อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 11 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

11



เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนอน ฝางก็สลัดมืออีกคนทิ้งทันที ! “เฮ้อ ! ชีวิตนี้ประหลาดดีนะคะ” หล่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยใจ

อิงกาลอมยิ้ม “เราเลยจุดที่เรียกว่าประหลาดแล้วคนดี สนอะไรกับคนปากไม่ดี คนดี ๆ มีอยู่รอบตัว อย่างเช่นฝางเป็นต้น” เขานั่งลงโอบตัวอีกคนด้วยมือขวา มือแข็งแรงดึงบ่าของฝางมาชิดตัว

“พาผู้ชายเข้าห้องนอน แล้วมานั่งบนเตียงอย่างนี้นะเรียกว่าคนดี ? ” คนถามยียวน ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวอยู่เต็มอกว่าทั้งสองใช้ชีวิตกันเช่นไร ตั้งแต่วันที่ก้าวเข้าเรือนกรรณิการ์

“พี่รู้ว่าฝางอึดอัด ถึงโลกนี้จะมีคนมากมาย แต่พี่มีความสุขที่ได้อยู่ที่เรือนนี้และเรือนกรรณิการ์ก็เป็นบ้านของเรานะ คำว่าเมียเก็บ….เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ ฝางก็คงรู้ตัว”

หางตาของฝางค้อนขวับ ! ผู้ชายคนนี้ใช้สิทธิ์ของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าใครจะมองสถานะที่ฝางเป็นอยู่อย่างไร แต่สำหรับอิงกาล เขาปฏิบัติกับเธอราวกับตัวเองเป็นสมบัติของฝาง ไม่ใช่ฝางเป็นของอิงกาล คงมีเพียงพี่อันน์ที่มองเห็น

“เข้าข้างกันจัง ! ” ฝางพูดออกมาเบา ๆ

“พูดกับใครฝาง ? ”

“เปล่า ! พูดคนเดียว”

ชายหนุ่มหันไปมองรอบห้อง เขารู้ว่าฝางอยู่กับใคร หากแต่ไม่อยากขุดคุ้ยเรื่องในอดีต อิงกาลเคยได้พบพี่อันน์ที่หน้าเรือนกรรณิการ์ ฝางไม่ใช่คนธรรมดาที่จะแตะต้องกายแล้วยึดเอาเป็นสมบัติของตนได้ ทั้ง ๆ ที่เขาอยากตามใจตัวเองใจจะขาด

“คิดเพียงใดก็ไม่อาจทำได้นะเจ้าข้า” เสียงหวานดังมาตามสายลม หากแต่ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงฝางที่ได้ยินอีกแล้ว ทั้งสองสบตากันทันที ก่อนที่ฝางจะยกมือขึ้น แต่อีกคนคว้าไว้ได้ทัน ! “นั่นแน่ ! มือไว ตบมาได้จูบตอบด้วย ! เอาสิ ! ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง

ฝางสะบัดมืออิงกาลออก คุ้นหน้าคุ้นตามาช้านานก็จริง หากแต่สิ่งที่ได้ยินในหัวใจของตัวเองตลอดมาคือ อย่า ! ฝางถอนใจเฮือกใหญ่ หมดปัญญาจะเอ่ยคำใดออกมา ผู้ชายตรงหน้าเหมือนเจ้ากรรมนายเวร คนมองอยู่ยิ้มตาหยี อิงกาลวันนี้รูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวราวกับน้ำนม ดวงตาและผมสีดำสนิท ริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกเมตตาเขาได้ เราเป็นคนเหมือนกัน ได้มาพบกันคงราวกับบุญกรรมนำพา มันต้องมีเหตุผลที่ลมหอบเจ้ามา นอกเหนือจากคำเจรจาหวานหูจากริมฝีปากนี้ของเขา

“พี่เอาเงินมาให้ ฝางจะได้มีเงินไถ่ถอนบ้านคืน” ชายหนุ่มส่งซองจดหมายที่ควักออกมาจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้พลางยิ้ม “คิดซะว่าเป็นค่ารักษาหัวใจ เพราะถ้าไม่มีฝาง ป่านนี้พี่คงป่วยตายเพราะตรอมใจ” อิงกาลหัวเราะ

