อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 9 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

9



เสียงระฆังดังกังวานทั่วแผ่นดิน พระทุกรูปทยอยลงจากกุฏิมารวมกันยังศาลาการเปรียญ เสียงพระสวดมนต์ให้พรสะท้อนไปไกล เหล่าเทวาปรากฏกายร่วมอนุโมทนาบุญ ภาพโลกมนุษย์ซ้อนภาพโลกที่เร้นลับสลับกันไปมาราวกับความฝัน

กลุ่มเทวดาผู้งดงามนี้นั้นจะมีสักกี่คนในโลกที่ได้รับอนุญาตให้มองเห็น คนที่เต็มไปด้วยคำถามและกิเลสแม้พนมมืออยู่ก็ตรงหน้าพระประธานก็มิอาจหยุดฟุ้งซ่านเพื่อที่จะรับพรได้แม้แต่วินาทีเดียว “เห็นทีสิ่งที่กลัวจะเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร ยิงปืนนัดเดียวเท่านั้นเอง” คุณนายไหมทองรำพึงเบา

อีกสถานที่ไกลออกไป ลมหายใจของฝางสะดุดเมื่อสายน้ำไหลลงสู่ธรณีผ่านปลายนิ้วของใครบางคน ฝางกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ในโรงเรียน ลมเย็นพัดผ่านกายวูบใหญ่ กลิ่นอบร่ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ “หอมจัง กลิ่นอะไรนะ ? หอมจนอยากจะไปตามหา” เด็กหญิงหลับตาเมื่อนั่งลงที่โขดหิน ลมหอมเคลื่อนจิตบริสุทธิ์สว่างไสวไปไกลเกินฝัน

พ.ศ. ๒๓๖๐

คนบนเรือนพลุกพล่านยิ่งนัก ญาติผู้ใหญ่ของแม่จีบมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อคืน ขณะนี้นั่งกันอยู่บนเรือนราวสิบคน บ่าวไพร่ที่ติดตามมาก็หมอบคลานรับใช้ บ่าวบนเรือนก็ทำงานมิได้ขาดตกบกพร่องดังคำสั่งของนายตน วันนี้จะมีการเลี้ยงแขกเหรื่อด้วยอาหารฝีมือของแม่จวง แม่จวงปรุงอาหารและสั่งแม่ครัวแล้วจึงขึ้นมานั่งคุยกับญาติ รอเวลารับประทานอาหารกันในตอนสาย

แม่จีบถูกสั่งให้จัดอาหารและเครื่องไหว้ลงไปถวายศาลพระภูมิแทนเพราะเป็นวันพระ ตามปกติแม่จวงจะเป็นผู้จัดเองกับมือมิได้ขาด เว้นแต่จะเจ็บไข้หรือเดินทางไกลเท่านั้น การบูชาพระภูมิเจ้าที่ของแม่จวงในวันพระทำมาตั้งแต่ตั้งท้องแม่จีบ และในแต่ละปีก็จะตั้งเครื่องคาวหวานบูชาเทพเทวาและพระภูมิเจ้าที่อย่างใหญ่โตหนึ่งครั้งในเดือนสี่ ซึ่งเป็นเดือนเกิดของแม่จีบ วันนี้เครื่องคาวหวานแม้ไม่ได้สมบูรณ์ดั่ง ‘ตั้งเครื่องเดือนสี่’ ที่เรียกขานกัน แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงที่สุด

เครื่องเดือนสี่เป็นเครื่องไหว้ที่แม่จวงกำหนดขึ้นมาเอง ด้วยนางตั้งจิตอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเรือนกรรณิการ์ และบนบานขอให้ลูกสาวคนเดียวของนางเกิดมาพรั่งพร้อมด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ สิ่งที่ปรารถนาสมหวังดังใจ แม่จวงจึงยึดถือปฏิบัติราวกับเป็นธรรมเนียมประจำตระกูล เครื่องเดือนสี่ที่ต้องตั้งนั้นแม่จีบถูกฝึกให้จัดเตรียมและลงมือทำตั้งแต่โกนจุก

