อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
31 สิงหาคม 2564
 
All Blogs
 

ตอนที่ 3 : เจ้าพระยา-ไนล์ โดย ภูระริน



3



เช้านี้มีอาหารเช้าถึง 5 ชุด หมอศีตลานั่งนิ่งเหมือนทุกวัน มารดาและบิดาชะเง้อมองหาอีกคน อาณาจักรเห็นแววตาพ่อแม่แล้วก็รู้ว่าท่านมีความสุขนัก

“คุณนายตื่นสายนี่ไม่มีเกรงใจพระเจ้าที่วัดเลยนะ ป่านนี้ฉันเช้าเสร็จแล้ว”

อีกคนเดินออกมาด้วยความพร้อม หมอวีณาแต่งหน้าจัดและใส่เสื้อผ้าสีสดเหมือนเวลาไปทำงาน “จัดเต็มตลอด” อาณาจักรหัวเราะเมื่อพี่สาวนั่งลงตรงข้ามเขา เขานั่งใกล้พี่ชาย บิดานั่งหัวโต๊ะและมารดานั่งตรงข้ามพี่ชาย

“ขอโทษค่ะ นอนเพลินไปหน่อย ดีใจได้กลับบ้าน” หล่อนยิ้มกว้าง

“กินข้าวเถอะลูก” หมอศิลปาสั่ง ก่อนที่ทุกคนจะตั้งหน้าตั้งตากินอาหารราวกับกำลังใช้ความคิด ภาพที่เกิดขึ้นทำให้พ่อแม่มีความสุขนัก หลายปีแล้วที่ไม่ได้รับประทานอาหารพร้อมหน้าแบบนี้ เพราะอาชีพและหน้าที่ของทุกคน

หมอวีณาอิ่มก่อนใคร หล่อนรวบช้อนเรียบร้อยแต่ไม่ลุกไปไหน จนเมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสร็จจึงมีเสียงสนทนา “แม่เขาบอกว่าโค้กจะหาคู่เอง พ่อแม่ไม่ขัด แต่ก็อยากให้พิจารณาให้ดีที่สุด ถึงอาณาจักรจะไม่ได้มีอาชีพที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคน แต่การมีคู่ก็เป็นเรื่องใหญ่ พ่อคิดว่าเราช่วยดูได้”

“ครับพ่อ โค้กจะพามาหาพ่อแม่ก่อนจะคบหา”

“ก็แปลว่าน้องมีหลายคน แต่ก็ไม่สำคัญเท่าอาชีพเขาตอนนี้ วีว่าให้น้องอยู่กรุงเทพฯ สักระยะ ให้เขาดูช่องทางที่เขาชอบ มันไม่ได้มีแต่อาชีพข้าราชการ ไปเรียนมาขนาดนี้น่าจะได้ใช้งานมากกว่าทำงานประจำค่ะ”

“แม่เห็นด้วย ถึงจะอยากอยู่กับลูกนาน ๆ แต่แม่ก็อยากให้โค้กได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการด้วย น้องโค้กก็เลือกเอาละกันนะลูก ขอแค่แวะมาหาพ่อแม่บ้างถ้ามีเวลา วันนี้วันดีที่มาอยู่กับพร้อมหน้า พ่อกับแม่ก็เลยจัดการเรื่องมรดกให้เลย” ท่านหันไปยิ้มให้สามี หมอศิลปายิ้มตอบแล้วลุกไปที่ชั้นหนังสือใกล้ ๆ หยิบซองมา ก่อนจะยื่นให้ลูกทั้งสามคน ทุกคนไหว้ก่อนรับและเปิดดู ลูกทั้งสามคนได้ที่ดินและเงินฝากจำนวนมากตามฐานะที่พ่อแม่ร่ำรวยมาแต่เดิม ไม่มีอะไรพิเศษอื่น

“ฉันว่าฉันคงได้มากกว่าใครเพราะโสด พ่อแม่กลัวฉันอดตาย” หมอวีณายิ้ม

“ฉันว่าได้เท่ากันหมด” หมอศีตลายิ้ม

“ใช่ ได้เท่ากันหมด” ผู้เป็นบิดายิ้ม “เพราะพ่อแม่รักลูกเท่ากันหมด และใช้เงินในการเลี้ยงดูให้การศึกษามาไม่ต่างกัน ต่อไปก็ต้องต่อยอดมันเอง พ่อแม่ก็เหลือไว้กินใช้แค่วันเวลาตามวัย ถ้าเราหมดเวลามรดกที่เหลือก็ค่อยแบ่งกันอีกที”

