อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 14 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

14



พ.ศ. ๒๓๖๐

รอบกายองค์อังควิภาเงียบสงัด มีเพียงแสงระยิบระยับจากวิมานอื่นให้มองเห็น เมื่อเงยหน้าขึ้น ความสวยงามของกองอาภรณ์และเครื่องประดับตรงหน้ายาใจได้บ้างเมื่อก้มหน้าลงจัดแจง ไม่นานนักเสียงสะท้อนในหัวก็ดังขึ้นมา

“สามวันล่วงไปแล้วนับตั้งแต่ได้พบกัน แม่ซ่อนเร้นกายอยู่แต่ในวิมาน จะออกมาเจรจากันได้หรือไม่เจ้า ? ” อังควิภาสะดุ้งเมื่อได้ยินคำอ้อนวอน หล่อนพยายามหลบหน้าผู้คนนับตั้งแต่ก้าวขึ้นไปบนเรือนใหญ่ ไม่ปรารถนาจะพบปะผู้ใดแม้แต่องค์ขาล การปฏิเสธการสู่ขอของเราเป็นที่โจษจัน แม้ไม่ได้ยินด้วยตัวเองก็มีบริวารมาบอก คืนนี้วันพระแต่หล่อนไม่ได้ก้าวออกไปทำบุญดังเช่นที่เคยปฏิบัติ หวังจะอยู่อย่างสงบ แต่ดูเหมือนจะหนีไม่พ้น “ทุกอย่างจบตั้งแต่บนเรือน อย่าได้ขุ่นเคืองใด ๆ ต่อกันเลยเจ้าข้า” เธออ้อนวอนด้วยความสงบ มืองามยังคงจับเครื่องประดับพิศไปมาด้วยความสนใจ

ร่างกำยำงดงามปรากฏขึ้นนอกวิมานยืนอยู่ในอากาศลอยล่องอยู่ไม่ไกล องค์อจลาก้มหน้าลงมองพื้นดินด้วยความรู้สึกหดหู่ในใจ แม้ตัวเองจะอยู่สูงเกินใครก็หาได้มีความสุขเทียบเท่ากับมนุษย์ผู้เดินดินเยี่ยงแม่จีบ

คืนนี้หล่อนเดินเตร็ดเตร่ออกมาเดินเล่นหน้าเรือน ความคิดถึงในหัวใจของหล่อนกำลังล่องลอยไปหาคุณรุ้ง คืนนี้ชายหนุ่มไปค้างที่บ้านญาติฝ่ายบิดาของหล่อน แปลกนักที่แม้ได้พบหน้าเพียงไม่กี่วัน เขาก็กุมหัวใจหล่อนได้ “หล่อนโชคดีที่มีคนให้เลือกมากหน้าหลายตา ทั้งคุณปรุงและคุณรุ้ง ความงดงามของหล่อนน่าอิจฉา หากแต่ชะตาหล่อนก็น่ากลัวเหลือเกินแม่จีบ” องค์อจลาเอ่ยเพียงลำพัง ความเมตตาในแม่จวงตกถึงลูกสาวท่านด้วย แต่ไม่อาจส่งผ่านไปยังแม่จีบได้ด้วยกิเลสในใจของหล่อนแน่นหนานัก ความในใจขององค์อจลาส่งผ่านไปยังอังควิภาเช่นกัน หล่อนหลับตาลง เข้าใจในทุกความหมาย ร่างบางลุกขึ้นก้าวออกมาจากวิมานแล้วปรากฏตรงหน้าอีกคนทันที

“ความใดซ่อนไว้ เหตุใดไม่ระงับมันเจ้าข้า ? ”

“เจ้าหมายความถึงเรื่องใด ? ”

