อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 23 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

23



ผู้คนบนศาลาเดินกันไปมา เสียงคนพูดจากันยังไม่หนาหูนักด้วยยังเช้าอยู่มาก เด็กวัดบางคนกำลังปัดกวาดเช็ดถูพื้นไม้ด้วยความง่วงงัน

“อ้าว ! ท่านขมมาแต่เช้าเลย มาแล้วหลับ มาเพื่ออะไร ? ! ” เด็กวัดคนหนึ่งหัวเราะเมื่อเห็นท่านขมนอนสัปหงกอยู่ข้างเสาบนศาลา

“เออ ! ข้านอนไม่หลับเลยออกมาใส่บาตรหน้าวัดแต่เช้ามืด คนอย่างข้าต้องคนแรกเท่านั้นโว้ย ! พวกเอ็งทำงานไป เดี๋ยวคนมากันมากกว่านี้ได้ลื่นล้มหัวแตก ถูพื้นหรือเล่นสงกรานต์กันวะ เปียกไปหมด”

เด็กชายหัวเราะแล้วรีบเอาผ้ามาถูที่พื้นเพื่อซับน้ำออกทันที “บ่นเก่งจริงคนแก่ หลวงพ่อบ่นเก่งคนเดียวไม่พอ ยังจะมีคนมาบ่นอีก คางยานไปถึงท่าน้ำแล้วโน่น ! ”

นายขมไม่ได้สนใจคำประชดประชันของเด็กวัด เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปสูดอากาศที่หน้าประตูศาลา แล้วลงจากบันไดไป หวังจะออกไปวิ่งให้ตัวเองตื่น

“นั่นใคร ? งามเชียว ลูกสาวบ้านไหนล่ะนั่น ? ” เขาทัก

หญิงสาวยกมือไหว้ทันที “ฝางค่ะ ลูกแม่บัว”

“อ่อ ! ว่าไงนางฟ้า วันนี้มาคนเดียวเรอะ ? นางดำไม่มาด้วยหรือ ? ”

“ไม่ค่ะ น้าขมมีอะไรกับฉันหรือไม่ ? ”

“ไม่มีหรอกแม่ มาทำบุญอย่างเดียวหรือ เหตุใดดูรีบร้อน ? ”

“ต้องไปธุระค่ะ จะเอาอาหารมาถวายแล้วก็พบหลวงพ่อ” ฝางสลับมือถือปิ่นโตและตะกร้าไปมาเพราะรู้สึกหนัก หวังจะให้อีกคนหยุดถามเหลือเกิน “ท่านออกไปบิณฑบาตไหมคะ ? ”

“ไปสิไป รอสักพักเดี๋ยวคงกลับมาแล้วล่ะ ขึ้นไปรอบนศาลาสิ”

ฝางพยักหน้า แล้วรีบเดินไปทันที “เดี๋ยว ! แม่ฝาง ! ”

“คะ ? น้าขม”

“เรียกพี่ได้ไหม ? ”

ฝางยิ้มออกมาทันที “อย่าเลยจ้ะ ฝางกลัวบาป”

นายขมหน้าเจื่อนลงไปทันที “นางดำมันสอนมาล่ะสิ ! ”

“เปล่าค่ะ ขอโทษนะคะ ฝางไปได้หรือยัง ? ”

“ยัง ! เขาลือกันว่าเอ็งเป็นเมียน้อยลูกคุณนายไหมทองหรือ ? จริงหรือวะ ? ” นายขมถามหน้าตาจริงจัง “เขายังไม่ได้แต่งงานนี่จ๊ะน้าขม” หญิงสาวยิ้มจางส่งให้

“มันก็จริง…..แต่เขาว่าเมียแต่งของพ่ออิงกาลคือแม่โสนเท่านั้น เขาหมั้นหมายกันมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อวานเขาพูดกันทั่วคุ้งน้ำเชียวเอ็ง เขาว่าความแตกเมื่อไม่กี่วัน คุณนายไหมทองแกเก็บความลับได้เก่ง นี่แหละน้าเงินทองจึงไม่รั่วไหล ลูกชายแกเลยรวยล้นฟ้า เป็นบุญของเขานะเอ็ง ว่าแต่เอ็งไปอยู่บ้านเขามาตั้งแต่เด็ก ได้มากี่มากน้อย ? ”

