อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 27 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

27



เสียงเคาะประตูดังขึ้นปลุกให้ชายหนุ่มออกจากภวังค์ “พี่อิงคะ โสนขอเข้าไปข้างในสักครู่ เปิดหน่อยสิคะ ! เปิดเถอะนะคะ น้องมีเรื่องจะรบกวนจริง ๆ”

“คุณโสนนี่เป็นเหยื่อชัด ๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ไม่เคยรู้อะไรเลยจริง ๆ สู้กับฝางคนเดียวก็แพ้มาตั้งแต่ยังเล็ก ต้องมาสู้กับคนที่มองไม่เห็นตัวอีก จะอยู่ที่นี่ได้อีกกี่วันกัน ต่อให้ใส่พระมาทั้งกรุก็ไม่มีวันชนะเขา แล้วเธอจะไปฟังคุณแม่ทำไมกัน ! ” อิงกาลส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ความเศร้าหมองแม้เกิดขึ้นในจิต แต่จะให้มันปรากฏออกมาให้เห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้เด็ดขาด บางทีคนที่อยู่นอกห้อง อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีก็ได้

“คุณโสนแน่ใจแล้วนะว่าจะเข้ามา พี่ไม่ได้บังคับเธอใช่ไหม ? ” ชายหนุ่มตะโกน

“ไม่เคยมีใครบังคับหัวใจโสนได้หรอกค่ะ เปิดประตูเถอะ น้องมีเรื่องจะคุยด้วย”

“พรุ่งนี้คงมีคนไปนิมนต์พระแต่เช้า ถ้าเธอรอดคืนนี้ไปได้นะคุณโสน” ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะเปิดประตู ร่างฝางที่นอนหลับอยู่ยังไม่ไหวติง

“ว่าไง ? มันดึกแล้วนะ มาปลุกพี่ทำไม ? ”

“ก็น้องไม่อยากนอนข้างล่างคนเดียว นางอ้นกรนเสียงดังน่ารำคาญ” คนบ่นหน้างอ หล่อนเอาคนรับใช้มาอยู่ด้วยและนอนเฝ้าอยู่ในห้องด้วย

“ก็เอาเขามาทำไมล่ะ ไล่ออกไปนอนข้างนอกก็หมดเรื่อง” อิงกาลเท้าสะเอวด้วยความรำคาญ เขาอยากให้มันพ้น ๆ คืนนี้ไปให้ได้เร็ว ๆ “เอาไง ? กลับไปนอนดีไหม ! ”

คุณโสนหน้างอ “ไม่ใช่แค่นั้นนะสิคะ น้องได้กลิ่นบุหรี่ แต่กลิ่นแปลก ๆ กลิ่นเหมือนคนแก่ ๆ น่ากลัวพิลึกค่ะ”

อิงกาลอมยิ้ม นายไม้ก็คงนั่งเฝ้ายามเหมือนทุกคืนของแก “แล้วน้องจะให้พี่ทำยังไง ในเมื่อทุกคนก็อาจจะได้กลิ่นเหมือนกันหมด ควันไฟจากฟากโน้นมั้ง ถ้าไม่สบายใจก็ไปขอนอนกับคุณแม่สิ นอนในนี้ไม่ได้ ฝางหลับแล้ว”

หญิงสาวกระทืบเท้าทันที “ไปส่งน้องหน่อยสิคะ จะลงไปนอนที่เดิม”

“คุณโสนไฟสว่างมากกลัวอะไร ? น่าเบื่อจริงเด็กคนนี้ มา ๆ เร็วเข้าไปนอน นี่มันตีไหนแล้วเนี่ย ทำไมเธอไม่นอน ? ! ” คนบ่นเดินนำหน้าไป คุณโสนเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ ฝางลุกขึ้นนั่งด้วยได้ยินทุกอย่าง ใจเธอคิด คุณในเรือนจิตใจดีนัก แม้เย็นชากับคุณโสนมาตลอดแค่ไหน ความเมตตาก็เหลือล้นเมื่อได้รับการร้องขอ ฝางสงสารคุณโสนอยู่ไม่น้อย ต้องบากหน้ามาค้างอ้างแรมทั้ง ๆ ที่ไม่เคยด้อยในสิ่งใดเลยในชีวิต