วันนี้หล่อนลุกขึ้นมาทำตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง มีบ่าวคอยช่วยจึงไม่ได้วุ่นวายนัก เครื่องที่จะนำไปถวายขาดเพียง ‘พานเครื่องคาวห้า’ เท่านั้นก็เทียบเท่าเครื่องเดือนสี่ “ไปตักแกงสายบัว กับแกงมัสมั่นมานางเอิบ แล้วอย่าลืมข้าวล่ะ”

“เจ้าข้า ! แล้วเอาใส่ถาดเครื่องหวานสี่เลยไหมเจ้าคะ ? ”

“แยกกัน อย่าเอามาปะปน ไม่ตั้งพานเครื่องคาวครบ ก็ต้องแยกพาน”

พานเครื่องหวานสี่อย่างถูกจัดใส่กระทงใบตองก่อนจะนำมาจัดลงในถาดรวมกัน อันได้แก่ กระทงขนมแป้งข้าวเหนียวสีขาวปั้นเป็นก้อนกลม ตรงกลางยัดไส้ด้วยมะพร้าวขูดและน้ำอ้อยสีน้ำตาลทั้งก้อนแล้วนำไปต้มให้สุก กระทงขนมฝอยทองนั้นนำฝอยทองมาวางซ้อนกันเป็นแพสูงเต็มกระทง กระทงทองหยอดเหลืองงดงามราวกับหยดน้ำสีทอง และกระทงขนมข้าวนึ่งสีน้ำตาลอันเป็นขนมที่แม่จวงปรุงขึ้นตามความชอบของท่าน

โดยต้องนำข้าวเจ้ามาแช่น้ำหนึ่งคืนแล้วนำมาตำให้ละเอียด กรองเอาแต่เนื้อนวดผสมกับน้ำอ้อยละลายแล้วหมักไว้ให้ขึ้นฟู ใส่กระทงใบตองขนาดเล็กพอคำก่อนจะนำมานึ่งให้สุก เมื่อจัดลงกระทงตั้งเครื่องต้องแกะกระทงเดิมออกเสียก่อน ตัวขนมฟูและหน้าแตกเป็นดอกราวกับดอกไม้สีน้ำตาล

แม่จีบกำลังจัด ‘พานเครื่องกลีบดอกบัว’ มีพาน 2 คู่วางอยู่ ใช้หยวกกล้วยเป็นฐานและใช้กลีบดอกบัวจับจีบเย็บขอบเรียงกันโดยรอบห้าชั้น จีบพลูยาวป้ายปูน 2 คู่ เจียนหมากสดอย่างวิจิตร 2 คู่ อบควันเทียนยาฝอย แลเทียนฟั่น 2 คู่วางไว้ตรงกลาง

บ่าวอีกคนยกพานเครื่องหอมเข้ามาใกล้แม่จีบ

“ได้แล้วเจ้าค่ะพานเครื่องหอมห้าอย่าง”

ดอกมะลิลา เกสรดอกบัว กุหลาบมอญ พิกุลและจำปาส่งกลิ่นหอมอบอวลอยู่ตรงหน้า หล่อนกวาดตามองดอกไม้แต่ละชนิดที่ถูกจัดใส่กระทงใบตองขนาดย่อมแล้วพยักหน้า “พวกเอ็งมือหนัก ระวังอย่าได้มาแตะดอกไม้ในกระทงอีก ประเดี๋ยวดอกไม้จะเฉามือตายยังไม่ทันได้ตั้งกันพอดี ตั้งเครื่องปีหน้าก็หัดจำใส่หัวไว้บ้างว่าต้องเตรียมอะไร โดยเฉพาะเอ็งนางเอิบ” แม่จีบเหลือบมองบ่าวด้วยหางตา

“เจ้าข้า ! บ่าวจะจำไม่ให้ขาดตกบกพร่องเจ้าค่ะ ว่าแต่ว่าเหตุใดวันนี้ต้องทำเกือบเท่าตั้งเครื่องเดือนสี่เจ้าคะ ? นี่ขาดแต่แกงเทโพหมู กับช่อม่วงนะเจ้าคะ แกงสายบัวกับมัสมั่นไก่ก็ทำแล้ว นี่ก็แทบจะครบเครื่องคาวสี่อย่างนะเจ้าคะ”

“คุณแม่อยากจะทำให้ครบด้วยซ้ำ แต่ข้าห้ามไว้ แค่กับข้าวอย่างอื่นที่ทำกันก็มากมายราวกับจะเลี้ยงพระแล้ว”

