อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 21 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

21



“ถ้าต้องหมั้นเพราะรักษาคุณในเรือนจะหมั้นก็ได้ ขอบอกตามตรงว่าฝางอยากได้บ้านคืน ยังไงคุณในเรือนก็ต้องแต่งงานกับคุณโสน คงไม่มีปัญหาอะไร พอคุณแต่งงานเราก็เลิกแล้วต่อกันได้หรือไม่ ? ” ฝางเสนอ

อิงกาลหัวเราะ “หมั้นกับเราแล้วให้ไปแต่งงานกับคนอื่น ดูทำเพื่อเงินไปไหม ? แล้วรักษานี่มันทำได้แค่ปีสองปีเหรอ เรารู้จักกันมากี่ปีแล้วนะ ? ”

“ก็ใช่ไง ทำเพื่อบ้านเท่านั้น และคุณในเรือนเองก็เต็มใจจะเสียเงินหรือไม่ใช่ ? หายไม่หายก็หมดปัญญาของเราแล้ว ถึงได้บอกให้แต่งงานไง เผื่อคนอื่นจะช่วยได้”

อิงกาลหน้าตึง แต่เลือกที่จะระงับอารมณ์ “แล้วคิดว่าการหมั้นต้องแลกกับบ้าน แล้วตัวเองให้อะไรพี่ครับ ? การแลกเปลี่ยนโดยปกติควรจะเป็นความรักและทั้งหมดทั้งตัวนะ หรือไม่ใช่ ? ” เขาอมยิ้ม

“หมั้นก็หมั้นแค่นั้น ไม่อยากหมั้นก็ไม่ต้องหมั้นสิ ที่เหลือก็ไม่รู้แล้ว ! ไปแล้วนะ หิวข้าว ! ” ฝางลุกขึ้นทันที แต่ถูกชายหนุ่มดึงมือให้นั่งลงที่ตักของเขาได้อย่างรวดเร็ว

“เห็นไหม ? ! บอกแล้วว่ายังเรียนหนังสือไม่จบ มันก็คิดอะไรง่าย ๆ ”

ฝางหน้าแดง พยายามดันตัวอิงกาลออก แต่ไม่สำเร็จเพราะเขารัดเอวบางไว้แน่น “อย่าดิ้นสิ ! เดี๋ยวก็ปล้ำจริง ๆ หรอก ทีนี้ได้แต่งเลยนะจะหาว่าไม่เตือน ! ”

ฝางนั่งนิ่งให้เขากอดไว้ไม่ขัดขืน สองมือของเจ้าตัวจับกันไว้แน่น ฝางไม่ยอมแตะต้องกายของเขาเลย “ฝางรู้ตัวใช่ไหมว่าถูกรัก ? ” อิงกาลกระซิบเบาข้างหูของหญิงสาว

“เป็นแค่ยาเหมือนที่เขาว่า….”

“ไม่เชื่อพี่ใช่ไหม ? ”

“เชื่อตัวเองมากที่สุด”

“อยากได้อะไร ต้องการอะไรถึงจะทำให้เชื่อว่าพี่รัก”

“ไม่รู้สิ….ฟังเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว”

“ฟังไม่ดีต่างหาก ถ้าฟังดี ๆ ฝางจะรู้ว่าชีวิตนี้พี่ไม่เคยบอกผู้หญิงคนไหนว่ารักนอกจากแม่ เราโตมาด้วยกันทำไมฝางยังไม่ยอมรับความจริงอีกครับ ? ” ชายหนุ่มผละออกมาจ้องตาฝางแทนการโอบกอด ฝางได้โอกาสจึงรีบลงจากตักของเขาและถอยออกมานั่งพับเพียบ “เราเหมือนพี่น้องกันมากกว่านะ คุณโสนเหมาะที่จะเป็นผู้หญิงของคุณในเรือนมากกว่า ทั้งคุณสมบัติและรูปสมบัติ แต่ฝางไม่มีอะไรเลย ถ้าแม่ยังอยู่เราอาจจะมองกันเป็นอย่างอื่นได้” สายตาของฝางที่มองมาน่าเอ็นดูนัก เธอพูดตรงและถ่อมตัว