แม้ไม่ได้พูดจากันดี ๆ มาตั้งแต่เด็ก แต่ฝางก็รู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับคุณโสนอยู่ไม่น้อย อารมณ์ของหล่อนรุนแรงแต่คุณโสนก็ปากกับใจตรงกัน

“เวทนาหรือเจ้าข้า ? ” เสียงพี่อันน์แทรกขึ้นในหัว ฝางทำได้เพียงพยักหน้ารับ “เตรียมตัวรับมือกับภายหน้าเถิดเจ้าข้า มีผู้หนึ่งกำลังมุ่งไปที่เรือนฝาง จะนำมาซึ่งปัญหาไม่น้อย แม้มิอาจแก้อดีตได้ ก็ยังโชคดีที่จะได้มีวันพรุ่งนี้นะเจ้าข้า เจ้าฝางเก็บความเวทนาไว้แล้วหลับเสียเถิด เราเขามีชะตาเป็นของตนเอง”

“แปลกนะคะที่คืนนี้สงบ คุณในเรือนไม่เป็นอะไรเลยพี่อันน์”

“ประกายไฟแห่งเวรกรรมมิเคยมอดเจ้าข้า ภพชาติก็เช่นนั้น คุณในเรือนนั้นรู้ตัวดีว่ากำลังจะต้องเผชิญกับสิ่งใด หากปากมีไว้เจรจาดั่งหน้าที่ ใจก็มิเคยหยุดก่อไฟเช่นกัน จนกว่าจะได้เห็นแจ้งด้วยตนเอง”



คุณนายไหมทองกำลังคัดเครื่องประดับอยู่บนโซฟาในห้องโถงชั้นล่าง คุณโสนเดินมานั่งข้าง ๆ ไร้เสียง “เป็นไงแม่โสนหลับสบายไหมจ๊ะ ? ”

“ไม่ค่ะคุณป้า โสนได้กลิ่นยาสูบ กลิ่นควันไฟ กลิ่นแก่ ๆ ปนกันไปหมดเลยค่ะ บางทีเหมือนอยู่ใกล้จมูกนิดเดียว ตึกใหญ่ไม่มีคนสูบมันจะมีกลิ่นได้ยังไงคะ ถ้าไม่ใช่ผี คุณป้าได้กลิ่นบ้างไหมคะ ? หรือเพราะเมื่อคืนเป็นวันพระ”

“ป้าก็เคยได้กลิ่นบ้าง แต่คิดว่าเป็นเพราะเราไหว้เจ้าที่ทุกวัน กลิ่นธูปกลิ่นดอกไม้ในสวนก็ปน ๆ กันมา แม่โสนอย่าคิดมากเลย แล้วสองคนนั้นหายไปไหน ? ” คุณนายไหมทองอยากให้คุณโสนคอยอยู่กับคนทั้งสองไม่ห่าง อย่างน้อยลูกชายก็จะได้หันมามองคุณโสนบ้าง แม้จะเพราะรำคาญก็เถอะ คุณนายไหมทองรู้ดีว่าลูกเป็นคนดี แม้ร้ายกาจก็ยังรู้จักคำว่าสงสาร

“อยู่ท่าน้ำค่ะ นางดำมา นางอ้นบอกโสน” คนพูดดูเบื่อหน่าย

“ออกไปสิลูก ไปดูว่าเขาคุยอะไรกัน คุณโสนต้องอยู่ข้าง ๆ พี่อิงไว้ อย่าได้เปิดช่องให้ผู้ใด พ่อตัวดีให้แม่รุ้งมาร่วมโต๊ะกับป้าทุกวัน มันก็เก็บปากเก็บคำเงียบ เลยไม่ต้องรู้อะไรกันพอดี พ่ออิงก็ไม่มากินข้าวกับป้าเลย” เห็นจะมีแต่แม่โสนนี่แหละที่พอจะคุยความในใจได้ แม้หล่อนจะไม่ได้ใยดีตนนักแต่ก็เป็นคนฟังที่ดี