“เราได้เรียนหนังสือ อีกหน่อยก็เรียนจบ ไม่นานก็จะได้ทำงาน มีเวลาอีกมากที่จะหาเงินมาคืนให้คุณนาย ไม่จำเป็นต้องใช้เงินคุณในเรือน” ฝางปฏิเสธอ่อนโยน เธอรู้ ฐานะตัวเองดี ใครเล่าจะรู้แม้มีนางฟ้าปกป้อง แต่มนุษย์ก็ต้องชดใช้เวรกรรมเก่าของตน แม้ไม่ใช่ทาสเขา ก็ทำเอาเราหายใจลำบากทุกทีเมื่อได้พบเห็น

อิงกาลจ้องฝางไม่วางตาแล้วถอนใจยาว หลายครั้งที่ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ แต่ฝางไม่เคยรับเงินของเขาเลย เธอยินยอมรับเพียงเงินค่าจ้างจากคุณแม่เท่านั้น “ไม่เอาก็ไม่เอา ว่าแต่ว่ารุ้งจะมาไหมวันนี้ ? ” เขาพับซองเงินเก็บไว้ที่เดิม

“ฝนตก จะมาเก็บไข่ลำบาก อาจจะไม่มา คุณในเรือนจะให้ทำอะไร ? ”

“จะมารับเสียพร้อม ๆ กัน พายเรือกลับเรือนกรรณิการ์กัน”

“ไปทำบุญที่วัดก่อนได้ไหมคะ ? ” ฝางไม่อยากไปเรือนกรรณิการ์เร็วนัก วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งอยู่ข้าง ๆ อิงกาล แม้จะได้อ่านหนังสือ แต่ก็ทำให้ฝางอึดอัด เมื่อที่นั่นไม่ใช่บ้านของตัวเอง

“ดีเหมือนกัน ตั้งแต่หลวงพ่อมรณภาพไป คุณแม่ก็ไม่ค่อยไปวัดแล้ว”

ฝางพยักหน้าพลางมองไปรอบกาย หวังจะได้เห็นสไบสีนวลล่องลอยมาให้เห็น แม้จะโตเป็นสาวแล้วแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ยังกรุณาให้มองเห็น ให้ได้ยินเสียงของพี่อันน์ แม้จะไม่บ่อยนักแต่ก็ไม่เคยรู้สึกว้าเหว่เมื่อไร้แม่ ฝางมีทั้งพี่ดำญาติผู้พี่และพี่อันน์นางผู้เมตตาจากภพภูมิอื่นคอยอยู่ข้าง ๆ เสมอ

“หาใครฝาง ? ” ชายหนุ่มอมยิ้ม แม้จะรู้แต่ก็ไม่ปรารถนาจะเอ่ยชื่อของพี่อันน์ออกมา เพราะเขาเองก็มีความลับที่บอกใครไม่ได้เช่นกัน “พี่จะไปรอที่ท่าน้ำ ฝนซาแล้ว ฝางเตรียมตัวเถอะนะ” ร่างโปร่งก้าวข้ามพ้นธรณีประตูไปในทันที

“พี่อันน์เจ้าขา”

“เจ้าข้า…..” กลิ่นหอมประหลาดฟุ้งไปทั่วห้อง เป็นอันรู้กันว่าเจ้าตัวอยู่ไม่ห่างแล้ว ฝางนั่งพับเพียบลงที่พื้นพลางพนมมือ “วันนี้จะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แม่บัว ให้พี่อันน์ด้วยนะคะ” ร่างงามปรากฏขึ้นในบัดดล อันน์ส่งยิ้มมาให้อย่างเมตตา “วาจาเจ้าฝางรื่นหูนักหนา เหตุใดไม่เจรจากับคุณในเรือนเยี่ยงนี้บ้างเจ้าข้า ? ”

“ที่ต้องหายใจอยู่ตรงหน้าทุกวันก็มากพอแล้วค่ะ”

