Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 

... นางคอย ๒ (คืนนคร) ...









๏ กลิ่นเทียนธูปในห้องพระยังคละคลุ้ง
ผสมปรุงกลิ่นไอมาลัยร่ำ
เสียงสวดมนต์เพียงแผ่วพอยินคำ
แต่หัวค่ำ..ของคนอยู่บนเรือน




๏ จากข่าวล่วงสู่หลังเมื่อครั้งบ่าย
ก็วุ่นวายอกใจหาใดเหมือน
เมื่อฟ้าพรุ่งกองทัพจะกลับเยือน
ประกาศชัยให้สะเทื้อนไปทั่วแดน

๏ โอ้พี่เอย…แต่ครั้งเมื่อจำพราก
ให้ลำบาก..อกน้องคำนึงแสน
พี่สู้ศึกออกตัวไม่กลัวแกลน
ด้วยสมแม้นเลือดหมายแห่งชายชาญ

๏ ปวงเทวาเดชะบุญพระคุณเจ้า
ที่น้องเฝ้าส่งดวงจิตอธิษฐาน
ขอจงดลมีชัยเหนือภัยพาล
ผู้รุกรานแผ่นดินจงสิ้นไป

๏ คอยเถิดคอยพบกันในวันพรุ่ง
เมื่อขอบคุ้งเจิดจ้าสู่ฟ้าใหม่
จะรับขวัญผู้เป็นห้วงแห่งดวงใจ
กลับเวียงชัยดั่งมั่นคำสัญญา




๏ สองมือลูกประนมลงก้มกราบ
ด้วยกำซาบคงเพราะคุณบุญรักษา
จึงประสิทธิ์อวยชัยทัพให้กลับมา
ขับไพรีบีฑาจนปราชัย




๏ ขอบฟ้างามรุ่งรางด้วยสางเรื่อ
หอมกลิ่นเจือข้าวหุงเพิ่งสุกใหม่
ผสมฟืนควันเขม่าจากเตาไฟ
ที่พาไหลลอยเคลื่อนจากเรือนครัว

๏ พอแดดสายทอดตัวลงทั่วถึง
ก็อื้ออึงเสียงหัวเราะแลยิ้มหัว
ในยามนี้ข้าราษฎร์พ้นหวาดกลัว
ทุกแห่งทั่วล้วนสิ้นแต่ยินดี

๏ สำรับเพล..เรียงรายถวายพระ
เนื่องวาระจักซ้องสวัสดิศรี
คืนร่มเย็นอโยธยาทั่วธานี
เหล่าไพรีเพลี่ยงพล้ำอย่ากล้ำกราย

๏ จนเสียงย่ำรัวกลองดังก้องกึก
เหล่าขุนศึกผู้นำประจำค่าย
ค่อยเคลื่อนพลอาวุธนำประจำกาย
แต่ละนายผ่านสู่ประตูวัง

๏ เหล่าผู้คนต่างตื่นไปต้อนรับ
คณานับชื่นใจเฝ้าไหลหลั่ง
ต่างยินดีโห่ร้องจนก้องดัง
ทั้งสองฝั่งขบวนบาทที่ยาตรา




๏ เห็นขบวนเคลื่อนแห่คนแซ่ซ้อง
ก็จดจ้อง..คอยแต่ชะแง้หา
อยู่ไหนหรือกองประจัญพระบัญชา
เป็นกองหน้าบุกล่วงทะลวงฟัน

๏ อกใจน้องจดจ่อแต่รอเห็น
เช้าล่วงเย็นจดจ่อแต่รอขวัญ
จะผ่ายผอมแผกไปเยี่ยงไรกัน
อีกหวั่นหวั่นบ้างหรือต้องศาสตราใด

๏ จนเห็นชายธงพัดสะบัดริ้ว
ก็หวิวหวิวตื้นตันจนสั่นไหว
พี่เอย..ย่อมรู้แม้อยู่ไกล
จนผ่านใกล้ให้เห็นอยู่เต็มตา

๏ คือหนึ่งร่างทรนงผู้องอาจ
สมศักดิ์ชาติชายชาญผู้หาญกล้า
ค่อยเยื้องก้าวนำพล..บนอาชา
งามสง่าสมแท้..ศักดิ์แม่ทัพ

๏ ชะรอยหรือ..สื่อคำนึง..จะถึงพี่
ว่าเห็นมี..ตาสองคอยจ้องจับ
จึงสบตาทอดฉายประกายวับ
ต่างรู้รับเต็มตื้นด้วยชื่นใจ

๏ ตาสบตา..ซาบซึ้งแต่เพียงสอง
แม้มิต้องเอ่ยนำสักคำไข
ก็ประจักษ์ต่างคำนึง..ถึงปานใด
เมื่อหนึ่งไกล..ทิ้งหนึ่งร้างตั้งตารอ

๏ จบขบวนเคลื่อนพลได้พ้นผ่าน
ด้วยความหวัง..คงไม่นานอีกแล้วหนอ
จะกลับเรือนคอยคู่..อยู่เคลียคลอ
ฝากคำต่อพี่อีกครั้ง..นางคำนึง















 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2557
3 comments
Last Update : 3 กรกฎาคม 2557 17:12:55 น.
Counter : 1009 Pageviews.