“องค์เองจะทำการใดเมื่อไม่ได้ดังหวัง คิดว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้หรือเจ้าข้า ? ” น้ำเสียงคนถามเศร้าสร้อยและตัดพ้อนัก องค์อจลาส่ายหน้าแทนคำตอบ เขารู้ดีว่าการใดที่คิดไว้ ไม่อาจรอดพ้นหูตาของผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์เยี่ยงนางหรือแม้แต่องค์ขาล หากแต่ก็ยังมุ่งจะกระทำความผิดเพราะรู้ดีว่ามันคือชะตา “ทำไมจะยอมทำเรื่องไม่ดี ทั้ง ๆ ที่รู้ ? ”

“หากเจ้ายอมพี่เรื่องไม่ดีก็จะไม่เกิด”

สายป่านแห่งความหวังขาดสะบั้นเมื่อได้ยินคำขององค์อจลา ร่างหล่อนหายวับไปกับตา ยากจะรั้งไว้ได้ !



น้ำตาขององค์อังควิภาไหลพราก เมื่อก้มกราบลงต่อหน้าองค์ขาล

“จะคร่ำครวญไปใยเจ้า ? วาจาเขาก็เพียงแสดงความปรารถนาและอารมณ์ เราทุกคนก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หักอกหักใจเสียเถิด เพราะแม้มานั่งอยู่ตรงนี้ก็ยังเป็นชะตา“ น้ำเสียงของคนพูดเมตตานัก แววตาสงบเยือกเย็นมองมาที่ร่างของนางผู้มาเยือน

“เสียใจเหลือเกินเจ้าข้า ที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตาได้”

“เอาเถอะแม่คุณ ! การจะล้มล้างเราเป็นเรื่องที่ต้องเกิดไม่วันใดก็วันหนึ่ง และเจ้าก็รู้ว่าสักวันเรือนนี้จะจางหายไปตามกาลเวลา แม้องค์อจลาจะไม่ได้กระทำเองมันก็จะต้องเลือนหายไป เหตุแม้เกิดจากสิ่งใดมันก็คือชะตา”

“ข้าผิด ผิดที่เกิดมาเป็นเหตุแห่งหายนะ ทั้ง ๆ ที่พยายามเจรจาแล้ว”

“ความปรารถนาของทั้งองค์อจลาและของแม่จีบแรงกล้านัก เราก็ไม่อาจหลีกลี้หนีพ้นไปได้ แม้จะมั่นคงอยู่ในศีลในธรรมก็มิอาจกั้นชะตาได้ทั้งหมด เจ้าเองก็ทรมานนักหนาที่ต้องหักห้ามใจทั้ง ๆ ที่รักใคร่ไม่แพ้เขา อย่าเสียใจไปเลยเจ้า มีกี่คนกันอยู่ค้ำฟ้า คนที่ยิ่งใหญ่กว่าย่อมเป็นฝ่ายชนะ อย่าห่วงข้า อย่าห่วงเรือน ปล่อยวางเสียเถิด”

“เขาจะยิ่งใหญ่กว่าองค์ขาลได้อย่างไรเจ้าข้า ? แม้นับบารมีตามภพภูมิก็จริง แต่ศีลของท่านก็สูงส่งนัก แม้เรากราบไหว้พระคุณเจ้าผู้เป็นมนุษย์ที่ถือครองจีวรเดินดินกันในบางครา แต่ก็ด้วยศีลของท่านที่เท่ากันหรือสูงกว่าเรา แล้วผู้ที่กำลังมุ่งร้ายผู้อื่นด้วยกิเลสเช่นเขาจะมีบารมียิ่งใหญ่องค์ขาลได้อย่างไร ? ”

ทั้งสององค์สบตากันนิ่ง แม้บางอย่างจะล่วงรู้ได้ด้วยจิตอันบริสุทธิ์และบารมี แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องจะได้รับการเปิดเผย ด้วยคำว่าชะตานั้นยิ่งใหญ่เกินผู้ใด “จงรับผลแห่งกรรมด้วยความเข้าใจ” เสียงสตรีที่ชื่อองค์ขาลดังก้อง

