อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
17 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 25 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

25



เมื่อน้ำเย็น ๆ สัมผัสใบหน้านวล ฝางก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น “ฉันไม่ได้ยินทั้งหมดที่เขาคุยกัน ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ทำไมอยู่ดี ๆ ตัวเองก็หายไป ยิ่งหนาวยิ่งชัด ยิ่งรู้ยิ่งหนาวสินะ ทำให้หนาวเพราะต้องการให้รู้อย่างนั้นหรือ ? ” เธอพูดออกมา ราวกับกำลังมีคนฟังอยู่ เมื่อออกมาจากห้องน้ำ ฝางยืนเช็ดผมอยู่ที่ริมหน้าต่าง หวังจะให้อากาศดี ๆ ภายนอกทำให้จิตใจสงบ วันนี้ต้องอยู่ร่วมห้องกับผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว

“สดใสจริงเจ้า” เสียงไพเราะคุ้นหูดังมาตามสายลม ฝางหันหน้าไปมองรอบกาย ก่อนจะยิ้มอย่างดีใจ “พี่อันน์ ! ”

“เจ้าข้า กลับมาแล้วเจ้าข้า”

“ไปไวมาไวดีจังเลย ฝางคิดถึง” หญิงสาวเดินเข้าไปเกาะแขนร่างระหงที่พึ่งปรากฏขึ้นภายในห้อง แสงระยิบระยับยังมีให้เห็นเมื่อนางยิ้มส่งมาให้อย่างงดงาม

“มีคนสระผม เกรงว่าจะทานทนไม่ไหวเพราะความหนาวเย็นเจ้าข้า”

“เขา…..เคยบอกว่าจะทำให้หนาวเย็นจนทนไม่ไหว”

“มิใช่ไม่เคยทำ เหตุใดต้องกังวล ? ”

“แต่พี่อันน์ก็กังวลนี่คะ หรือไม่ใช่ ? ”

“เหตุที่ถูกควบคุมได้ง่ายไม่เพียงแต่เป็นอำนาจ หากแต่ยังเป็นทั้งกรรมเก่าอีกด้วย แม้เคยเป็นองค์อังควิภา แลภพต่อมาคือองค์อุรณาผู้คุ้นเคยกับความหนาวเย็น แต่นางผู้มาก่อนใช้มันเชื่อมเจ้าเข้ากับนางได้เหนือผู้ใด”

“ฟังยากจัง แต่ฝางจะพยายามเข้าใจนะคะ แล้วจะทำยังไงกันดี ฝางคนนี้จึงจะได้เป็นไท ? ”

“เวรกรรมหาแก้ได้ด้วยความเข้าใจ ทำอย่างไรมีแต่ต้องได้อย่างนั้น”

ฝางหัวเราะขมขื่น เธอไม่คิดเลยว่าเมื่ออากาศเย็น กรรมเก่าและเทวดานางฟ้ามาพบกัน ทำให้ชีวิตของเธอน่าขันเสียยิ่งกว่าเรื่องตลกใด ๆ

“มีคนเจออย่างฝางบ้างไหมนะ ? ”

“มี....หากแต่ผลที่เกิดแสดงออกมาต่างกันเจ้าข้า ทำดีก็จะได้ดี เคยทำไม่ดีก็จะได้อย่างนั้น สิ่งที่มองไม่เห็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี” คนเล่าพยายามใช้ถ้อยคำให้ฟังง่าย แต่ก็ไม่อาจบอกความนัยได้หมด

คนที่ยืนอยู่นอกห้องรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีฟังเสียงสนทนาของทั้งสอง แปลกดีที่เขารับอะไรได้ง่าย ๆ ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของนางผู้มาจากดินแดนอันไกลโพ้น หรืออาจจะเป็นเพราะนางตั้งใจอนุญาตให้ได้ยิน อังควิภา.....อุรณา……..ฝาง