ความอยากรู้และความรู้ของท่านขมดูจะมีมากมาย มีอะไรในโลกนี้บ้างที่หลุดพ้นจากสายตาของคนเกิดก่อน และมีอะไรบ้างที่คนไม่ได้เสริมเติมแต่งความคิดของตัวเองใส่เรื่องราวที่รู้ ฝางอยู่กับครอบครัวของคุณนายไหมทองมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ดูเหมือนความรู้ของเธอจะน้อยกว่าคนตรงหน้าเสียแล้ว “มีอีกหลายเรื่องนะจ๊ะที่น้าขมไม่รู้ ไว้ว่าง ๆ ฉันจะมาเล่าให้ฟังเอง ขอตัวก่อนนะจ๊ะ ฉันลาล่ะ ! ” ฝางพูดพลางยิ้ม

“เฮ้ย ! เดี๋ยวก่อนสิวะ ข้ายังเล่าไม่จบเลย” ฝางไม่ได้หันกลับมามองเขาอีก นายขมเกาศีรษะด้วยความรู้สึกผิดหวัง “เขาว่าบ้านแม่บัวมีผี เดินกันสไบปลิว เย็น ๆ ค่ำ ๆ บางทีก็มีเสียงคนโดดน้ำตูม ๆ ที่ท่าน้ำ แล้วก็ฝนตกเฉพาะที่เรือน จริงหรือเปล่าวะ ? ”

“สู่รู้ ! ” เสียงใครสักคนดังขึ้น

“ไม่น่า ! ข้าแค่รับฟังข่าวสารจากประชาชน” นายขมหันหน้ามาดูข้างหลัง ก่อนจะเอามือปิดปากตัวเองทันที ไม่มีคน ! ไม่มีใคร ! ใครพูดกับข้า ! เขานึกอยู่ในใจไร้เสียง



อาหารเช้าถูกยกมาไว้ในห้องนานแล้ว แต่อิงกาลยังไม่ยอมรับประทานอาหาร สายรุ้งนั่งพับผ้าอยู่ที่พื้นไม่ห่างกันมากนัก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานแล้ว “พี่อิง…เอ่อคุณอิง ไม่กินข้าวหรือ ? ” หญิงสาวตบปากตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเงียบไปเสียเฉย ๆ อิงกาลหันหน้ามาก็เห็นอีกคนเอาผ้าปิดปากตัวเองไว้ ราวกับกลัวว่าจะโดนเขาดุ “เรียกอย่างที่อยากเรียกเถอะรุ้ง”

“จ้ะ….ได้จ้ะ กินข้าวหน่อยเถอะจ้ะ จะได้กินยาเสียที เดี๋ยวพี่ดำกลับมาจากตลาดก่อน ฉันได้โดนด่าเปิง”

“วันนี้วันอะไรนะรุ้ง ? ”

“ยังไม่ถึงวันพระจ้ะ แค่วันโกน”

“รุ้งก็คงรู้เรื่องของพี่หมด ถึงได้พูดอย่างนี้” ชายหนุ่มหัวเราะเบา

“ก็รู้จ้ะ ใคร ๆ ก็รู้”

“ขอบใจที่พูดตรง ๆ ว่าแต่ว่าฝางเขาพูดถึงพี่บ้างไหมรุ้ง ? ”

“ไม่นะ ไม่ได้ว่าอะไรจ้ะ”

“หมายถึงที่ผ่านมา ตั้งแต่เล็กจนโต”

“ไม่จ้ะ ฝางอ่านแต่หนังสือ เล่าแต่เรื่องในหนังสือให้ฟัง เพราะรุ้งไม่ได้เรียนหนังสือ ฝางว่าความรู้จะทำให้เราฉลาด ฝางนี่เก่งเหลือเชื่อเลยจ้ะ รู้ทุกเรื่องยกเว้นหัวใจตัวเอง”

