อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 17 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

17



“คุณแม่กลับเรือนไปเถอะครับ อิงจะอยู่ที่นี่สักพัก อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก คุณแม่ก็ทราบว่าเรือนนี้เป็นชื่อของอิง” คุณนายไหมทองหายใจหอบ หล่อนนึกเสียใจที่ยกสมบัติให้ลูกเร็วเกินไป ความผิดพลาดเห็นจะเป็นเพราะสามีของหล่อนที่จากไปเร็วเกินไป ทุกอย่างจึงจำเป็นต้องอยู่ในมือของลูกชายคนเดียว

“อย่าโกรธเลยนะครับ บ้านนี้คือหน้าที่ของอิง ส่วนเรื่องนินทาเสีย ๆ หาย ๆ เป็นเรื่องของคนพูดไม่เกี่ยวกับอิงและคนที่นี่ ใครอยู่ตรงนั้น เอารถคุณแม่ออก ! ” ชายหนุ่มสั่งแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของฝางทันที ทิ้งมารดาให้ยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง

“เกินเยียวยาแล้วอิงกาล ความงดงามมันบดบังสายตาลูกสินะ” คุณนายไหมทองพูดเบาในความมืด ร่างบางปรากฏขึ้นบนเรือน หากแต่ไม่มีผู้ใดมองเห็น อันน์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ คนในสองเรือนนี้กำลังจะสร้างปัญหาให้ตัวเองเพียงเพราะเชื่อในเหตุผลของตนเองเท่านั้น คนที่นอนอยู่บนเตียงจะได้ยินหรือไม่ ? หล่อนกำลังจะถูกใครบางคนกำหนดชะตาชีวิตที่เหลือ

“อย่ามาปรักปรำเราอันน์ เวรกรรมผู้ก่อเท่านั้นจึงสมควรจะได้รับ”

อันน์หันหน้าไปมองร่างงามระหงที่ปรากฏขึ้น “องค์เองทำการนี้เพื่อต่อสายป่านแห่งเวรกรรมหรือทำเพื่อให้หัวใจองค์เองสมหวังในรักกันแน่เจ้าข้า ? ”

สายตาของอันน์เกรี้ยวกราดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาของอีกคนแรงกล้าไม่แพ้กัน สายลมแห่งความโกรธาหอบใบไม้แห้งและฝุ่นคลุ้งขึ้นเรือนในทันที “ตายแล้ว ฝนมาแล้ว ! ” ดำเห็นเหตุการณ์ที่แม่ลูกทะเลาะกัน หากแต่ไม่ได้เห็นสองร่างจากสรวงสวรรค์ที่กำลังยืนประจัญหน้ากัน ! แสงจากอีกภพที่มนุษย์มองไม่เห็นและความมืดเมื่อฟ้ากำลังส่งสายฝนลงมาตัดกันอย่างงดงาม หากแต่เต็มไปด้วยความรุนแรงแห่งอารมณ์ที่ปะทุราวกับเปลวไฟ ! คุณนายไหมทองรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด หล่อนวิ่งลงจากเรือนไม่รีรอเพราะจมูกได้กลิ่นอบร่ำฟุ้งกระจาย ความหอมนี้เหมือนกลิ่นควันเทียนและไม้หอมหลากพันธุ์ปนกัน หากแต่หวานล้ำราวกับไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ ความเงียบเข้าครอบงำเรือนฝาง มีเพียงสายฝนที่กำลังพัดกระหน่ำลงมาร่ำร้องอยู่เพียงลำพัง



เมื่อหลบฝนเข้ามา ดำก็นั่งพับเพียบอยู่ไม่ห่างจากเตียงนอนของญาติผู้น้อง

“หิวไหมพ่ออิง ? ” ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิลงข้าง ๆ พลางถอนใจ “ครับพี่ดำ แต่ไม่ต้องรีบร้อน มีอะไรก็กินได้ครับ”

“จะเป็นอย่างไรต่อไปพ่อคุณ ? ที่ทำลงไปวันนี้มีผลกับชีวิตของเจ้าฝางแน่นอน คิดดีแล้วหรือ ? ”

