อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
16 กุมภาพันธ์ 2564
 
All Blogs
 

ตอนที่ 27 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



27



“คนพิเศษอะไรของคุณ ดูซิเนี่ย เนื้อพองเชียว เจ็บจะแย่” ภูสิตาบ่นขณะที่นอนหนุนตักปรเมษฐ์ในห้องนอน เขานั่งอยู่ที่หัวเตียงเช่นเคย อีกคนไม่ยิ้ม แต่โน้มตัวไปจับขาเธอยกขึ้นมาดูใกล้ ๆ อย่างเป็นห่วง “โอ๊ย ! จะยกขึ้นมาทำไมคะ เจ็บนะ”

“หมดสวยก็คราวนี้แหละเจ็บมากไหม ? ” เขาพูดพลางค่อย ๆ วางขาของเธอลง

“เจ็บมาก แต่ไม่เท่ากับตอนที่เห็นคุณหิ้วปีกสุนันทาออกไปจากงานหรอก” เธอพูดพลางหัวเราะ ไม่ได้ตั้งใจจะประชด แต่หลุดปาก

“หึงล่ะสิ” เขาหัวเราะบ้าง

“ไม่ ๆ อาจจะแค่อิจฉาค่ะ หญิงโชคดีที่มีคุณอยู่คอยดูแล แม้จะเมาไม่รู้เรื่อง” เธอจับมือชายหนุ่มมาวางที่แก้มของตัวเอง ปรเมษฐ์ก้มมองสีหน้าคนรักแล้วอมยิ้ม

“เขาก็เหมือนน้องสาวของผมอีกคน ดุให้ตายเหน็บให้ตาย หญิงก็ไม่โกรธ”

“เขารักคุณไง ไม่รู้เหรอคะ ? เขาทำทุกอย่างให้ฉันอยู่ห่างคุณที่สุด”

“ผมว่าไม่ใช่ หญิงรักแต่ตัวเองต่างหาก ขอแค่ให้เขาชนะมันก็จบ บางทีเขาก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ารักใคร ก็คอยดูกันไปอย่าพูดถึงคนอื่นเลย รู้อะไรไหมคุณกำลังแย่ ? ”

ภูสิตาลุกขึ้นนั่งมองเขาตรง ๆ ทันที “ทำไมคะ มีอะไร ? ”

“กลัวเหรอ ? ” ดวงตาสวยมองเธออย่างเอ็นดู

“ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วค่ะ พูดมาเถอะ”

“เจ้ากรรมนายเวรของคุณเขามาเตือน คุณถึงได้เจ็บตัว ทั้ง ๆ ที่ผมพยายามช่วยแล้ว ตอนที่เด็กวิ่งตัดหน้ารถ” คนเล่าพูดช้า พลางลูบผมสลวยของหญิงสาวแล้วทัดไว้ที่หูของเจ้าตัว “แต่ช่วยได้ไม่หมด ที่คุณทำสังฆทานไป เขาก็รับกันไป แต่บางคนเขาก็ไม่ยอม เพราะคนเรามีทั้งสิ่งที่ดีคุ้มครองและเจ้ากรรมนายเวรเองก็ตามอยู่ตลอดเวลา ตามอยู่เหมือนผึ้งกลุ่มใหญ่เลยรู้ไหม ? ถ้าเมื่อไรคุณทำอะไรพลาดเสมอ ๆ หรือเจ็บตัว ก็แสดงว่าท่านมาเตือน”

“แก้ยังไงคะ ? ”

“ไม่ได้หรอก ก็แค่ทำให้เบาบางลงด้วยการสร้างบุญกุศลไงครับแล้วก็สำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำด้วย”

“สำนึกได้ยังไงคะ ก็ตาลไม่รู้ว่าทำอะไรใครไว้นี่นา”