“ผิดแล้วคนดี การมีพ่อแม่หรือเงินทองไม่ใช่เงื่อนไขที่บอกว่าใครเหมาะที่จะถูกรัก เหมาะที่จะถูกเกลียด เราเป็นคนเท่ากัน ต่อให้พี่ไม่มีสมบัติสักชิ้น พี่ก็ยังมีสิทธิ์บอกว่ารักฝาง”

“พูดจังเลยคำนี้ ไม่กลัวมันหมดเหรอ ? ”

“รู้สึก….ถึงได้บอก”

“บางอย่างเก็บไว้กับตัวดีกว่าไหม ? ”

“ทำไมต้องเก็บครับ ? ”

“ฝาง….รับไว้ไม่ไหว”

“กลัวอะไร ? ”

“กลัวการพลัดพราก……กลัวที่สุด” น้ำใส ๆ ไหลออกจากดวงตาอาบแก้มนวล “ไม่มีแม่แล้ว ถ้าขาดใครอีกต่อไปจะอยู่ได้ยังไง ? ” หญิงสาวสะอื้นเบา “บ้านก็อาจจะไม่มี ถ้าออกเรือนไปแล้วคุณในเรือนหมดรักแล้วจะเหลืออะไร ? ”

ชายหนุ่มใช้มือเช็ดน้ำตาให้ฝาง ก่อนจะโผเข้ากอดหล่อนไว้แน่นอีกครั้ง “ฝางครับตอนนี้เราไม่มีสิทธิ์กลัวอนาคต เพราะปัจจุบันของเราอันตรายมาก ถ้ารับรักพี่ไม่ไหวก็อย่าพึ่งรับ พี่มีทางออกที่ดีให้ฝางและพี่จะไม่ทำร้ายใคร”

“ทำได้อย่างปากกล่าวแน่หรือ ! ? ” เสียงใครบางคนลอยมาตามสายลม อิงกาลหลับตานิ่ง เขากอดฝางไว้แน่นกว่าเดิมราวกับกำลังหลบอะไรสักอย่าง “หลับตาฝาง ! ” ชายหนุ่มสั่งก่อนที่ความรู้สึกจะดับวูบลง ร่างนางตรงหน้าพุ่งเข้าหาสองร่างด้วยความโกรธแค้น “ทำอะไรกันนะ ! ” สายรุ้งผลักประตูเข้ามาพอดี สายลมที่พัดแรงอยู่สงบลงในทันใด “พี่อิง ! ” สายรุ้งร้องลั่นเมื่อเห็นอิงกาลหมดสติ

“ฝาง ! เป็นอะไรไป ทำไมพี่อิงนอนทับฝางอย่างนั้น ? ”

“อะไรกัน ๆ ! ” ดำวิ่งเข้ามา มองเห็นน้องสาวของตัวเองนอนลืมตานิ่ง ในขณะที่ชายหนุ่มสลบซบอยู่ข้าง ๆ แขนอีกข้างยังโอบฝางอยู่ “ตายแล้ว ! ทำอะไรเขาเนี่ย ! ”

ฝางยังมึนงง เธอค่อย ๆ จับอีกคนให้พ้นตัว แล้วลุกขึ้นคุกเข่าอยู่ไม่ห่าง

“พ่ออิง ! พ่ออิงเป็นอะไรไป ? ! ” ดำจับใบหน้าของชายหนุ่ม มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก “ไอ้ฝาง ! ทำอะไรเขา ? ! ”

“เปล่านะคะ ! ไมได้ทำอะไร อยู่ดี ๆ ก็บอกให้หลับตา แล้วตัวเองก็หลับไปเอง”

