อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2563
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ตุลาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 4 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



4

“เปียกเป็นหมาตกน้ำเลยลูก ! ยังคิดว่าจะนั่งอยู่จนมืด” พ่อพูดพลางส่งผ้าเช็ดตัวให้ วันนี้อาคมกลับบ้านเร็วเพราะงานเสร็จเร็ว ชะเง้อมองหาลูกสาวคนเดียวอยู่นาน แต่ก็ไม่เห็นกลับมา แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะไปตามหา เพราะรู้ดีว่าภูสิตาดูแลตัวเองได้

“ฝนตกแค่นี้เองค่ะ”

ทำเก่งอวดพ่อ เธอรู้อยู่เต็มอกว่าใครมาส่ง  เด็กหญิงอมยิ้ม เมื่อภูสิตาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว จึงออกมาดูที่หน้าบ้าน ฝนซาลงจนแทบจะจับเม็ดฝนไม่ได้แล้ว เด็กหญิงถอนใจยาว เป็นอันว่าหนีไม่พ้นจนได้ ! “ไปกันค่ะ น้าจะไปส่ง ขากลับอาจารย์มาลิดาจะมาส่งค่ะ” เสียงน้านิดาบอก



พอไปถึงบ้านของปรเมษฐ์ ฝนก็ตกลงมาอีก เขายืนอยู่ที่หน้าบ้านและวิ่งไปเอาร่มมากางให้ภูสิตา “เข้าไปเร็ว เดี๋ยวเป็นหวัดค่ะ ! ” เสียงน้านิดาร้องออกมาจากรถยนต์เมื่อประตูถูกเปิดออก ปรเมษฐ์ยกมือไหว้ท่านอย่างนอบน้อม ท่านไม่ได้ลงมาร่วมงานด้วย พอภูสิตาลงจากรถน้านิดาก็ขับรถออกไปทันที ปรเมษฐ์มองหน้าเธอไม่นานก็พยักหน้าให้เดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน “มาแล้วเหรอลูก ? เข้ามานั่งข้างในจ้ะ” มารดาของปรเมษฐ์ทักทาย ภูสิตายกมือไหว้อย่างเคารพ

ที่คิดไว้ไม่ผิด ‘คนดัง’ นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว เด็กหญิงคนนั้นมองหน้าภูสิตาอย่างเย็นชา ปรเมษฐ์เห็นท่าทีของทั้งคู่แล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างระหว่างคนทั้งสอง “มาช้าจัง บ้านก็อยู่แค่นี้ รออยู่คนเดียว ! ” สุนันทาพูด

“เราไม่ได้อยากมา” ภูสิตาพูดตรง ๆ ให้ได้ยินกันทั่วทุกคน

ปรเมษฐ์ยิ้มเจื่อน โชคดีที่แม่ไม่ได้ยิน เพราะเดินไปคุยกับแขกผู้ใหญ่ที่มา

“ก็ทำไมต้องมา ? นี่วันเกิดบอล คนสำคัญก็มีแต่บอล”

“หญิงเงียบไปเลย นี่เพื่อนเรา ! ” ปรเมษฐ์ออกคำสั่งด้วยสีหน้าจริงจัง ภูสิตาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการห้ามศึกของเขา แต่เธอรู้สึกอ่อนใจกับเขามากกว่า

“วันเกิดทำไมไม่บอก ? ไม่มีอะไรให้เลย”

ปรเมษฐ์ยิ้มเจื่อน “กลัวตัวไม่มานะสิเลยไม่บอกก่อน” เขารู้สึกโล่งใจที่เพื่อนไม่โกรธ ภูสิตายิ้มให้เขาอย่างจริงใจ รู้สึกดีใจอย่างประหลาดกับแววตาของคนตรงหน้า

“บอลมีเพื่อนคนเดียวรึไง ! ” พอเห็นคนทั้งสองยิ้มให้กัน สุนันทาก็รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ “ก็เป็นเพื่อนเหมือนกันทุกคน คิดว่าตัวเป็นใคร ? ” ภูสิตาถาม น้ำเสียงของเด็กหญิงราบเรียบ แต่มีอำนาจไม่แพ้สายตาของเจ้าตัว

สุนันทาพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคนดูเงียบ ๆ อย่างภูสิตาจะพูดอะไรแรง ๆ ได้ไม่แพ้เธอเช่นกัน เจ็บใจแต่เพราะสายตาของเพื่อนคนอื่น ๆ ที่มองมาและปรเมษฐ์ที่ตอนนี้ยืนอยู่คนละฝั่งกับเธอทำให้ต้องหยุด

“ตาลไปหาโมสิ มาด้วยนะ หญิงไปหาเพื่อนตัวสิ” เขาดึงแขนเสื้อภูสิตา แล้วพาออกไปหาโมรีทันที สุนันทารับรู้ว่าในตอนนี้ เธอเจอคนที่ต้องจ้องไว้อย่าให้คลาดสายตาเข้าเสียแล้ว



พอเดินไปสมทบกับเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน ภูสิตาก็รู้สึกหายใจโล่งขึ้น ทำไมต้องรู้สึกอารมณ์เสียกับเพื่อนที่เธอไม่รู้จัก เด็กหญิงปลอบตัวเองในใจ

“กินอะไรมารึยัง หิวไหม ? ”

“นิดหน่อย แต่เดี๋ยวกลับบ้านค่อยกินอีกก็ได้”

“ไหน ๆ ก็มาแล้ว เดี๋ยวไปหาของกินมาให้นะ” ปรเมษฐ์เดินไปที่โต๊ะอาหาร ตักขนมและกับข้าวมาหลายอย่างใส่ในจานเดียวกัน เขายื่นจานนั้นให้ภูสิตา อาหารที่ตักผสมกันมาอย่างละนิดละหน่อยหากแต่เกือบเต็มจานทำให้ภูสิตายิ้มเจื่อน

“ไม่เห็นต้องเอามาหลายอย่าง กินไม่ถูกเลย”

ปรเมษฐ์พึ่งรู้ตัว ได้แต่ยิ้ม “ลืมไปกลัวไม่อิ่ม กินได้ไหม ? ”

“ได้สิ ขอบใจนะ” แล้วเด็กทั้งสอง รวมทั้งเพื่อน ๆ ในห้องที่มาร่วมงานก็ช่วยกันกินอาหารในจานจนหมด และพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน



งานเลี้ยงวันครบรอบวันเกิดเล็ก ๆ ของปรเมษฐ์ผ่านไปได้ด้วยดี เขารู้สึกดีใจที่พูดคุยกับภูสิตาเหมือนกับที่คุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องได้แล้ว เดิมเด็กชายคิดว่าภูสิตาเป็นคนที่เข้าหาได้ยากเพราะเธอไม่ค่อยพูด แต่วันนี้เธอพูดได้ดีและออกจะเก่งกล้าไม่น้อยไปกว่าสุนันทา รายนั้นคงเข็ดไปนาน. เขาไม่ค่อยชอบใจกับการกระทำของสุนันทาสักเท่าไรเธอมักจะทำอะไรเกินไปเสมอๆ



วันหนึ่งอาจารย์สุวิทย์แจ้งว่าทางโรงเรียนได้มอบหมายให้ห้องเรียนของภูสิตาจัดพานพุ่ม เพื่อนำไปถวายพระในวันเข้าพรรษาที่กำลังจะมาถึงในวันจันทร์นี้ นักเรียนทุกคนคงต้องช่วยกันหาดอกไม้สดมาเพื่อนำมาจัดพาน รูปแบบของพานพุ่มอาจารย์จะแจกภาพให้ “มาจับสลากจะได้แบ่งกลุ่มกัน กลุ่มละ 6 คน” อาจารย์สั่ง