“รุ้งหมายความว่า รุ้งรู้ใจเขาอย่างนั้นหรือ ? ถ้าเล่าทุกอย่างนับจากนี้จนกว่าพี่จะพอใจจะยกแผงที่ตลาดให้เลย ข้อเสนอนี้สายรุ้งน่าจะไม่ยอมให้หลุดมือใช่ไหม ? ”

“รุ้งรู้สึกเหมือนกันกับพี่อิงเลยจ้ะ” สายรุ้งพยักหน้าพลางยิ้มตาหยี

“ดีมาก งั้นไปเก็บของแล้วไปอยู่เรือนกรรณิการ์กับฝาง”

“ทำไมจ๊ะ ? ! ทำไมต้องไปเรือนกรรณิการ์”

“ไม่ต้องตกใจ พี่ไม่อยากให้ฝางอยู่คนเดียว”

“แล้วพี่ดำล่ะจ๊ะ ? ” อิงกาลมองออกไปที่หน้าประตู ความในใจของเขาไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ทุกนาทีที่เหลืออยู่ต้องอยู่ในมือเราคนเดียวเท่านั้น

“ไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการทางนี้เอง” อิงกาลลงมือรับประทานอาหารไม่พูดอะไรอีก สายรุ้งได้แต่มองเขาอยู่เงียบ ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอน



“ทำอะไรรุ้ง ? ” เสียงพี่ดำถามขึ้นในความเงียบทำให้เจ้าตัวตกใจ “เอ่อ เก็บของไปเรือนกรรณิการ์จ้ะ คุณอิงให้ไปอยู่เป็นเพื่อนฝางจ้ะพี่ดำ แต่แปลกดีนะ พี่ดำต้องไปอยู่ด้วยอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ? ”

“ก็คงแล้วแต่เจ้าของเรือน พี่ยังไงก็ได้ พ่ออิงเขาคงบอกอีกที”

“คือพี่ดำจ๋า ! รุ้งกลัวเรือนนั้นยิ่งกว่าที่นี่อีกนะ ผีเยอะไหมจ๊ะ ? ”

“ผีเผอที่ไหน ไม่มีหรอก ! พี่ดำก็ไม่ได้ไปนอนเรือนนั้นบ่อย ๆ ไปถามฝางสิ”

“แหม ! คงบอกหรอกคนนั้น ดอกพิกุลจะร่วงออกมาจากปากไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ”

“นั่นสิ ! ป่านนี้จะคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้เจ้าฝางของข้า” ดำถอนใจด้วยความเป็นห่วง ได้แต่จินตนาการเรื่องที่กำลังจะเกิด เจ้าฝางตัวน้อย ๆ ของดำเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ผู้กุมชะตาของหล่อนกลายเป็นคนเรือนอื่น หัวอกของดำไม่ต่างอะไรกับผู้เป็นมารดาของฝางที่ทั้งรักและห่วงใยกันมาตั้งแต่เกิด ได้แต่คิดว่าอย่างไรเสียพ่ออิงก็คงไม่ทิ้งน้อง



ฝางก้มลงกราบเมื่อหลวงพ่อเดินกลับมาที่กุฏิหลังฉันเช้าเสร็จแล้ว “ออกจากเรือนได้ด้วยหรือเอ็ง ? เห็นบนศาลานึกว่ากลับไปแล้ว ตั้งแต่แม่เอ็งตายไป นาน ๆ จะได้เห็นสักทีนะเจ้าฝาง” หลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาสที่วัดแทนเจ้าอาวาสองค์เดิม แต่ก็คุ้นหน้ากันเพราะเป็นพระในวัดมาก่อน

“พี่ดำมาวัดบ่อย ๆ เจ้าค่ะ ฝางต้องเรียนหนังสือ”

“ว่ามามีอะไรกับข้า ! ”

“จะแต่งงานเจ้าค่ะ ฝางมาขอฤกษ์”

ท่านสมภารหัวเราะลั่น “เอ็งจะแต่งแน่เรอะเจ้าฝาง ? ! ”