อิงกาลทวนชื่อทั้ง 3 อยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ จนเมื่อคนรับใช้สะกิดที่ข้อเท้าจึงได้รู้ตัว คนใช้ของคุณนายไหมทองนั่งหมอบกระแตสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ที่พื้น หล่อนพยายามสะกิดเท้าคุณอิงกาลอยู่หลายครั้งหากแต่ก็ไม่ยอมตอบรับ “อ้าว ! มาเมื่อไรน้อย ? ”

“คุณ.....คุณนายให้ไปไหว้เจ้าที่ก่อนเข้านอนค่ะ”

“เป็นอะไร ? ทำไมต้องสั่นขนาดนั้น” ร่างตรงหน้าสั่นอย่างเห็นได้ชัด

“ก็….ก็ คนในห้องมีคนเดียว ทำไมแม่ฝาง”

“คุณฝาง....พูดใหม่” อิงกาลสั่งอย่างเย็นชา

“ค่ะ คุณฝางไม่ได้พูดกับคุณอิงแล้วเธอพูดกับใคร ทำไมบ่าวไม่ได้ยินเสียง ? ” คนรับใช้บ้านนี้ยังเรียกตัวเองว่าบ่าว เพราะคุณแม่กดให้ทุกคนรู้ที่ของตัวเอง

“อ๋อ ! เขาอ่านหนังสือ ไปได้แล้ว ! ยกข้าวเข้ามาแล้วรีบออกมา เรียนคุณแม่ว่ากินข้าวเสร็จจะตามลงไป” นางน้อยไม่รอช้า หล่อนยกมือไหว้ท่วมหัววิ่งไปทันที

เมื่ออิงกาลก้าวเข้าห้องมา ไม่นานนักคนรับใช้ 3 คนก็ยกสำรับอาหารเข้ามาในห้อง โต๊ะอาหารกลมขนาดกลางถูกนำมาวางลงที่พื้นกลางห้องนอน เบาะรองนั่งอย่างดีจัดไว้สำหรับสองคน อิงกาลเริ่มลงมือรับประทานอาหาร ด้วยการตักกับข้าวใส่จานให้อีกคนอย่างเงียบ ๆ “เราควรจะจัดงานแต่งงานโดยเร็วที่สุดนะคะ”

อิงกาลพยักหน้ารับเท่านั้น

“พรุ่งนี้วันพระ ตอนนี้คุณในเรือนรู้สึกอย่างไรบ้าง ? ”

“ตื่นเต้นดี คืนนี้จะมีคนนอนข้าง ๆ ด้วย” ชายหนุ่มอมยิ้ม “แต่หลังกินข้าวเสร็จ ต้องไปไหว้เจ้าที่ คุณแม่ให้คนรับใช้มาบอก”

“ทำไมต้องไหว้ ? ”

“ขึ้นเรือนใหญ่อย่างเป็นทางการ คงอยากรับขวัญว่าที่ลูกสะใภ้อย่างถูกต้องมั้งครับ คุณแม่นี่ฉลาด ปากแข็งแต่ใจดีมาก ๆ เลยนะจะบอกให้”

“คิดอย่างนั้นหรือ ? ”

“ฝางอย่าพูดห้วนได้ไหม ? พี่ใจคอไม่ดี”

“ค่ะ ขอโทษค่ะ”

“ใครจะไปจะมาก็ไม่รู้ได้ ถ้าพูดอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองพี่ก็จะได้รู้ จะได้ไม่ลบหลู่ท่าน เข้าใจนะ” คนพูดตั้งใจให้ทุกคนรอบตัวของเขาได้ยิน จะเข้าสิงกันเมื่อไรก็ควรจะให้เขาผู้เป็นเจ้าของบ้านรู้ด้วย