“จับทำไม ? อาจารย์เลือกให้ก็สิ้นเรื่อง” โมรีบ่นอิดออดเบา ๆ

ภูสิตาได้แต่อมยิ้ม โมรีเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อมค้อม เธอชอบคนแบบนี้นัก กลุ่มของภูสิตามี ธนชาติ, วาสนา, ปูนา, เอกรินทร์ และปรเมษฐ์ โมรีโกรธจนหน้าแดงที่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับภูสิตา

“ไม่ยุติธรรมเลย ! ทำไมไม่ให้คนนั่งด้วยกันอยู่กลุ่มเดียวกัน ไอ้บอล ! โกงรึเปล่าแก ทำไมได้อยู่กับไอ้เอก ? ” โมรีพูดจาเสียงดังตามแบบฉบับของเธอ พัดไม้สีสวยที่พึ่งได้มาถูกพัดโบกจนมีเสียงดังเพราะอารมณ์ของคนพัดพาไป

ปรเมษฐ์หันมามองพลางยิ้มอย่างสะใจ “เขาเรียกว่าคนมีบุญอยู่ด้วยกันหรอก โกงเกิงอะไรไม่รู้เรื่อง ! ” เขากับเอกรินทร์หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เพราะทำให้โมรีโกรธมากยิ่งขึ้นได้ “แกหาว่าฉันไม่มีบุญเหรอ ? ”

“ไม่มีใครเขาว่าหรอกโม แต่แกรู้สึกใช่ไหมล่ะ ? เป็นข้านะข้าจะฟาดไอ้บอลสักเปรี้ยง ! ” เอกรินทร์ทำท่าล้อเลียนเหมือนงิ้วออกโรง ฟาดไปที่แขนปรเมษฐ์เบา ๆ ทำท่าทางเหมือนผู้หญิงทำให้ทุกคนหัวเราะ

“เอาน่าอย่าคิดมากโม ! ” ปรเมษฐ์หันไปยิ้มให้ภูสิตา เด็กหญิงยิ้มตอบ เธอเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาและใบหน้านั้นมากขึ้น

เวลาที่นิ่งและเวลาที่แสดงอารมณ์ของปรเมษฐ์ภาพของเขาจะต่างกันราวกับคนละคน มีเพียงภาพของปรเมษฐ์เท่านั้นที่กำลังอยู่ในหัวของภูสิตาในเวลานี้

“ไปหาดอกไม้ที่บ้านปูนานะ จะได้เที่ยวที่สวนบ้านปูนาด้วยไง”

“มีของกินไหม ? ถ้ามีก็ไป” เอกรินทร์พูด

“มีอยู่แล้วไอ้อ้วน ! ” ปูนาบอกแล้วจึงเล่าเรื่องสวนที่บ้านของเธอให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างภูมิใจ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะไปที่สวนของปูนา



เช้าวันเสาร์ทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านสวนของปูนา ที่นี่มีดอกไม้ปลูกอยู่มากมายจริง ๆ เด็กผู้ชายตื่นเต้นกับไร่นาและไม้ผลรอบ ๆ มากกว่าที่จะสนใจต้นบานไม่รู้โรยที่ปลูกไว้เป็นหย่อม ๆ หลายจุด เด็ก ๆ ต้องกระจายกันออกไปเก็บ

“แม่เราบอกว่าเก็บไปเยอะ ๆ ดอกอะไรก็เก็บไป” ปรเมษฐ์บอกเพื่อน ๆ เขาอ้อยอิ่งเก็บดอกไม้เหมือนคนขี้เกียจเสียเต็มประดา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นอาการแบบนี้ของเขา เวลาที่ปรเมษฐ์เผลอหรืออยู่เงียบ ๆ คนเดียว ภูสิตารู้สึกว่าเขาเหมือนคนที่ง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา ไม่ก็พิจารณาของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานเป็นพิเศษ เหมือนมีเพียงแต่เขาและของสิ่งนั้นเท่านั้นเองในโลกนี้ วันนี้ปรเมษฐ์ใส่เสื้อยืดโปโลลายเลขาคณิตสีสดทำให้เขาดูสดใส กางเกงยีนส์สีอ่อนทำให้ขาของเขาดูยาวมากกว่าปกติ เหมือนคนละคนกับที่ภูสิตารู้จัก เขาดูไม่เหมือนเด็กนักเรียนชั้น ป. 5 เลยด้วยซ้ำ “มองอะไร ? ! ”