 

งดงามไพเราะมากค่ะ

 

โดย: นานา IP: 14.207.166.82 3 กรกฎาคม 2557 18:39:13 น.  

 

เพราะมากเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ

 

โดย: lovereason 4 กรกฎาคม 2557 1:14:00 น.  

 

ไพเราะมากค่ะคุณเพรง

จะรอติดตามอ่านผลงานใน นางคอย ต่อไปค่ะ หาอ่านแนวนี้ไม่ค่อยได้ อ่านแล้วทำให้นึกถึงสมัยที่เรียนวรรณคดีไทยค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: ฟ้าเวียงพิงค์ 5 กรกฎาคม 2557 0:00:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เพรง.พเยีย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




... ฝนปรอย กับรอยยิ้ม ...



1.
๏ ละอองสายฝนชื่นจากคืนค่ำ
คงโปรยร่ำหยาดปรุงจนรุ่งสาง
หอมเอยหอม..กลิ่นไอยังไม่จาง
หอมบางบาง..ชื่นใจของไอดิน

๏ ร่วงจากฟ้าสู่พื้น..เพื่อชื่นฉ่ำ
โปรยหยาดน้ำทอดตัวไปทั่วถิ่น
เสียงเปาะแปะ..ไกล..ใกล้..เมื่อได้ยิน
ราวเพลงพิณร่ายดล..จากคนธรรพ์

2.
๏ ตรงเบื้องหน้า..ริมชาน..ลานลั่นทม
ลานอารมณ์ซ่อนโลก..ยามโศกศัลย์
ร้อนแล้ง..เย็นเยียบ..และเงียบงัน
สะท้อนวันเก่าเก่ากับเฝ้าคอย

๏ เนิ่นนาน..บนทางอันว่างเปล่า
กี่ครั้งเจ้า..บานรอจนร่วงผล็อย
ดอกสีขาวราวช้ำ..ซ้ำซ้ำรอย
เมื่อระทม..ด้วยพลอยแต่น้อยใจ

๏ หากยามนี้กลีบดอกเจ้าออกแย้ม
เมื่อแตะแต้มด้วยร่ำหยาดน้ำใส
เปาะแปะเมื่อพบ..กระทบใบ
เหมือนเจ้าไหว..ตามจังหวะเริงระบำ

3.
๏ สิ้นสุดแล้วสินะ..ความร้อนแล้ง
ที่ทิ่มแทงทุกคราวแห่งก้าวย่ำ
วนเวียนในกรอบกรงแห่งทรงจำ
ที่ตอกย้ำ..กำซาบกับภาพเงา

๏ พร้อมสายฝนชะล้าง..บางความหลัง
ฉันกำลังยิ้มรับให้กับเจ้า
เมื่อนึกถึงยิ้มบางบาง...ที่แบ่งเบา
ยิ้มของเขา..ฝากประทับ..ลงกับใจ

๏ มิต่างเลย..ชื่นปรายแห่งสายฝน
ดับทุกข์ทน..ด้วยหยาดสะอาดใส
จึงรู้ว่าชื่นเย็นเป็นเช่นไร
เมื่อเชื้อไฟมอดพ้น..ทุรนทุราย

๏ มิต้องมีหวานใดมาปรุงแต่ง
หรือเสกแสร้ง..งดงามด้วยความหมาย
มิต้องมีใดสรร..มาบรรยาย
ก็พร่างพรายงดงามด้วยความจริง

๏ ผ่านรอยยิ้ม..แทนคำ..แทนคุณค่า
ก็คล้ายว่า..โลกตรมเคยจมดิ่ง
กลับเต็มตื้นอุ่นแอบ..เมื่อแนบอิง
พร้อมพักพิงบนทาง..เพื่อวางใจ

๏ ละลายสิ้นในอุบัติเคยกัดกร่อน
ลบภาพตอน..เก่าเก่าเคยเผาไหม้
พร้อมสายฝนหล่นปรอย..แต่นี้ไป
จะหลั่งไหลแต่ยิ้ม..แห่งยินดี

๏ ขอบคุณในเจ้าของ..รอยยิ้มนั่น
มาแบ่งปันจนเกิด..รอยยิ้มนี่
ตามหัวใจใสสะอาดขึ้นวาดวี
พร้อมแต่นี้คร่ำครวญ..ไม่หวนคืน..
Friends' blogs
[Add เพรง.พเยีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.