“คนบ้าอะไรขู่เทวดา” ฝางพึมพำ



กลิ่นดอกไม้หอมในบ้านกระจายไปทั่วเมื่อฝางและอิงกาลเดินลงมาที่สวนหน้าบ้าน คุณนายไหมทองยืนก้ม ๆ เงย ๆ หยิบธูปเทียนอยู่หน้าศาลพระภูมิ

“คุณแม่ไหว้ท่านกลางดึก จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าครับ ? ”

“ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย” ท่านตอบหน้านิ่ง “นางน้อยส่งธูปให้คุณ ๆ ”

ธูปที่คนรับใช้จุดถูกส่งให้ทั้งฝางและอิงกาล คุณนายไหมทองถอยออกมายืนดูอยู่ห่าง ๆ “ไหว้เสียสิ บอกท่านว่าจะเข้าเรือนคืนนี้” คนสั่งยังหน้านิ่ง หากแต่ก็ยังคงความสง่างามไว้ไม่ต่างกับลูกชาย แม้ท่านจะอายุมากแล้วก็จัดได้ว่าเป็นสตรีที่งดงามนัก ฝางมองดูอยู่เงียบ ๆ เมื่อหันไปมองอิงกาลจึงพอจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้งดงามและสง่างามขนาดนี้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ฝางพนมมือไหว้ศาลพระภูมิอย่างนอบน้อม หล่อนหลับตานิ่ง ก่อนที่จะมองเห็นแสงระยิบระยับผุดขึ้นมาในความมืด นางผู้งดงามเดินนวยนาดออกมาจากวิมานตรงหน้า ฝางนึกอะไรได้บางอย่างในบัดดล พรุ่งนี้วันพระเหล่าเทวากำลังเตรียมตัวบำเพ็ญภาวนาเพื่อสร้างบุญ กลิ่นไม้หอม กลิ่นอบร่ำฟุ้งไปทั่วลมหายใจของฝาง

เมื่อลืมตาหันไปมองรอบกาย จึงได้เห็นหญิงสาวในชุดไทยสีทองอย่างวิจิตรเดินผ่านไปหน้าฝางเป็นขบวนไปราวกับดินแดนนี้ไม่ใช่โลกมนุษย์ กลิ่นหอมรัญจวนจูงฝางไปยังอดีต



“วันนี้วันดีทางกระผมจึงได้มาสู่ขอแม่จีบให้คุณรุ้งขอรับ คนเขารักกัน เหมือนมีทองเราก็ให้ทองเขา จะได้เป็นสุขทั้งสองฝ่ายนะขอรับ หวังว่าแม่จวงคงไม่รังเกียจคนจร” เถ้าแก่ของฝ่ายชายพูดไปพลางหัวเราะ “”

“เห็นทีจะไม่มีทองหยองอะไรให้ใครมากมาย ฉันมีลูกสาวคนเดียวก็ยกให้ดังที่ขอมา หากเขารักกันจริง แม้สิ้นไร้ไม้ตอกก็ต้องยกให้” แม่จวงเก็บความทุกข์ไว้ในหน้า ไม่อาจเอ่ยอะไรได้ยาวกว่านั้นอีก ชายหนุ่มนั่งยิ้มแก้มปริ แม่จีบผู้แอบฟังอยู่อีกห้องยิ้มอย่างมีความสุขไม่ต่างกัน “พ่อรุ้งจงฟังแม่ เรือนนี้อย่างไรเสียก็จะเป็นของเจ้าทั้งสอง แม่จีบหล่อนอยากปรุงเรือนเพิ่มให้กว้างใหญ่ไว้รองรับเมื่อกลับจากหัวเมือง พ่อจะว่าอย่างไรหากต้องหาไม้ดี ๆ มาซ่อมแซม”

“กระผมอยากจะปลูกใหม่เสียให้ได้ แต่เสียดายไม้ดี ๆ ของเรือนนี้ขอรับ ดังนั้นก็เลยจะหาดี ๆ เพิ่มเติมดีกว่า หากคุณแม่ไม่ว่ากระไรก็จะรีบทำเสียวันนี้วันพรุ่ง”

