อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 20 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

20



“ฟังนะฝาง เรือนฝางยังอยู่ที่เดิม ฝางอาจจะมองเห็นต่างจากคนอื่น แต่พี่เห็นทุกอย่างมาตั้งแต่เมื่อวานและทุกวันพี่ก็จะอยู่กับฝาง”

“โกหก ! คุณในเรือนก็เห็นเมฆลอยอยู่รอบห้อง”

อิงกาลหลับตาลงด้วยความจนใจ ด้วยไม่รู้จะปลุกเราทั้งคู่ให้ตื่นจากการถูกควบคุมจิตได้อย่างไร ความเย็นรอบตัวบีบให้เขาต้องเชื่อว่าที่นี่ไม่ใช่เรือนฝางแน่นอน ! แต่เขาต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ไร้สติอย่างตอนนี้ ! “บอกพี่ได้ไหมครับ ? เมื่อคืนที่หลับฝางไปไหนมา ? อยู่ที่นี่หรือเปล่า ? ”

“อยู่....เรือนกรรณิการ์เจ้าข้า” คนพูดสะอื้น

อิงกาลพยายามตั้งสติ เลือดของเขาไหลออกมาเป็นระยะ ร่างบางที่เขากอดไว้แนบอกยังสั่นเทา ฝางไม่ได้แตะต้องกายเขาแต่ก็ไม่ได้หลบหนีการโอบกอด เธอนั่งพับเพียบเอนมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมหวานปะทะจมูกอย่างรวดเร็ว เขารู้ขณะนี้คนที่กำลังเจรจาหาใช่ฝางไม่ ! “แล้วได้เจอใครไหม ? ”

“คุณปรุง....คุณปรุง”

“แล้ว…..ตัวท่านมาจากไหน ? ”

“วิมานหน้าเรือนกรรณิการ์เจ้าข้า”

“ควรเรียกว่าอย่างไรครับ ? ”

“อังควิ….ภา”

“แล้ว…ที่นี่ที่ไหนครับ ? ”

“วิมาน....องค์อุรณา”

อิงกาลกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะตั้งสติถามอีก “ใครหรือครับ ? ”

“เทวดาสีตวลาหก อุรณาคือนามข้าชาติที่แล้ว”

“มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรครับ ? ”

“เมื่อครั้งเป็นอังควิภาในรุกขภูมิ ข้าถวายประทีป เครื่องหอมแลมาลา จึงได้เคลื่อนคล้อยสู่วิมานสีตวลาหกเทพ” คนเล่าหน้านิ่ง น้ำเสียงเย็นชาหากแต่ว่ารื่นหูนัก อิงกาลผละร่างฝางออกจากตัวช้า ๆ หวังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทุกการเคลื่อนไหว

“มี....ใครอยู่ที่นี่บ้าง ? ”

“อันน์บริวารข้า…..นางจะมาเมื่อต้องการ”

อิงกาลหลับตาลงทันที น้ำใส ๆ ไหลออกจากดวงตาอย่างสุดจะกลั้นไว้ได้ ความทรงจำที่เคยได้เห็นภาพในอดีตย้อนกลับมา ผู้หญิงที่ชื่อแม่จีบ นางผู้มีวิมานที่ชื่ออังควิภา นางผู้เป็นใหญ่ในเรือนที่เรียกว่าองค์ขาล และเขา.....อจลา ทุกคนเกี่ยวข้องกัน และวันนี้ก็ได้รู้จักชาติที่ 2 ของอังควิภา ก่อนจะมาเป็นฝาง อัศจรรย์เหลือเกินที่ได้รับรู้ หาใช่บารมีอะไรของตัวเองไม่ แต่เป็นเพราะความแค้นของผู้หญิงที่ชื่ออังควิภา นี่เขาต้องรับกรรมทางกายที่ต้องทรมานมาตั้งแต่ยังเด็กและต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้ราวกับคนบ้าอย่างนั้นหรือ ! มีสติหน่อยอิงกาล มันไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียใจหรือหวาดกลัว ไม่ว่าผีสางนางฟ้าเทวดาที่ไหนก็อยู่ในมือเราทั้งสิ้น รู้ให้หมดแล้วจงเป็นผู้ชนะเท่านั้น !