อันน์ส่ายหน้า “นานเหลือเกินแล้วที่คุ้นเคยกันมา ความภักดีไม่มีเลยหรือ ? ”

“อยากเป็นอิสระค่ะ อยากมีบ้าน อยากอยู่โดยไม่ต้องเป็นลูกหนี้ของคนอื่น” ม่านน้ำตาเอ่อขึ้นมาในทันใด “ทำไมเงินมีค่าเหลือเกิน ? บ้านก็กลายเป็นของเขา ตัวเราก็กลายเป็นตุ๊กตาที่ใครสั่งให้ไปอยู่ที่ไหนก็ต้องไป” ฝางสะอื้นเบา แม้ไม่อยากอ่อนแอ แต่ซองใส่เงินค่าจ้างจากคุณนายไหมทองที่ถูกยื่นให้ครั้งแล้วครั้งเล่าช่วยให้หลุดพ้นจาก ‘โซ่’ ของเรือนกรรณิการ์ไม่ได้เลย

“เจ้าฝาง….ภพหนึ่งสั้นนักสำหรับหนึ่งชีวิต แม่จะเสียน้ำตาเพื่อการใด เพียงต้องระวังใจตน ไม่ให้ถลำลึกไปกับความทุกข์ตรมที่เรียกว่าเวรกรรม”

“เวรกรรม....หากไม่ชดใช้….เมื่อใดจะหมด ? ” ฝางไม่รู้ตัวว่ายิ่งนานวันทุกคำที่เอ่ยออกมานั้นอ่อนหวานไพเราะราวกับไม่ได้เป็นคนในแผ่นดินที่หายใจอยู่ ความงาม เด่นชัดไม่เพียงบนใบหน้า หากแต่เมื่อเอ่ยวาจาออกมานั้นเทียบเท่าชาวสวรรค์ชั้นฟ้า

อันน์ยิ้มส่งมาให้ นางกวัดแกว่งสไบแพรไปมาราวกับกำลังปลอบโยน หากแต่แสงที่สาดส่องนั้น ‘ส่ง’ ฝางกลับไปในอดีตทันใด !



พ.ศ. ๒๓๖๐

วิมานมืดมิดด้วยเจ้าของวิมานมิอาจปิดกั้นความเศร้าตรมในอกได้ องค์อังควิภาเลือกผลักไสแทนการรับไว้ซึ่งความภักดีจากองค์อจลา เหตุผลมีมากมายไม่อาจเอ่ยได้หมดเท่าที่ใจอยาก หากแม้รับไว้ซึ่งโซ่ตรวนแห่งรักภพชาติจักต้องเกิดขึ้นในสักวัน แม้แต่วิมานยังไม่อาจยืนยงตลอดกาล แล้วสิ่งใดจักไม่ผันแปร

“ทุกข์หรือเจ้าข้า ? ” วาสิกาเอ่ยถาม

“เรามิอยากจากลาสิ่งใดเลยวาสิกา”

“เกิน…รับไหวหรือเจ้าข้า ? ”

หญิงสาวพยักหน้ารับ “หากเรายืดเวลาแห่งความสุขออกไป เราจักครองมันไว้ได้นานกว่าการเร่งรับใช่หรือไม่ ? ”

“หากองค์เองเชื่อว่าความสุขคือการอยู่ในวิมานได้ยาวนาน แม้ไร้ผู้ใดเคียงข้างก็พึงใจ นั่นเรียกได้ว่าความสุขเกิดแล้ว สิ่งอื่นใดนั้นหากเห็นว่าอาจก่อทุกข์ในเบื้องหน้าก็เรียกได้ว่าเป็นทุกข์ทั้งสิ้น”

วาสิกาดูจะเข้าใจหัวใจกัน ความภักดีแม้เพียงอยู่ในอกตนเท่านั้นก็ยาวนานเท่าเวลาแห่งวิมาน ย่อมดีกว่าการรับไว้ซึ่งโซ่ตรวนแห่งรักแล้วรอวันดับสูญเพราะผู้อื่น ขอยึดมั่นในหัวใจตนไว้แทนการเสี่ยงที่ไร้ซึ่งความมั่นคง