ฝางพยักหน้ารับ “อย่างที่เรียนเจ้าค่ะ”

“กับลูกชายคุณนายไหมทองนะเรอะ ! ”

“ไม่มีคนอื่นเจ้าค่ะ” ฝางก้มหน้านิ่งเมื่อตอบคำถามแล้ว

“ฝางเอ๊ย เหตุผลของมนุษย์การออกเรือนคือความสุข เหตุผลของคนอื่นถามเขาดีหรือยังเจ้า ? ”

“ของใครเจ้าคะ ? ”

“ทุกคนนั่นแหละ”

“ฝางเล่าไม่ได้ค่ะ ส่วนฤกษ์แล้วแต่หลวงพ่อจะเห็นสมควร” สีหน้าของเจ้าตัวจริงจัง หลวงพ่ออมยิ้ม “ฤกษ์ข้าไม่มีให้ เอ็งเกิดมาเพื่อวันนี้ อยากทำอะไรก็ทำไป คิดเสียว่าโชคเข้าข้างเอ็ง ขอเตือนอย่างเดียว อย่าให้ไฟสุมจนก้าวออกมาจากกองไฟไม่ได้ มนุษย์มีเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุดคือเวลา หากใช้มันไม่คุ้ม เอ็งจะเสียใจทีหลัง”

ฝางนั่งฟังนิ่ง แม้พอจะเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อกำลังสั่งสอนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจจะเอาใจใส่กับมันเกินกว่าที่ได้ยิน เธอเตือนตัวเองตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตวัดแล้วว่า จะไม่ยอมเปลี่ยนใจใด ๆ แม้หากจะมีใครทัดทานการแต่งงาน คนแถบนี้คิดไปไกลเสียแล้ว หลวงพ่อจะให้ฤกษ์ตามโหราศาสตร์หรือตามสมควรเมื่อร้องขอก็คงสุดแล้วแต่ท่าน การเอากิจที่ไม่ใช่ของสงฆ์มารบกวนท่านฝางก็รู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกัน แต่หากไม่ทำก็จะไร้ซึ่งหลักฐานอันสมควร มาไกลเกินจะฟังคำใครแล้วเช่นกัน “ขอเป็นต้นเดือนนะเจ้าคะ ผู้ใหญ่คงไม่ทัดทานหากรู้ว่าฤกษ์มาจากปากหลวงพ่อแล้ว” หญิงสาวก้มลงกราบ

“เอ็งมันฉลาด แต่ข้าว่าคนสั่งมาฉลาดกว่า”

“หามิได้เจ้าค่ะ ฝางลานะเจ้าคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้อีกครั้งแล้วคลานออกไป

“เดินสไบปลิวขนาดนั้น จะมาขอฤกษ์คนอย่างข้าทำไมแม่คุณ” หลวงพ่อส่ายหน้า เมื่อเห็นร่างบางค่อย ๆ เคลื่อนออกไปไกลราวกับปาฏิหาริย์ เจ้าฝางถูกครอบงำโดยที่รู้ตัวสินะ !



เมื่อฝางกลับมาถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว เธอแวะไปทำธุระต่ออีก 2-3 ที่ มาถึงก็เห็นอิงกาลกำลังสั่งให้คนจากเรือนกรรณิการ์ขนข้าวของขึ้นรถ และมีของใช้ของเธอปนอยู่ด้วย ฝางเดินมาดูแล้วหันกลับไปถามอีกคนทันที “ทำไมรีบร้อนคะ ? ”

“วันโกน”

“อยู่ที่นี่ก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปก็ยังได้”

“ไม่ได้ ต้องวันนี้ครับ ไปเรียกพี่ดำกับรุ้งมาเถอะ เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”

“มาแล้วจ้า มาแล้ว ! ” สายรุ้งวิ่งลงจากเรือนพลางหอบผ้าผ่อนที่หล่อนมีมา

ฝางสบตาพี่ดำที่กำลังเดินตามหลังสายรุ้งมา “แล้วของพี่ดำอยู่ไหนจ๊ะ ? ”