“แม่ขอบใจหมอศีตลา หมอวีณาและน้องโค้กที่ส่งเงินมาให้ทุกเดือน แม่ไม่ได้ใช้เงินตัวเอง แต่ใช้เงินที่ลูก ๆ ให้พ่อแม่มา แปลว่าสมบัติพ่อแม่ก็ไม่ได้พร่องลง มรดกก้อนสุดท้ายก็จะหารสามอีกทีนะ เท่า ๆ กัน”

“โค้กไม่เห็นอยากได้ ส่วนเรื่องอนาคตของโค้ก ก็จะขออยู่กับพ่อแม่ไปก่อนครับ บ้านตัวเองเอาไว้ก่อน โค้กยังไม่อยากสร้าง ขอแวะไปนอนบ้านพี่วีบ้างเท่านั้น”

หมอวีณาค้อนขวับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วดึงกุญแจออกมา “เอาไปเลยรถคันนี้ฉันให้ โอนให้แล้วเมื่อวาน ถือว่าเป็นของขวัญที่เรียนจบ ส่วนนี่กุญแจบ้าน นี่แกระดับ VVIP เลยนะ เข้าบ้านได้โดยไม่ต้องเคาะเหมือนหมอศีตลาคนเก่งของฉัน”

อาณาจักรมองหน้าพี่สาวแล้วยิ้มกว้าง เขายกมือไหว้แล้วรับกุญแจมา พี่วีณาให้ทุกอย่างอย่างง่ายดายเสมอแม้เพียงหล่อนอยากจะให้ ที่พี่หมอศีตลาใช้เงินเก่งและหาเงินเก่งก็เพราะมีพี่สาวแบบนี้ เขาถึงได้ใจกว้างและไม่เคยมีปัญหากับใคร

หมอศีลตาส่ายหน้าพลางอมยิ้ม เขารู้จักพี่สาวดีและรู้สึกขอบคุณหล่อนเสมอที่ใจกว้างและรักน้อง ๆ มากกว่าใครในโลก “เบื่อสาวแก่ชอบใช้เงินฟาดน้อง”

“โซดาไม่พูดแบบนี้ลูก พี่วีไม่ได้แก่” มารดาตำหนิลูกชายคนรอง

“แก่ค่ะแม่ แก่จริง ๆ ถึงได้แต่งหน้าหนา ๆ นี่ไง น้องมันพูดความจริง เออแม่คะ ได้ข่าวว่าว่าที่คู่หมั้นอาจารย์อะไรนั่น โดนน้องหนูฟาดงวงใส่ กระเป๋าหล่อนแพงเหรอคะแม่ ? ”

“ก็อะไรแบบนั้น แต่น้องคงไม่ถูกชะตามากกระมัง แม่ก็ยังเสียดาย”

“เสียดายทำไมคะ ? หมอขวัญสามีรวยมากยังไม่ค่อยซื้อเลย นี่เรียกใช้เงินเป็น และคงได้สามีแนะนำด้วยว่าไม่ควรทำอะไรเกินหน้าคนรวยกว่า เช่น พี่สะใภ้คนสวยและแม่ผัว” คนพูดยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ทำให้ทุกคนหัวเราะ

สิ่งที่หมอวีณาพูดไม่ได้เกินจริง เจ้าตัวสวยและร่ำรวยจริง ๆ หล่อนไม่ได้เป็นวิสัญญีแพทย์ที่งานเยอะเท่านั้น แต่หล่อนมีกิจการส่วนตัวอีกมาก ทั้งขายเครื่องสำอางและของนำแฟชั่นต่าง ๆ หัวจรดเท้าของหมอวีณาอาจจะไม่ได้ใช้ของแบรนด์เนมมากนัก แต่หล่อนมีเป็นโกดังก็ว่าได้ คนมีเกินจะอวดสุดท้ายก็ใส่ชุดแพทย์อยู่ในห้องผ่าตัดเกือบทุกวัน หล่อนไม่ได้หลงไปในวังวนของโลก แต่หล่อนมีมันเพื่อเอาชนะโลกของตัวเอง ทุกคนรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ทั้งฉลาดและแสนดี หล่อนจึงไม่มอบชีวิตให้ใคร เพราะชีวิตหล่อนเกินคำว่าสมบูรณ์แบบแล้ว