“คุณป้าคะโสนจะทำยังไงดีให้พี่อิงรักโสนบ้าง ? นี่หางตาเขายังไม่แลเลย”

“ไปดูที่ท่าน้ำก่อนนะลูก ดูว่าเขาสองคนกำลังทำอะไรกัน แล้วป้าจะหาทางช่วยแม่โสนเอง อดทนหน่อยนะ แม่ฝางก็ไม่ได้ใยดีพ่ออิงนัก แม่โสนต้องได้เป็นภรรยาของเขาอย่างที่ป้าอยากให้เป็น อย่าลืมว่าพ่ออิงจำเป็นต้องมีแม่ฝางเพื่อช่วยรักษาตัวนะลูก มันอาจจะฟังดูแย่ แต่หากแม่โสนรักพี่อิงจริง ๆ ก็คงจะเข้าใจป้า” คำปลอบดูจะได้ผล แววตาของคุณโสนดูดีขึ้น ประกายแห่งความหวังเด่นชัด



ฝางนั่งอยู่ที่ท่าน้ำกับอิงกาล ท่าน้ำของที่นี่เป็นเหมือนศาลาลอยน้ำเล็ก ๆ ก่อด้วยอิฐและตกแต่งอย่างดี เหมือนกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่ริมน้ำ มองไปอีกฝั่งยังเต็มไปด้วยเรือกสวนของชาวบ้าน และตรงข้ามเรือนกรรณิการ์นั้นชื่อเจ้าของที่ดินก็คืออิงกาล คุณนายไหมทองและเขาไม่ปรารถนาให้มีการก่อสร้างใด ๆ ยังคงไว้ซึ่งธรรมชาติแบบเดิม ดำนั่งอยู่ด้วย ถามสารทุกข์สุกดิบกันตามปกติ

“ไม่มีเรื่องก็ดีแล้ว พี่ค่อยโล่งอก เมื่อคืนห่วงนักก็เลยไปทำบุญแต่เช้า ไปแล้วก็ได้เรื่องกลับมาจนได้ ใคร ๆ ก็เห็นนางดำมีค่ามากเมื่อเช้า เขาลือกันว่าพวกมาทำถนนหน้าบ้านเรา เห็นนางไม้เดินกันอยู่ในบ้าน พ่อขมก็ออกตัวว่าห่วงฝางห่วงพี่ เขารู้กันทั้งวัดว่าฝางย้ายเข้าบ้านนี้แล้ว พี่ก็ทำได้แค่บอกว่ามาช่วยรักษาคนป่วย แต่ไม่รู้หน้าไหนมันไปลือว่าฝางไปขอฤกษ์แต่งงานเอง นางดำเลยปั้นหน้าไม่ถูก เฮ้อ ! ปากคนนี่นะ มันพูดได้ทุกเรื่องเหมือนกินได้ทุกอย่างจริง ๆ ”

“เรื่องคนลือกัน ไม่ว่าเรื่องอะไร ไว้คุณแม่ไปวัดคงพูดเองครับ เรื่องไปขอฤกษ์แต่งงานฝางไปจริง แต่ขอให้เราสองคนจัดการเรื่องนี้เองนะครับ พี่ดำไม่ต้องห่วง”

“แล้วพวกมาทำถนนกลัวจนไม่มาทำต่อหรือจ๊ะพี่ดำ ? ”

“มันก็ไปขอของดีกับพ่อขมนะสิ รายนั้นเลยจะขอมาค้างที่บ้านวันพรุ่งนี้ อ้างว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยถนนจะไม่เสร็จ พี่เลยต้องมาบอกฝางก่อน แต่อย่าห่วงเลย คนของพ่ออิงอยู่กับพี่ตลอด นางพวกนั้นกลัวหัวหด ตะวันตกดินมันรีบนอนกันเชียว” ดำหัวเราะ