“โห ! ท่าทางจะป่วยจริงนะฝาง ง่วงจนคว่ำเลย” สายรุ้งเสริม

“ลากขึ้นไปนอนเถอะ หายใจปกตินี่นา ไม่เป็นไรหรอกมั้งพี่ดำ” ฝางออกความเห็น ทั้ง 3 คนช่วยกันประคองร่างของอิงกาลขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างระมัดระวัง สีหน้าของคนสลบดูอ่อนล้า “แล้วกินข้าวได้กี่คำ ? อยู่ดี ๆ หลับ”

“มัวแต่โม้เรื่องรวย กินได้ไม่กี่คำหรอกจ้ะ”

“แล้วยังไงต่อ ? ”

“ก็หลับไงพี่ดำก็ ! ซักอยู่ได้”

“จริงเหรอ ? แล้วสร้อยนั่นมาจากไหน ? ” ดำเดินเข้าไปจับสร้อยคอของน้อง

“เขา….คุณในเรือนใส่ให้”

“เขาบอกไหมว่าเพราะอะไร ? ” ดำเริ่มมองไปรอบ ๆ ห้อง หล่อนรู้ดีต้องมีอะไรผิดปกติในห้องนี้เป็นแน่ ลองได้คล้องสร้อยพระกันขนาดนี้ “มีอะไรแปลก ๆ ไหม ? ”

“ว้าย ! ผีหรือพี่ดำ ? ” สายรุ้งร้องแล้วทำท่าเหมือนจะวิ่งออกไป แต่ก็กลัวการอยู่คนเดียว จึงวิ่งไปเกาะแขนดำแทน “ยายรุ้งนี่ ! พูดอะไรกลางค่ำกลางคืน กลับห้องไปนอนเลย ยกสำรับไปด้วย ฝางเดี๋ยวตามไปหาอะไรกินแล้วกลับมานอนไป”

“อะไรนะจ๊ะ ? กลับมานอน ? ที่นี่เนี่ยนะ ? ”

“ก็ใช่ไง คนป่วยเห็นไหมนั่น จะปล่อยให้ไข้ขึ้นกลางค่ำกลางคืนได้ไง ไปสิ ! ไปกินแล้วรีบมานะ เราไปกันรุ้ง ! ” ดำรีบผลักสายรุ้งให้ออกเดิน ปล่อยฝางไว้เพียงลำพัง

ความเงียบเข้าครอบงำ ความมืดปกคลุมไปทั่ว ฝางเดินไปหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำในขันเงินที่วางอยู่แล้วเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม เวลาตัวร้อน อิงกาลจะเป็นอย่างนี้เสมอ

“ทำไมตัวร้อนเร็วจังเลยนะ ยังไม่ถึงวันพระเลย” กลิ่นไออะไรบางอย่างแตะจมูก ฝางหันไปมองรอบกายทันที “ควัน….ไฟไหม้เหรอ ? ” ฝางลุกขึ้นไปยืนมองที่หน้าต่างไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ หากแต่รู้สึกเหมือนกำลังจะสำลักควันไฟ ฝางไอเป็นระยะ ในขณะที่เดินมองไปรอบ ๆ ห้อง แต่ไม่คิดจะออกไปข้างนอก

“เหมือนมีควัน….แต่ไม่มีควัน เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ? ”

“ไฟไหม้เรือนกรรณิการ์” เสียงใครบางคนเอ่ยมาตามสายลม ฝางพยายามมองหา ก่อนจะชะโงกมองลงไปจากหน้าต่าง เห็นร่างบางห่มสไบจีบแพรสีกลีบบัวและนุ่งผ้าถุงกรอมเท้าสีแดงเลือดนกยืนอยู่เบื้องล่าง ความงามของหล่อนจับตา แต่แววตาและสีหน้านั้นเยือกเย็นนัก “คุณอีกแล้ว”

“ใช่ เราเองอังควิภา หล่อนไม่อยากไปดูหรือ ? ความหายนะที่ชายผู้นั้นก่อ”

“ทำไมต้องไปคะ ? ” ฝางเริ่มโกรธกับสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอ ความแปลกประหลาดดูเหมือนจะนำมาแต่หายนะ