“พี่ดำไม่ไปครับ พี่ขอให้ช่วยดูแลเรือนนี้ให้ ฝางมีรุ้งก็อยู่ได้สบายแล้วครับ”

ฝางหน้าบึ้งทันที “ถามกันก่อนก็น่าจะดีกว่านี้นะคะ พี่ดำอยู่คนเดียวมันอันตราย”

“พี่ให้คนมาอยู่ด้วยอีก 5 คน ทั้งผู้ชายผู้หญิง พอใจหรือยัง ? เราเดินไปนะ อากาศดี พี่อยากเดินกับฝางมานานแล้ว รุ้งขึ้นรถครับ ! ” เขาดึงมือฝางให้ออกเดินทันที

“ไปเถอะฝาง มาหากันทุกวันได้นี่นา” ดำปลอบน้อง

“ไม่ได้ครับ ! ” อิงกาลหันกลับมาทันที “พี่ดำต้องไปเรือนนั้นทุกวันแทน ฝางมาที่นี่ไม่ได้ คนจะนินทาในทางไม่ดี เข้าใจนะครับ อิงขอให้ไปหลังเที่ยงนะครับ แล้วพบกันนะพี่ดำ” ชายหนุ่มยกมือไหว้แล้วดึงแขนฝางให้ออกเดินทันที

“เฮ้อ ! ทำไมใจร้อนจังเลยนะ ท่าทางดูเป็นคนใจเย็นมาตั้งนานนะ”

“เหรอ ! หนูว่าแกใจร้อนมาตั้งแต่เกิดแล้วต่างหาก และเหมือนคุณนายไหมทองยังกับแกะเรื่องใช้อำนาจนะพี่ดำ เราก็ทำตามที่เขาบอกเถอะ ยังไงฝางก็มีคนดูแลชนิดที่ว่า คุณนายไหมทองเดินเข้ามาก็ชนลูกชายตัวเองก่อนเลยละวะ สนุกแน่ ๆ ”

มือที่กุมมือของฝางอยู่กระชับมั่นราวกับกลัวว่าเธอจะจางหายไป อิงกาลเดินอมยิ้มอย่างมีความสุข นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินเคียงข้างหล่อนด้วยความรู้สึกมั่นคงอย่างที่สุด ฝางไม่อิดออด เดินหน้านิ่งมุ่งสู่เรือนกรรณิการ์เคียงข้างเขา

“ไม่ถามเหรอคะว่าได้ฤกษ์เมื่อไร ? ”

“ไม่เห็นอยากรู้เลยครับ”

“ถ้าคุณนายไหมทองถาม จะตอบว่ายังไง ? ”

“ได้หมดตั้งแต่วันนี้ ฤกษ์คือวันนี้ไง” อิงกาลยิ้ม

“แล้วคุณในเรือนปล่อยให้ฝางไปวัดทำไมกัน ถ้าจะทำแบบนี้ ? ! ” ฝางเริ่มเสียงดัง ชายหนุ่มหัวเราะ “ก็แล้วมันจริงไหมล่ะ ? หลวงพ่อบอกอย่างนี้ใช่ไหม ? ”

ฝางหายใจหอบอยากจะหาไม้ฟาดคนตรงหน้าเสียจริง ๆ “ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ เข้าหอก่อนวันพระไม่บาปหรอกน่า อย่าโกรธไปเลย เดี๋ยวจะเหมือนคุณโสน คนอะไรร้อนเป็นไฟทุกวัน” อิงกาลหัวเราะร่วน

“คุณในเรือนรักคุณโสน”

“ไม่ใช่ ไม่จริง พี่ไม่ถามนะว่าทำไมฝางถามอย่างนั้น แต่จะบอกว่า คนเรามันเห็นกันมาตั้งแต่เกิด มันแยกออกว่าคนไหนรักอย่างไหน”

“ก็แปลว่ารักอยู่ดี และที่สำคัญ เธอรักคุณในเรือน”

“เรื่องของเธอเถอะฝาง พี่ไม่เกี่ยว คนที่เราต้องสนคืนนี้คือคุณนายไหมทอง” ชายหนุ่มหัวเราะ