ฝางได้รับรู้เพียงบางส่วน ดูเหมือนนางผู้มากด้วยบารมีจะจงใจให้เขาได้เห็นอดีตมากกว่าฝางนัก ใช่ ! มันทำให้เขาสะเทือนใจ แต่หน้าที่ของเขาคือ ชนะในปัจจุบัน

ร่างของฝางเงยหน้าขึ้นมาสบตาอิงกาล ขนตาเป็นแพดำขลับยังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา อิงกาลจ้องหน้าหล่อน วูบเดียวที่กะพริบตาลงได้เห็นใครบางคนมาอยู่ตรงหน้า กายนั้นงดงามกำยำ ผู้ชายตรงหน้านั้นคงไม่ใช่ใคร เจ้าของวิมานเมฆา องค์อุรณา ! พอกะพริบตาอีกครั้งภาพตรงหน้าก็จางหายไป

อะไรเย็น ๆ ที่มือทำให้ชายหนุ่มลืมตา “คุณแม่…”

คุณนายไหมทองไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากใช้มืออังที่หน้าผากของลูกชายอย่างห่วงใย “เล่นสลบกันทั้งคู่ น่ากลัวนะคะคุณนาย ย้ายกลับบ้านเราดีไหมคะ ? ” นางฟื้นถาม “คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าฉันย้ายลูกฉันไป แล้วแม่นางเอกข้างนอกไม่ยอมไปด้วยฉันจะทำยังไงล่ะ ? แกก็เห็นว่าหล่อนนิ่งยังกับก้อนหิน ลูกฉันเจ็บขนาดนี้หล่อนยังไม่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยซ้ำตั้งแต่ลุกขึ้นเองได้” คนพูดหน้านิ่งแต่หัวใจหล่อนร้อนรุ่มเพราะห่วงลูกชายเหลือเกิน

“จริงค่ะ ใจร้ายใจดำผิดมนุษย์หรือหล่อนจะเป็นคนตีหัวคุณอิงคะ ? ”

“ไม่หรอก แม่โสนเขารับผิดหมด ไม่ได้ตั้งใจกันนะ ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องให้ถึงตำรวจให้เป็นเรื่องหรอก”

“คุณนายนี่ใจดีนะคะ ถ้าเป็นฟื้นคงไม่ยอม เกิดคุณอิงเป็นอะไรไปจะทำยังไง ไม่ไหวนะคะไม่ไหว ! ”

“นางฟื้น….ถ้าฉันเอาเรื่อง ลูกฉันก็จะเอาเรื่องฉันถ้าเขาลุกขึ้นได้ หลานฉันก็จะลำบาก และลูกนกลูกกาข้างนอกก็คงหมดอนาคต ยังไงเสียหล่อนก็อดทนอยู่กับลูกฉันมาตลอด แม้จะไม่ค่อยรักใคร่พี่อิงเหมือนที่พ่อนี่เขาหวงนักหวงหนาก็เถอะ”

“คุณก็รู้ใจลูกไปหมด ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ยอมตบแต่งให้หมดเรื่องไปเสียล่ะคะ ? แต่งทั้งสองคนไปเลย มันต้องมีสักคนที่ยอมเป็นรองนะคะฟื้นว่า”

คุณนายไหมทองหัวเราะ “ผิดหมดนางฟื้น ไม่มีใครยอมเลยสักคนต่างหาก ! ”