วันนี้การรวมตัวกันเป็นไปเพื่อส่งต่ออนาคต และดูเหมือนอาณาจักรกำลังทำหน้าที่ลูกชายคนเล็กที่เขาไม่ได้ทำมาหลายปี แต่หมอศีตลารู้ดีว่าน้องชายกำลังหาเรื่องสนุกทำเท่านั้น เมื่อสายแล้วหมอศีตลาก็ต้องเดินทางกลับไปทำงาน เขายืนอยู่กับน้องชายที่รอส่งขึ้นรถ “อยากรู้อยากเห็นอะไรก็ทำไป แต่อย่าทำให้ตัวเองอยู่ในความเสี่ยงใด ๆ เด็ดขาด นายคงเห็นหน้าพ่อแม่วันนี้แล้วว่ามีความสุขแค่ไหน ดังนั้นให้ระวังตัวและช่วยโทรหาฉันก่อนนอน แค่นี้เองทำได้ไหม ? ”

“ไม่กวนเวลาทำงานหรือนอนเหรอครับ ? ”

“ต่อให้ไม่รับก็ต้องโทร แค่นั้นเอง”

“ครับพี่ อย่าลืมแวะไปดูหมอวีหน่อยนะครับ แกไม่กลับบ้านบ่อย ๆ แม่บ้านบอก ผมห่วงพี่วีเพราะขับรถเองตลอด”

“ไม่ต้องห่วง มีบอดี้การ์ดประกบตลอด หล่อนจับได้แล้วด้วยแต่ก็คิดว่าตัวเองเป็นหมอเซเลบเลยดูมีความสุข”

“พี่โซอีกสินะ”

“ก็แน่นอน พี่สาวฉันคนเดียว ปล่อยให้หล่อนไปตะลอน ๆ กับเงินทองได้ที่ไหน ต้องประกบป้องกันทุกอย่าง ดีอยู่อย่าง เปรี้ยว ๆ อย่างนั้นแต่ไม่แลผู้ชายเลย”

“แกยังไม่ลืมหมอเรย์มั้งครับ รักแรกป่านนี้มีลูกเต็มบ้านแล้วรายนั้น”

“หย่าสองรอบแล้ว ดีใจที่พี่วีไม่ลืมจะได้เจ็บและจำว่าไม่ควรไปยุ่งกับหมอเจ้าชู้แบบนั้น ทุกวันนี้หล่อนนั่งกระดิกเท้าหัวเราะอยู่เรื่อยเวลาพูดเรื่องหมอเรย์ ที่ว่าไม่ลืมคือไม่ลืมความชั่วร้ายที่เขาทิ้งตัวไปเอาศัลยแพทย์ต่างหาก”

“มันก็เลยทำให้พี่วีเป็นคนที่ต้องเหนือกว่าใคร เข้าท่าดีนะครับ แต่บางทีผมก็อยากให้พี่วีมีครอบครัว แต่คิดอีกทีไม่มีดีกว่าเพราะพี่วีไม่ใช่คนชอบเด็ก”

“โอเค ไปแล้ว อย่าลืม แค่โทรหาก่อนนอน ไว้มีอะไรพี่ฝากข้อความไว้ถ้าไม่มีเวลาคุย ขาดเหลืออะไรบอกได้ทุกอย่าง จำไว้ ฉันเป็นพี่แกที่ไว้ใจได้เสมอ”

อาณาจักรพยักหน้าพลางยิ้ม เขายกมือไหว้ก่อนจะสวมกอดพี่ชาย

หมอวีณากลับกรุงเทพฯ แล้วและสัญญาว่าจะมาหาน้องในเร็ววัน



เมื่อไม่มีใครให้ต้องพบปะอีกอาณาจักรก็ขับรถที่พี่สาวขับมาส่งให้ออกไปตะเวนตามวัดต่าง ๆ เพื่อหากรุพระ แม้จะไม่ได้พบเห็นสิ่งที่ต้องการก็ยังได้ดูวัดวาอารามอย่างมีความสุข พอใกล้ค่ำเขาก็ขับไปยังบ้านเจ้าสัวมงคล เป็นบ้านตึกสองชั้นผสมผสานทั้งไม้และปูน ดูโดยรวมก็มีทั้งความเก่าและความใหม่ บ้านแถบนี้อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าหาริมแม่น้ำเหมือนบ้านของเขา แต่บ้านของเขาอยู่ลึกกว่า