ณ วิมานแห่งองค์อจลา ความเสียใจเอ่อล้นไม่แพ้กัน แม้ฝืนยิ้มรับการตัดสินใจของเจ้า หากแต่เราจะไม่มีวันยอมให้นางอันเป็นที่รักหลุดลอย

“หากไม่ทำการใด คงผูกนางไม่ได้เป็นแน่”

บริวารขององค์อจลานั่งพนมมืออยู่ไม่ห่าง “แม้กระทั่งลดตัวก้มลงกราบพวกภูมิเทวดาแล้ว นางยังไม่สามารถช่วยท่านได้ มีทางเดียวคือต้องทำลาย เห็นด้วยหรือไม่เจ้าข้า ? ” องค์อจลายืนนิ่ง แม้มีหัวใจที่เต็มไปด้วยแรงรักอัดแน่น แต่ศักดิ์ศรีที่ยอมลดตัวให้พวกภูมิเทวดาใช้งานและการต้องก้มกราบพวกบารมีน้อยกว่าก็ทำให้อับอายเหลือแสน แม้ไม่มีหน้าไหนกล้าชี้หน้าหัวเราะเยาะ แต่มันไม่มีทางรอดพ้นสายตาทั้งพวกภูมิเทวดาและรุกขเทวดาไปได้ ความในใจของผู้สูงศักดิ์มิมีผู้ใดล่วงรู้

เสียงเคาะประตูดังกึกก้อง “ฝาง ! ร้องไห้ทำไม ? ! เปิดประตูให้พี่ด้วย แย่แล้ว ! ผีเข้าอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้” ดำตะโกนเสียงดังด้วยความตกใจ ทั้งสองได้ยินเสียงฝางสะอื้นโฮอยู่ในห้องเพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่อิงกาลพึ่งก้าวออกมาได้ไม่นาน

“อิงไม่ได้ปิดประตู ทำไมอยู่ดี ๆ ฝางลงกลอนข้างใน ? ”

“เจ้าฝางไม่เคยลงกลอนหรอกพ่ออิง มันกลัวผีจะตาย ! ”

“ผีหรือครับ ? ”

“จะอะไรล่ะ ? สิงร่างกันตอนยังเด็ก ไอ้ฝางว่านางฟ้า แต่ไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไร”

“ฝาง ! เปิดประตู ! ” อิงกาลเคาะประตูเสียงดังหนักขึ้นเรื่อย ๆ หญิงสาวยังร้องไห้เสียงดังสะท้อนดังออกมาข้างนอก



หญิงงามผู้สูงส่งยืนนิ่งมองฝางที่กำลังทุกข์ยิ่งนักเมื่อมองเห็นตนในอดีต

“ทำไมรักแล้วต้องทุกข์ ทำไมเขาคิดอย่างนั้น ? ! ” ฝางสะอื้น เธอนั่งกอดเข่าหลังชนฝาเรือน สีหน้าของเจ้าตัวราวกับคนที่ได้รับรู้เรื่องราวสะเทือนใจอย่างที่สุด

“ผู้ใดเจ้าข้า ? ”

“องค์อจลาอย่างไรเล่า เขาจะทำร้ายคน ! ”

อันน์พยักหน้ารับ “องค์เองรู้ลึกกว่าผู้ใด แม้เพียงเห็นภาพครานั้น หนักหนาเหลือเกินใช่ไหมเจ้าข้าความรักที่ก่อเกิดอย่างไร้เหตุผล องค์อังควิภาจะทำอย่างไร ? ”

ฝางพยักหน้ารับพลางร้องไห้โฮ “ทุกข์เหลือเกินเจ้า เราไม่อยากเป็นต้นเหตุแห่งสงคราม เราไม่อยากเป็นต้นเหตุแห่งการทำลาย” องค์อังควิภาผู้ควบคุมจิตฝางในตอนนี้อ่อนล้าด้วยความรู้สึกหดหู่ในใจที่มี เหตุแห่งรักในวันวานทำลายล้างซึ่งทุกสิ่ง จากผืนฟ้าสะเทือนถึงแผ่นดินมาจนภพนี้ “จะให้ข้าทำฉันใด เมื่อแก้ไขอดีตไม่ได้”