“ที่ให้สำนึกก็คือเรื่องนี้ต่างหาก ถ้าเมื่อไรคุณรู้สึกไม่ชอบหน้าใคร ทะเลาะกันอยู่เรื่อย ๆ แบบไม่ค่อยมีเหตุผล นั่นก็ใช่ อย่างกับหญิงคุณก็ทำได้ถูก คือ ไม่ต่อยอดความเกลียด เขาร้ายมา คุณก็แค่ไม่พูด แล้วก้มหน้ารับไป นี่ก็คือวิธีแก้กรรม ให้คิดว่าคุณคงทำอะไรเขาไว้ เขาถึงได้มาทำให้รู้สึกแย่อยู่เรื่อย ๆ แค่นี้ก็จบกันแล้ว ที่สำคัญคือ คุณจะรู้สึกสบายใจที่สุด” ชายหนุ่มยิ้ม

“ใครจะเอาอะไรจากฉันไปก็ได้ แต่ขอให้คุณอยู่” เธอพูดพลางโผเข้ากอดคนรักทันที เธอซบอยู่ที่บ่าพลางหลับตา จะขอย้ำเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าหากว่าเธอไม่หวัง ก็ไม่รู้จะอยู่ไปวัน ๆ ทำไม อะไรจะเกิดก็ช่างมัน ขอแค่ให้ได้ทำอย่างที่ตัวเองต้องการ อย่างมากก็แค่ตาย

ปรเมษฐ์หลับตาลงเขาได้ยินสิ่งที่ภูสิตาคิด เขาดึงตัวหล่อนออกจากการกอดที่อบอุ่น แล้วจุมพิตที่หน้าผากหญิงสาวเบา ๆ “ให้ความรักของผมทำให้คุณเข้มแข็งนะตาล ให้เป็นแรงผลักดัน ไม่ใช่ให้ตาย มันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก คุณกับผมเราก็แค่ใช้กรรม ขอให้คิดอย่างนี้”

ภูสิตายิ้มรับ “อย่าใช้วิชามาร ”

ปรเมษฐ์หัวเราะ “ขอโทษ ๆ ปวดหัวชะมัด”

“ทำไมคะ ทางโน้นมีอะไรหรือเปล่า ? ”

“ไม่ใช่หรอก เรื่องหญิงน่ะ จริงอย่างที่คุณว่า เขากำลังพยายามทำทุกอย่างให้คุณอยู่ห่างผม นี่ขนาดไม่รู้อะไรเลยนะนั่น จะเร่งให้แม่จับผมบวชเร็ว ๆ เชื่อเขาเลย” เขาสารภาพ เล่าเองดีกว่าให้ไปรู้จากปากของสุนันทาทีหลัง

“เขาอยากให้รีบแต่งงาน” ภูสิตาจ้องคนรักนิ่งเมื่อพูดจบ

“นี่คุณใช้วิชามารเป็นด้วยหรือเปล่า ทำไมรู้ ? ” ชายหนุ่มอยากจะเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด เพราะเห็นคนพูดเริ่มมีโลกส่วนตัวอีกแล้ว

“ตาลเห็นหญิงมาตั้งแต่เด็กเหมือนกันค่ะ ไม่ต้องใช้วิชาอาคมอะไรเลย”

“หญิงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ อย่าคิดมาก ตาลรู้ใจผมที่สุด” ปรเมษฐ์ดึงตัวหญิงสาวมากอดอีกครั้ง อยากให้เธอสบายใจ

ภูสิตาปล่อยให้เขากอดอยู่ไม่นาน ก่อนจะขยับตัวออกจากอ้อมกอดของปรเมษฐ์ ใจเธอคิด ฉันยอมเธอมามากแล้วสุนันทา บอกไปหมดแล้วทำไมไม่เข้าใจ ?