“ได้จ้ะ น้าขมก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ให้แกมาดูเองก็ดี ต่อให้มีนางไม้เหมือนที่เขาลือกัน น้าขมก็คงไม่ทำอะไรไม่ดี ถนนก็จะได้เสร็จเร็ว ๆ จะได้ไม่มีใครมารบกวนเราด้วย ได้ถนนหนทางดี ๆ ด้วย”

คุณโสนยืนกอดอกฟังอยู่หลังต้นไม้หันมาสบตาคนรับใช้ “นางอ้นคืนนี้แกไปนอนบ้านแม่ฝาง บอกว่าคุณป้าให้มาช่วยงาน แล้วไล่ใครสักคนกลับมา ถือว่าแกไปสับเปลี่ยนชั่วคราว ฉันจะเรียนคุณป้าเอง”

“อ้าว ! เขามากันพรุ่งนี้นะคะคุณ”

“ถ้าแกไปวันนี้ เขาก็จะได้ไม่สงสัยไง ทำไมไม่ค่อยฉลาดเนี่ย ! ” คนพูดกดเสียงให้เบาที่สุด หากแต่เหมือนนางอ้นถูกฟ้าผ่า !



พอดำกลับไป ฝางและอิงกาลก็แยกย้ายกันไปอ่านหนังสือ ชีวิตของอิงกาลทำงานได้ตลอดเวลาและหยุดได้ตลอดเวลา ฝางสนใจแต่เรื่องเรียนแม้ไม่ต้องไปเรียนถี่เหมือนเดิมเพราะใกล้จบหลักสูตรก็ยังพยายามอ่านหนังสือ หญิงสาวอ่านหนังสืออยู่ที่ม้านั่งใกล้ กับศาลพระภูมิ มีร่มสนามกันแดดสีขาวขนาดใหญ่ช่วยให้ร่มเงา

บ้านนี้มีศาลพระภูมิใหญ่เป็นไม้แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตร ตุ๊กตานางรำ ช้างม้าและรูปปั้นเทวดาก็ล้วนแต่เป็นของดี หากแต่ของไหว้ในแต่ละวันกลับมีเพียงข้าวเปล่าและของคาวหวานอย่างละหนึ่งชามเล็ก ๆ เท่านั้น ข้าง ๆ ศาลมีโอ่งน้ำลายมังกรขนาดกลางวางอยู่ มีฝาปิดแกะสลักอย่างวิจิตรเช่นกัน เพื่อความร่มเย็นสินะ ฝางคิด

“ชีวิตดีจังนะเรา นั่งเป็นคุณนายเลย” คุณโสนมายืนอยู่ข้าง ๆ ม้านั่ง “คุณป้าว่าเธอจะยังไม่แต่งงานจนกว่าจะซ่อมห้องริมน้ำเสร็จ ทำไมเหรอ ? ห้องพี่อิงก็ใหญ่โต ทำไมต้องทำห้องใหม่อีก ? ”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ รู้แต่ว่าต้องซ่อมห้องนั้น” ฝางตอบหน้านิ่ง

“เธอนี่มันบ้าบอจริง ๆ นะ มาอยู่ร่วมห้องผู้ชายแลกบ้านตั้งแต่เด็ก มานั่งกินนอนกิน แล้วยังคิดอะไรไม่เหมือนคนอื่น เขาลือกันยังไงเธอก็ไม่เห็นอาย ชีวิตนี้คิดจะเกาะพี่อิงกินจนวันตายหรือไง ? ” คุณโสนจ้องหน้าฝาง ความในใจของเธอไม่มีปิดบัง แม้ทุกคำทำร้ายจิตใจนัก หากแต่ฝางก็เห็นด้วยกับที่ถูกตำหนิมา