อิงกาลแม้จะหลับตานิ่ง แต่เขาได้ยินทุกประโยคที่มารดาและป้าฟื้นสนทนากัน หัวอกลูกทำไมจะไม่รู้ว่าแม่รักนักหนา แต่ชะตาที่ฟ้าสร้างมายากจะแก้อดีตได้ ชายหนุ่มกำผ้าปูที่นอนแน่น ตอนนี้ต้องอยู่กับปัจจุบันไม่อย่างนั้นเขาจะต้องแพ้ ! เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พลบค่ำแล้ว ณ เรือนฝางในเวลานี้ ร่างบางร่างหนึ่งเดินนำหน้าออกไปทางประตู สไบนางพลิ้วปลิวตามสายลม บ่าวสองคนนุ่งโจงกระเบนหาบสาแหรกเดินตาม เท้าของทั้ง 3 ไม่ติดกระดาน อิงกาลเหงื่อซึม ปัจจุบันที่เขาไม่อาจอยู่กับมันได้อย่างปกติเกิดขึ้นอีกแล้ว ! “เอาของไปครบหรือไม่ ? ” อันน์หันหน้ากลับมาถามบ่าวของนาง

“ครบเจ้าข้า” เสียงบ่าวทั้งสองตอบกลับ อิงกาลรู้สึกเหมือนกำลังดูภาพในอดีต แต่มันเกิดขึ้นตรงหน้า “ดีมาก ข้าจะไปวิมานองค์เรืองรอง พวกเอ็งอยู่เรือนนี้ก็รักษาของกันให้ดี ๆ ” อันน์หันหน้ามาทางเตียงนอนของอิงกาล มีบ่าวอีก 4-5 คนกำลังนั่งร้อยมาลัยกันอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่พื้น ชายหนุ่มมองตามร่างของอันน์แล้วหลบสายตา เมื่อหันมาอีกทางเห็นมารดาและป้าฟื้นยังสนทนากันอยู่ แต่อิงกาลไม่ได้ยินเสียงของคนทั้งสอง เขาไม่ได้ฝันแน่นอน !

“พ่ออิง” เสียงอันน์เรียก

“ครับ”

“มาไกลเกินจะแก้ ดูแลกันให้ดี ๆ มีแต่เจ้าสองคนเท่านั้นที่จะเจรจาเพื่อแก้ปัญหาได้ อย่าห่วงรัก อย่าดึงเกลียด ยึดไว้ได้อย่างเดียวคือความเมตตานะเจ้าข้า เจ้าฝางแพ้หัวใจคน ส่วนอีกคนจะมุ่งพาไปสู่วันแห่งต้นเหตุ ภาพอันใดล้วนแล้วแต่มีที่มา อย่าได้หาเหตุผล อำนาจและบารมีนางล้นฟ้าอย่าได้คิดจะสู้ เจ้าไม่มีวันชนะ” สิ้นเสียงอันน์ภาพตรงหน้าก็หายวับไปกับตา “คุณปรุง” เสียงสุดท้ายในหัวใจของเขาผุดขึ้นมาก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย



ฝางนั่งอยู่หน้ากองไฟที่จุดไว้ไล่ยุงข้าง ๆ เรือน โดยมีสายรุ้งและดำนั่งอยู่รอบ ๆ กองไฟเช่นกัน “เราจะนอนกันใต้ถุนบ้านเลยดีไหมฝาง ? “ สายรุ้งถามพลางหัวเราะ

“ก็ดีเหมือนกันนะ ไม่อยากขึ้นไปข้างบน” หล่อนยิ้มตาหยี

“ดีจังเลยที่ฝางดูสดชื่นขึ้น สลบไปตั้งนานตั้งแต่พี่อิงโดนแม่นั่นตีหัว แล้วอยู่ดี ๆ ฝางก็ลุกขึ้นมาหน้านวล ผิดกับแม่คุณโสนนั่น มากับหมอหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยล่ะ”

“ไม่รู้สิ รู้สึกแข็งแรงชอบกล เราก็คิดเสียว่ามาอาศัยเขาอีกสักวันสองวัน แล้วก็จะไปเสียที”