“เลือกที่เหมาะเถิด” แม่จวงเอ่ยเพียงเท่านั้น

“ฝาง ! ฝาง ! ส่งมาให้พี่เถอะ” อิงกาลสะกิดหญิงสาว เมื่อเห็นว่าธูปไหม้ไปครึ่งก้านแล้ว ชายหนุ่มรับก้านธูปมาก่อนนำไปปักไว้ที่กระถางธูป

ฝางยังยืนนิ่ง เธอเห็นอะไรบางอย่างในแววตาของแม่จวง ไม่เพียงแต่ทุกข์นัก หากแต่อีกคนเหมือนต้องการจะบอกอะไรบางอย่างแก่เธอเมื่อหันมาสบตากัน ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแอบดูภาพเหล่านั้น โดยที่แม่จวงตั้งใจให้มองเห็น มันคืออะไรกัน ?

“เราจะแต่งงานกันในอีกหนึ่งเดือนได้ไหมคะคุณในเรือน ? ”

“ทำไมล่ะ ? ”

“ซ่อมเรือน ซ่อมเรือนก่อน”

สีหน้าของฝางเก็บงำอะไรบางอย่างไว้ หล่อนพยายามปกปิดมันไว้ด้วยการหลับตา อิงกาลพยักหน้ารับ เข้าใจว่ามีอะไรอีกหลายอย่างที่ตัวเองไม่รู้ “ก็ได้ครับ ก็แค่จัดงาน แต่อย่าได้หวังว่าจะไปนอนที่ไหนได้อีกนับตั้งแต่คืนนี้” ชายหนุ่มสบตาอีกคนพลางส่งรอยยิ้มผ่านแววตา ความนัยฉายชัด คนที่รู้ฤทธิ์กันเท่านั้นจะตีความออก



กลิ่นยาสูบหอมกรุ่นลอยมาตามสายลมเป็นระลอก ในขณะที่อิงกาลกำลังนั่งอ่านหนังสือใต้แสงไฟสีนวลที่โต๊ะทำงานข้างเตียง ชายหนุ่มหันไปมองรอบกายพลางอมยิ้ม ในแต่ละวันของเขามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ซับซ้อนราวกับหลงอยู่ในความฝัน คนที่นั่งพับผ้าอยู่ข้างหลังเขาในตอนนี้ จะรู้สึกต่างกันหรือไม่ ?

“ฝางครับ ถ้าง่วงก็นอนเสียเถอะ ผ้าผ่อนไว้ให้คนมาดูแลให้ทีหลัง วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว” ชายหนุ่มยังเปิดหนังสือไปมา ไม่ได้หันไปมอง

“ฝางต้องนอนปิดไฟ”

“ขอโทษทีพี่ลืม แต่ขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ ? ”

“ถ้าตอบได้ก็จะตอบค่ะ”

อิงยิ้มกว้าง ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งบนเตียงอย่างสบายใจ “เรื่องที่เราพบเจอ สิ่งที่คนอื่นไม่เห็น สิ่งที่คนอื่นไม่รู้ มันทำให้ฝางเจ็บปวดตรงไหนไหม ? อย่างพี่ พี่จะไม่สบายอย่างที่ฝางเห็น พี่ว่าก็คงเกิดจากเรื่องเหลือเชื่อที่เรารู้ แต่ฝางไม่เห็นจะเจ็บป่วยตรงไหนเลย พี่อยากรู้เพราะพี่เป็นห่วง”

“ไม่แน่ใจ แต่ไม่ชอบน้ำเย็น ๆ มาตั้งแต่ยังเด็กค่ะ”

“เท่านั้นเองหรือ ? ขนมถ้วยฟูเกี่ยวไหม ? ”