“หล่อนเลือกเอง รักเขามิใช่หรือ ? ”

“ไม่ ! ไม่ได้รัก ! ”

“แล้วเหตุใดอาวรณ์นักหนา ควรจะฆ่าให้ตาย ! ” ร่างบางหัวเราะ

“ทำไมต้องฆ่าคะ ? เขาก็แค่ป่วย แล้วมาที่นี่ทำไม ? ”

“อย่าตกใจไปเลย การใดที่ทำให้เราได้พบกันล้วนแล้วแต่มีเหตุผลทั้งสิ้น วันนี้เราจะต้องเจรจากัน ไม่อย่างนั้นเจ้าจะเป็นฝ่ายหายนะเสียเอง” นางผู้งดงามยิ้มให้ หล่อนงามอย่างประหลาดและน่ากลัวเหลือเกิน

“จะให้ทำอะไรคะ ? ”

“ถอดสร้อยออก ! และอย่ารัก ! ”

คำว่าอย่ารักทิ่มแทงใจราวกับถูกลูกธนูปักอก ฝางยืนนิ่ง “ความรักจะบังตา การเจรจาใด ๆ จะพ่ายแพ้”

“ทำไมต้องชนะเหรอคะ ? ” ความน่ายำเกรงของอีกคนทำให้ฝางรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างวัย ทั้ง ๆ ร่างนั้นดูจะห่างกับเธอไม่กี่ปี

“กลัวมิใช่หรือการพลัดพราก ไปเป็นข้ารองบาทเขามันใช่หน้าที่ของเราหรือฝาง  สักวันจะต้องพลัดพรากสุขหรือไร ? ” ฝางทรุดนั่งลงที่พื้นทันที ทุกอย่างที่ได้ยินเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน แปลกเหลือเกินที่คำกล่าวของนางราวกับกลั่นออกมาจากใจตัวเอง น้ำตาเอ่อจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น ฝางรีบเช็ดมันออกจากตาทันทีที่ได้สติ

“กลัวค่ะ….และจะไม่เป็นรองใคร”

องค์อังควิภายิ้มอย่างพอใจในความคิดของฝาง แม้ฝางไม่ได้มองลงไปข้างล่างเรือนแล้วก็ยังเห็นอังควิภาในหัว “ฟังข้า ! จงไปสู่เรือนกรรณิการ์อย่างองอาจ อย่าให้ใครปรามาสว่าต่ำช้าเยี่ยงไพร่ ไปครองเรือนนั้นแทนข้าให้ได้”

“บ้านคุณ…เอ่อ บ้านท่านหรือ ? ”

“ใช่…..วิมานเราเคยอยู่แดนนั้น ไปกำจัดมันออกไปให้หมด ! ”

“กำจัดใครหรือคะ ? ”

“เราจะทำให้รู้เอง วันพรุ่งไปวัดแล้วทุกอย่างจะดำเนินไปตามทางของมัน”

“แต่ฝางต้องไปเรียนหนังสือนะคะ แล้วคุณในเรือนก็ป่วยอยู่” เธออธิบายราวกับพูดอยู่กับใคร แต่รอบตัวฝางมีเพียงร่างของอิงกาลที่หลับอยู่

“อย่าก่อห่วง เขาเพียงต้องการกายเจ้า อย่าทำให้เราผิดหวัง”

“พูดง่าย ร้ายจะตายคนนี้ ! ”

“ง่ายเพียงขยับนิ้วมือ อย่ารักเข้าใจหรือไม่ ? ”

“ท่านคะ ! นี่มันยุคปัจจุบัน จะให้ใช้เวทมนตร์หรืออะไรคะ ? ฝางก็ไม่รู้หรอกว่ารักเขาไหม แต่เขากำลังจะคืนบ้านให้ ซึ่งท่านให้ฝางไม่ได้ เข้าใจไหมคะ ? ” ฝางลุกขึ้นยืนทันที รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า ที่คุยกับผีหรือนางฟ้าหรือคนจากที่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ “นี่มันชีวิตค่ะ ฝางทำอย่างที่ท่านบอกไม่ได้ ต่อให้คนนี้ตายฝางก็ต้องได้บ้านคืน ! ”