“แล้วพ่ออิงล่ะฝาง ? ยังไงก็อยู่ให้พ้นวันพระนี้ก็ยังดี รักษากันมานาน อย่าให้ทรมานทั้ง ๆ ที่หัวแตกอยู่เลยนะ เราก็เป็นต้นเหตุทำให้เขาถูกตีด้วย”

“ฝางเนี่ยนะต้นเหตุ ? ” หญิงสาวชี้ที่จมูกของตัวเอง

“ก็ใช่แหละ จริงนั่นแหละ ใช่ไหมรุ้ง ? ”

“จ้ะ จริงจ้ะ พี่อิงเนี่ยน่ารักนะ เสียดายเขาไม่มองรุ้งเลย อ้าปากก็เรียกหาแต่ฝาง เดินได้ก็วิ่งตามแต่ฝาง เดินไม่ได้ก็ให้คนอื่นวิ่งตามฝางแทน ว้าย ! ” หล่อนปิดปากตัวเองทันทีด้วยลืมตัวเกือบจะหลุดเล่าเรื่องการรับสินบนของตัวเองเสียแล้ว

“อะไรของรุ้ง ? ที่เรียกหาฝางเพราะเขารักตัวกลัวตายหรอกน่า แปลกจังเลยพี่ดำ วันนี้ฝางรู้สึกสบายตัวจังเลยจ้ะ”

“เออ ดีแล้ว ตัวร้อนไหม ? ไหนดูซิ ! ” ดำจับแขนน้องอย่างห่วงใย

“สบายใจจังเลยนะพวกปลวกเพลี้ย ดีนะมีบ้านให้อยู่ฟรี แถมยังยกพวกมากินฟรีได้อีกด้วย ไม่เคยส่องกระจกชะโงกดูเงาหัวกันบ้างเลย ! ” คุณโสนเดินกอดอกเข้ามาพลางแสยะปากใส่

ฝางลุกขึ้นยืน “คุณโสนนี่สวยมากเลยนะคะ แต่ปากสกปรกมาก”

“นางฝาง ! ! ” คุณโสนยกมือจะตบอีกคนทันที แต่สายรุ้งวิ่งมารวบมือหล่อนไพล่หลังได้ทัน “แหม ๆ สวยดีและมือไวด้วยนะจ๊ะ ไม่ทันหรอกค่ะคุณโสน ยืนฟังเทศน์สักครู่นะคะ” สายรุ้งหัวเราะ

“ปล่อยฉันนะ มือแกสกปรก นางลูกแม่ค้า ! ”

“โหย ! ปากหรือนั่น ! เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น ดูถูกคนทุกลมหายใจเข้าออก น่าจับถ่วงน้ำจริง ๆ เลย ! ” สายรุ้งพูดทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะ ในขณะที่ควรจะโกรธอย่างที่สุด แต่คนไม่ได้เรียนหนังสืออย่างสายรุ้งกลับทำให้สถานการณ์ตรงหน้าผ่อนคลาย

“สอนกันยากนะรุ้งเรื่องควรไม่ควร แต่คุณโสนคะ ถ้าอยากหลับสบายที่เรือนนี้ก็ช่วยอยู่เงียบ ๆ สงสารคู่หมั้นตัวเองบ้าง เขากำลังไม่สบาย และช่วยอะไรคุณไม่ได้ด้วย”

“ใครจะนอนที่นี่ ! ฉันไม่อยู่ ! บอกให้ปล่อยไงนางรุ้ง ! ”

“ปล่อยก็ได้จ้ะ กลัวติดโรคเหมือนกัน ขอโทษน้า มือหนักไปหน่อย”

“นี่ ! พวกหล่อนจะเอายังไง ? ! หูแตกหรือไงก็บอกแล้วว่าเราหมั้นกันแล้ว ยังจะมาอยู่ให้รกบ้านนี้อีกทำไม ? ไสหัวออกไปให้หมดตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า ไม่อายคนเขาหรือไง ได้ขึ้นชื่อว่าขายตัวแลกบ้าน ! ”

