สิ่งที่มีค่า.....ยิ่งกว่าความรัก
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

เดินทางสู่ท่าสองยางไปกับ ณัฐ ศักดาทร

ภาคปฐม ของขวัญจากโรงเรียน ตชด จุฬา-ธรรมศาสตร์ 3





..........................................................................................................................................


ภาคหนึ่ง เส้นทางสู่ท่าสองยาง

ณัฐ ศักดาทร และตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ ได้รับภารกิจจากรายการเจาะใจให้ไปทำหน้าที่ครู ตชด จุฬา-ธรรมศาสตร์ 3
และวางแผนพัฒนาปรับปรุงโรงเรียน
โดยใช้งบประมาณจากการบริจาคผ่านช่องทางต่างๆ ของรายการ ( ออกอากาศ 17,24 กันยายน และ 1 ตุลาคม)
และกิจกรรมครั้งนี้ ได้กระจายไปสู่ รร ตชด 4 แห่ง 4 ภาค (รายละเอียด
//www.johjai1991.com/yellowpoints/ )

นอกจากวางแผนแล้วต้องมีการลงมือปฏิบัติจริงด้วย จึงเกิดการระดมแรงงานจากหมู่มวลแฟนคลับ
เบื้องต้นทีมงานแจ้งมายังผู้ประสานงานว่าต้องการจำนวน 50 คน

เกินคาด...งานกรรมกรเป็นที่ต้องการเกินกว่าที่คิด

หลังจากประกาศแจ้งในเวบแฟนคลับ ยอดจองร่วมกิจกรรมถล่มทะลาย เราเองที่ยังลังเล...เพราะต้องการเคลียร์งานตัวเองให้เรียบร้อยก่อน
พอตัดสินใจได้ ก็กลายเป็น waiting list ไปในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

บางส่วนที่ลงชื่อได้สละสิทธิ์เนื่องจากเหตุผลความจำเป็นต่างๆ รวมถึงการที่ทางรายการเพิ่มโควต้าจำนวนแรงงานเป็น 60 หน่วย
ในที่สุดชื่อเราก็ขยับไปอยู่ในกลุ่มแรงงานกับเขาไปด้วย

เรารู้แค่ว่าอำเภอนี้ไปทางแม่สอดแล้ววิ่งตามสาย 105 ไปเรื่อยๆ สภาพถนนเท่าที่ค้นข้อมูลจากอินเตอร์เนตบอกว่าลาดยาง สภาพดี

เบื้องต้นนัดรวมตัวกับแรงงานรักนัทอีกกลุ่มที่ตัวจังหวัดตากและกะจะขออาศัยเดินทางไปด้วย

สามวันก่อนเดินทาง สิ่งที่คุ้นเคย(ทุกครั้งที่วางแผนลางาน จะต้องเจออะไรหนักๆ ) ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง งานที่จัดแจงได้โดยดีมาตลอดกลับถาโถมอัดเข้ามาเนืองแน่น
จนทำให้เกิดอาการห่วงหน้าพะวงหลัง
มาโล่งใจก่อนเส้นตายที่ต้องออกเดินทางแค่สองสามชั่วโมง ด้วยความตั้งใจแต่เดิมคืออยากจัดหาเวชภัณฑ์และยาสามัญต่างๆ ที่เหมาะสมกับการใช้ใน
ห้องพยาบาลของโรงเรียนไปร่วมบริจาคด้วย จึงทำได้แค่ไปร้านที่คุ้นเคยและแพ๊คของลงกล่องได้จำนวนหนึ่ง

งานนี้ไม่ได้บอกทางบ้านหรอกว่าจะไปไหนอย่างไร เค้ารู้แค่ว่าไปประชุมกับเพื่อน อ้อ มีแอบสงสัยด้วยว่า ไปดูละคร ^^