อิงกาลได้ยินชัดทุกคำผ่านโสตประสาท ร่างของเขาทรุดลงที่พื้นทันที ! นั่นแม่ ! ผู้หญิงที่ชื่อแม่จีบคือแม่ของเขาในชาตินี้ ! ความไม่ดีของเขาและมารดาจะนำมาซึ่งความหายนะในวันหน้า ร่างของฝางยังนั่งนิ่ง น้ำตาของหล่อนไหลพรากไม่ขาดสาย ความหดหู่ครอบงำทุกย่อมหญ้าในหัวใจ “เห็นหรือยังความไม่ดีของตัว ? ”

“เห็น….แต่มันเป็นชะตานะครับ ทุกคนเป็นต้นเหตุและเป็นผลของกรรมที่กำหนดมาแล้วทั้งนั้น”

“ยังจะกล้าเอ่ยอย่างนั้นได้อย่างไร ? ! ทำไมไม่แก้ที่ตัวเองก่อน ? ”

“ฝาง…เราเป็นส่วนหนึ่งของอดีตและมันผ่านมาแล้ว ทุกวันนี้พี่ก็รับทุกผลแห่งกรรมแล้ว” อิงกาลสับสนในใจอย่างบอกไม่ถูก เขาพยายามสื่อสารกับทั้งฝางและนางผู้ซ่อนเร้นในกายที่มีคนเรียกขานหล่อนว่า “องค์อังควิภา” แม้ฝางและหล่อนจะหน้าตาไม่เหมือนกัน แต่เขาแน่ใจว่าทั้งสองเป็นจิตดวงเดียวกัน และหล่อนยังสูงด้วยบารมีอย่างที่เขาเองก็คาดไม่ถึง

“เก็บคำนี้ไว้เตือนใจตัวเถิดเจ้าข้า ฝางเป็นส่วนหนึ่งของอดีตและหล่อนก็จำได้เพียงบางส่วน กรรมที่องค์เองจะได้รับก็จะได้เห็นในอีกไม่ช้า เราขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่าได้หักหาญน้ำใจใครอีก” สิ้นเสียงจากปากของฝาง ร่างบางก็ร่วงตกลงจากเก้าอี้สู่พื้นอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา อิงกาลลุกขึ้นไปรับหล่อนไม่ทัน ฝางแน่นิ่งเมื่ออิงกาลไปถึงตัวหล่อน น้ำตาของชายหนุ่มคลอเบ้า

ความสงสารวิ่งเข้าจับขั้วหัวใจ เขาหลับตาลงพลางกอดร่างบางไว้แนบอก อดีตว่าทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว ปัจจุบันของฝางหนักหนาสาหัสยิ่งกว่านักด้วยไม่มีอำนาจใด ๆ ในมือ มนุษย์ด้วยกันเองก็พร้อมจะกดฝางลงต่ำด้วยคำครหา สวรรค์และโลกที่มองไม่เห็นก็ยังพยายามใช้ร่างของฝางชำระความในอดีตกับเขา

หญิงสาวขยับกายในอ้อมอกของอิงกาล ลืมตาขึ้นมามองเขานิ่ง แม้เข้าใจความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัว แต่ยังรู้สึกราวกับฝันอยู่ตลอดเวลา “ปล่อยเถอะ”

อิงกาลรีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เขารีบยิ้มให้ “ตื่นแล้วเหรอ ? หิวไหม ? ”

ฝางรีบผละออกจากอกของชายหนุ่ม “จำได้ว่ากินข้าวไปแล้ว ดึกหรือยัง ? ”

“ดึกแล้วคนดี หลับไปนาน กินอะไรหน่อยดีไหม ? ”

“คุณในเรือนร้องไห้ทำไม ? ”

“เห็นอะไรในอดีตนิดหน่อย เสียใจ”