“มันยากจะเล่าให้คุณโสนเข้าใจทั้งหมด แต่อย่ากังวลเลยนะคะ คุณในเรือนเป็นของคุณ ฝางกำลังช่วยรักษาเขาเท่านั้น หมั่นทำดีกับเขาไว้มาก ๆ นะคะ เขาเป็นคนจิตใจดี สักวันเขาจะรู้ว่าคุณโสนรักเขา” ฝางก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไม่ได้สนใจอีก

คุณโสนมองอีกคนอย่างใช้ความคิด จะมาไม้ไหนของมัน ? ไปขอฤกษ์แต่งงานขนาดนั้นยังมาทำพูดดีด้วย หรือที่คุณป้าบอกจะเป็นจริงว่าหล่อนไม่ได้ใยดีพี่อิงนัก คุณโสนสะบัดหน้าไล่ความคิด เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อชนะ ดังนั้นอะไรที่เหนือกว่าย่อมย้อมใจให้สุขนัก “ก็ดี ! ต่อให้เธอต้องเสียเนื้อเสียตัวก็อย่าได้คิดจะอุ้มท้องลูกเขา คุณป้าว่าเธอก็หวงตัวใช่ย่อย ก็ทำให้ได้ตลอดไปละกัน แค่อย่ามายั่วโมโหฉัน ฉันก็จะอยู่ของฉันเพื่อพี่อิงและคุณป้า ฉันไม่ขอบใจเธอนะที่เจียมตัว เพราะฉันคือเจ้าของทุกอย่าง” คุณโสนเดินเชิดหน้ากอดอกไปอย่างมีความสุข โลกดูเหมือนจะเข้าข้างเธอ อย่างน้อยแม่ฝางก็ไม่ได้คิดจะเป็นใหญ่ มันก็เจียมตัวของมันดีหรอก ข้อนี้ก็รู้อยู่บ้างแต่ก็เกลียด ! เพราะในแววตาพี่อิงมีแต่มันมาตลอด !



นางอ้นถือกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบเล็กเดินเข้าเรือนฝางพร้อม ๆ กับคนรับใช้อีกคน “มาทำไมกัน ไปเอาอาหารแค่นี้ต้องขนกันมาเพิ่มอีกเหรอ ? ” ดำถามเมื่อมองเห็น

นางอ้นยกมือไหว้หล่อน “ฉันมาเปลี่ยนแม่นิ่ม คุณนายจะให้มันไปนวด 2-3 วัน ฉันชื่ออ้น” อายุนางอ้นก็รุ่น ๆ ฝาง ดำมองหล่อนไม่นานนักก็โบกมือไล่ให้ไปทำงานเสีย เพราะแม่นิ่มคงบอกทุกอย่างหมดแล้ว ดำไม่ต้องทำงานบ้านเองอีกแล้ว เพราะมีคนรับใช้บ้านอิงกาลมาทำให้ จะว่าไปก็แสนจะสบายทั้งกายและใจ



บ่ายคล้อยแล้วแม่นิ่มก็เริ่มเตรียมเครื่องปรุงและทำอาหารเย็นให้คนที่นี่ คืนนี้ต้องกลับเรือนกรรณิการ์ตามคำสั่ง หล่อนกำลังโขลกน้ำพริกอยู่ “แม่นิ่มนอนที่นี่เป็นไงบ้างเหรอ ? น่ากลัวเหมือนเขาลือกันจริงไหม ? ” อ้นถาม

“คนอื่นเห็น ข้าไม่เห็น ค่ำลงก็นอนกัน ไม่ได้ออกมาเพ่นพ่าน”

“เขาเห็นอะไรกันเหรอ ? ฉันได้ยินมาเหมือนกัน แต่อยากฟังแม่นิ่มเล่า” อ้นช่วยปอกหอมแดง และมีคนอื่น ๆ นั่งฟังอยู่ด้วย ต่างก็เงียบตั้งใจฟัง