“อิงกาลคือหนทางแห่งความร่มเย็น รู้หรือไม่เจ้าข้า ? ” ลมแรงพัดมาในทันใด ! ประตูเปิดรับคนภายนอก ก่อนที่ร่างของฝางจะทรุดลงสู่พื้นเข้าสู่ภวังค์ ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปประคองร่างของฝางขึ้นมาแล้วอุ้มไปนอนที่เตียง อิงกาลไม่ได้มีท่าทีร้อนรนเกินกว่าเหตุ เมื่อเห็นฝางแล้ว ลึก ๆ เขารู้ว่าเราล้วนมีที่มาและความทรงจำ ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันล้วนทำร้ายหัวใจได้ทุกนาที

มือของชายหนุ่มลูบใบหน้านวล ฝางคงพบอะไรที่ไม่คาดฝันเหมือนในวันวาน วันที่เจอกันที่เรือนกรรณิการ์ครั้งแรก ความเกลียดชังเด่นชัดในแววตา ความห่วงหาถูกบดบังไว้ราวกับดวงจันทร์เบื้องหลังต้นไม้ใหญ่ในยามค่ำคืน “หลับแล้วจะสุขขึ้นนะคนดี” เขารู้ดีความเจ็บปวดในวันพระสาหัสเพียงใดสำหรับคนพิเศษอย่างเราสองคน อิงกาลมองไปรอบกายหวังจะได้เห็นหญิงงามที่เคยได้พบกันเมื่อยังเด็ก

ดำเข้ามายืนดูคนทั้งสองอยู่เงียบ ๆ เธอเลือกที่จะเงียบเมื่อวันและเวลาเดินทางมาเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ คนที่เคยทำอะไรไม่คิดอย่างเธอเรียนรู้ที่จะคิดก่อนพูดเมื่อประสบการณ์สอนอยู่ทุกลมหายใจ “พ่ออิงฝางไม่เป็นไรใช่ไหม ? ” คนถามเอ่ยเบา ไม่กล้าจะเข้าไปคั่นกลางระหว่างทั้งสองร่าง อิงกาลดูหวงแหนฝางเหลือเกินในตอนนี้

“ไม่เป็นไรครับ” เมื่อเห็นความทุกข์ของคนอื่นเด่นชัด ความทุกข์ของตนจักคลายลงคงเป็นเช่นตอนนี้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าฝางจะเล่าอะไรให้รู้เมื่อฟื้นขึ้นมา หากแต่ที่ต้องเจรจาด้วยคือร่างงามที่อยู่เรือนนี้ เวลานี้จะไปอยู่ที่วัดหรือเปล่า ?

“รอเจ้าฝางเจ้าข้า” เสียงตามลมดังมาจากที่ไกล ๆ หากแต่เบาแสนเบาจนคนอื่นมิอาจได้ยิน อิงกาลยิ้มออกมาทันที “พี่ดำครับ อิงขออยู่ที่นี่สักพัก รอให้ฝางฟื้นแล้วเราจะไปวัดกันนะครับ พี่ดำอย่าห่วง ไม่เป็นไรแล้ว”

“เอา ๆ เอางั้นก็ได้จ้ะ พี่จะไปทำกับข้าวไว้ให้ คงตื่นก่อนเพลนะ เฮ้อ ! ความอยากรู้นี่มันน่ากลัวนะพ่ออิง พี่อยากรู้แต่ไม่กล้าจะถามฝาง แปลกดีที่ยิ่งโตเป็นสาวยิ่งน่ากลัว”

“ไม่หรอกครับ อิงว่าคนที่น่ากลัวที่สุดคือตัวของเราทุกคน” ชายหนุ่มยิ้ม

“แล้วกัน ! เข้าตัวจนได้” ดำหัวเราะเมื่อเห็นด้วยกับสิ่งที่อิงกาลคิด “ไปวัดทำบุญก็อย่าลืมกรวดน้ำนะพ่อ วันนี้วันแรงของทั้งคู่ ฝางแค่หลับก็ดีแล้ว ดีกว่าที่พ่ออิงต้องตัวร้อน ล้มพับเหมือนสมัยก่อน” อาการประหลาดระหว่างฝางกับเขาในวันพระวันโกนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าใครจะเป็นอะไรคนรอบข้างก็เข้าใจว่าเป็นเพราะเราช่วยรับแทนกัน มันจึงเป็นไปได้ยากที่คุณแม่จะยอมปล่อยฝางไป