“พูดแรงไปคุณโสน ฉันอยากไปเหมือนกันค่ะ แต่คุณในเรือนไม่ให้ไป สงสารเขา อดทนหน่อยนะ ถ้ารักเขาก็รอให้พ้นวันพระนี้ก็ยังดี เขาไม่เคยนอนเรือนฝางนาน ๆ ถ้าฉันไม่อยู่ก็อาจจะแย่”

“ก็แกมันมาร ! เป็นผีเสียเอง แกไปมันก็จบเรื่อง ! ”

“แล้วแต่จะคิด แต่ไม่ไป เข้าใจไหมคะ ? ” ฝางจ้องหน้าหล่อนเขม็ง “หน้าตาก็สวยงาม ทำตัวให้งามให้เหมาะกับเขาหน่อย สบายใจได้ ฉันกับเขาไม่มีอะไรกัน แต่เขาต้องการให้ฉันอยู่ก็แค่นั้น ! ”

ดำนั่งฟังนิ่ง ไม่ได้คิดจะห้ามปรามใคร หล่อนรู้สึกอ้างว้างนักในยามที่อิงกาลไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้ ณ ตอนนี้ฝางเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดที่จะช่วยแก้ไขความอึดอัดในเวลานี้ได้จริง ๆ หรือ ? เราอยู่ในภพปัจจุบัน เหตุใดกันคนที่มองไม่เห็นตัวจึงได้เป็นผู้ขับเคลื่อนทุกเหตุการณ์ บางทีฝางรู้ตัว บางทีไม่รู้ตัว ทำอย่างไรจะให้น้องรักเป็นตัวของตัวเองได้นานที่สุด “ฝาง…วันนี้นอนห้องพี่ ไปกันเถอะ ไปกันรุ้ง” ดำไม่รอช้า ลุกขึ้นไปตักน้ำในโอ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้ถุนเรือนสาดใส่กองไฟให้ดับลงทันที

ฝางและสายรุ้งว่าง่าย เดินตามกันขึ้นเรือน ฝางได้กลิ่นไอแห่งความเย็นเมื่อกำลังก้าวขึ้นบันไดเรือน หล่อนหันไปมองที่ประตูรั้วจึงได้เห็นพี่อันน์พร้อมบริวาร

“เป็นตัวของตัวเองนะเจ้าข้า ใช้ปัญญาแก้ปัญหาทุกอย่าง อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด ไม่นานนักพี่จะกลับสู่เรือน” แสงระยิบระยับสะท้อนเข้าดวงตา ก่อนที่ทั้ง 3 ร่างจะหายไปต่อหน้าต่อตา ฝางยืนนิ่งรวบรวมสติ หน้าที่ในตอนนี้ของเราคือ ต้องออกจากเรือนนี้เสียที ! “อะไรฝาง ? มองอะไร ? ” สายรุ้งถาม

“เจ้าที่”

คนที่ยังยืนอยู่ข้างล่าง วิ่งเบียดทุกคนขึ้นเรือนทันที “หลีกไปพวกปลวกเพลี้ย ! ”

“โหย ! แม่หญ้าคา บาดคนไปทั่วแล้วยังรกนะยะ ปลวกเพลี้ยอะไรสวยขนาดนี้ ด่ามาได้ ! ” สายรุ้งหัวเราะพลางส่ายหน้า เธอเข้าใจความแตกต่างของมนุษย์เพราะถูกข่มเหงและดูถูกมาจนชาชิน แต่คำใด ๆ ไม่อาจจะทำร้ายสายรุ้งและแม่ได้ ด้วยเราเชื่อว่าเรามีค่าต่อกันและกัน นั่นก็เพียงพอแล้ว



“อิง….หิวไหมลูก ? ” คุณนายไหมทองถามเมื่อเห็นลูกชายขยับตัว

“ให้ฝางเอาข้าวมา ทุกคนออกไปให้หมด” ชายหนุ่มสั่งก่อนจะนอนหันหลังให้มารดา “แต่ ! แม่ว่า”