“อย่ากลัวไปเลยครับ อิงโตพอจะออกเรือนได้ คุณแม่ก็ทำทุกอย่างด้วยความรักและหวงแหนเท่านั้น อิงไม่เคยสนใจคำครหา สนใจก็แต่คนบนเตียง เข้าใจว่าฝางเลือกและคิดดีแล้ว แต่การย้ายออกไปจากที่นี่จะทำให้ลำบากกันทั้งคู่ครับ”

“ยากจะแก้นะพ่ออิง เขาไม่ไหวถึงไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ใคร ๆ ก็อยากมีชีวิตดี ๆ จริงไหมพ่อ ? ”

“ครับพี่ดำพูดถูกทุกอย่าง ขอเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้นครับ ท้องร้องซะแล้ว เราไปหาอะไรกินในครัวกันได้ไหมครับ ? ” ดำพอจะเดาใจอีกคนออก ชายหนุ่มตัดบทเพื่อเลี่ยงอีกหลายคำถาม เราหรือใครเป็นผู้กุมดวงชะตา ดำก็ไม่อยากปักใจเชื่อทุกอย่างไปหมด จะรอดูว่าคนอย่างอิงกาลจะดลบันดาลอะไรได้ด้วยเงินทอง เขาจะเหมือนมารดาหรือจะแตกต่างเพียงใดก็สุดรู้



“ฝนตกหนักนะคะคุณนาย พรุ่งนี้น้ำคงปริ่มตลิ่งเชียว” แม่ฟื้นคนสนิทเอ่ยเมื่อกำลังจัดแจงเตียงนอนให้ผู้เป็นนาย “ป่านนี้คุณอิงคงนอนสบายใจในเรือนสาวน้อยนั่นแล้ว” คนพูดหัวเราะเมื่อนึกถึงสีหน้าของคุณนายไหมทองเมื่อตอนกลับมาถึงบ้าน

“มีลูกคนเดียวนี่มันลำบากนะแม่ฟื้น ฉันให้เขาหมดทุกอย่าง แต่ฉันกลับบังคับเขาไม่ได้เลย แต่เท่าที่ฉันรู้จักแม่ฝางมา ยังไงเสียหล่อนก็ยอมเสียบ้านแน่นอน”

“คุณดูเอ็นดูหล่อนนะคะ”

“ไม่ใช่หรอก บางอย่างแม่ฝางก็เหมือนฉัน เด็ดเดี่ยวทีเดียว ปัญหาในตอนนี้คือ พ่ออิงจะเอาหล่อนมาทำเมียแต่งให้ได้ แล้วฉันจะเอาแม่โสนไปไว้ที่ไหนกัน ? ”

“แหม ! จะยากอะไรละคะ ก็เอาทำเมียเสียทั้งสองคน ผู้ชายที่ไหนก็ชอบค่ะท่าน” แม่ฟื้นหัวเราะ “แต่ไม่ใช่พ่ออิง หล่อนอย่ามาดูถูกลูกชายฉัน”

“ดิฉันขอโทษค่ะ แต่คุณโสนก็ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ นะคะท่าน”

คุณนายไหมทองหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด “ใช่ ! แม่โสนเองก็เหมือนฉันตรงนี้ พรุ่งนี้ให้คนไปเชิญมาด้วย ออกไปเสียฉันจะนอน”

คนเดินจากไปมองเห็นความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นเบื้องหน้า แม่ลูกกำลังทำสงครามเพราะมีความต้องการต่างกัน โลกนี้วุ่นวายเพราะเงื่อนไขเสมอ ยิ่งเกิดมานาน ยิ่งสร้างความยุ่งยากได้มากกว่าเด็กพึ่งเกิดจริง ๆ



ฝางเดินออกมาจากห้องนอนจึงได้พบกับอิงกาลที่กำลังเดินสวนขึ้นมาจากบันไดหน้าเรือน ชายหนุ่มยิ้มกว้างพลางยื่นดอกแก้วช่อหนึ่งให้ “ฝนตกหนัก หลับสบายไหมครับ ? ข้าวปลาไม่กิน ไม่ป่วยแต่ก็ไม่ตื่น คงสบายตัวนะ”

ฝางยื่นมือไปรับหน้านิ่ง “ขอบคุณค่ะ มีธุระอะไรแต่เช้า ? ”

“ไม่มีครับ พี่ค้างที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนในฐานะเจ้าของเรือนไง”