“พวกมาทำถนนเข้าไปอยู่บ้านข้าง ๆ ที่ผู้ใหญ่บ้านมาเช่าให้อยู่ มาอาศัยกินนอนและอาบน้ำ มันก็ลงไปอาบน้ำกันเย็น ๆ ที่ริมคลองตรงท่าน้ำ มันว่ามีเสียงผู้หญิงหยอกล้อกัน เสียงโดดน้ำตูม ๆ แต่ไม่มีคน พวกมันสงสัยก็เลยออกมาดูฝั่งหน้าประตูใหญ่ มันว่าผู้หญิงชุดโบราณถือคบไฟถือไต้นำทางยาวเท่าแขน เดินผ่านสไบปลิว ทั้ง ๆ ที่ในบ้านก็มีไฟฟ้าใช้ ผู้หญิงพวกนั้นผมยาว ห่มสไบนุ่งโจงบ้างนุ่งซิ่นบ้าง พวกมันก็นึกว่าจะมีงานบุญ เลยมาตะโกนเรียกขอกินขนมจีนน้ำยากลางดึกเสียเลย”

“โหย ! ขนาดนั้นเลยเหรอแม่นิ่ม”

“เอ็งอย่าขัดข้าสิวะ ! เดี๋ยวก็ลืม นี่ข้าใส่อะไรไปมั่งแล้วเนี่ยน้ำพริก กระเดือกไม่ลง แม่ดำด่าเปิงเลยนะ อ้าว ๆ ต่อ มันว่ามีคนเดินถือไต้จุดไฟออกไปหาพวกมัน บอกว่าถ้าจะมาขอของกินขอให้ไปทำสังฆทานกรวดน้ำที่วัดพรุ่งนี้แล้วจะให้สักหม้อ พวกมันก็หัวเราะเพราะคิดว่าแม่คนนั้นเล่นด้วย ก็ขอเข้ามาในบ้านหวังจะจีบหล่อน แล้วก็รับปากส่ง ๆ ตามที่หล่อนขอ แม่คนนั้นถึงได้เปิดประตูให้ พอเข้ามาได้ก็หมายจะลวนลามตอนเดินตามหล่อนไปเอาขนมจีน กอดหมับเข้าไป ! ลืมตาอีกทีกลายเป็นกอดต้นกล้วยอยู่ในสวนโน่น มันวิ่งหนีมาท่าน้ำแล้วว่ายน้ำกลับไปบ้านเพราะคิดว่าผีหลอกแน่”

“แม่นิ่มแน่ใจนะว่าไม่ใช่นางพวกนี้ไปล่อตะเข้ให้เขาลือเสียเอง”

“ทีแรกข้าก็คิดอย่างเอ็ง แต่วันนั้นพวกมันมานอนกองอยู่กับข้าดูละครกันหมด แม่ดำก็หลับแต่หัวค่ำ รับรองได้ว่าไม่มีหน้าไหนออกมาเดิน”

อ้นฟังแล้วก็เริ่มกลัว คุณโสนให้มาดูคนหรือดูผีก็ไม่รู้ได้ “แม่นิ่มรีบกลับมานะ ฉันชักกลัวแล้วสิ 2-3 วันก็พอนะ”

“กลัวทำไมวะ อยู่บนเรือนแท้ ๆ เขายังไม่โผล่มาให้เห็น พวกนั้นมันใจบาป ถ้ามาขอของเขากินก็อาจจะได้อะไรดี ๆ ไปด้วยซ้ำ แหมดันมากอด เป็นข้าจะบีบคอให้ตายไปเลย” แม่นิ่มหัวเราะแล้วก็ตั้งใจทำงานต่อไป ทำอาหารเย็นเสร็จแล้วจึงได้ไปเรือนกรรณิการ์ตามคำสั่งนาย คืนนั้นนางอ้นรีบเข้าห้องนอน ไม่ยอมแม้แต่จะออกมาเข้าห้องน้ำ ด้วยเตรียมกระโถนไว้ดิบดี



“แกไปนอนที่นั่นเห็นอะไรไหมล่ะ ? ” คุณโสนซักเมื่อนางอ้นมารายงาน

“ไม่เห็นค่ะ เย็นนี้นายขมจะมาแล้วค่ะ คงได้รู้อะไรแน่ ๆ ค่ะ”