“ก็ทำไมไม่เลี้ยงพระไปเลยล่ะเจ้าคะ ? ไหน ๆ เราก็ทำให้คนถึงกับลือได้แล้ว”

“ลือว่าอะไร ? ”

“ลือว่าคุณกำลังจะหมั้นกับคุณปรุงเจ้าค่ะ และยังเชิญญาติมาเต็มเรือน”

“นางเอิบ ! บอกข้ามาใครมันพูด ? ! ” หล่อนบีบเสียงตัวเองให้เบาลง ให้ได้ยินกันเพียงเท่านี้ แม้จะรู้สึกราวกับไฟไหม้ในอก

“ก็พวกบ่าวคุณปรุงเจ้าค่ะ มันซุบซิบกันว่าขนมาหลายหีบล้วนแต่เป็นของหมั้นทั้งสิ้น รับมาแล้วก็เท่ากับรับหมั้นกันเจ้าค่ะ มันเอาไปลือกันถึงในวัดเลยนะเจ้าคะ”

แม่จีบวางมือจากงานทันที หล่อนกัดริมฝีปากตัวเองพลางใช้ความคิด ที่คิดว่าเพียงรับมาเพื่อให้มันจบ ๆ กลับกลายเป็นว่าหาเรื่องให้ตัวเองแท้ ๆ หล่อนไม่ได้โลภขนาดนั้น เพียงแต่ให้มาก็ต้องรับไว้ หากไม่รับคืนไปก็ถือว่าเป็นของกำนัล แต่นี่ฝ่ายคุณปรุงกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น เห็นทีจะทำเฉยไม่ได้ !

เมื่อฟ้าสางแม่จีบกับบ่าวก็ตั้งเครื่องบูชาเสร็จ หล่อนเพียงจุดธูป 9 ดอกและถวายเครื่องเท่านั้น หากเป็นการตั้งเครื่องเดือนสี่ แม่จวงจะต้องถือศีลอุโบสถครบ 4 ครั้งในหนึ่งเดือนก่อน แต่การถวายเครื่องในเวลาอื่นก็ทำกันเพียงวันพระและของถวายก็แล้วแต่จะจัดหากันตามสมควร แม่จวงไม่ใช่คนตระหนี่แต่ก็ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อ

ในหัวของแม่จีบยังคิดเรื่องคุณปรุงอยู่เป็นระยะ หล่อนจะไม่ให้ใครมารวบหัวรวบหางอย่างที่หวังเป็นแน่ เมื่อเดินมากรวดน้ำใต้ต้นพิกุล หล่อนจึงได้ตั้งจิตอธิษฐาน

“หากได้เกิดในภพหน้า ขอให้ตัวข้ายิ่งใหญ่เกินใคร” หล่อนยิ้มเมื่อน้ำไหลผ่านนิ้วลงสู่ธรณี “แม่อธิษฐานขอสิ่งใดหนอ ? ” เสียงทุ้มถาม เมื่อแม่จีบเงยหน้าจึงได้เห็น

‘คุณรุ้ง’ ยืนจ้องหล่อนอยู่ คุณรุ้งเป็นพ่อค้าคนหนึ่งที่ติดตามมาในคณะญาติผู้มาเยือน เขามีกิจการค้าเพชรพลอยเป็นที่เชิดหน้าชูตา มีเทือกเถาเหล่ากอมาจากสายในรั้วในวัง แม่จีบยิ้มออกเมื่ออีกฝ่ายถึงกับเดินตามลงมาอย่างจงใจ ได้ไหว้กันอยู่เมื่อคืน แม้ไม่ได้เจรจาแต่หล่อนยังติดตาแววตาเป็นประกายของชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้

“ขอให้ยิ่งใหญ่เจ้าค่ะ” หล่อนตอบตรง

“แม่กล้าเกินใคร เหตุใดความยิ่งใหญ่จึงเป็นที่หมายของสตรีงามเช่นแม่จีบ บอกพี่ได้หรือไม่ ? ” คนถามจงใจให้ความสนิทสนม แม้พบกันเพียงไม่นาน