ฝางก้มหน้าลงทันที ไม่มีคำกล่าวใด ๆ ออกจากปาก สะเทือนใจนักหากแต่พูดอะไรไม่ได้ เดินลงจากเรือนทันที “ไปเรียนหนังสือตั้งใจหน่อยนะนางฟ้า พี่รอได้ ! ” ฝางหันหน้ากลับมามองเขานิ่ง แล้วจึงหันหลังกลับไป

ดำเดินเข้ามาใกล้ เมื่อฝางกำลังจะออกจากรั้วบ้าน

“ใจคอจะไม่พูดอะไรเลยหรือ? ”

“ของเขา….พูดไปก็เสียเวลาค่ะ”

“พี่ดำขอโทษนะที่ทำอะไรไม่ได้ เขานอนห้องที่ว่างอยู่ ข้าวของก็ขนมาเต็มไปหมด เราจะย้ายกันวันไหนฝาง ? ” ดำถามไปอย่างนั้นเอง รู้อยู่เต็มอกว่าอีกคนกำลังหาทางฉุดรั้ง “กำลังจะไปหาเจ้าของบ้านเช่าอีกรอบวันนี้แหละ แล้วจะบอกนะคะ ฝางไปเรียนก่อน” หญิงสาวยกมือไหว้แล้วเดินออกไปทันที



ดำเดินขึ้นไปบนเรือน เห็นอิงกาลนั่งนิ่งพิงเสาเรือนอยู่กลางชานอย่างใช้ความคิด

“พ่ออิงทุกข์หรือไม่พ่อ ? ” ชายหนุ่มสะบัดหน้าขับไล่ความกังวลออกไปจากสีหน้าของตัวเอง “ อย่าโกรธอิงนะครับ ถ้าทำอะไรลงไปในวันหน้า อิงอยากอยู่กับฝาง”

ดำนั่งลงข้าง ๆ ทันที “เอาจริงหรือพ่อ ? ฝางมันไม่ใช่คนธรรมดานะ และคนที่บ้านพ่อก็คงไม่ธรรมดา คุณแม่ของพ่ออิงคงไม่ปล่อยให้พ่ออิงทำอะไรแน่ ๆ ”

“ให้ทำสิครับ คุณแม่เคยบอกว่าถ้าเอาฝางทำเมียได้แล้วค่อยมาคุยกัน แต่อิงยังไม่มีปัญญา จะใช้เล่ห์กลก็กำลังกังวลว่าจะไม่พ้นสายตาของคนแถวนี้ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร มันไม่ควรมีการบังคับ อิงก็มีสติคิดได้เหมือนกันครับ”

“ใครพ่อ ? ใคร ? ! ” คนถามหน้าตื่น

“พี่ดำครับ อิงอาจจะกำลังพูดเรื่องที่ยากจะเชื่อ แต่มันจริง ฝางมีนางฟ้าติดตามดูแลมาตั้งแต่ยังเด็ก อิงเห็นกับตา แล้วก็มีอีกคนที่ซ่อนอยู่ในตัวฝาง คนนี้เกลียดอิงเข้าไส้ จะว่าผีก็ใช่ จะว่านางฟ้าก็ไม่เชิงครับ คงมีอำนาจมาก”

คนฟังกลืนน้ำลายลงคอ ทำไมจะไม่เชื่อในเมื่อตัวเองก็ฟังเจ้าฝางพูดจาแปลก ๆ มาตั้งแต่ยังเด็กเหมือนกัน เพียงแต่หาคนพูดเรื่องเดียวกันด้วยไม่ได้ ขืนไปพูดกับพี่บัวแม่ของฝางมีหวังได้โดนไล่ออกจากบ้าน “รู้มาบ้างพ่อ เชื่อสนิทก็วันนี้แหละ แล้วจะยังไงต่อ เขาหมายจะเอาชีวิตพ่อเลยหรือ ? ”

“ก็คงอย่างนั้น ชาติก่อนคงทำเขาไว้มาก ถึงได้เกลียดกันขนาดนี้”

“เอาพระมาไล่ดีไหมพ่อ ? เขาว่ากันว่าพ่อขมแอบร่ำเรียนวิชาพวกนี้มานานแล้ว พักหลัง ๆ มานี่ไปไล่ให้หลายบ้าน เราจะเอาพระหรือพ่อขมดี ? ”