“บอกให้แต่งงานไง ความสุขจะทดแทนความเศร้าได้ทุกอย่างเลยนะ แล้วเราพูดอะไรออกไปบ้าง ทำร้ายใครหรือไม่ ? ”

“ใครบอกฝางครับว่าแต่งงานแล้วพี่จะมีความสุข ? ”

“ความสุขแปลว่าเข้าใจ เหมือนที่ฝางกำลังจะทิ้งบ้านนี่ไง ความสุขกำลังจะเข้ามาในชีวิต เมื่อเลือกที่จะปล่อยวาง”

“กล้าทิ้งบ้าน ก็แสดงว่าทิ้งพี่ได้”

“ไม่เคยมี ทำไมจะทิ้งไม่ได้ล่ะ เราก็แค่ลูกหนี้ อย่างรุ้งยังไม่มีอะไร ไม่เคยเห็นเขาทุกข์เลย”

“เขาบอกหรือว่าไม่เคยทุกข์ ? ”

“ไม่เคย…แต่เขายิ้มได้มากกว่าเรา”

อิงกาลหัวเราะออกมาทันที คนที่อ่อนแอกว่ากำลังพยายามปลอบประโลมเขา ชายหนุ่มเดาได้จากแววตาของหล่อน ฝางพูดตรงและซื่อบริสุทธิ์เสมอเมื่อเทียบกับอีกร่างที่ซ้อนกายอยู่ “ไม่พูดแล้ว ! ถ้าไม่หิวก็ไปนอนที่เตียงเถอะจ้ะ วันหน้าของเรายังมี วันนี้ดีที่สุดแล้วนะฝาง” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินนำไปที่เตียงนอน ปล่อยให้ฝางเป็นอิสระ

ที่คิดไว้ว่าจะผูกหล่อนไว้ด้วยความผูกพันทางกาย มันหายไปจากความคิดทันทีที่ได้เห็นภพชาติของตัวเอง องค์อังควิภากับฝางก็ยังมีความเหมือนกันให้เห็น หล่อนเลือกที่จะไม่ทุกข์ด้วยการไม่ผูกมัด แม้จะต้องฝืนใจตัวเอง ความเมตตาเอ่อล้นเมื่อได้รู้ที่มา มันต้องมีทางออกมากกว่าการหักหาญน้ำใจนางดังเก่าก่อน

วันนี้คนดีของพี่เลือกที่จะหนีโซ่ตรวนของการเป็นลูกหนี้ ความสุขในใจหล่อนย่อมต้องมี เขาเชื่อว่าการต้องพลัดพรากครั้งนี้จะทำให้หล่อนถวิลหาเขาโดยไม่รู้ตัว



ฝางล้มตัวลงนอนเหมือนทุกครั้งที่มาค้างที่นี่ ต้องร่วมห้องกับเด็กชายและผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก เกือบทุกครั้งอิงกาลจะต้องมีพิษไข้หรือไม่ก็สลบไม่รู้ตัว ฝางหลับไปข้าง ๆ เขาเสมอราวกับตุ๊กตาที่นอนอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น ฝางไม่ได้เชื่อใจผู้ชาย แต่เธอเชื่อใจตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เธอแค่อยากรักษาเขาให้หาย และอยากให้เขามีเพื่อนในยามที่เจ็บป่วย ตอนนี้ฝางนอนมองดูร่างของอิงกาลเดินไปเดินมารอบห้องอยู่เงียบ ๆ แทนที่จะรู้สึกกลัวเขา แต่ฝางกลับรู้สึกดีที่เขาไม่ได้สลบหรือมีไข้

“คุณในเรือนยิ้มทำไม ? ”

“ไปอดีตมา…รู้สึกมีความสุข ฝางรู้ไหมว่าเรามาอยู่ที่นี่ด้วยกันได้อย่างไร ? ”