ออกเดินทางจากจังหวัดแพร่ประมาณสี่โมงเย็น ช่วงแรกยังไม่สำเหนียกจึงแวะทำอะไรวุ่นวายไปเรื่อยๆ ( ไม่รู้จะโทษเจ้า route66
หรือโทษตัวเองดีที่ช่วยกันสับสนเรื่องเส้นทาง) กว่าจะไปถึงตัวจังหวัดตากก็เกือบทุ่มแวะทำธุระเสร็จก็ทุ่มครึ่ง

กลุ่มแรงงานรักนัทที่คราแรกกะว่าจะอาศัยไปด้วยออกเดินทางแต่เช้าและเข้าตัวอำเภอท่าสองยางไปก่อนแล้ว เอาล่ะสิ ...ตามไปคืนนี้
หรือค้างที่ตากรอ ... ข้อเท็จจริงของชีวิตเราคือ การนอนดึกหรืออดนอน ทำได้ง่ายกว่าการตื่นเช้า จึงตัดสินใจว่าจะขับตามไปเลย

การเดินทางอีก 180km ราบรื่นดี ช่วงที่ผ่านอำเภอแม่ระมาด ก็เห็นทางแยก 1175 ไป อ.บ้านตาก 80 km ทางขวามือ อ้าว ..
มีทางที่ใกล้กว่าเส้นที่วิ่งมานี่นา แว้บขึ้นมาในใจ "ทางนี้น่าลอง" ย่นระยะทางได้อีก 60 km เชียวนะ หึหึ

ถึงที่พักสี่ทุ่มกว่า แชร์ห้องพักกับพี่สาวอีกคนที่มาถึงก่อน หลังจากนอนน้อยมาสามวันแล้วขับรถมาอีกเกือบสี่ร้อยกิโลเมตรคาดว่าตัวเองน่าจะหลับง่าย
เพราะเพลีย ที่ไหนได้...ที่นอนที่สุดแข็งยังกับเบาะใยมะพร้าว(ไม่แน่ใจจริงๆว่าเป็นนุ่นที่อัดจนแข็งหรือว่าเป็นเบาะใยมะพร้าวจริงๆ
หมอนนุ่นที่แน่นบางส่วนเหลวบางส่วนแถมมีกลิ่นอับและนอนๆ ไปรู้สึกยังกับว่าศรีษะตัวเองมีผู้อพยพมาพักอาศัยเพิ่มขึ้นอีกหลายชีวิต
ทำให้แม้จะเพลียอย่างไรก็หลับไม่ลงสักที ยิ่งมีเสียงคอมเพรสเซอร์แอร์
กระหึ่มปลุกเป็นระยะๆ คืนนั้นหลับได้เพียงสองสามชั่วโมงเอง

ที่พักด้านนอกที่ดูร่มรื่นดี



................................................................
ภาคสอง เริ่มงาน

มันเป็นความเคยชินสิบกว่าปีของชีวิตงาน นอนมากนอนน้อยก็อยู่ได้ ถึงแม้จะฝืนตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าก็ยังไม่ค่อยรู้สึกเพลียมาก

มื้อแรกของวันเป็นข้าวต้มไก่ และอีกอย่างน่าจะเป็นข้าวต้มเห็ดหอม สำหรับเราเป็นอาหารที่สักแต่ว่ากินให้มีอะไรตกถึงท้อง เข้าปากแล้วกลืน
อย่าเคี้ยวอย่ารับรสไม่งั้นอาจกินไม่ได้เลย


ภาพกลุ่มแฟนคลับที่มาร่วมทำกิจกรรมรวมตัวถ่ายรูปก่อนหลังจัดการมื้อเช้า หน้าตายังผ่องใส




จากนั้นจึงออกเดินทางไป รร ตชด จุฬา-ธรรมศาสตร์3 ซึ่งต้องขึ้นดอยไปอีกประมาณ 20 km

มาถึงได้สักครู่ ก็เห็นคุณตุ่ย-พุทธชาติ ตัวจริงเธอตัวเล็กบางอย่างที่เราเคยเห็นกันในทีวี ที่แตกต่างคือดูอ่อนเยาว์กว่าในทีวีมากทีเดียว