“ทำไมชอบพูดเล่นคะ ? ”

“ไม่เคยพูดเล่นเลย นี่เรื่องจริงทั้งหมดนะ”

“ไปอารมณ์ดีมากจากไหนกัน นี่ฝางยังไม่ได้ก้าวขึ้นเรือนตัวเองเลย หิวก็หิว วันนี้ไปที่โน่นที่นี่ทั้งวัน”

“คิดว่าฝางจะกลับมาเร็ว ๆ นะ แต่หายไปจนเย็น คิดว่าพี่จะนั่งเฉยรอเหรอ ? ”

“ฝางจะกลับบ้านสักครู่ เดี๋ยวตามไปนะคะ” หญิงสาวไม่รอช้าหันหลังจะวิ่งไปทันที หากแต่ไม่ทันเพราะโดนอีกคนสวมกอดไว้ทันทีเช่นกัน !

“จะไปไหนใครอนุญาต ? ! ” อิงกาลกอดรัดเอวบางแน่น ไม่ให้ฝางได้ขัดขืน “หันหลังกลับมาแล้วไปเรือนเรากันนะครับ อย่าให้ใช้กำลัง พี่ยังปวดหัว”

“ฝางลืมขนมถ้วยฟู”

“เห็นแก่กินไม่ดีเป็นสาวเป็นนาง”

ฝางถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันหน้ากลับมา ไออุ่นจากริมฝีปากงามประทับลงจุมพิตหล่อนไม่รีรอ ความมืดที่ค่อย ๆ ครอบงำในยามนี้หวานนัก ความสุขประหลาดเอ่อล้นในใจ แม้ขัดขืนหากแต่ทำได้เพียงวูบหนึ่งเท่านั้น ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ? คุณในเรือนอย่าดึงฝางด้วยวิธีนี้ อย่าใช้วิธีของมนุษย์อีกเลย

ชายหนุ่มอมยิ้ม เขาได้ยินเสียงความคิดหล่อนชัดเจน

ขนมถ้วยฟูงั้นหรือ ? มันไม่ได้เกิดมาเพื่อนางฟ้าอย่างเดียวแล้วฝาง ใครสักคนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรา ! อิงกาลกินขนมถ้วยฟูของพี่ดำก่อนจะออกมาจากบ้าน

โชคเข้าข้างเขาแล้ว !



“คุณนายขา ! ” เสียงคนใช้ดังเข้ามาในห้อง หากแต่คุณนายไหมทองยกมือปรามเจ้าตัวไว้ได้ทัน “เอ็งอยู่เงียบ ๆ เขาใช้อะไรก็ทำไป” คนสั่งใจเย็น

“คุณอิงพาแม่ฝางมาเรือนเราค่ะ รถขนข้าวของมาราวกับจะย้ายเรือนค่ะ”

“เอ็งก็ไม่ได้โง่ ไปทำตามที่คุณอิงสั่ง มีอะไรขาดเหลือก็บอกข้า อย่าเอะอะโวยวาย” คุณนายไหมทองส่ายหน้าด้วยความระอา

“แต่จะไปห้องไหนล่ะคะ ? แม่ฝางจะไปอยู่ห้องไหน ? ”

“ข้าบอกให้เอ็งฟังคุณ ! ” คุณนายไหมทองตะโกน “ไปให้พ้นหน้าข้า อย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้อีก ฟังคุณอิงแล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเอ็งอีกวันนี้” น้ำเสียงของคุณนายไหมทองเปลี่ยนเป็นราบเรียบ หากแต่ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเจ้าตัว หล่อนรู้ว่าใครมาเพราะคนในบ้านจะไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้าเด็ดขาด คุณนายไหมทองมองเห็นประตูใหญ่เปิดในขณะที่มองมาจากหน้าต่างชั้นบน

ลูกชายของเธอกำลังก่อกองไฟด้วยความตั้งใจแล้ว !




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 16 สิงหาคม 2563 18:11:22 น.
Counter : 68 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.