“ไม่เห็นอยากรู้” อิงกาลยิ้มกระจ่างออกมาทันที อย่างน้อยความบาดหมางในใจของฝางในอดีตเจ้าตัวก็เลือกที่จะไม่รับรู้มัน ! เพราะหล่อนจำไม่ได้ทั้งหมด ชาตินี้เขามีโอกาสครอบครองหัวใจของฝางยิ่งกว่าชาติที่ได้มองเห็นเสียอีก ขอให้คนดีของพี่เลือกที่จะไม่อยากรู้ตลอดไป พี่จะทำทุกอย่างให้ฝางรู้จักแต่คำว่ารักและมีความสุขกับมันเท่านั้น

“ดี….ดีที่สุดเลยครับ” ฝางสบตาชายหนุ่มนิ่ง ดีตรงไหนกันคุณในเรือน ? ในเมื่อฝางกำลังจะจากไปแล้ว ได้โปรดอย่ายิ้มอย่างนี้อีก อย่ายิ้มอย่างนี้กับใครอีก

“วันพระไม่ได้มีหนเดียว ! ” เสียงหวานกังวานผ่านสายลม

อันน์ร้อนรนด้วยได้ยินคำเตือนจากดินแดนอันไกลโพ้นไม่ต่างกัน “ข้าละเบื่อคำว่าชะตาที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ พวกเอ็งรู้หรือไม่ ! ” ร่างหญิงสาวหลายคนที่นุ่งโจงกระเบนห่มสไบนั่งร้อยดอกไม้อยู่กลางเรือนฝางเก็บพานเก็บหีบหลบวูบเข้าไปในเสาเรือน ราวกับเกรงอาญาจากร่างระหง แม่อันน์เสียงดังผิดธรรมดา



“กลับมาแล้วหรือเจ้า ? ” เสียงดำทักน้องเมื่อฝางเดินผ่านเข้าไปในเรือน ฟ้ายังมืดอยู่ ไก่ค่อย ๆ ขันส่งเสียงเป็นทอด ๆ ตามสายลม

“จ้ะ…..หมดเวลาฝันแล้วพี่ดำ ผ่านไปได้อีกคืน”

ดำมองไปที่น้องรักด้วยความกังวล ฝางเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืนได้เสมอ หากแต่วันนี้ดูเจ้าตัวจะซึมเศร้าผิดปกติ “เป็นอะไรหรือ ใครทำให้ไม่สบายใจหรือฝาง ? ”

หญิงสาวหันมายิ้มจางให้ ก่อนจะเดินมานั่งลงข้าง ๆ กองใบตองที่ดำกำลังเช็ดไว้ทำขนม “เปล่าจ้ะ รู้สึกเบื่อการต้องใช้ชีวิตแบบนี้ พี่ดำจ๋าจะเป็นอะไรไหมถ้าเราจะไม่ได้อยู่บ้านนี้ ? ฝางอยากเป็นอิสระ อยากมีชีวิตเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ ”

“แค่ชั่วข้ามคืนอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปได้ จะเป็นไรไปล่ะถ้านกจะต้องย้ายรัง ? แต่จะบอกว่าการจะหนีพ่ออิงกาลไม่ใช่เรื่องง่ายนะเจ้า”

“พี่ดำก็รู้หมดทุกเรื่อง แล้วจะให้ฝางทนหรือจ๊ะ ? ”

“ทำไมใช้คำว่าทน ? มันต้องมีเรื่องสิ อยากเล่าไหม ? ”

“นอกจากสิ่งที่เรามองไม่เห็นแล้ว คนที่เรามองเห็นก็อาจจะทำให้เราไม่มีที่จะยืนไง อย่างที่พี่ดำบอก คุณในเรือนสามารถทำอะไรก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณโสนหรือคนอื่น ๆ จะอยู่เฉย ๆ ดูเรา”