สภาพทั่วๆ ไปของโรงเรียน





ครูตุ่ยกับเด็กนักเรียน




สักครู่ณัฐก็เดินทางมาถึง มีการถ่ายทำรายการบางส่วน แล้วตัวเขาก็ไปร่วมทำงานในจุดต่างๆ ระหว่างนั้นทีมถ่ายทำของรายการเจาะใจก็ตามเก็บภาพภารกิจต่างๆ ของณัฐบ้าง
บรรยากาศการทำงานบ้างเป็นระยะๆ



ณัฐและตุ่ย ทาสีผนังอาคารเด็กเล็ก



หลักๆ ของงานวันแรกคือการทาสีอาคารไม้หลังเก่า (ซึ่งได้รับการแก้ไขโครงสร้างและฐานบางส่วนจากช่างท้องที่มาก่อนแล้ว)
การทาส่วนใหญ่ใช้แปรงขนาดเล็กๆ ค่อยๆ ทา เนื่องจากการเข้าไม้ของผนังอาคารเรียนเป็นลักษณะของ
งานไม้แบบเก่า คือวางแผ่นไม้ในแนวขวางแผ่นบนล่างเหลื่อมกัน จึงไม่ค่อยเหมาะกับการใช้ลูกกลิ้งขนาดใหญ่

เป็นงานที่ไม่ยาก ไม่ซับซ้อน แต่กินแรงงานและพลังแขนพอควรทีเดียว บางหน้างานก็ต้องปีนป่ายนั่งร้านบ้าง เก้าอี้บ้าง ตามแต่จะหาได้

ณัฐวิ่งเข้าวิ่งออกหลายจุดอยู่ ลงแรงทาสีในส่วนต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่ต้องปีนป่ายสูงๆ บางครั้งก็ไปทำในส่วนของการถ่ายทำ เมื่อแกนกลางของการทำงาน
แข็งขัน กลุ่มคนที่มาก็พลอยฮึกเหิมมีกำลังใจกำลังกายไปด้วย



ครั้งนี้ต่างก็โฟกัสกับงานใช้แรงตรงหน้าเป็นหลัก จะได้เห็นศิลปินก็สุดแต่เค้าจะเดินเข้ามาในวิถีสายตาเอง บางทีมาใกล้พอจะถ่ายรูปได้ก็ไม่ได้ถ่าย
ก็ทำงานอยู่ มือเปื้อน กลัวทำโทรศัพท์เปื้อนไปด้วย ^^

ชื่อว่าทำงานย่อมมีอุปสรรคบ้าง ด้วยความขลุกขลักบางประการ กว่าจะได้เริ่มทำเวลาก็เนิ่นไปพอสมควร ทาสีไปสักครู่ ฝนก็ตก สีที่ทารองพื้นจึงแห้งช้ามาก
อย่างไรก็ดี พอแสงอาทิตย์เริ่มหมดงานทาสีอาคารก็เสร็จได้เป็นส่วนใหญ่ ด้านในของห้องสุดท้ายที่ยังค้างคาและเริ่มทำงานกันยากเพราะแสงหมด
ไฟไม่มี ... เก็บงานจุดที่สูงๆ ไม่ถึง ก็ได้ณัฐมาช่วยปีนอีกหนึ่งแรง


กลุ่มกองเชียร์ที่วันนี้ต่างใส่ชุดเก่งมา


จนแสงสุดท้ายจะหมดแล้วจริงๆ ทีมรายการจึงขอให้หยุด และมีการถ่ายทำรายการปิดท้ายวันอีกประมาณสิบนาที

จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็แยกย้าย ณัฐและทีมงานอยู่ต่อกับครู ตชด แฟนคลับก็ลงจากดอยไปจัดการเรื่องอาหารการกินการอยู่ ณ จุดพักที่จัดหากันไว้

คืนนี้ความอ่อนเพลียที่สั่งสมมาหลายๆ วันบวกกับงานใช้กำลังวันนี้ปรากฏผล ทำให้หลับสนิทได้ยาวต่อเนื่องถึงห้าหกชั่วโมงเป็นการเรียกกำลังกลับคืนได้อย่างดีทีเดียว


.................................................................