“ชอบกิน” ฝางตอบเพียงเท่านั้น เธอไม่อยากให้เขาล่วงรู้ว่าหากเธอกินขนมถ้วยฟูเข้าไป มีโอกาสที่จะได้ยินความในใจของเขาหรือแม้แต่อาจจะได้ยินความในใจของคนอื่นด้วย แม้จะยังไม่แน่ใจนัก แต่ก็ไม่อาจจะบอกใครได้

“เรื่องน้ำเย็นพี่เข้าใจ แต่เรื่องขนมถ้วยฟูพี่ว่ามันมีอะไรแน่ ๆ จะเล่าอะไรให้ฟังนะ บางครั้งพี่ได้ยินความในใจของฝางด้วยนะ” ดวงตาคนเล่าแวววาวเหมือนเด็ก ๆ

ฝางก้มหน้ามองพื้นทันที นี่เขาและเธอได้ยินความในใจของกันและกันด้วยหรือนี่ ! “อย่าห่วง ไม่ได้ยินบ่อยนักหรอก สำหรับพี่มันเป็นข้อดี มันคือการดึงฝางเข้ามาใกล้ตัวเองใกล้หัวใจ พี่รู้ว่ามีอีกคนเข้า ๆ ออก ๆ ผ่านร่างฝาง การได้ยินเสียงในหัวใจฝาง มันทำให้พี่รู้สึกปลอดภัย มันดีนะครับ”

ฝางเผลอสบตาคนตรงหน้าอยู่นาน “มันก็ยากจะแยกแยะนะคะ อย่าไว้ใจฝาง มันอันตราย” เธอเดินไปเก็บผ้าใส่ตู้แล้วก้าวขึ้นมาบนเตียง กราบลงที่หมอนอีกฝั่ง

“จะให้เข้านอนได้หรือยังคะ ? ”

“จะดีเหรอ ? จะนอนทั้ง ๆ ที่พี่ยังไม่หลับนี่นะ ? ” ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่ม ขยับกายเข้าใกล้อีกคน ฝางไม่ได้หลบแต่จ้องหน้าเขาแน่วแน่

“คุณในเรือนแยกออกหรือว่าคนตรงหน้าคือผู้ใด สุขหรือที่ได้ครอบครองความไม่แน่นอน ? ” อิงกาลหลบสายตาหล่อนทันที ความไม่พอใจพุ่งเข้ามาประชิดอก

“นอนเถอะ พี่ไม่กวน” เขาลุกขึ้นกลับไปนั่งที่เก้าอี้เดิมทันที

ฝางแอบอมยิ้มกับท่าทีของคนว่าง่าย บางทีข้ออ้างก็จำเป็นในยามคับขัน



กลิ่นยาสูบปะทะปลายจมูกในยามดึกอีกครั้ง ทำให้อิงกาลกระสับกระส่าย เขามีเหงื่อซึมออกมาจนต้องลุกขึ้นมานั่งอยู่ในความมืด เห็นแสงไฟจุดเล็ก ๆ จากมวนยาสูบ ปรากฏขึ้น “อย่ากังวลไปเลยขอรับ กลับสู่เรือนเราแล้ว” เสียงนายไม้ดังเข้ามาในหัวของอิงกาล “สบายดีหรือ ? เหมือนเราไม่ได้พบกันนานนะครับ”

“เวลาผ่านไปทุกนาที จะให้ดีอย่าย้อนกลับไปเลยขอรับ กระผมไปยืนรับคุณผู้หญิงเมื่อค่ำที่ดงกรรณิการ์ ดีใจนักหนาที่คุณนายไหมทองทำการอันควร”

“นึกว่าไปรบกวนเจ้าที่ท่านอื่น ๆ เสียอีก มีอะไรกับอิงหรือเปล่าครับ ? ”

“ขอรับ ท่านก้าวสู่เรือนตนแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้ยอมรับนะขอรับ”