“ก็ไม่เหมือนบอล แปลก ๆ ”

ปรเมษฐ์ยิ้มเพราะเขารู้ว่ามันต้องดูดีกว่าชุดนักเรียน ไม่อย่างนั้นภูสิตาจะมองเขาทำไม ปกติเธอก็ไม่ค่อยใส่ใจใคร “หล่อละสิ”

ภูสิตามองเขาสีหน้าเครียด “ไม่เคยพูด” แล้วรีบออกเดินไปสมทบกับปูนาทันที เธอเก็บดอกบานไม่รู้โรยอย่างตั้งใจ ไม่หันมามองปรเมษฐ์อีกเลย ปรเมษฐ์รู้สึกพอใจกับสายตาที่ภูสิตามองเขา เธอไม่เคยพูดถึงคนอื่น ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า หากแต่เจ้าตัวมักจะมองมาที่เขาโดยที่ไม่รู้ตัว เขารู้ว่าภูสิตาทำอย่างนี้กับเขาคนเดียว

เก็บดอกไม้สดกันมาได้ครึ่งวัน คุณแม่ของปูนาก็หาของกินมาให้กิน ที่จริงก็มีอาหารตั้งไว้ให้กินตลอดเวลาอยู่แล้ว เด็กในวัยนี้ไม่มีอะไรดีเท่ากินอิ่ม เล่นสนุกและนอนหลับ เอกรินทร์และธนชาติหลบไปนอนหลังต้นงิ้วใหญ่หลังอาหารกลางวัน ลมพัดเย็น ทำให้หลับได้ง่าย ปรเมษฐ์กำลังสนใจขอนไม้รูปร่างประหลาดแถว ๆ นั้น เขาเก็บมันมาหลายอันแล้วค่อย ๆ พิจารณาแต่ละอันอย่างตั้งใจ ส่วนปูนาสรรหาของเล่นมากมายที่มี มาให้เพื่อนผู้หญิงดู แต่ภูสิตาไม่ใช่เด็กที่เล่นตุ๊กตา สิ่งที่เธอสนใจคือสิ่งมีชีวิตที่เดินได้หรือสีสันแปลกตา ภูสิตาจึงเปิดถุงดอกไม้ที่เก็บมาได้ แล้วค่อย ๆ คัดดอกที่ไม่สวยทิ้งไป นี่คงเป็นถุงที่เด็กผู้ชายเก็บมาเพราะมีดอกที่ไม่สมบูรณ์อยู่มาก

“ไม่เอาเหรอ ? ” ปูนาหันมาเห็นจึงถาม

“ใช้ไม่ได้หรอก เก็บไปก็หนักเปล่า ๆ ดอกมันไม่สวย”

“ทำเป็นเหรอ ? ” วาสนาถามภูสิตาบ้าง

“ไม่เป็น แต่ที่บ้านเก่าเคยปลูกดอกไม้” ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีขอนไม้ลอยมาตกลงที่วงสนทนาของเด็กหญิง ทุกคนร้องตกใจ แล้วก็หันไปหาคนขว้างมาทันที !

“นั่นเราก็ว่าไม่สวย ไม่เอา ! ” เมื่อทุกคนมองไปก็เห็นปรเมษฐ์ยิ้มกว้างแล้วหัวเราะ เขาไม่ได้ใส่ใจขอนไม้ที่โยนไปใส่กลุ่มเพื่อน ๆ เลย ปูนาโกรธจัดเพราะขอนไม้นั่นมาทับตุ๊กตาแสนสวยของเธอเข้า “หนอย ! วันไหนไม่ได้กวนชาวบ้านจะตายใช่ไหมแก ? ” ปูนาโยนขอนไม้นั่นกลับไป มันถูกขว้างไปโดนหน้าผากปรเมษฐ์เข้าเต็มเปา