“หึงเขาหรือ ? ” คนถามไม่อ้อมค้อม

“เปล่าจ้ะ เราสองคนอยู่ใกล้กันเกินไป และดูเหมือนคุณโสนจะไม่พอใจมานานแล้ว เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้”

“แหม ! คุณโสนผู้ไม่ใช่ดอกสะโหนกินได้สีสวยคนนั้น แต่ว่าเป็นคุณโสนผู้มีชื่อเล่นเรียกคำเดียวสั้น ๆ นี่เหมือนจะเข้าใจอะไรยากนะแม่คุณ ! คนร่วมห้องกับคนอื่นมันก็ต้องต่างกันอยู่แล้ว คุณโสนคิดว่าตัวเองอยู่ในพานสินะ ท่าทางหล่อนจะไม่รู้จักคำว่าเนื้อคู่นะ” คนหัวเราะดูไม่สะทกสะท้านกับเรื่องที่ได้ยิน

“ทำไมไปว่าเธออย่างนั้นล่ะจ๊ะ ? ”

“ฝางเอ๊ย ! มันไม่ง่ายนักหรอกนะที่คนเราจะต้องมาเกี่ยวข้องกันอย่างเจ้ากับพ่ออิง เขาเรียกชะตา ส่วนคุณโสนอะไรนั่นก็คิดเอาเองทั้งนั้นว่าตัวจะต้องเป็นคุณนายเรือนนั้น ถามพ่ออิงเขาหรือยังเหอะว่าเขาจะเอาหล่อนหรือเปล่า ! ”

ฝางยิ้มเจื่อน “แล้วถามคุณในเรือนหรือยังว่าเขาจะเอาน้องตัวหรือไม่ ? ”

“อย่ามาย้อน ! ฉันรู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เอาเป็นว่าฝางคิดไกลจนกลัวใช่ไหมที่จะต้องอยู่ข้าง ๆ เขาแบบนี้ อยากเป็นอิสระ อยากมีชีวิตดี ๆ ใช่ไหม ? ”

หญิงสาวพยักหน้า “พูดตรง ๆ นะจ๊ะ ฝางกลัวว่าสักวันจะถอนตัวไม่ขึ้น ฝางอาจจะแค่หลงคิดไปเองว่าผูกพันและมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่พี่ดำเข้าใจ”

“ดูมัน ! ก็ยังหาทางไหลไปเรื่อย ปากแข็งไม่ได้ทำให้เราสุขหรอกนะเจ้า แต่เอาเถอะจะทำอะไรก็ทำ อยากทำอะไรทำไปเลย ไม่ต้องห่วงพี่ดำนะ พี่เข้าใจฝางเสมอ”

“ฝางมีเงินอยู่บ้าง แต่มันก็คงไม่มีวันพอที่จะเอามาไถ่ถอนบ้านเราคืน ฝางเลยคิดว่าเราจะต้องปล่อยไป แล้วไปหาที่อื่นอยู่ เพื่อนของฝางเขามีบ้านในสวนให้เช่า ถ้าอยากอยู่ก็จะให้เช่าทำสวน อยู่แถว ๆ วัดจ้ะ”

“ก็เข้าท่าดีนะ ไม่ไกล แถมใกล้น้ำเหมือนเดิม สภาพคงไม่ต่างจากที่นี่ ไปสิ ! เอาเลย จะไปเมื่อไหร่ได้หมด บ้านก็แค่ของนอกกาย แม่บัวคงดีใจที่เราจะได้ไม่ต้องเป็นทาสใครอีก ห่วงก็แต่พ่ออิง วันพระจะอยู่ยังไง ” ดำถอนใจ

“เรื่องของเขา เจ้าหนี้ก็คือเจ้าหนี้” ฝางลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ทิ้งอีกคนให้อมยิ้มอยู่ข้างหลัง เสียงคนวิ่งขึ้นมาบนเรือนราวกับหนีใครมา หญิงสาวนั่งลงข้าง อีกคนทันที “จ๊ะเอ๋ ! จะทำขนมอะไรเอ่ย ? ”