“ถ้าไม่ล่ะ มีทางป้องกันไหมครับนายไม้ ? ”

“อย่าฝืนชะตาเลยพ่อ มาเตือนว่าอย่าคิดสู้ คนข้าง ๆ ไม่ได้มีเพียงอำนาจ หากแต่มาพร้อมชะตา” อิงกาลหลับตาลงพลางถอนใจ พอลืมตาขึ้นมาภาพตรงหน้าก็หายไปเสียแล้ว

เขาหันไปมองร่างที่หลับใหลอยู่ข้าง ๆ เวลาหลับฝางก็เหมือนเด็ก ๆ นี่เอง แต่เหตุใดแม้กระทั่งนายไม้ยังหวาดกลัว คนอย่างอิงกาลหรือจะยอมรับชะตาอย่างว่าง่าย วันนี้มีหล่อนมานอนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้มาจากชะตาอย่างเดียวหรอก หากเขาไม่ทำอะไรเลย ฝางก็ไม่มีวันยอมจำนนอย่างนี้ ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะก้มลงจุมพิตที่แก้มนวลแผ่วเบา “ฝากไว้ก่อนเจ้าฝาง ไม่อยากทะเลาะกับเทวดา นางไม้หรือเจ้าที่ในเวลานี้” เขาเอ่ยเบา



“ใครมา ? ” คุณโสนถามคนรับใช้เมื่อกำลังก้าวลงจากบันไดมา

“ตื่นแล้วหรือคะ กำลังจะไปเชิญคุณเลย คุณนายไหมทองมาขอพบค่ะ”

“มาคนเดียวหรือ ? ”

“มากับบ่าวในเรือนค่ะ”

หญิงสาวถอนใจ ใบหน้างามสลดลงในทันใด เพราะคนที่อยากเจอไม่มา !

“ตั้งโต๊ะ ฉันจะรับประทานอาหารเช้ากับท่าน” คุณโสนเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางยกมือไหว้คุณนายไหมทองงดงาม “คุณป้ามาหาโสนแต่เช้าเลย รับประทานอาหารเช้ากับโสนนะคะ ให้คนไปตั้งโต๊ะแล้ว” หล่อนยิ้มให้ท่านอย่างงดงาม

“รอยยิ้มคุณโสนยาใจป้านัก มาคุยกันหน่อยนะแล้วค่อยกินข้าว”

“คุณป้ามีอะไรหรือคะ ? ” เธอนั่งลงข้าง ๆ ท่าน

“พ่ออิงกลับเรือนมาแล้ว แต่ไม่ได้มาคนเดียว วันนี้แวะไปหน่อยได้ไหมลูก ? ”

“แม่ฝางมาด้วยใช่ไหมคะ ? ที่คิดไว้ไม่ผิด โสนเสียใจแต่โสนไม่สนใจมันหรอกค่ะ”

“ดีแล้วลูก เขาไปขอฤกษ์ขอยามกันมา แต่ป้าว่ายังมีเวลาเปลี่ยนใจ ถ้าแม่โสนอดทนอีกสักนิด อะไร ๆ ก็จะเปลี่ยนไปได้เอง แม่คนนั้นก็ดูไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไร พ่อตัวดีต่างหากที่เป็นปัญหา ไปยกบ้านช่องคืนให้เขาหมดแล้ว คงมีเงื่อนไขอะไรกันอยู่ ถ้าป้ารู้ว่าบ้านมันจะก่อปัญหาคงไม่สนับสนุนไม่ยุ่งแต่แรกหรอก”

“มันก็หน้าด้านหน้าทนนะคะ เอาตัวแลกบ้านช่องทีเดียว แต่คุณป้าอย่าห่วง โสนไม่ยอมแพ้มันง่าย ๆ หรอก”

“ขอบใจแม่คุณ”




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 17 สิงหาคม 2563 21:29:21 น.
Counter : 38 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.