ปรเมษฐ์เห็นแววตาสุดท้ายเมื่อภูสิตาหันหลังให้แล้วทิ้งตัวลงนอน เขากุมขมับทันที แม้จะไม่ได้ยินสิ่งที่เธอคิด แต่คนเงียบน่ากลัวกว่าคนอย่างสุนันทาเป็นร้อยเท่า



มะลิที่หน้าบ้านออกดอกแข่งกันหอมไปทั่วบริเวณ ภูสิตาเดินพลางเงยหน้าดูกระรอกตัวเล็ก ๆ ที่กำลังวิ่งไปตามสายไฟที่หน้าบ้าน ดู ๆ ไปเหมือนอยู่ในป่าเข้าไปทุกทีแล้ว เธอตั้งใจจะออกไปรอคุณนิดาอยู่หน้าบ้าน วันนี้อยากจะทำบุญตักบาตรสักครั้ง เพราะระยะหลังตื่นไม่ทันเพลมาตลอด วัน ๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ส่วนตอนกลางคืนก็มีคนมานั่งเฝ้าในห้องแทบทุกคืน อยากไปพบพระปรมัตถ์เหมือนกัน แต่ก็ตื่นไม่ไหว วันนี้จะต้องไปให้ได้ “ขาเป็นไงบ้างลูก ? ” หันมาก็เห็นบิดายืนมองเธออยู่

“แผลจะแห้งแล้วค่ะพ่อ”

“ก็ดี ออกมาข้างนอกบ้าง ตัวซีดแล้วนะ วัน ๆ อยู่แต่ในห้อง”

ภูสิตาหัวเราะร่วน “วันนี้จะออกเดินสายแล้วนะ พ่อห้ามบ่นก็แล้วกันค่ะ”

พอดีกับที่คุณนิดาเดินออกมา ทั้งสองเดินเข้าไปตักบาตรเมื่อพระสงฆ์เดินมาถึงหน้าบ้าน พอรับพรเสร็จภูสิตาเดินไปกรวดน้ำที่โคนต้นไม้เพียงลำพัง

“ฉันไม่ทราบว่าคุณว่าเป็นใครคุณแสงแผนผา แต่ขอให้มารับผลบุญที่ฉันทำในวันนี้ด้วยค่ะ ขอให้มีความสุข อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ถ้าเคยมีอะไรต่อกัน”

หญิงสาวยกมือไหว้งดงาม



ตอนสายภูสิตาขับรถแวะเข้าไปในวัด คิดว่าคงได้พบพระปรมัตถ์ก่อนเพล ถ้ามาช้ากว่านี้ก็ดูจะไม่เหมาะ เพียงอยากมาถามข่าวคราวแทนพี่ชายของท่าน “หลวงพี่คะ พระปรมัตถ์อยู่แถวนี้ไหมเจ้าคะ ? ดิฉันมีธุระจากทางบ้านท่านมาเรียนให้ทราบ”

“นั่นไงโยม กวาดใบไม้อยู่ตรงนั้น”

ภูสิตาเดินตรงเข้าไปหาแล้วนั่งลงที่โคนต้นไม้ ห่างจากที่ที่พระปรมัตถ์ยืนอยู่พอสมควร ท่านหันมาแล้วหยุดกวาดใบไม้ “สบายดีไหมโยม ? ”

“ก็ไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ โดนน้ำร้อนลวกที่ขา แต่ดีขึ้นมากแล้ว”

“โยมพี่เป็นอย่างไรบ้าง ? ”

“ก็ช่วยกันดูแลอยู่ค่ะ เขาให้ดิฉันมากราบท่าน เผื่อมีอะไรฝากไป”

“คงไม่รบกวน ดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน บอกโยมพี่แค่นี้แหละ โยมแม่มาบ่อย ๆ อาตมาไม่อยากได้อะไรหรอก ขอบใจโยมภูสิตาที่แวะมา” ท่านพูดจาสำรวมพลางมองไปรอบ ๆ ตัว “ไม่ได้มาคนเดียว ระวังตัวให้มาก ๆ ”