“คงไม่ขนาดนั้นครับ บางทีก็รู้สึกว่าเขาช่วยอิงให้สมหวังเรื่องฝาง แต่บางทีก็ดูดุ ดูแค้นอิงมาก ๆ ก็เลยกลัวอยู่บ้าง มาคิดดูดี ๆ แล้วถ้าจะฆ่าแกงกันเขาน่าจะทำมานานแล้ว แต่นี่ดูเหมือนไปลงที่ฝางด้วย ที่ย้ายออกจากเรือนกรรณิการ์มาเพราะจะได้ทำอะไรง่าย ๆ นี่แหละครับ อย่างน้อยที่นี่ก็มีนางฟ้าหรือเจ้าที่เจ้าทางที่เป็นมิตรกันอยู่บ้าง” ชายหนุ่มอมยิ้มเมื่อนึกถึงพี่อันน์ของฝาง คนพูดดูมีสติ เรื่องแบบนี้เกินจะเชื่อเหมือนกัน แต่ดำเองก็เชื่อเพราะเจอมาเองกับตัวด้วย “ที่ว่าเหมือนจะมาลงที่ฝางด้วย มาลงยังไง ? ”

“ใช้ร่างฝางบอกความในใจครับ”

“มันก็จริง ก่อนตาแก้วออกจากบ้านนี้ แกเล่าว่าแม่ฝางเมื่อยังเด็กบอกว่าเคยไปเรือนกรรณิการ์ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นฝางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเรียกเรือนพ่ออย่างนี้ คนที่จะเรียกเรือนกรรณิการ์ได้มีแค่คนในสมัยรัชกาลที่ 2 หรือไม่ก็คนในครอบครัวพ่ออิงเอง”

“ครับ….น่าจะเกี่ยวกับภพชาติเพราะ....”

“เพราะอะไรพ่อ ? ! ”

“มีคนบอก…..มีคนตายที่เรือน เป็นบ่าวเรือนกรรณิการ์” อิงกาลนึกถึงนายไม้ทันที แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ดำฟังเพราะเกรงว่าหล่อนจะรับไม่ไหว

“คนตายก็มีทุกที่แหละพ่อ ไม่เห็นแปลกเลย”

“ครับ เอาเป็นว่ามี ตอนนี้อิงกำลังคิดว่า ทำยังไงจะทำให้คนที่กำลังโกรธเกลียดเย็นลงได้บ้าง ด้วยมือเปล่านี่แหละ เรื่องประหลาดในโลกมันมี ก็ต้องหาทางดู”

“ความรักไงพ่อ….ความรักเท่านั้นจะบรรเทาความโกรธเกลียด”

อิงกาลสบตาพี่ดำนิ่ง คนตรงหน้าเขาตอนนี้มีค่าจริง ๆ หล่อนคิดอะไรในทางบวกเหลือเกิน ในตอนนี้ความคิดของพี่ดำทำให้หัวใจของเขาชุ่มชื่น เหมือนแผ่นดินหลังฝนตกหนักเมื่อคืนเสียจริง ๆ “พี่ดำครับ ช่วยไปตามสายรุ้งมาอยู่ด้วยกันสัก 2-3 วัน และช่วยรั้งฝางไม่ให้ย้ายออกจากเรือนก่อนวันพระหน้าได้ไหมครับ ? ”

“ทำไมต้องเป็นแม่รุ้ง ? ”

“ฝางขี้เกรงใจคน ส่วนรุ้งก็เอาใจคนเก่ง เมื่อมาอยู่รวมกัน อิงจะจัดการได้และอีกสองคนจะสร้างปัญหาได้น้อยลง” ชายหนุ่มอมยิ้ม

“สองคนที่ว่าผีหรือคนเจ้า ? ”

“สองคนเท้าติดดินที่กำลังจะมาจากเรือนกรรณิการ์”

“แม่เจ้าโว้ย ! ทำไมมันยุ่งอย่างนี้ล่ะพ่อ ? ”

“ชีวิตถ้าไม่มีปัญหาเลย เราก็คงไม่ได้เกิดมาแก้ไขหรอก ตอนนี้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเราคือ คำตอบและทางออกทั้งนั้นครับ”