“เกิดมาชาตินี้ เป็นผู้หญิงเห็นทีจะทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากออกเรือน คุมบ่าวเจ้าค่ะ น้องอยากทำอะไรได้เหมือนผู้ชาย แต่เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้”

“ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่หมายที่ผู้ใหญ่นำพามาด้วยเจ้า แม่จีบอย่าได้ประเมินค่าของตัวเองต่ำเกินไป แม้เป็นผู้หญิงก็ทำได้ทัดเทียมกัน ขึ้นอยู่กับว่าแม่จะยอมเป็นแม่เรือนของผู้ใด” ชายหนุ่มยิ้มและจ้องหล่อนอย่างเสน่หา

แม่จีบซ่อนยิ้มไว้ในหน้า หล่อนอธิษฐานในใจตามมาอีกครา “หากเกิดเป็นสตรีขอให้ชนะสตรีทุกนางในแผ่นดิน ขอแลกกับทุกนาทีที่ได้สร้างผลบุญ”

ฝางสะดุ้งเมื่อเสียงระฆังดังกังวานบอกเวลาเข้าแถวเคารพธงชาติแล้วเธอใช้นิ้วชี้ขยี้ที่หัวคิ้วของตัวเอง รู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก “ผู้หญิง….คนนั้นสวยจัง แค่สวยก็ชนะทุกคนแล้ว ทำไมต้องชนะตลอดเลย น่ากลัวจัง ! ” ฝางเอ่ยออกมาโดยที่ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นเป็นความฝันหรือความพิเศษที่สวรรค์ให้มา

“อย่ากังวลไปเลยเจ้าข้า…..เจ้าฝางพิเศษเกินกว่าสตรีใดในแผ่นดิน แม้ต้องสู้กับบุญของอีกคน” เสียงอันน์ลอยตามลมผ่านมาสู่ฝาง หากแต่เด็กหญิงไม่ทันได้ยิน ความสนใจของเจ้าตัวมีเพียงไม่นานด้วยยังเด็กนัก



เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นในขณะที่อิงกาลกำลังอ่านหนังสืออยู่ หันมองรอบกาย ไม่เห็นนายไม้ จึงเดินออกไปเปิดประตู “คุณแม่....”

ท่านมองไปรอบห้อง ไร้วาจา กลิ่นอะไรบางอย่างคลุ้งไปทั่วห้อง

“ใครสูบยาเส้น ? ลูกหรือ ? หรือพวกข้างล่างขึ้นมาบนตึก ? ” คุณนายไหมทองเดินไปมาเพราะหล่อนได้กลิ่นแห่งความประหลาดอย่างที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน

“เปล่าครับ ไม่มีใครขึ้นมา อิงก็ไม่เคยลอง ไม่เห็นได้กลิ่นอะไร” เขาไม่อยากจะเชื่อว่ากลิ่นที่เขาได้กลิ่นอยู่นั้น มารดาจะได้กลิ่นเช่นกัน นายไม้คงอยู่แถว ๆ นี้

“แน่นะ ? อย่าได้ไปลอง มันไม่ดีกับตัวเอง เรายิ่งป่วยบ่อย พักนี้ทำไมรีบเข้าห้องนอนแต่หัวค่ำนักลูก ? ”

“อิงอยากอ่านหนังสือครับคุณแม่” เขาไม่ได้มีเจตนาจะเก็บตัวและโกหกมารดา ที่จริงแล้วเขากลัวนายไม้จะล่องลอยตามไปทุกที่ ตัวเขาไม่มีสิทธิ์รู้การอยู่หรือหายไปของนายไม้แม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างอยู่ที่เจ้าตัว เมื่อฟ้ามืดลงเขาจึงรีบกลับห้องนอน

“พรุ่งนี้วันหยุดอิงไปธุระกับแม่หน่อย ไปเรือนท้ายน้ำกัน” หล่อนสั่ง

“ไปทำไมครับ ? ” คนถามหน้านิ่ง แต่มารดาของเขากำลังเก็บทุกรายละเอียดของลูกชายคนเดียว อิงกาลไม่ได้มีท่าทีใด ๆ หล่อนหวังจะได้เห็นอาการผิดปกติของลูกชาย หากเด็กชื่อฝางเกี่ยวข้องใด ๆ กับอาการป่วยของอิงกาล คุณนายไหมทองจะทำทุกอย่างให้ลูกหายขาด ! “แม่จะไปซื้อที่ดินตรงนั้น”