องค์อังควิภายิ้มอย่างงดงาม แม้ไม่อาจเคลื่อนย้ายเข้าไปใกล้นางหรือดลใจตามที่ตนต้องการได้ แต่ก็สื่อสารกับฝางได้ “ยากจะเอ่ยแต่มันมีทาง ขอเพียงพลบค่ำ จะทำการใดก็ได้ หากไม่ทำดั่งใจเรา อย่าได้หมายว่าอีกคนจะมีโอกาสได้ลืมตา”

“ท่านทำเขา ! ”

“ไม่ผิดจากที่เห็นเลยเจ้า”

“ก็ได้ค่ะ จะไปวัด จะปลุกเขาได้หรือยัง ฝางหิวข้าวแล้ว แล้วก็ง่วงแล้วด้วย ทำไมเวลามันเดินเร็วกว่าปกติ ท่านจะไปไหน แล้วเมื่อไรพี่อันน์จะกลับคะ ? ”

“เวลาถูกกำหนดมาด้วยชะตา เหตุใดเอ่ยออกมาจึงเต็มไปด้วยความโง่เขลา”

“ฝางคงไม่ฉลาดไปมากกว่านี้หรอกค่ะ คุยกับผีสาง ใครรู้เขาก็คงหาว่าบ้า”

“ช่างเจรจาเสียจริงลูกนางบัว อย่าประมาณตนต่ำ หน้าที่คือครอบครองเรือนกรรณิการ์ เราจะปลุกชายผู้นั้นในไม่ช้า” ฝางไม่ได้กลิ่นควันไฟอีก ไม่มีใครได้ยินเสียงสนทนาระหว่างเรา เวลาผ่านไปเร็วเกินล่วงรู้ ฝางถอนใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบ้า เมื่อหันหน้าไปยังเตียงนอน ดวงตาดำขลับกำลังจ้องมองมาที่ตน

“เหนื่อยเหรอดูแลพี่ ? เช็ดตัวยังไม่เสร็จเลย” ฝางพึ่งรู้ว่าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กยังอยู่ในมือของตัวเอง “ว่าไงครับ ? ถามไม่ตอบ”

“ไม่…..ค่ะ ไม่เหนื่อย”

“จะปิดหน้าต่างเหรอ ? ฝนมาแล้ว”

“ใช่...ใช่แล้ว” ฝางพูดติด ๆ ขัด ๆ เธอลุกขึ้นปิดหน้าต่างทันที หน้าที่กำลังเริ่มก้าวเดินตามทางของมัน

“ปิดแล้วมาพักผ่อน พี่จะไม่กวนเลย”

“ได้ แต่พรุ่งนี้จะไปวัด อยากไปหาฤกษ์…หมั้น” ฝางยิ้มเจื่อน อยากจะหัวเราะให้กับความไม่มั่นคงของตัวเอง นี่เรากำลังเชื่อฟังสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างนั้นหรือ

“ขอบคุณฝาง….ขอบคุณที่กรุณาพี่”

“ไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้น เราก็แลกเปลี่ยนกันเท่านั้น” ฝางฝืนหัวเราะ

“มานี่เถอะ” ฝางเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ เตียง ก่อนจะถูกอีกมือดึงมือของหล่อนไปกุมไว้ “พี่จะหมั้นอย่างถูกต้องด้วยตัวเอง คุณแม่อาจจะขัดขวางแต่ไม่มีประโยชน์ เพราะมันคือชีวิตของพี่ ฝางอดทนหน่อยนะ” ไออุ่นจากลมหายใจของอีกคนกรุ่นอยู่ที่มือของฝาง ชายหนุ่มหักห้ามใจอย่างสุดกำลัง เขาทำได้เพียงจุมพิตมือนุ่มขาวนวลนั้น