ดำหันไปมองรอบกาย ความกลัวเข้าครอบงำใจในทันที ตอนนี้เธอก็ต้องกลายเป็นคนที่ต้องรู้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้พ่ออิงสินะ กลิ่นอะไรบางอย่างอวลไปทั่วเรือน หอมหวานเหมือนกลิ่นดอกแก้วและดอกไม้ที่ไม่อาจจะบอกประเภทของมันได้

ไก่พึ่งจะขันได้ไม่นาน เหตุใดจึงรู้สึกเหมือนความมืดกำลังเข้าครอบงำอีกแล้ว อิงกาลมองไปรอบเรือนไม่ต่างกัน เขายิ้มส่งให้ใครบางคนที่นั่งเอกเขนกอยู่หัวบันไดหลังเรือนอีกฝั่ง “มาส่งขอรับ ขึ้นมาได้เพียงเท่านี้ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก มีเวลาอีกไม่กี่วัน กุมหัวใจนางให้ได้นะพ่อ มีวันเริ่ม….ก็มีวันจบเจ้าข้า” นายไม้ยิ้มจนเห็นฟันดำ



“ว่าไงฝาง ! ” เสียงคุ้นหูทักเมื่อนั่งลงข้าง ๆ เพื่อนร่วมห้อง

“ฝางจะย้ายเข้าเสาร์นี้ได้ไหมจ๊ะน้ำมนต์ ? ”

ลูกเจ้าของบ้านใหม่ที่ฝางไปเช่าอึกอักอยู่นาน “คืองี้นะฝาง พ่อขายต่อให้คนอื่นแล้ว แต่เจ้าของใหม่เขาให้เช่าได้นะ ตามที่ตกลงกันนั่นแหละ เราจะทำสัญญาเช่าต่อให้อีกที แต่ตอนนี้เขายังไม่ให้ย้ายเข้าจ้ะ”

“งั้นก็ไม่ใช่เรือนของเธอแล้ว”

“แปลกดีนะ ฝางใช้คำว่าเรือน นี่มันยุคไหนแล้ว ? พูดจาเหมือนคนที่เป็นเจ้าของใหม่เลยล่ะ” คนตอบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าของฝางไม่ค่อยดี “แต่เอาน่า ! เขายอมลดค่าเช่าบ้านให้ฝางนะ แต่ขอให้ย้ายเข้าเดือนหน้า เขาจะปรับปรุงบ้านให้ก่อนจ้ะ”

ฝางก้มหน้านิ่ง ลมเย็นพัดผ่านกายแม้เบาเพียงลมหายใจ แต่ฝางรู้สึกว่ามันกำลังหอบกายทั้งหมดของเธอออกไปจากใจ

“อย่าโกรธเลยนะเพื่อน เจ้าของบ้านเก่าของฝางเขาคงไม่ใจร้ายให้ย้ายออกทันทีไม่ใช่เหรอ เราได้ยินมา ไม่สิ ๆ เราเชื่ออย่างนั้น” น้ำมนต์เอามือปิดปากตัวเองแน่น ความลับที่ซ่อนไว้เกือบจะหลุดออกไป แต่ฝางยังนั่งนิ่ง ไม่ได้สนใจอาการใด ๆ ของน้ำมนต์เลย

“ไม่เป็นไรจ้ะ ขอบใจมาก” ฝางลุกขึ้นจากที่นั่งช้าแล้วเดินจากไป

“อะไรก็ไม่รู้ ! พ่อนะพ่อทำให้ฝางเสียใจ จะขายใครไม่ขาย ไปขายให้ลูกคุณนายไหมทอง นั่นมันเจ้าหนี้ไอ้ฝาง เฮ้อ ! พี่แกก็ทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ งานนี้มีรวบหัวรวบหางกันแน่เชียว ย้ายออกจากบ้านเขา แต่ต้องย้ายกลับเข้าบ้านเขาอีก ฝางรู้คงจุกจนพูดอะไรไม่ออก น่าสงสารจังเลย” เรื่องบางอย่างยากจะควบคุมเมื่อเงินกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญของคนยุคนี้ ต่อให้พร่ำบ่นอย่างไร เราก็ต้องยอมจำนน