“โอ๊ย ! เจ็บนะปูนา” เขาร้องเสียงดัง ภูสิตาหันไปตามเสียงร้อง แล้วเธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาปรเมษฐ์ทันที เลือดสด ๆ ไหลออกมาจากหน้าผากของปรเมษฐ์

เด็ก ๆ ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนหน้าเสียกันทุกคน ปูนาตกใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา “ขอโทษนะบอล ปูนาไม่ได้ตั้งใจ ”

“ถ้าตั้งใจคงสลบเลย ไม่เป็นไร” เด็กชายยังมีอารมณ์ขัน เขาพยายามหัวเราะ ในขณะที่ร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นเลือดตัวเองที่มือ เด็กผู้หญิงช่วยกันเช็ดเลือดให้เขาอย่างห่วงใย ปรเมษฐ์เอามือกดที่แผลไว้ ไม่ให้ใครจับโดนมัน ภูสิตาเห็นเลือดสด ๆ ไหลผ่านดวงตาเศร้านั่นถึงกับน้ำตาคลอ เธอรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาเช็ดเลือดให้ รู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก วาสนารีบวิ่งเข้าไปในบ้านขอให้คุณแม่ของปูนาออกมาดูทันที

ขณะที่รอคุณแม่เลือดของปรเมษฐ์ก็ไหลไม่หยุด ปูนาก็เอาแต่ร้องไห้ ภูสิตาไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ตาม ปรเมษฐ์มองหน้าเพื่อนทั้งสองสลับกันไปมาอย่างอ่อนใจ ส่วนเพื่อนผู้ชายฝั่งนั้นยังคงหลับไม่รู้เรื่อง

“ทำหน้าแบบนั้นทำไม ? เราไม่ตายหรอกน่า”

“ทำไมชอบหาเรื่อง ? ”

“โน่น ! ไปว่าคนนั้น” ปรเมษฐ์ชี้ไปที่ปูนา แม่ของปูนาวิ่งเข้ามาดูแผลพร้อมกับชุดปฐมพยาบาลในมือครบชุด แต่พอท่านเห็นบาดแผลแล้วก็ส่ายหน้า “ไปโรงพยาบาลกันลูก ! ” ปรเมษฐ์ถูกพาไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลทันที



เย็นวันนั้นดอกไม้ที่เก็บกันมาทั้งหมดถูกส่งไปที่บ้านของภูสิตา พอทราบเรื่องที่เกิดขึ้นผู้ใหญ่ก็เข้าใจจิตใจของเด็ก ๆ ใครจะมีแก่ใจมาทำอะไร เมื่อเพื่อนอีกคนต้องมาเจ็บ น้านิดาจึงรับอาสาที่จะจัดการเรื่องพานพุ่มให้แทนคุณแม่ของปรเมษฐ์

ภูสิตาเองก็เสียใจและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น้อยไปกว่าปูนา เธอก้มหน้าก้มตาช่วยน้านิดาทำพานพุ่ม แม้จะไม่ชอบแค่ไหนก็ต้องทำ อย่างน้อยก็เพื่อให้ลืมภาพเมื่อบ่ายให้ได้ เด็กหญิงทำได้เพียงเด็ดก้านดอกไม้ออกเท่านั้น

“ตกใจเหรอลูก ? ไม่เป็นไรหรอกแค่หัวแตก พรุ่งนี้อาจจะเป็นไข้ก็เท่านั้นเอง”

ภูสิตามองหน้าบิดาน้ำตาคลอ “เลือดออกเยอะมากเลยค่ะ”

“ก็ควรอยู่หรอกลูก เห็นว่าขอนไม้ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ เขาเอาไว้ทำฟืน เอาอย่างนี้นะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปดูเขาหน่อย” บิดาของเธอยิ้มให้อย่างเข้าใจ


Create Date : 21 ตุลาคม 2563
Last Update : 21 ตุลาคม 2563 15:04:09 น. 0 comments
Counter : 34 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.