“เขาอยากขายหรือครับ ? ”

“นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่ เราแค่ไปเป็นเพื่อนแม่ นอนเถอะ พรุ่งนี้ก็ทำตามที่บอกก็แล้วกัน” ท่านสั่งแล้วเดินออกไปทันที อิงกาลยืนนิ่งอยู่ไม่นานก็เดินหานายไม้

“อยู่ไหนครับ ? ทำยังไงดี ? ”

เสียงไอแห้ง ๆ ดังมาตามสายลม หากแต่ไม่ปรากฏกายของนายไม้ให้ได้เห็น

“ก็ไปสิขอรับ ไปตามบุญตามกรรม”

อิงกาลรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในอกทันที ! เด็กชายเห็นใบหน้าของฝางซ้อนทับกับใบหน้าของหญิงงามคนหนึ่งในหัว รู้สึกราวกับความมืดและความสว่างสลับสับเปลี่ยนไปตลอดเวลา เขาหายใจหอบพลางเอามือปิดตาแน่น “เจ็บ ! ”

“หายใจลึก ๆ ขอรับ จะไปถึงเรือนเขาไม่ใช่ง่าย ๆ จะไปครองเรือนเขาก็ไม่ง่าย ดูแม่อันน์หล่อนจะไม่ยอมให้ใครได้ราวีดอกหนา” เสียงหัวเราะดังมาตามสายลมพร้อมกับกลิ่นยาสูบที่ค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกัน



“พี่อิง ! เสร็จหรือยังคะ ? ต้องไปเรือนท้ายน้ำแล้ว” เสียงคุณโสนดังอยู่นอกห้อง เด็กหญิงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ วันนี้คุณป้าอนุญาตให้เธอไปเรือนท้ายน้ำด้วย ท่านว่าผลหมากรากไม้เต็มไปหมด อยากให้ได้ไปกิน เจ้าของบ้านเหลือกินเหลือใช้ คงยอมขายให้บ้าง

อิงกาลเปิดประตูออกมา ก่อนจะถอนใจ เขารู้สึกเหมือนความวุ่นวายกำลังเข้ามาเยือน แต่สติที่เกินกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทำให้อิงกาลยืนได้มั่นคง เขามองออกไปนอกเรือน ข้างนอกยังมืดสลัว คุณแม่กำลังจะไปบ้านของคนอื่น ในเวลาเช่นนี้ทำไมกัน?

คุณโสนวิ่งตามเด็กชายไม่รอช้า “กินผลไม้ ๆ กัน ! ” เด็กหญิงเกาะแขนอิงกาลแน่น ราวกับกลัวหาย คนถูกเกาะได้แต่มอง ไร้วาจาใด ๆ ทั้ง 3 คนเดินมาจนถึงเรือนท้ายน้ำ แม่ลูกคู่นั้นกำลังใส่บาตรพระกันอยู่ที่หน้าบ้าน คุณนายไหมทองยิ้มที่มุมปาก เพราะทุกอย่างที่หล่อนคิดไว้เป็นไปดังหวัง ! บัวและฝางนั่งลงรับพร แล้วลุกขึ้นเมื่อพระเดินจากไป ทั้งแม่และลูกยกมือไหว้คุณนายไหมทองทันที

“สวัสดีค่ะคุณนาย มาถึงท้ายน้ำ มีอะไรให้รับใช้คะ ? ”

“อ้อ ! แม่บัว นานแล้วที่ไม่ได้พบกัน สบายดีนะ ฉันกับเด็ก ๆ มาเดินสูดอากาศดี ๆ ก็เลยมาถึงนี่ เจอกันก็ดี ขอเข้าไปคุยด้วยสักหน่อยจะได้ไหม ? ” คุณนายไหมทองเจรจาอย่างนิ่มนวล แววตาที่มองมาดูเมตตา