ภาค 3 ของขวัญ

ตื่นมารวมตัวกันประมาณโมงเช้า วันนี้สดชื่นมากนอนเต็มตาตั้งห้าชั่วโมง

ไปรอกินอาหารเช้าที่เดิม ซึ่งก็ค่อยยังชั่วกว่าเมื่อวาน มื้อเช้าเป็นข้าวต้มกับ อย่างน้อยยำเกี๊ยมฉ่ายก็รสชาติได้อยู่บ้าง

จริงๆ ก็ไม่ได้เสียเวลากับการกินการคุยมากนัก แต่ต้องรออยู่นานทีเดียวกว่าทางครัวจะทำอาหารเสร็จ .. ได้แต่มองตามชุดที่ยกไปเสิร์ฟวีไอพีตาปรอยๆ
^_^

พอเดินทางไปถึงโรงเรียน ก็เจอณัฐยืนทำหน้าตาจริงจังแจกจ่ายงาน ( ก็ดีแล้วล่ะ ขืนเป็นแบบเมื่อวานมันกระจุกตัว ทำให้งานเดินช้า )

คนที่หน้าตาทรงภูมิ ก็ไปทำมุมเรียนรู้ต่างๆ ที่ห้องเด็กเล็ก ทำป้ายบ้าง แผนภูมิบ้าง

คนที่เรียบร้อยนุ่มนวลมาก ๆ และมีฝีมือทางการบ้านการเรือน ก็ไปจัดการเย็บๆ ปักๆ ไป งานผู้หญิงมากมาย

ส่วนใครที่หน้าตาท่วงท่าเหมาะสมกับงานโยธา ก็เก็บสีตรงระเบียงต่อ...อือ ช่างเป็นงานที่เหมาะกับเรา โชคดีแล้วที่ยังมีงานนี้เหลือให้ทำ haha

พอไม่วุ่นวาย งานก็เลยเสร็จได้ทันเวลาที่กะไว้เที่ยงวัน ก็มีการทำพิธีและส่งมอบต่างๆ ...ตามเคยที่เราไม่ได้อยู่ในซีนนั้น แต่ได้ยินเสียงครูใหญ่เครือๆ ก็นึกแล้วเชียว
ว่าต้องมีคนปล่อยแงแน่ๆ ก็จริง พี่อีกคนมาเล่าให้ฟังว่า ร้องไห้กันหมดนำโดยครูใหญ่

น้ำตาที่มาจากความปลาบปลื้มยินดี รินรดหัวใจใครต่อใครให้ชุ่มฉ่ำได้ทั่วหน้า

หลังจากนั้นก็มีการส่งมอบห้องเด็กเล็กให้เจ้าของตัวจริง เราเห็นแค่ภาพที่ณัฐอุ้มน้องตัวน้อยปิดตาแกพาไปที่หน้าห้อง แล้วปล่อยให้วิ่งเข้าไปข้างใน
กลุ่มม๊อบเล็กๆ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวดีใจ เล่นของเล่นเสียงตึงตังลอดออกมาให้ได้ยิน ...
ภาพภายในอาคารน่าจะได้เห็นพร้อมๆ กันวันที่รายการเจาะใจออกอากาศ ( 22 ตุลาคม 2552 )


ณัฐพาน้องๆ ไปพบกับของขวัญ



แอบดูม๊อบเด็กลุยห้องเรียน



"ของขวัญและรางวัล" คือสิ่งที่เด็กทุกคนควรได้รับ และที่พวกเขาได้รับในวันนี้เชื่อว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งแห่งความยินดี ความภาคภูมิในชีวิตของพวกเขา