“ก็….แค่ย้ายกลับเรือนให้เร็วขึ้นจะได้ไหม ? ”

“ถ้ามานอนข้าง ๆ ตอนนี้ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ต้องการครับ”

เสียงฝีเท้าของสายรุ้งและดำดังมาจากข้างนอก สาว 2 วัยคงกำลังถูกความมืดและความเงียบเล่นงาน ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองมีพลังขึ้นมาอย่างประหลาดแม้จะยังไม่ได้รับประทานอาหารเย็น “หิวข้าว….สองคนนั้นคงกำลังหาข้าวให้กิน”

“ไปเถอะ แล้วรีบเข้ามานะ พี่รอ”

“มานี่เลย ๆ ๆ ! ” ดำคว้าแขนหล่อนให้ออกเดิน “อะไรเล่า ? ” ฝางหันไปมองหาสายรุ้งแต่ก็ไม่พบ หล่อนคงเข้าห้องนอนไปแล้ว

“พระอยู่ที่คอ สบายดี ไม่วูบวาบใช่ไหมฝาง ? ” ดำมีสีหน้าเคร่งเครียด หล่อนกลัวนักหนาว่าคนตรงหน้าจะไม่ใช่น้องสาวของตัวเอง “พูดสิพูด ! ”

“ใช่แล้วจ้า ! จะกระซิบทำไม ? ”

“เออ ! แล้วไป ชีวิตนางดำนี่นะ วัน ๆ ไม่ได้อยู่สุขเลย”

“เลิกบ่นเถอะ ฝางหิว เหลืออะไรในครัวบ้างจ๊ะ ? ”

“มีแต่น้ำพริกกะปิกับปลาทูทอด ไปกินเถอะ พรุ่งนี้ต้องนึ่งขนมถ้วยฟูด้วย”

“ดีเหมือนกันนะ จะไปวัดเสียหน่อย พี่ดำไปนอนเถอะ พรุ่งนี้จะตื่นมาช่วยนะจ๊ะ” ฝางเดินตรงเข้าไปในครัว ไม่รอให้ใครได้ซักถามต่อ

“แม่ตัวดี ! เรื่องหนีละเก่งนัก คืนนี้จะเอาตัวรอดได้ไหมล่ะนั่น ? ” ดำบ่นไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจก็รู้สึกสบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยอยู่บ้านตัวเองก็ดีกว่านอนเรือนกรรณิการ์นะฝางของพี่



ฝางเข้าไปอาบน้ำแล้วกลับออกมาเดินอยู่ที่ชานเพียงลำพัง ยากนักจะเอ่ยความในใจ ความปรารถนาที่จะอยู่รอดอย่างมีศักดิ์ศรีคงจะแฝงอยู่ในตัวมาช้านาน เมื่อได้ยินความปรารถนาของผู้เป็นใหญ่กว่าจึงได้โอนอ่อนตามได้อย่างง่ายดาย

สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นมีที่มา บุพเพสันนิวาสนำมาหรือเวรกรรมกันหนอ ? เสียงคำตอบในใจบอกชัดว่าเป็นบุพเพสันนิวาสนำพา แต่นางผู้งดงามยิ่งนั้น เหตุใดเกลียดชังนักอันหัวใจคน ? หล่อนห้ามเธอไม่ให้รักราวกับว่าไม่ต้องการมันเลย

“คุณในเรือนท่าทางจะเอาเรื่อง เขาถึงได้เกลียดนักหนา” ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองคุ้มดีคุ้มร้ายและความทรงจำบางอย่างเลือนราง มืองามกำแน่นเธอกำลังกังวล จึงหลับตาลงตั้งจิตอธิษฐาน “ตราบใดอยู่บนแผ่นดินตราบนั้นขอให้ไม่มีอะไรมาทำให้ชีวิตอับจนซึ่งหนทาง ขอพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จงปกปักรักษา ขอบุญบารมีของบิดามารดาคุ้มครองลูกทุกลมหายใจ”

อิงกาลลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของอีกคน

“หอบผ้าลงไปทำไม ? ”

“นอนพื้นสิ ไม่นอนข้างบนหรอก” ฝางปูผ้าบาง ๆ ที่ไปหยิบมาจากตู้ลงที่พื้นกระดานในห้องแล้วลุกขึ้นหยิบหมอนลงไปวาง หญิงสาวพนมมือก้มกราบหมอนไม่ได้สนใจใยดีอีกคน “จะนอนได้ยังไงครับ ? แข็งขนาดนั้น ทำไมไม่ปูที่นอนใหม่ดี ๆ ”

ฝางกราบพระแล้วล้มตัวลงนอน “เป็นคนอาศัย ได้เท่านี้ก็เป็นบุญมาก ๆ แล้ว”

“พูดจาเหมือนพี่ดำเข้าไปทุกวัน ทำไมต้องประชดด้วย ? ”

“พูดจาเหมือนคุณนายไหมทองต่างหาก” ฝางเถียงหน้าซื่อ

“เหมือนก็ดี สนุกล่ะทีนี้ ลูกสะใภ้กับแม่ผัวปากคอเหมือนกันไม่มีผิด” อิงกาลหัวเราะ แล้วล้มตัวลงนอนด้วยเช่นกัน “ถ้าทำแล้วสุขก็ทำไปเถอะนะ ตื่นขึ้นมาไม่มีผ้าผ่อนแล้วอย่ามาร้องไห้ ! ”

ฝางลุกขึ้นนั่งทันที “คุณในเรือน ! ”

“ทำไม ? ! ” อิงกาลถามเสียงดัง ชายหนุ่มอมยิ้ม

“เสียงดังอยู่ได้” ฝางเสียงอ่อนลง รู้ว่าอิงกาลไม่ทำอย่างที่พูดแน่นอน แต่คนบางคนได้คืบก็จะเอาศอก ฝางถอนใจแล้วหยิบหมอนและผ้าห่มขึ้นไปนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ เขา “ขอที่ให้ยืนบ้างเถอะค่ะ ถอยไป ! ”

“เท่านั้นแหละ ต้องให้ขู่” อิงกาลหัวเราะ

ฝางล้มตัวลงนอนเงียบไปไม่นานนัก “คุณในเรือน…..”

“จะกอดก็กอด อย่าเยอะ ! ” ชายหนุ่มหลับตาปี๋เมื่อเอ่ยออกมา

“หนาวไหม ? ” ฝางถามจริงจัง

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมามองฝาง “ไม่นะ นี่ก็ตัวร้อนอยู่ ร้อนเหมือนไฟเลยแหละ ไม่รู้เพราะคนบางคนหรือเพราะพิษบาดแผล พี่เจ็บมากเลยนะแล้วก็ง่วงมากด้วย”

“หนาว….เหมือนอยู่บนฟ้า”

“เคยนั่งเครื่องบินเหรอ ? ”

ฝางส่ายหน้า “ไม่เคยหรอก เหมือนกำลังบินได้ แต่มันเย็น”

อิงกาลอมยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอก ฝนพึ่งหยุดตกนี่ ฝางนอนเถอะ” ชายหนุ่มใช้มือคว้าเอวบางแล้วดึงกายหล่อนให้เข้ามาชิดตัว ใบหน้าของทั้งสองประชิดกันจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน “อย่าขยับ พี่ไม่มีแรงจะบังคับฝางได้มากกว่าที่ทำอยู่”

“แล้วฝางก็นอนทั้ง ๆ ที่มีแขนใครอยู่ที่เอวไม่ได้ด้วย” หญิงสาวหลบสายตา หล่อนช่างเจรจานัก ความธรรมดาและความจริงใจของฝางเด่นชัดมาตลอด เขาเข้าใจดีแต่ก็ยังพยายามทุกอย่างที่จะได้มาครองด้วยอำนาจเมื่อมีโอกาส




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 15 สิงหาคม 2563 9:35:31 น.
Counter : 66 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.