“ได้ค่ะ คิดว่าคงมีธุระด้วย ดิฉันก็อยากคุยด้วยมานาน นับตั้งแต่มีคนมาหาที่บ้านเรื่องที่ดิน” บัวไม่รอช้า เดินนำหน้าไปทันที ใครกันจะไม่รู้ว่าเศรษฐีผู้มั่งคั่งมาถึงเรือนด้วยเหตุใด ฝางมองทุกคนด้วยสายตาสงบนิ่ง เพราะความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างในของอีกคนรู้สึกโกรธายิ่งนัก “มาถึงที่เชียวหรือเจ้า ? ” เสียงที่ดังออกมาไม่มีผู้ใดได้ยิน มือเล็ก ๆ กำแน่น หางตาฝางเหยียดอีกคนที่มองเธออยู่อย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะใช้มือทัดผมไว้ข้างหู “ฝาง….เข้าบ้านสิลูก ! ไปหาพี่ดำ เอาน้ำมารับแขกด้วยนะ” ฝางยืนนิ่งไม่นานก็เดินผ่านทุกคนไป อิงกาลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหนาวเหน็บอย่างบอกไม่ถูก สายตาของเด็กหญิงก้มต่ำเมื่อสบตาเขา

“มอมเชียว ! ” คุณโสนพูดออกมา “จนกรอบแน่ ๆ เลยเนอะพี่อิง ! ”

ฝางหันหน้ามาทันที เธอใส่เสื้อแขนกุดสีเขียวเปลือกถั่ว กระโปรงยาวกรอมเท้าสีเดียวกัน ทุกอย่างเป็นฝีมือการตัดเย็บของแม่ หากแต่สีที่เลือกใส่อ่อนจางไม่สดใสเท่านั้นเอง ผมยาวของฝางคลุมบ่า ใบหน้านวลไม่ได้บ่งบอกถึงความหม่นหมองแต่อย่างใด หากแต่ที่ทำให้ถูก ‘หยาม’ เห็นจะเป็นเท้าที่เปลือยเปล่าของฝางที่ตัวเองกำลังก้มลงมองดู “รองเท้ามี แต่ไม่ได้ใส่ออกมา”

“ใครถาม ? ! ” คุณโสนถามทันที

“ก่อกรรมแม้กระทั่งในดวงจิต…..ระวังตัวไว้” ฝางมองหน้าคุณโสนและอิงกาลอย่างเย็นชา หากแต่เมื่อปากตำหนิเขา ตัวเรากลับรู้สึกเจ็บปวด เด็กหญิงคนนี้นั้นดูสดใส แม้พูดจาโอหังผิดเด็กธรรมดา ‘จิต’ สะอาดที่ซ่อนอยู่บอกฝางในใจ

เห็นทีเราจะต้องเกี่ยวข้องกันไปกันอีกนาน....

อิงกาลอมยิ้มเมื่อเห็นหางตาของฝางค้อนมา เหตุใดความห่วงหาวิ่งเข้าสู่หัวใจราวกับคุ้นเคยกันมาแสนนาน วาจาใด ๆ มิได้เสียงดังเท่าความคิดที่ซ่อนไว้ภายใน

ฝางนี่แหละจะต้องมายืนเคียงข้างในวันหน้า…..

“อ้าว ๆ ! ชน ๆ ” เสียงพี่ดำดังขึ้นทำให้ฝางตื่นจากภวังค์ พี่สาวเอามือดันหน้าผากเด็กหญิงไปให้ไกลตัว เมื่อเธอเดินชนหล่อนเข้าเต็มรัก !

“เพ้ออะไรคนสวย ? เดินเหม่อมาเลย”

“มีคนมาหาแม่ หาน้ำไปให้หน่อยจ้ะ” ฝางส่ายหน้า สลัดทุกความรู้สึกให้พ้นตัว มือเล็ก ๆ จับศีรษะของตัวเองโยกไปมา “เราจนเหรอพี่ดำ ? ”

“ใครพูด ? ” ดำกำลังง่วนอยู่กับงานในครัวเดินไปเดินมา แต่ก็ตั้งใจฟังฝางทุกคำ

“ไม่มี…..ตาแก้วเคยบอกว่าเงินจำเป็นมาก คุณนายคนนั้นมาทำไมก็ไม่รู้ แม่ให้เข้ามาในบ้านด้วย” ฝางเหมือนบ่นอยู่คนเดียว เพราะเรียบเรียงความคิดในหัวไม่ถูก