เมื่อก้าวเข้าไปในเขตบ้านที่เจ้าของเปิดประตูไว้รับแขกมางาน เขาก็รู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยอดีตที่รุ่งเรืองมาก่อน ต้นมะยมปลูกไว้ยาวเป็นทิวรอบรั้วจากฝั่งถนน ศิลปะแบบจีนถูกนำมาผสมผสานทั้งในตัวตึกและเรือนไม้ชั้นบนกับความเป็นไทยได้ดี แขกเหรื่อในงานไม่ได้แต่งดำทั้งหมด ดูเหมือนจะไม่ได้ดูทุกข์โศกมากนัก เมื่อเข้าไปในตัวตึกก็เห็นโลงศพสีขาววางอยู่บนแท่น น่าแปลกที่ไม่ได้ใส่โลงเย็นเหมือนที่คนสมัยนี้กำลังนิยม ครอบครัวคงจะสิ้นหวังแล้วถึงได้ฉีดยาให้ศพ เขามองหาชายผู้นั้นเพราะไม่มีเจ้าภาพออกมา คนเดินปะปนกันเหมือนรอพระสวดอย่างเงียบ ๆ

“เป็นเพื่อนคุณหนูสินะคะ เชิญนั่งค่ะ” หญิงวัยกลางคนเดินมาหาเขาแล้วส่งกล่องใส่อาหารว่างและน้ำดื่มให้ “สวดหนึ่งทุ่มค่ะ รับของว่างได้ตลอดนะคะ อยู่ทางโน้น ขอบคุณที่มาค่ะ”

ชายหนุ่มยกมือไหว้ เพราะคิดว่าอีกคนคงเป็นญาติ “เสียใจด้วยนะครับ”

“เราทำใจมานานแล้วค่ะ คุณหนูหลับไปเฉย ๆ ไม่ได้เจ็บปวดตรงไหน เราก็แค่ทำตามที่สั่งเสียไว้ตามเอกสารที่พบ”

“สั่งเสีย ? แปลว่าเธอรู้ล่วงหน้าเหรอครับ ? ”

“เธอ ? ”

“อ่อ แปลว่าวิหารเตรียมตัวไว้เสมอเหรอครับ ? ”

“เขาเป็นนักเรียนแพทย์ คุณหนูไม่เคยไม่วางแผน เอกสารเขียนไว้ตั้งแต่เรียนปีหนึ่งแล้ว แต่เรียนได้ไม่นานนักก็เสีย”

“ผมได้ยินคนคุยกันว่าวิหารอายุ 19 ปี แต่นักเรียนแพทย์ปี 3 น่าจะอายุ 20 นะครับ”

“ใช่ค่ะอายุ 20 ฉันเลี้ยงมา แต่เธอชอบบอกคนว่าอายุน้อยกว่าความเป็นจริง เรื่องนี้เราก็พูดติดตลกกันมาตลอดว่าดูเด็กเพราะหน้าเด็ก ลูกสาวคนเดียวค่ะ เจ้าสัวรักลูกมาก ฉันก็เป็นแค่แม่เลี้ยง”

“ผมไม่ทราบเรื่องส่วนตัวนัก แต่เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณที่มาคุยกับผม”

“คุณหนูมีเพื่อนไม่มากค่ะและไม่ค่อยมีใครมาหาถึงที่บ้าน คุณคงสนิทกับเธอถึงได้มางานศพได้ เราไม่ได้เชิญใครเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ไม่สนิทกันหรอกครับ ผมอยู่บ้านลึกเข้าไปนี่เอง ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วย ครอบครัวผมเป็นหมอ พอดีทราบจากคุณลุงคนหนึ่งก็เลยแวะมาเคารพศพ เพราะยังไงก็น่าจะเคยรู้จักพ่อแม่ผม หรือเราอาจจะเคยเล่นด้วยกันมาก่อนด้วยซ้ำ”

“ลูกชายหมอศิลปาเหรอคะ ? ”

“ครับ ผมพึ่งกลับมาจากเรียนที่ต่างประเทศ”

“เคยเห็นค่ะ ดิฉันเป็นแม่บ้านที่บ้านนี้มาก่อน ก่อนเจ้าสัวจะเมตตา เคยเห็นว่าหมอมีลูก 3 คน คุณคงเป็นคนเล็ก”

“ครับ ขออภัยไม่ได้แนะนำตัว ผมชื่ออาณาจักร ไม่ทราบว่าใครเป็นญาติแต่ผมตั้งใจมา น่าเสียดายนะครับนักเรียนแพทย์ เธอน่าจะแข็งแรงดีเป็นทุนเดิม”