แดดร่มลมตกยามนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจของฝางรู้สึกผ่อนคลาย หนทางข้างหน้าจะนำไปยังบ้านที่คุ้นตา หากแต่วันหน้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว จนใจเหลือเกินเมื่อชะตาปิดโอกาสให้หลบหนีจากสิ่งที่ทำให้ตัวเองทุกข์ เมื่อบ้านไม่ใช่ของเรามันจึงกลายเป็นความทรมานนัก “ทนอีกหน่อยนะฝาง ถ้าแม่อยู่ แม่ก็คงทำอย่างนี้ ยังดีที่ยังเหลือตัวเอง แล้วก็ยังมีเงา” น้ำตาไหลออกจากดวงตาคู่งาม เมื่อความประตูแห่งอดทนถูกเปิดออกมาจากหัวใจ ความรู้สึกเสียดายเอ่อล้นอย่างหาที่สุดไม่ได้ ริมฝีปากบางเม้มข่มความเสียใจไว้ด้วยความพยายามอย่างที่สุด

ฝางสะอื้นตัวโยนขณะที่สองเท้าก็ยังไม่ยอมหยุดเดิน ถนนระหว่างทางที่เดินอยู่ไร้ผู้คน ความหดหู่เข้าครอบงำหัวใจอยู่เงียบ ๆ จนทำให้ฝางได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเองดังเหลือเกิน มืองามปาดน้ำตาของตัวเองออกทันทีเมื่อได้สติ “จะร้องไห้ให้พี่ดำเห็นไม่ได้นะฝาง ไม่ได้เด็ดขาด ! ” หล่อนกลั้นเสียงสะอื้นไว้ รีบเดินมุ่งสู่เรือนตน



“จ๊ะเอ๋ ! นางฟ้ามาแล้ว ! ” สายรุ้งกระโจนเข้าใส่เพื่อนรักแล้วกอดเธอ “มาก็ดีแล้ว รุ้งจะมาขออาศัยอยู่ด้วยสัก 2-3 วันนะฝาง แม่ไปเยี่ยมญาติแก อยู่คนเดียวกลัวผี นะ ๆ ขออยู่ด้วยคน” ฝางสบตาเพื่อนรักนิ่ง เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะอนุญาตให้ใครมาอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว “รุ้ง…..ต้องขอคุณในเรือน”

“หมายถึงพี่อิงเหรอ ? ”

“ใช่ เขามาอยู่ที่นี่แล้ว คงอยู่บนเรือน” ฝางชี้นิ้วไปที่เรือน รอยยิ้มของเพื่อนรักดูเศร้าสร้อยนัก สายรุ้งดูหล่อนออก เธอถูกคนจากเรือนกรรณิการ์สั่งให้มาที่นี่ก่อนที่พี่ดำจะวิ่งไปบอกด้วยซ้ำ ดำเองก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ถึงความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ดำไปบอกสายรุ้งให้มาค้างที่เรือนตามคำสั่งของอิงกาล การเล่นละครของสายรุ้งกำลังจะเริ่มขึ้นด้วยความเชื่อเดียวที่มีอยู่ อิงกาลคงอยากดึงตัวฝางไว้ อย่างน้อยก็หวังดีต่อกัน เราก็ได้ประโยชน์บ้างจะเป็นไรไป

“แย่จัง ! แต่ไม่เป็นไรหรอก พี่อิงใจดี ต้องให้อยู่แน่ ๆ ไปกัน ! ”

“ถ้าเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจเถอะ ฝางยังไงก็ได้ ดีใจด้วยซ้ำไปที่รุ้งจะมาอยู่ด้วย”

คนยืนอยู่ในสวนมองเห็นทั้งสองคนอย่างชัดเจน เขายืนกอดอกดูอยู่เงียบ ๆ ภาพของผู้หญิงที่เขาเห็นมาหลายปี วันนี้เปลี่ยนไปมาก หล่อนงดงามอย่างประหลาดและประหลาดขึ้นทุกวัน การได้ยืนมองอยู่ไกล ๆ อย่างนี้ทำให้อิงกาลรู้สึกภูมิใจในการได้เป็นเจ้าของเรือนนี้นัก จะมีสักกี่คนที่ได้อยู่ใกล้หล่อนขนาดนี้และต้องไม่มี !




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 11 สิงหาคม 2563 9:35:58 น.
Counter : 66 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.