คุณโสนฟังอย่างเสียไม่ได้ เธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไร รู้แต่ว่าสองคนนั่นไม่ลงมาจากห้องตั้งแต่หลังเพล ใจเธอคิดไปสารพัด จะบุกขึ้นไปก็รู้สึกเสียหน้า เพราะแม่ฝางก็พูดเองว่าเธอชนะอยู่แล้ว แม้เข้าข้างตัวเองแล้วก็ยังอดกังวลไม่ได้ มันเป็นไปได้อย่างไรที่หล่อนจะไม่รู้สึกอะไรกับชายที่รูปงามและเพียบพร้อมอย่างอิงกาล และเขายังรักมันสุดหัวใจ “ไปเลย ๆ เห็นหน้าแกแล้วฉันรำคาญมาก หงุดหงิดจนอยากจะบีบคอ ใจมันร้อนรุ่มพิกล”

“คุณไปวัดกับอ้นไหมละคะ ? ไปตอนนี้เลยก่อนค่ำ ไปไหว้พระเสียหน่อย”

“แกชวนคนผิดแล้วนางอ้น ฉันจะไม่มีวันไปวัดเองถ้าไม่มีผู้ชาย”

“พระเต็มวัดเลยค่ะ”

“นางบ้า ! ฉันหมายถึงพี่อิง” คุณโสนตะโกน พอดีกับที่คุณนายไหมทองเดินเข้ามา “ว่าไงลูก พี่อิงทำไมแม่โสน ? ” ท่านนั่งลงที่โซฟาตรงข้าม มือไม้มีถุงกระดาษใส่ของดูมีราคาค่างวด “ไม่มีอะไรค่ะ คุณป้าไปซื้อของมาหรือคะ ? ”

“ใช่ลูก จะไปวัดพรุ่งนี้ ไปด้วยกันไหม ป้าได้เสื้อใหม่มาด้วย จะไปทำบุญหน่อย พรุ่งนี้สงสัยมีเรื่องให้จัดการอีกมาก” คนพูดอมยิ้ม เพราะหล่อนรู้ทุกเรื่องในบ้านนี้ คืนนี้เรือนฝางจะมีคนไปดูผีและจะมีเรื่องให้ลือกันที่วัด ตั้งใจจะไปปรามปากคนเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นแม่โสนจะไม่มีที่ให้ยืน เพราะเสียชื่อที่มาอยู่ที่นี่ด้วย

“ไม่ล่ะค่ะ เบื่อปากคนเหมือนกันค่ะคุณป้า โสนจะเฝ้าพี่อิงทางนี้ดีกว่า”

“พี่อิงไปด้วย”

คุณโสนลุกขึ้นยืนทันที “โสนจะไปเตรียมชุดไปทำบุญค่ะ” หล่อนเดินไปไม่รีรอ คุณนายไหมทองอมยิ้มหันหน้ามาหานางอ้น “คืนนี้จ้องอย่าให้คลาดสายตา เขาพูดอะไรกันฉันต้องรู้ทุกเรื่องเข้าใจไหมอ้น ? ”

“ค่ะคุณนาย แต่หนูกลัวจัง”

“ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว บ้านนั้นก็มีศาลพระภูมิ สมัยก่อนแม่บัวอยู่ก็ไหว้พระไหว้เจ้าปกติ ศาลพระภูมิก็พึ่งมาตั้งไม่นานก่อนตาย ไม่เห็นมีใครพูดสักคนว่ามีอะไร ลูกอีช่างลือทั้งหลายเมามายเสียมากกว่า เอาอะไรกับปากคน ฉันจะไปจัดการเองพรุ่งนี้ คืนนี้ปล่อยมันไปก่อน” คุณนายไหมทองหันหน้ามองออกไปภายนอก คนอย่างฉันไม่มีวันจะปล่อยให้ผู้ใดอยู่เหนือกว่า ไม่มีวัน !




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 19 สิงหาคม 2563 10:13:52 น.
Counter : 92 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.