“มาแต่ไก่โห่เลยแม่รุ้ง ! จะทำตะโก้เผือกให้ฝางกิน เอาไปวัดด้วย”

“ดีจังเลย ขอกินด้วยคนน้า ฝางนี่โชคดีมีขนมกินทุกวัน ว่าแต่ตื่นหรือยังจ๊ะ ? ”

“ไปเรือนกรรณิการ์มา เข้าห้องไปเมื่อกี้ แล้วเราไม่ต้องช่วยงานแม่หรือวันนี้ ? ”

“แม่มีผลไม้ไปขายที่ตลาดเยอะเลย แต่ไม่ให้รุ้งไปด้วย ให้พักเพราะทำงานมาตลอดเลย ได้หยุดสักวันก็ดีใจจะตายแล้วพี่ดำ คิดถึงฝาง ไม่ได้เห็นหน้าหลายวันแล้ว” เจ้าตัวมองหาฝางไปรอบ ๆ เห็นเพียงประตูห้องนอนที่ปิดอยู่

“รีบ ๆ ดูไว้เสีย อีกหน่อยก็ไม่ได้อยู่เรือนนี้แล้ว เราจะไปอยู่แถว ๆ วัด”

“ไม่ไหวเหรอ ต้องยกบ้านให้เขาเหรอ ? ”

“ใช่ การไม่เป็นหนี้น่าจะสุขกว่า”

“ก็ดีนะจ๊ะ ในตลาดเขาลือกันสนั่นเลยว่าคุณนายไหมทองแกจะรวบทั้งบ้าน รวบทั้งคนเอาไปทำเมียให้ลูกเธอ” คนเล่าส่ายหัวไปมาเหมือนเด็ก ๆ ดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

“ทำเมียปกติก็ดีนะสิ แต่เมียเก็บเห็นทีจะไม่ไหว” ดำหัวเราะ

“เอาจริงนะพี่ดำ คุณอิงก็หล่อน่าเป็นเมียอยู่หรอก เสียแต่โรคผีของแกนี่สิน่ากลัวจัง เกิดวันดีคืนดีบีบคอตายทำไง ไม่รู้ผีหรือคนบางที ดูชีวิตมันรันทดชอบกล”

“ใครบอกเราว่าโรคผี ? ”

“เขาลือกันนะ ก็ต้องผีนะสิถึงได้ของขึ้นวันพระไง ประหลาดดีที่โลกนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่ ฝางเลยเหมือนหมอผีเลย” สายรุ้งหัวเราะ “แต่ฝางเรียนหนังสือเก่ง อีกหน่อยก็สบายแล้ว ดีจังเลยเนอะได้เรียนหนังสือ ดูรุ้งสิจบแค่ประถม จะไปทำอะไรกับเขาได้”

“เอาน่า มีมือมีเท้าไม่อดตายหรอก ไม่มีใครแก่เกินเรียน ไว้มีเงินแล้วค่อยเรียนก็ยังทัน”

“บ่นอะไรกันสองคน ? ” ฝางเดินยิ้มเข้ามา ก่อนจะยื่นมือให้รุ้ง “ลุกเถอะรุ้ง ไปดูที่ทางใหม่กัน หมดเวลาเป็นลูกไก่ในกำมือคนแล้ว”

สายรุ้งเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรักพลางยิ้มให้ตาหยี “ไปกัน ! ไปไหนไปกันจ้ะ ! ” สองชีวิตออกเดินทางอย่างมีเป้าหมาย วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็สุดรู้ หากแต่เวลาไม่เคยหยุดเดิน สองหัวใจคิด เรามีแต่วันนี้….ตอนนี้


Create Date : 08 สิงหาคม 2563
Last Update : 8 สิงหาคม 2563 9:33:22 น. 0 comments
Counter : 62 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.