“หรือคุณแม่จะให้ตำรวจมาลากคุณโสนออกไป ? ”

คุณนายไหมทองหน้างอ หล่อนลุกขึ้นยืนทันที “เออ ! มาขู่แม่ แม่โสนเขาไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย ฉันก็พึ่งรู้ว่าเลี้ยงลูกมาแล้วมันจะเห็นผู้หญิงดีกว่าแม่ตัวเอง ดีกว่าคู่หมั้นตัวเอง ! ”

“หมั้นเองก็แต่งเองสิ ! ”

“พี่อิง ! ” คุณนายไหมทองตะโกนลั่นห้อง

อิงกาลหันหน้ามาสบตามารดานิ่ง “ฟังนะคุณแม่ บ้านนี้เป็นของหมั้นลูกให้ฝาง ใครไม่เกี่ยวลงจากเรือนไปให้หมด อย่ามาเหยียบอีก ”

“อิงกาลสติไปไหนหมด ? ! ”

“ตัดใจเสียเถอะคุณแม่ แล้วทุกอย่างจะจบด้วยตัวของมันเอง”

“ไม่มีทาง ! ฉันเป็นแม่แกนะ ! ”

“งั้นก็เอาใจมาใส่ใจฝาง ไม่ใช่เอาใจใส่แต่ตัวเอง”

“แล้วแม่ฝางเป็นใคร ? ทำไมฉันต้องสนใจมัน ! ”

“เขาคือชีวิตลูกของคุณแม่ ! ”

ไร้เสียงจากทั่วแผ่นดิน ไม่มีเสียงใด ๆ จากผืนฟ้า 4 ชีวิตภายนอกห้องได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน นางฟื้นคลานถอยออกจากที่ที่นั่งอยู่ออกมาอยู่ข้าง ๆ ประตูห้อง กลัวเหลือเกินว่าคุณนายไหมทองจะไม่อาจอดทนกับสิ่งที่หล่อนได้ยินเต็มสองหู

อิงกาลขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน “จะไปไหน ? ” คุณนายไหมทองระงับอารมณ์อย่างที่สุดเมื่อเอ่ยปากถาม

“จะไปเปิดประตูให้ครับ”

“ไม่ต้อง ฉันไปเอง” คุณนายไหมทองไม่รอช้า หล่อนก้าวออกจากประตูไปทันที เมื่อพบทุกคนอยู่ตรงหน้าจึงได้เชิดหน้าขึ้น “แม่ดำ ช่วยหาข้าวปลาดี ๆ ให้เขากิน ดูแลเขาดี ๆ ด้วย เงินทองฉันจะให้คนเอามาให้ รักษาเขาจนกว่าจะหาย ถือว่าฉันขอร้อง ส่วนแม่ฝาง ฉันรู้จักแม่บัวดี หล่อนคงคิดเหมือนแม่เมื่อครั้งที่ฉันขอร้องให้ดูแลพ่ออิง”

“คุณป้า ! ” คุณโสนร้องลั่น เมื่อความพ่ายแพ้มาเยือน

“หายป่วยแล้วค่อยแต่งแม่โสน”

หัวใจพองโตขึ้นมาทันที คุณโสนยิ้มหน้าบาน เชิดหน้าใส่ทุกคน ฝางมองหน้าคุณโสน “เห็นทีต้องรอชาติหน้านะเจ้า”

“หล่อนพูดจริงหรือแม่ฝาง ? ” คุณนายไหมทองถาม

“อะไรคะ ? ” ฝางถามหน้าซื่อ

“ฉันถามว่าหล่อนจะแต่งกับอิงกาลจริงหรือเปล่า ? ”