สำหรับอิงกาลเขารู้ดีว่าไม่ใช่การรับแทนกัน หากแต่เป็นเพราะเราทั้งคู่เกี่ยวข้องกันด้วยชะตาและอดีตชาติ การมีชีวิตอยู่ของเขาจึงไม่ได้เป็นไปเพื่อตัวเองเท่านั้น หากแต่เขาทั้งเมตตาและหวงแหนฝางด้วยหัวใจจริง ๆ

อิงกาลยกมือขึ้นไหว้ดำ “ขอบพระคุณที่กรุณาอิงเสมอครับ”

ดำพยักหน้าพลางรับไหว้ หล่อนเดินออกจากห้องนอนไปพลางถอนใจ

อิงกาลลุกขึ้นเดินไปรอบห้อง ก่อนจะปิดหน้าต่างทุกบาน เมื่อวันพระคือต้นเหตุแห่งทุกข์ของเราสองคนเสมอ ไม่เขาก็ฝางจะต้องเป็นอะไรไปสักอย่าง อิงกาลจึงได้เรียนรู้วิธีที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

ครั้งนั้นวันที่ฝางมาค้างที่เรือนวันแรก กายของเขาร้อนเป็นไฟ มือของเขากุมมือเล็ก ๆ ของฝางไว้แน่น ฝางมองที่มือของตัวเองเหมือนอยู่ในภวังค์ วูบหนึ่งในแววตาปรากฏสายใยที่ซ่อนเร้น “อิงกาลตัวร้อนใช่ไหมฝาง ? ” คุณนายไหมทองถาม เด็กหญิงพยักหน้ารับเท่านั้น “แล้วเรารู้สึกยังไง ? ”

“ไม่รู้สึกอะไรค่ะ ไม่เจ็บไม่ร้อน” ฝางตอบหน้าซื่อ

“ไม่เจ็บคืออะไร ? ”

“ไม่ปวดหัวที่ตกบันไดไง” คนตอบตอบห้วนอย่างลืมตัว พอหันไปเห็นแววตาของแม่บัวฝางจึงได้ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด

“เข้าใจแล้ว แล้วที่ไม่ร้อนแปลว่าไม่รำคาญ ไม่กลัวที่อิงกาลตัวร้อนใช่ไหมจ๊ะ ? ”

“ไม่กลัว….ค่ะ”

“เป็นเด็กไม่ควรโป้ปดมดเท็จนะแม่” เสียงทุ้มดังมาตามสายลม กลิ่นยาสูบฟุ้งไปทั่วบริเวณ “ใครสูบยาเส้นคะที่นี่ ? ” บัวถามคุณนายไหมทอง

“ไม่มี ฉันก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน” ทุกคนอยู่ในความเงียบพลางมองไปรอบกายอย่างหวาดกลัว แม้อยู่ในห้องกันสี่คนหากแต่ทั้งบัวและคุณนายไหมทองกลับรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย อึดอัดเหลือเกิน

ภาพที่ทุกคนไม่ได้เห็นคือ ภาพของสตรีนุ่งโจงกระเบนสีเทา คาดผ้าแถบสีเดียวกันที่อกสองกลุ่ม กำลังนั่งเจียนหมากและจีบพลูยาวกันอยู่อย่างขะมักเขม้น โดยมีร่างใหญ่ของชายคนหนึ่งกำลังนั่งสูบยาอยู่ข้างฝา ฝางหันไปมองรอบกายเช่นกัน เด็กหญิงเชิดหน้าขึ้นสูง มือขวาที่ถูกกุมแน่นอยู่ขยับ นิ้วเล็กทั้งห้ากรีดไล่ความร้อนจากกายของอีกคนออกไปทันที !