ดำรามือจากงานทันที “ไปเล่นไป ! ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวจัดการเอง”



ฝางเดินก้มหน้าจากไปเงียบ ๆ อย่างว่าง่าย เดินอ้อมไปหลังเรือน ก้าวย่องลงบันไดอย่างระมัดระวัง เมื่อจะต้องผ่านเชิงบันไดที่เคยเห็นใครบางคนร้องไห้

“ไม่รู้มาร้องไห้ทำไม เป็นเพื่อนพี่อันน์หรือเปล่าจ๊ะ ? ” เธอถามพลางมองไปรอบตัว เมื่อไร้เสียงใด ๆ ตอบกลับ เจ้าตัวจึงหัวเราะคิกแล้วรีบวิ่งลงจากเรือนทันที ผ้าแพรสีแดงปลิวว่อนเคลื่อนคล้อยเกี่ยวรัดขาอีกคนราวกับงูรัด “หยุด ! ” เสียงหวานสั่ง

ฝางก้มมองขาตัวเองปากสั่น หลับตาปี๋เมื่อมองเห็นผ้าสีแพรสีแดงนั่น เธอหมอบราบลงกับพื้นที่เชิงบันได โดยไม่ได้หันไปมองข้างหลังแม้แต่นิดเดียว “หยุดแล้วค่ะ หยุดแล้ว” น้ำตาฝางเอ่อขึ้นมาไม่รู้ตัว ขาของตัวเองไม่พ้นบันไดขั้นสุดท้ายอีกจนได้ !

กลิ่นดอกไม้อบร่ำหอมฟุ้งราวกับอยู่ในสวรรค์ หากแต่ผ้าแพรที่รัดขาร้อยรัดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ “อย่าแพ้ภัยตัวเองเยี่ยงเรา อย่าทำให้เขาสมหวังไม่ว่าจะต้องใช้เล่ห์กลใดก็ตาม เจ้าเข้าใจหรือไม่ ? ” น้ำตาของฝางไหลพราก เจ้าตัวหมอบกราบ สะอื้นเบา หากแต่ยังไม่ยอมหันกลับหลังไปมอง “ทำไม....จ๊ะ ? ”

“เขาทำร้ายเจ้า เขาทำร้ายเรา ก็รู้อยู่มิใช่หรือ อย่าทำเหมือนลืมมันไป เพียงเพราะภพชาติเปลี่ยน อย่างไรเสีย….เจ้าก็คือเรา” เสียงหวานเริ่มสะอื้นเช่นกัน

ฝางตัวสั่นเพราะสะอื้นหนักขึ้นอย่างไร้เหตุผล “แม่ไม่ให้เกลียดคน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี” ร่างเล็กถูกลากขึ้นไปกลับมาที่หัวบันไดทันที ! ฝางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจและร่างกายตัวเอง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วราวกับปาฏิหาริย์ ผ้าแพรสีแดงมีพลังราวกับจับตัวเธอลอยขึ้นมาทีละขั้นบันไดแล้วกระชากมากองไว้ที่พื้นเรือนตรงหัวบันได

“อย่าทำหนู ! ! ” ความรู้สึกในใจบอกว่าตัวเองกำลังจะถูกโยนลงจากบันไดเป็นแน่ ! น้ำตาของเจ้าตัวพรั่งพรู รู้สึกว่าตัวเองตะโกนเสียงดังหลายครั้ง หากแต่ไม่มีใครได้ยิน มีเพียงหญิงงามผมยาวห่มสไบจีบแพรสีกลีบบัว นุ่งผ้าถุงกรอมเท้าสีแดงเลือดนกยืนอยู่เชิงบันได สายตาคู่นั้นมองขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด !

หล่อนงดงามนัก หากแต่แววตาไม่มีความเมตตาเหลืออยู่เลย “จำภาพที่ตัวเองถูกผลักลงจากเรือนไว้ให้ดี จำไว้ให้ดี อย่าไปยอมแพ้องค์อจลา อย่าไปฟังวาจาใด ๆ จากเขา อย่าให้เราต้องพบจุดจบเดียวกัน ! ”




Create Date : 02 สิงหาคม 2563
Last Update : 2 สิงหาคม 2563 8:43:12 น. 0 comments
Counter : 82 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.