ฝางหันหน้าไปหาพี่ดำ เธอไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ดำมีสติครบถ้วน แน่ใจว่าน้องรักกำลังโดนใครบางคนครอบงำเป็นระยะ ๆ “อ่อ คุณนายอย่าถือสามันเลย เด็กมันพูดเล่นเท่านั้นแหละจ้ะ ไป ๆ พวกเธอไปทำกับข้าวดีกว่านะ คุณนายฉันจะดูแลให้นะจ๊ะ ฉันลาจ้ะ” ดำรีบยกมือไหวแล้วดุนหลังสายรุ้งและฝางให้เดินเข้าไปในครัว ทิ้งแขกให้จากไปเอง



ฟ้ามืดลงหลังจากที่อิงกาลหลับไป ลืมตาขึ้นรู้สึกเจ็บปวดหัวใจราวกับถูกมีดกรีดเมื่อนึกถึงมารดา เขารู้ดีว่าท่านเจ็บปวดยิ่งนักกับการกระทำของเขา แม่รู้ทุกอย่าง แต่แม่ก็เลือกที่จะขัดขวางงั้นหรือ ?

“ก็เหมือนที่แม่จีบหล่อนรู้ทุกอย่าง แต่หล่อนก็เลือกที่จะทำร้ายจิตใจคนและท่านเองก็ทำไม่ต่างกันอย่างไรเล่า” เสียงใครบางคนลอยมาตามสายลม องค์อังควิภาหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้สะท้อนผลแห่งกรรมให้คนได้เห็น

อิงกาลมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า เขาไม่พูดอะไรออกมาเพราะรู้ดีว่าความในใจของตัวเองถูกล่วงรู้ทั้งหมด ชายหนุ่มก้าวออกจากที่นอนเชื่องช้า พอดีกับที่ดำเดินเข้ามา

“หิวแล้วสินะ เดี๋ยวให้ฝางเอาข้าวเข้ามานะพ่อ”

“ครับ ขอบคุณครับ แต่พี่ดำครับ พรุ่งนี้ช่วยทำอะไรให้หน่อย”

“อะไรหรือ ? ”

“อิงอยากลองกินขนมถ้วยฟู”

“ได้สิ ! เดี๋ยวทำให้กิน หมักแป้งข้าวหมากไว้เหมือนกัน แปลกดีที่พ่ออิงอยากกินพอดีเลย จะได้รีบทำให้นะ คุยกันดี ๆ นะ รู้สึกเขาเข้า ๆ ออก ๆ ร่างเจ้าฝางอยู่” หล่อนบอกแล้วก็รีบวิ่งออกไปจากห้อง อิงกาลเขารู้ดีว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ เชื่อว่าการสงบสติอารมณ์จะทำให้ตัวเองมีพลัง ฝางเดินถือถาดใส่อาหารเข้ามาแล้ววางถาดลงที่พื้น

“ที่นี่ต้องนั่งกินข้าวที่พื้น ไหวไหม ? ”

“ได้สิ กินด้วยกันนะฝาง” เขาฝืนยิ้ม

“ไม่ล่ะ ไม่ได้ตักมาเผื่อตัวเอง กินไปเถอะ”

“ค่ะ….หายอีกแล้วนะ”

“ก็พูดปกติ ทำไมต้องดุ ? ! ”

ชายหนุ่มเดินมานั่งขัดสมาธิลงแล้วเริ่มลงมือตักข้าวเข้าปาก “หยุด ! อย่าไปไหนนะ นั่งตรงนี้ิมีอะไรจะคุยด้วย” เขาตบที่พื้นไม้เบา ๆ เพื่อเรียกให้หล่อนนั่งลง ฝางว่าง่ายไม่อิดออด หล่อนนั่งพับเพียบลงตรงหน้า

“ได้ยินใช่ไหมเรื่องหมั้น ? ”

“ใช่….แหวนมีเพชรเต็มไปหมด” ฝางก้มหน้าพูด

“ไม่ใช่อันนั้น เรื่องหมั้นของเรา”