ความจริงที่คนอื่นมิอาจล่วงรู้ คนผู้นี้เคยทำลายศักดิ์ศรีผู้มีบารมีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จะแปลกอันใดหากทุกนาทีจะต้องร้อนเป็นไฟ เหมือนวันที่เผาไหม้คนอื่นอย่างไร้ซึ่งความเมตตา ริมฝีบางของฝางขยับ “ตัวข้า….จะปกป้ององค์ขาลทุกชาติไป จะทำลายทุกคนที่ล่วงเกินเรา ! ” เสียงหวานเกรี้ยวกราดดังก้องกังวาน หากแต่ไม่มีผู้ใดได้ยิน



ร่างบนเตียงขยับ ฝางลืมตาขึ้นมามองไปที่พื้น เมื่อหันมาข้าง ๆ จึงได้พบใบหน้างดงามราวกับภาพวาดของอิงกาลหลับอยู่ข้างตัว หัวใจของหญิงสาวสั่นระรัวเมื่อก้มมองที่เสื้อของตัวเอง ฝางถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเครื่องแต่งกายของตนยังอยู่ครบ ร่างใหญ่ที่กอดฝางอยู่กระชับร่างเธอเข้าไปแนบกายเขา ทำราวกับฝางเป็นหมอนข้าง !

“คุณในเรือนทำไมทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่าง ? ”

“เพราะเรา….รักเจ้าเหลือเกินคนดี” เสียงทุ้มเอ่ยทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา

“พูดง่ายจังเลยนะคำนี้ ถามจริง ๆ นะคุณในเรือนคิดว่าการเป็นเจ้าของเรือนคือการได้เป็นเจ้าของตัวของลูกหนี้ด้วยหรือไงกัน ? ”

อิงกาลลืมตาขึ้นมาพลางอมยิ้ม “ฟื้นขึ้นมาได้นี่ปากขยับทันทีเลยนะเรา พี่ไม่ได้ทำอะไรเกินกว่าเหตุ เพราะเหตุที่เกิดก็มาจากฝางส่วนหนึ่ง เราร่วมห้องกันมาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วพี่ก็ทำได้มากกว่าที่พูดอีกนะครับ ไม่เชื่อก็จะทำให้ดู” ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป เขาจุมพิตริมฝีปากบางของฝางอย่างอ่อนโยน หญิงสาวพยายามดิ้นรน “คุณในเรือน ! ” ฝางตะโกนลั่นเมื่อดิ้นรนจนหลุดพ้นจากพันธนาการได้สำเร็จ

“หูจะแตก อย่าปากแข็งนักเลย ถ้าไม่มีหัวใจให้ ป่านนี้แต่งงานกับคนอื่นไปนานแล้ว ผู้ชายในละแวกนี้ใครไม่รู้บ้างว่าแม่ฝางสวยขนาดไหน พี่ดำจะยกให้คนอื่นง่ายนิดเดียวเท่านั้น แต่ที่ฝางยังอยู่ตรงนี้กับพี่เพราะอะไรก็น่าจะรู้ดี หรือไม่จริง ? ” อิงกาลลุกขึ้นนั่งพลางถอนใจ ความเป็นลูกผู้ชายทำให้เขารู้สึกเหมือนใจจะขาดรอน ๆ เมื่อได้อยู่ใกล้ฝาง เราหรือพูดก็ตรงแสดงออกก็ชัดเจน ทำให้หล่อนรู้สึกหวั่นไหวก็บ่อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาไม่เคยสมหวัง ไม่ตะโกนลั่น ! ก็เงียบเหมือนคนไม่มีหัวใจ ผู้หญิงปากแข็งนี่เอาใจยากจริง ๆ “บ่นในใจระวังจะเป็นบ้านะ ฝางจะไปวัด คุณในเรือนจะนอนต่อก็ตามสบาย เราเป็นแค่ลูกหนี้ ไม่มีสิทธิ์ห้ามอะไรใครได้” หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงนอนทันที




Create Date : 04 สิงหาคม 2563
Last Update : 4 สิงหาคม 2563 11:48:47 น. 0 comments
Counter : 162 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.