“แข็งแรงค่ะ ในเอกสารแสดงความจำนงของเธอที่เขียนไว้ ห้ามทำลายร่าง เราไม่ฉีดยาและจะเก็บไว้ที่บ้าน 100 วัน ทางเจ้าสัวจะนำไปฝังอีกทีค่ะ”

“ทราบว่าขนมาทางเรือ”

“ใช่ เธอชอบแม่น้ำ ขอให้เคลื่อนศพกลับมาทางเรือ ถ้าเกิดอะไรขึ้น”

“แปลกนะครับ ที่รอบคอบขนาดนี้”

“ไม่แปลกค่ะ คุณหนูไม่เหมือนเด็กทั่วไป แต่ทำอะไรมีแบบแผนตลอด ถ้าคุณหมอเห็นห้องนอนเธอจะเข้าใจ”

“อ่อ ผมไม่ใช่แพทย์ครับ แต่เรียนโบราณคดีที่อียิปต์ ไม่เหมือนพ่อแม่พี่น้อง”

“อ้าว ! เหรอคะ ขอโทษค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากที่มา ไปเคารพศพได้เลยนะคะ ดิฉันขอตัว”

อาณาจักรหันไปมองโลงศพสีขาวแล้วก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย พ่อแม่มีลูกคนเดียวเป็นเรื่องที่เจ็บปวดแน่นอน และเธอยังมาเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วนแบบนี้ สาวน้อยที่หลับใหลอยู่ในนั้น คงไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ครอบครัวไม่แม้แต่จะวางรูปเธอไว้หน้าโลงศพคงเพราะเจ็บปวดเหลือเกินแล้ว

เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วคุกเข่าลง “โลงทำด้วยไม้อะไรทำไมไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” เขาพึมพำ พอหันหน้ามาก็เจอหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งยื่นธูปให้ หล่อนผมยาวถึงหลัง ใส่เดรสยาวสีขาว แขนเสื้อยาวมิดชิด แต่ดูจะไม่หนาจนทำให้ร้อนอบอ้าวเหมือนอากาศตอนนี้นักเพราะทำด้วยผ้าฝ้าย หล่อนดูสบาย ๆ และมีสีหน้าเรียบเฉย อาณาจักรก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอบคุณแล้วเคารพศพ



เมื่อออกมาจากงานศพก็ขับรถออกไปทันที

“คุณนี่ช่างสังเกต”

ชายหนุ่มหันหน้ามาก่อนจะเบรกรถกะทันหัน อีกคนร่างเกือบกระแทกกระจก หล่อนส่ายหน้าไปมา “จะรีบไปโลกหน้าหรือไง ? ! ฉันแค่ใฝ่ฝันถึง แล้วก็ไม่เห็นต้องมาสงสัยในความตายของฉัน คิดเล็กคิดน้อยจริง ๆ ”

อาณาจักรแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อหญิงสาวคนนี้กำลังพูดเรื่องที่แทบไม่ต้องเดาเลยว่าหล่อนเป็นใคร “ใช่แล้ว ! สวัสดี ฉันเองคุณหนูวิหารคนนั้น”

ชายหนุ่มยังนั่งนิ่ง เขาเห็นศพและมัมมี่มามากมาย แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นผีไม่ผิดแน่ “คุณ…..ตามผมมาทำไม? ”

“ใครไปงานศพ เขาก็ตามไปส่งทุกคนนั่นแหละ ฉันเป็นผีมีมารยาทก็ต้องทำ”

ชายหนุ่มหลับตาลง หวังว่าหล่อนจะเลือนหายไป แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็หล่อนก็ยังจ้องมา แววตานั้นมุ่งมั่น กล้าหาญ แม้จะอยู่ในวัยสดใสอ่อนเยาว์ อาณาจักรพยายามรวบรวมสติ เมื่อกำลังเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด “ต้องการอะไร ? ”

“เหงา...ไม่มีเพื่อน ฉันดูแล้วคุณน่าจะช็อกน้อยกว่าใครอื่น เพราะเป็นน้องหมอวีณา”

“รู้จักเหรอ ? ”

“อื้ม ! หมอเก่งระดับนั้น ไม่รู้จักได้ไง จะว่าไปฉันก็ต้องขอบคุณเธอด้วยซ้ำที่สานฝันวัยรุ่นสำเร็จ ฉันนี่เป็นแฟนคลับหมอเลยนะ หมอวีณานี่เจ๋งสุด ๆ เลย”