“ใครเขาหมั้นกันบ่อย ๆ ? ”

“อิงกาลนี่แหละจะทำ จริง ๆ ต้องขอพี่ดำเพราะเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียว แต่พี่ต้องถามเราก่อน นอกจากบ้านแล้วอยากได้อะไรอีกไหม ? “ ชายหนุ่มถามพลางเคี้ยวข้าวอย่างสงบ “หมั้นไปทำไมล่ะ ? ”

“เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องภพชาติ เราอยู่ยุคไหนแล้วฝาง ทำไมต้องยอมให้ใครก็ไม่รู้มากำหนดความเป็นความตายทุกวันพระ พี่ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วและฝางต้องช่วย”

“ทำไมต้องเป็นเรา ? ”

คำว่า ‘เรา’ ทำให้อิงกาลสะอึก เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าคุยกับใครอยู่ “ขอดูมือหน่อย” ฝางแบมือขวาให้ดูทันที อิงกาลคว้ามือหล่อนไว้ก่อนจะดึงหล่อนเข้ามากอด ฝางพยายามดิ้นรนหากแต่สู้แรงเขาไม่ไหว “อยู่นิ่ง ๆ ” มือใหญ่ของอิงกาลเอื้อมดึงสร้อยพระเส้นใหม่ที่มารดาคล้องให้ตอนหลับข้ามไปสวมคอให้ฝางทันที อะไรบางอย่างแผ่กระจายพลังครอบคลุมร่างบางไว้ ฝางรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นทั้งจากกายของชายหนุ่มและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากสร้อยพระ “ไม่ว่าผีหรือเทวดา ไม่ว่าบังคับหรือดลใจกันอยู่ที่ไหน ฝางจะรอดพ้นได้เพราะสติและความรักความปรารถนาดีของพี่ คุณพระรักษานะ เราเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลัง” ชายหนุ่มกระซิบเบาที่ใบหูของฝาง เขากอดหล่อนไว้แน่นด้วยความรู้สึกทั้งหวาดกลัวและหวงแหน

“อะไรนะ ? ” ฝางดันร่างของอิงกาลออกห่างอีกครั้ง

“ก็ให้สร้อยเฉย ๆ ไม่มีอะไร ส่วนของหมั้นพี่จะจัดให้ทุกอย่าง บ้านนี้ก็จะคืนให้เป็นของหมั้น ดังนั้นไม่ต้องไปอยู่บ้านใครนะครับ หรือต่อให้อยากไปจริง ๆ ฝางก็ต้องเจอพี่อยู่ดี”

“ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ ? ”

“บ้านที่จะไปเช่ามันเป็นของพี่” คนพูดยิ้มจาง นึกสงสารฝางไม่น้อย หล่อนหน้าซื่อและดูท่าทางตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยิน

“มีที่ไหนที่คุณในเรือนไม่ได้เป็นเจ้าของ ฝางจะไปอยู่ที่นั่น”

“ฝาง….พี่มีสมบัติมากกว่าที่ตัวเองรู้อีกนะ ไม่ได้โอ้อวดแต่มันจริง พี่รู้แล้วว่าฝางจะไปอยู่ที่ไหน หรือต่อให้ไม่รู้พี่ก็จะไปซื้อมันให้หมด” สายตาของชายหนุ่มจริงจัง

ความจริงพวกนี้ทำให้ฝางรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของแผ่นดิน หรืออาจจะเป็นเจ้าของหัวใจเราด้วยหรือ ? อ่อนแอนักฝาง ถูกอำนาจเงิน อำนาจความผูกพันครอบงำอย่างนั้นหรือ ? หากแม่ยังอยู่ เราจะเชิดหน้าหนีคำอ้อนวอนเหล่านี้ได้แน่นอน

ศักดิ์ศรีหายไปไหนหมด ทำไมรู้สึกว่าตัวเองไร้ราก !




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 14 สิงหาคม 2563 9:44:57 น.
Counter : 64 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.