ภูสิตามองไปรอบ ๆ ตัว ค่อนข้างแน่ใจว่าปรเมษฐ์ไม่ได้มาด้วยแน่ ๆ แล้วท่านหมายถึงใคร ? หญิงสาวพูดคุยอยู่กับพระปรมัตถ์ไม่นานก็ขอตัวกลับ เธอเดินมาขึ้นรถก็พอดีกับที่เห็นสุนันทาเดินเข้ามา หญิงสาวถือขันเงินใบโตมาด้วย คงพึ่งลงมาจากศาลาการเปรียญ “ในที่สุดก็พบกันอีก” น้ำเสียงเจ้าตัวท้าทายเปิดเผย

“วัดนี่จ๊ะ ที่สาธารณะ”

“ตกลงจะเอาทั้งพี่ทั้งน้องหรือไง ? ” คนพูดตะโกนเหมือนโกรธ

“หญิงพูดจามีสติหน่อยนะนี่วัด นั่นก็พระ”

“ก็ใช่ ! ตกลงตัวเลือกใคร เอาสักคนสิ ! ”

“ปรเมษฐ์และพระท่านไม่ใช่ผักปลา ตัวคงต้องไปถามทั้งคู่เอง” ภูสิตามีสติ ตรงกันข้ามกับอีกคน สุนันทาดูเหมือนกำลังเดือดอย่างเห็นได้ชัดและไร้เหตุผล

“เลิกพูดจาน้ำเน่าเสียทีเถอะ น่ารำคาญ”

“หญิงก็เลิกพูดจาอย่างคนไม่มีสติด้วย ได้ยินแล้วรำคาญเหมือนกัน” ภูสิตาพูดจบก็เดินไปทันที

“เดี๋ยวก่อน ! มาคุยกันให้รู้เรื่อง ตกลงจะแย่งบอลไปจริง ๆ ใช่ไหม ? เราบอกตัวแล้วไง ว่าไม่ได้ ๆ ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง ? ! ” สุนันทาเดินตรงเข้าไปดึงเสื้อของภูสิตาจากด้านหลัง ทำเอาหญิงสาวเอนตัวมาข้างหลังทันทีเพราะไม่ได้ระวัง

“หญิง ! อย่ามาทำตัวเป็นเด็ก ๆ แถวนี้นะ” พอภูสิตาหันหน้ามา เสื้อของเธอด้านหลังก็ชุ่มไปด้วยน้ำ “นี่น้ำอะไร ? ” ภูสิตาเห็นขันเงินที่สุนันทาถืออยู่เมื่อครู่กลิ้งลงไปที่พื้นดิน สุนันทาคงโมโหจนทำอะไรไม่ถูก ทำให้ขาดสติจนลืมว่าตัวเองถือขันอยู่

“ก็ตัวอยากเดินหนีทำไม ? ”

“ถามว่าน้ำอะไร ? ! ” เสียงภูสิตาดังจนน่าตกใจ

“น้ำมนต์ ! คุณป้าให้มาเอาที่หลังศาลาโน่น” สุนันทาหน้าเสีย เพราะเห็นแววตาอีกคนเอาเรื่อง ภูสิตาหายใจหอบ “ไปให้พ้นนะ ! ไปให้พ้นเลยหญิง ! ไป ! ”

สุนันทาหน้าซีดเพราะไม่เข้าใจ ทำไมแค่นี้ต้องโมโห เมื่อก่อนก็ทะเลาะกันแบบนี้ประจำนี่เป็นครั้งแรกที่ภูสิตาแสดงอาการแบบนี้ “ไปก็ได้ ไม่เห็นต้องตวาด” สุนันทาก้มลงเก็บขันเงินใบนั้นแล้วออกเดินไปอย่างสงบ



ภูสิตาขับรถออกมาได้ไม่ไกลนัก สีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธอัดแน่นในความรู้สึกอย่างประหลาด เสื้อด้านหลังเปียกชุ่ม แม้จะบีบเอาน้ำออกแล้วก็ยังคงรู้สึกเฉอะแฉะ หญิงสาวมองกระจกหลังเพราะนึกถึงคำพูดของพระปรมัตถ์

เธอไม่ได้มาคนเดียวแล้วใครมาด้วย ?