“ผมไม่รู้จักคุณและเราไม่ควรมาวิจารณ์คนที่ผมเคารพ คุณพูดจาไม่มีหางเสียงด้วยซ้ำ คุณน่าจะระวังคำพูดกับคนแปลกหน้าก่อนจะพูดเรื่องคนอื่น”

“ขอโทษค่ะ ดุจริง ฉันก็แค่เคยเป็นคนไข้ของเธอ” วิหารหน้างอเพราะสำนึกผิด

“คุณเสียกะทันหัน ไม่น่าจะได้ผ่าตัด”

“ผ่าสิ แต่เตี่ยไม่ให้บอกใคร จะว่าไปเตี่ยก็ตามใจฉันมากจริง ๆ คุณเชื่อเรื่องโลกหน้าหรือภพอื่นไหมคะ ? เชื่อสิคุณเป็นนักโบราณคดีนี่”

ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างสงสัย แต่ไม่พูด

“อ่อ ฉันนั่งฟังคุณคุยกับแม่เลี้ยงใจร้ายของฉัน หล่อนไม่รู้ซะแล้วว่าโลกนี้กว้างกว่าหอนอนของหล่อน ห้องหอน่ะ เตี่ยฉันมีสาว ๆ มาก ห้องหอก็มาก หล่อนก็หนึ่งในนั้น ดีว่าทำงานเก่งเลยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณนายคนใหม่”

“คุณไม่ควรนินทาคนอื่นกับคนอื่น ผมไม่ได้มองคุณดีแน่”

หญิงสาวตบมือฉาดใหญ่เสียงดัง “ใช่เลย ! คุณนี่น่าสนใจที่สุด ฉันเลือกไม่ผิด ที่จริงฉันเห็นคุณตั้งแต่วิ่งตามรถช่างไม้ของบ้านเราแล้ว ฉันก็เดินเตร่อยู่แถวนั้น”

“ในระดับวิญญาณอย่างคุณ ไม่ควรออกมาให้ใครเห็นหรือแม้แต่ให้หมาเห่า ลงไป ! ผมไม่ได้คิดจะขอหวยกับผี” ชายหนุ่มหันหน้าหนี

“ใจร้ายจัง คนเขาอุตส่าห์มาคุยด้วย ขอบใจละกันที่มาเคารพศพ ไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมศพฉันไม่มีกลิ่น ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใส่โลงเย็นหรือฉีดฟอร์มาลีน ? ”

“ไม่ใช่เรื่องของผม”

วิหารเชิดหน้าขึ้นสูง หล่อนสบตาชายหนุ่มอย่างใช้ความคิด “ฉันมีเวลาไม่มาก คุณพาฉันไปอียิปต์หน่อยได้ไหม ? ”

“ผมพึ่งกลับมา ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปอีก”

หญิงสาวกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด “คุณลองไปถามหมอวีณาดูว่ารู้จักวิหารไหม แล้วคุณจะรู้ว่าคุณกับฉันต้องช่วยกัน”

อาณาจักรมองหน้าหล่อน

นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ทำไมผีตัวนี้ถึงได้เอาพี่หมอวีณามาเกี่ยวข้องด้วย

“ผมไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่น และพี่หมอวีณาไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัว คุณหวังอะไรจากผมเลิกคิดได้เลย ผมไม่ยุ่งกับใคร เชิญ ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ”

วิหารหน้างอ ก่อนจะหายวับไปกับตา ชายหนุ่มหลับตาลง นี่กระมังที่เขาเรียกว่าวิญญาณออกจากร่าง หล่อนเป็นผีไม่ผิดแน่ เขามองเห็นพลังงานนี้ได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ไม่เคยสนใจมันมาก่อน

“โกหก……คุณนั่นแหละสนใจฉันมาแต่แรก คนใจร้าย พูดดี ๆ ด้วยยังไม่ได้เลย เย็นชาขนาดนี้เป็นน้องหมอวีณาได้ยังไง ? ”

เสียงที่โลกไม่ได้ยินนี้ มีเพียงสุนัขเร่ร่อนที่เดินเตร็ดเตร่อยู่เห่าหอนกระวนกระวาย




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2564
0 comments
Last Update : 31 สิงหาคม 2564 11:16:41 น.
Counter : 202 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.