูสิตาพูดกับตัวเองแบบนี้เสมอ ทุกครั้งที่เธออ่านจดหมายจบเธอจะพับและปิดซองนั้นไว้เหมือนเดิม

ภูสิตาที่รัก....

เบสเอง ขอโทษที่เขียนจดหมายฉบับนี้แทนพี่ชายที่รักของผม แต่มันจำเป็น เราเสียใจที่จะบอกคุณว่าตอนนี้ปรเมษฐ์อาจจะไม่อยู่กับเราไม่วันใดก็วันหนึ่ง เขาประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ไม่ได้สติและอาจจะไม่ตื่นมาอยู่กับเราอีกเลย พ่อไม่อนุญาตให้ผมบอกใคร เพราะกลัวว่าเรื่องจะได้ยินถึงหูแม่ ท่านคงรับไม่ได้ ผมบอกใครไม่ได้ มันทรมานที่ต้องเห็นเขาในสภาพแบบนี้ ผมอยากให้คุณรู้ อย่างน้อยคุณก็เป็นคนที่เขาอยากพบที่สุด

เขาเคยบอกผมว่า เขาเสียใจและเสียดาย เพราะเมื่อตอนที่จากมา เขาไม่มีโอกาสได้ลาคุณ แต่เขาเคยสาบานไว้ต่อหน้าพระว่าเขาจะกลับไปหาคุณ เมื่อคุณต้องการ

ภูสิตา...ผมรู้ว่าถ้าได้กลับบ้านอีก เขาคงจะไปบอกคุณด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้มันอาจจะสายไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เขารู้ตัวมานานแล้วว่าคุณสำคัญกับเขาแค่ไหน ผมคงไม่อาจบอกคุณแทนเขาได้ อภัยให้เขาด้วยถ้าเขาเคยทำอะไรให้คุณไม่พอใจ เราจะดูแลร่างของเขาให้ดีที่สุดจนกว่าเขาจะฟื้น หากเขาไม่กลับมาก็ขอให้คุณอภัยให้เราด้วย อยู่กับเรานะภูสิตาเรารักคุณ

ปรมัตถ์

ภูสิตาเกาะขอบโซฟาแน่นพลางนั่งลงที่พื้น น้ำตาแห่งความทุกข์ ความเสียใจเอ่อล้น นี่หรือที่บอกว่าจะมาหมั้น แล้วฝันเมื่อคืนคืออะไรกันบอล ? หญิงสาวคลานออกไปล็อกประตูห้องทันที ก่อนจะกอดจดหมายฉบับนั้น ด้วยความทุกข์อย่างหาที่สุดมิได้ ภูสิตาพยายามอ่านจดหมายนั้นอีกรอบ หวังว่ามันจะเป็นแค่ความฝันเท่านั้น

“เบสโกหก ตายไม่ได้ เราไม่ยอม บอลจะตายไม่ได้” ดวงตาของภูสิตาพร่ามัวไปหมด รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหมดลมหายใจ “ช่วยด้วย ! ช่วยลูกด้วย ! คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย ! ” ภูสิตาห่อตัวเข้ากอดตัวเองหลังชนฝา ร่างบางรู้สึกร่างกายเบาหวิวไร้ที่ยึดเหนี่ยว “บอลไปไหน ? ทำไมทำกับเราแบบนี้ คนใจร้าย ! บอกฉันทำไม ? ทำไมมาบอกว่าไม่อยู่กับฉันแล้ว ! ” เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหัวใจทั้งดวงราวกับกำลังจะดับวูบลง “ฉัน ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้บอกคนที่ฉันรักมาตลอดว่ารัก มันเอาคืนไม่ได้แล้ว บอลไม่รับรู้แล้ว แล้วจะให้ฉันอยู่ยังไง ? ”

เสียงร้องไห้ที่เจ็บปวด ถูกกดไว้ด้วยหมอนใบโตที่เจ้าตัวดึงมาปิดปากตัวเอง พลางกอดไว้แน่น เสียงสะอื้นสั่นเครือเจ็บปวดรวดร้าวอย่างสุดพรรณนา “ทำไมไม่รอเรา ทำไมไม่บอกเราด้วยตัวเองบอล ? ทำยังไงดี ? ” ภูสิตาสะอื้นด้วยโยน เธอไม่ได้ยินเสียงของตัวเองแล้วในเวลานี้ ความทุกข์ทรมานที่หญิงสาวแสดงออกมา ทำให้จิตที่ล่องลอยอยู่ของปรเมษฐ์เจ็บปวดอย่างที่สุด จะทำอย่างไรเมื่อวันนี้เขาไม่สามารถมายืนตรงหน้าของภูสิตาได้ ? จะปลอบโยนเธอสักนิดก็ทำไม่ได้

“ผมเจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากกว่านัก เพียงแต่ว่าคุณไม่รู้ มองมาทางนี้ภูสิตา เงยหน้าขึ้นมา” ตั้งแต่วันนั้นดวงจิตของปรเมษฐ์ก็อยู่กับภูสิตามาตลอด เป็นเงาที่คอยอยู่ดูแลกันมาแต่เจ้าตัวไม่รู้ ชายหนุ่มถอนใจยาว เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา

“ถ้าไม่มีแรงอธิษฐานของภูสิตา ไม่มีจิตที่เข้มแข็งของฉันและภูสิตา เราก็คงไม่มีวันได้อยู่ด้วยกันอย่างวันนี้”

ปรมัตถ์ตบบ่าพี่ชายเบา ๆ “เอาน่านายยังไม่ตาย ฉันจะทำทุกอย่างให้นายสมหวัง พ่อดูอยู่ทางโน้นแล้ว นายเองก็ทำทุกอย่างให้มันเหมือนเดิมไป ยังไงเสียนายก็ได้ผลบุญจากภูสิตาอยู่แล้ว เขายกให้นายหมดแล้วนี่”

ปรเมษฐ์เห็นสายตาน้องชายที่เป็นห่วงเขาก็อดสงสารไม่ได้ เขายิ้มน้อย ๆ ให้ปรมัตถ์ แต่สายตากังวลของปรเมษฐ์ยังมีอยู่ เขาไม่รู้หรอกว่าภูสิตาจะจัดการกับความคิดของตัวเองอย่างไร ไปบอกเธอด้วยตัวเองอย่างที่เธออยากให้ทำมาตลอดแล้ว คงสุดแล้วแต่เวรกรรมที่จะเป็นไป

เมื่อเขาและเธอฝืนธรรมชาติได้ด้วยแรงอธิษฐาน เขาก็ปรารถนาจะให้ภูสิตายอมรับความจริงในข้อนี้ให้ได้ว่าเขาเองก็ยังไม่มีตัวตนในตอนนี้ เป็นเพียงเงาที่กลับมาหาเธอ ด้วยจิตเท่านั้นเอง คุณไม่รู้หรอกภูสิตา ว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2563 17:57:18 น. 0 comments
Counter : 160 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.