พอหันหน้ามามองที่กระจกก็เห็นตัวเองมีเลือดซึมที่จมูก หญิงสาวพยายามเช็ดมันออก แต่ดูเหมือนจะไม่หมดเสียที ตาฝาดหรือเปล่า ? เธอรีบคว้ากระดาษทิชชู่มาเช็ดทันที “นี่มันเลือดจริง ๆ ” ภูสิตารีบจอดรถข้างทางเพื่อให้ปลอดภัยที่สุด เธอปรับเบาะแล้วแหงนหน้าขึ้นทันที ทำไมอยู่ดี ๆ เลือดกำเดาไหล ชีวิตนี้ยังไม่เคยเป็น ทำไมเป็น ?

ภูสิตาหลับตาลงเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย หรือจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พอลืมตาขึ้นก็เห็นปรเมษฐ์ยืนอยู่ที่หน้ารถเลือนราง ไม่ ! น้ำมนต์ เพราะน้ำมนต์ !

“บอล ! กลับมาก่อน ! ”



พอถึงบ้านภูสิตารีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที เธอรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างร้อนรน ไม่เคยโกรธสุนันทามากขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าหล่อนจะจงใจทำน้ำหกรดตัวเธอหรือไม่ก็ตาม หล่อนจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าได้ทำร้ายคนที่หล่อนรักไปแล้ว

พอแต่งตัวเรียบร้อยภูสิตาก็พยายามมองหาปรเมษฐ์ในห้อง “ช่วยด้วยนะคะ ! ช่วยเราด้วย คุณแสงแผนผา” หญิงสาวหลุดปากเรียกชื่อนี้ออกมา “ฉันจะปล่อยให้เขาไปไม่ได้ ช่วยเราด้วย” เธออ้อนวอนพลางยกมือไหว้

“ไปเรียกเขาทำไม ? ” เสียงทุ้มดังมาจากเตียงนอน

“บอล คุณยังอยู่ โอ๊ย ! ฉันดีใจจังเลย” ภูสิตาวิ่งเข้าไปกอดชายหนุ่มทันที

“ยังอยู่ ๆ ดีใจจนเลือดกำเดาหายเลย ไหนดูจมูกซิ ! น่าสงสารจริงคนดี อยู่กับผีนานไปหน่อย พอโดนน้ำมนต์เลือดกระฉูดเลย” ปรเมษฐ์หัวเราะเมื่อโน้มใบหน้ามาใกล้ หน้าของภูสิตา ดวงตาแวววาวระยิบระยับอย่างมีเลศนัย

“มาทำพูดเล่น ฉันตกใจจริง ๆ นะ”

“ครับ ๆ รู้แล้วครับหายตกใจหรือยังครับ ? ” พูดจบเขาก็ถือโอกาสหอมแก้มเธอทันที ภูสิตาหน้าแดงเพราะสายตาคนมองมาดูเจ้าเล่ห์นัก

ปรเมษฐ์หัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน “ไม่ต้องกลัว คนที่โดนไล่ไม่ใช่ผม พ่อแผนที่ของคุณต่างหาก”

“จริงเหรอคะ ? ”

“จริงสิ เจ้ากรรมนายเวรคุณไง ต้องขอบใจหญิงด้วยซ้ำ มาไล่มารหัวใจให้ เขาใส่บาตรไปให้แล้ว ยังตามอยู่ได้ แฟนเขาแท้ ๆ ยังไม่ตามไปวัดด้วยเลย กล้ามาก”

“ประสาท ! มาหึงอะไรของคุณ ฉันว่าคุณกับเขาน่าจะเป็นคน ๆ เดียวกัน”

“ผิดจ้ะที่รัก ผีทั้งคู่เลย” พ่อตัวดีหัวเราะร่า แต่คนที่ฟังอยู่พูดไม่ออก

ปรเมษฐ์กับแสงแผนผาเป็นคนละคนอย่างนั้นหรือ ? แต่ทำไมหน้าตาเหมือนกัน จะถามพ่อตัวดีก็เห็นจะไม่ได้ความ เพราะดูจะไม่ถูกชะตากันถึงได้เรียกเขาว่า ‘แผนที่’ ร้ายเหลือเกินคนนี้ ภูสิตาส่ายหน้า แต่ก็ปล่อยผ่านไป อย่างน้อยเขาก็หัวเราะได้คงไม่เป็นไร ภูสิตากลับนึกถึงหน้าของสุนันทาแทน

เมื่อไรจะเลิกบ้าเสียทีนะหญิง ไม่เหนื่อยหรือไงกัน ?



ภูสิตาหอบกระเป๋าใบโตก้าวลงจากรถมาพร้อมกับโมรี วันนี้ทั้งสองมีนัดกันที่ร้านไม้ดอกไม้ประดับของกรกฎ ทั้งสองเดินผ่านไม้ดอกหลายชนิดที่จัดวางไว้ง่าย ๆ เพื่อให้สะดวกในการขาย “ว้าย ๆ มาดูส้มจี๊ดนี่ตาล ลองหน่อยไหม ? ฉันเล็งมาหลายหนแล้ว” พอพูดจบโมรีก็เด็ดส้มลูกเล็กมา 2 -3 ลูกทันที

ภูสิตายืนดูเพื่อนรักพลางยิ้ม หันซ้ายขวาก็มองไม่เห็นเจ้าของร้าน

“ระวังหน่อยแก ของเขาเอาไว้ขาย เดี๋ยวเถอะ กฎออกมาด่าจะหาว่าไม่เตือน” เธอหัวเราะเมื่อเห็นโมรีแกะส้มกินหน้าตาเฉย

“เออลองมาว่าฉัน ทีนี้แหละ แม่จะตัดสัญญาณเลย ยิ่งกว่าหมดโปรโมชั่นอีกนะ” พอพูดจบโมรีก็หัวเราะเสียงดัง “เออ ! ว่าแต่แกเจอนายบอลบ้างไหม ? ตั้งแต่ไปหาฉันวันนั้น ก็ไม่เห็นได้ข่าวอะไร” ภูสิตาส่ายหน้าแทนคำพูดใด ๆ ไม่อยากมุสาจึงได้แต่ยิ้ม

“จริงเหรอ ? มันต่อกันไม่ติดเลยเหรอตาล เพราะแม่หญิงนั่นใช่ไหม ? แล้วหมอนั่นเไม่เขาคิดจะสานต่ออะไรแกมั่งเหรอ โทรหาบ้างไหม ? ” โมรีพูดพลางจูงแขนเพื่อนรักเข้าไปในบ้านของกรกฎ



พอเข้าไปก็เห็นกรกฎนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขากำลังงานยุ่ง จึงได้แต่ยกมือทักทาย แล้วชี้ให้นั่งกันตามสบาย “ย่ะ รู้แล้วย่ะ ทำมาชี้” คนพูดไม่ได้สนใจเจ้าของบ้านเท่าไร โมรีจู่โจมเพื่อนรักตัวเองต่อทันที “แย่จัง ! ฉันว่าฉันควรทำอะไรสักอย่างนะ ไม่งั้นจะต้องสมใจแม่หญิงแน่นอน งั้นฉันขอถามแกอีกเป็นครั้งที่ล้านแล้วนะ แกยังรอนายบอลอยู่หรือเปล่า ? ” ทำไมโมรีจะไม่รู้ว่าภูสิตารู้สึกอย่างไรกับปรเมษฐ์ แค่อยากได้ยินคำตอบเท่านั้น แต่ก็ไม่เคยได้ยินชัด ๆ ตั้งแต่ปรเมษฐ์จากไปเรียนต่อ ภูสิตาจะปากแข็งและใจแข็งเวลาที่ถูกปูนาซักไซ้ความในใจ แต่เมื่อได้ยินสุนันทาเล่าอะไรในห้องเรียนที่เกี่ยวกับปรเมษฐ์ เพื่อนรักก็จะตั้งใจฟังอย่างอดทน เพราะเหตุผลเดียวที่ภูสิตาบอกโมรีก็คือ ‘ฟังจากปากของสุนันทาดีกว่า’ คำพูดของสุนันทาจะทำให้ภูสิตาได้สติ เพราะไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเธอ ทุกคำที่สุนันทาพูดจึงเป็นเหมือนกระจกที่จะสะท้อนความจริง จนบัดนี้เพื่อนรักก็ยังปากแข็งใจแข็งเหมือนเดิม

โมรีเห็นแววตาเพื่อนรักแล้วรู้สึกหงุดหงิด แม้จะชาชินแล้วก็ตาม “ให้มันได้อย่างนี้ ถามอะไรก็ไม่บอกกัน อย่ามาขอให้ฉันช่วยก็แล้วกัน วันที่เขาเข้าหอกัน ถ้าเป็นฉันฉันก็เบื่อแกเหมือนกันแหละ ท่ามาก หมอนั่นเสียอีก เปิดเผย ชัดเจนยิ่งกว่าอะไร เขามองแกยังกะนางฟ้า เบื่อจริง ๆ เฮ้อ ! ”

“ฉันเคยบอกแกว่าโลกของเขาไม่เหมือนเดิม แต่ไม่เคยบอกว่าฉันจะไม่รอเขานี่” ภูสิตาพูดเบา หากแต่หนักแน่น เธอมองตาเพื่อนรักอย่างสงบ

“ว่าไงนะ ? ยอมรับแล้วเหรอ นี่ ๆ แกกินยาอะไรผิดหรือเปล่า ? ” โมรีพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่แก้มของเพื่อนรักเบา ๆ ทั้งสองมือ “กฎได้ยินไหม ? ”

กรกฎพยักหน้าพลางยิ้ม “ชัดเลยครับ” แล้วชายหนุ่มก็วางมือจากงานมานั่งร่วมโต๊ะด้วย “ดีเลย งั้นเราไปเที่ยวทะเลกันดีไหม ? ชวนนายบอลไปด้วย ผมมีที่พักดี ๆ แถวระยอง ไปหลาย ๆ คนจะได้สนุกไงครับ”

โมรีดีใจนัก เธอวิ่งเข้าไปเกาะบ่าของกรกฎทันที “ดีมากค่ะกฎ ! งั้นโมจะคืนโปรโมชั่นให้คุณเดี๋ยวนี้” แล้วเธอก็หัวเราะเสียงดังอย่างลืมตัว ทำให้ภูสิตาหัวเราะออกมาด้วย แต่กรกฎทำหน้างง หากแต่พอเห็นคนรักมีความสุข เขาก็ไม่สนใจคำพูดใด ๆ อีก

“ว่าแต่ขาตาลหายดีหรือยัง ? ” กรกฎก้มลงมองด้วยความเป็นห่วง

ภูสิตาใส่กระโปรงมา จึงยกชายกระโปรงขึ้นให้ดูขาที่โดนน้ำข้าวลวกให้ดูได้

“ไม่เป็นไรแล้ว แผลแห้งดีแล้วจ้ะ ไม่ต้องห่วง”

โมรีก้มลงดูขาเพื่อนรักด้วย “ดี ๆ ไปนัดเลยนะคะกฎ แล้วรีบเดินทาง”




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2564
0 comments
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2564 19:37:12 น.
Counter : 222 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.