น่าเสียดายที่เสร็จจากช่วงนี้ณัฐและทีมงานบางส่วนเดินทางกลับก่อน เนื่องจากต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน จ.สุโขทัย
ก่อนที่กลุ่มแฟนคลับจะกลับ ทางน้องๆ นักเรียนได้ออกมากล่าวขอบคุณด้วยเพลงที่พวกเขาฝึกร้องมา " เราเป็นคนไทย ไม่ใช่คนป่า ...."
เราจำเนื้อได้ไม่มากนัก จำได้แค่ว่ามองหน้าเด็กๆ และครูแล้วรู้สึกอยากยิ้ม อยากยิ้มให้พวกเขามากๆ




แต่พอเพลงจบ หันกลับไปทางกลุ่มเพื่อนๆ พี่ๆ กลายเป็นว่าหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของแต่ล่ะคน เราคงไม่อาจแปลความหมายให้ได้
แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นความรู้สึกดีๆ ที่ทุกคนได้รับจากที่นี่

ได้จังหวะไปคุยและขอบคุณครูใหญ่ มีคำถามหนึ่งซึ่งเราตอบไม่ได้
เขาถามว่า " จะได้มากันอีกไหม " ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้เราตอบไม่ได้ แน่นอนว่าอยากที่จะได้กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่คงต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง
ขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ที่ไม่อาจตอบได้ทันที แต่สัญญาว่าจะพยายามทำอะไรบางอย่างให้อย่างแน่นอน



และแล้วก็ถึงเวลาแห่งการร่ำลา ภาพเด็กๆ ที่ยืนรอส่งหน้าโรงเรียน หลายๆคนน้ำตาไหลพราก เรียกน้ำตาจากพี่ๆ น้องๆ ในรถอีกครั้ง


ขอบคุณเด็กๆ และบุคคลากรทุกท่าน พวกคุณได้ให้ความหมายบางอย่างกับชีวิตของคนที่มาเยือนเพียงแค่สองวัน
ขอบคุณมากๆ อีกครั้ง


.......................................................................

ภาคจบของการเดินทาง ไปต่อที่ความเห็นที่ 1 ค่ะ




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2552
3 comments
Last Update : 16 ตุลาคม 2552 0:04:25 น.
Counter : 1214 Pageviews.

 

ภาคจบ ความลับที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

จากนี้ไป เป็นเรื่องส่วนตัวของเราแล้วล่ะ ข้ามไปก็ได้นะ ^^
ว่าด้วยความลับที่ซ่อนเร้นกับการเดินทางครั้งนี้
ตามที่เกริ่นไว้ในภาคแรก เราไม่ได้บอกใครที่บ้านเรื่องรายละเอียดต่างๆ ของสิ่งที่เราทำในช่วงสองวันนี้

เราวางแผนขับรถกลับทางสาย 1175 ก็มันใกล้กว่านี่นะ ถึงจะไม่รู้ข้อมูลเส้นทาง แต่เอาน่า 80km ไป อ.บ้านตาก
มันน่าจะเร็วขึ้น ประหยัดน้ำมันได้อีกหน่อย
ออกเดินทางสี่โมงเย็นอย่างน้อยก็น่าจะถึงบ้านตากก่อนค่ำ

จากท่าสองยาง ระหว่างทางผ่านบ้านแม่หละ ซึ่งเป็นโซนที่โรงเรียนตั้งอยู่
ภาพบ้านตามไหล่เขาสวยสำหรับสายตาเราๆ แต่จะสบายคุ้มภัยหรือเปล่าหนอ สำหรับพวกเขา


บ้านแม่หละ



จากนั้นมุ่งหน้าย้อนกลับตามสาย 105 จนเจอทางแยกไปบ้านตากที่เป็นเป้าหมาย เราเลี้ยวเข้าไปอย่างมั่นอกมั่นใจ
ระหว่างทางผ่านด่านตรวจของ ตชด เป็นระยะๆ แต่ก็ยังไม่มีใครถามอะไร

ด่านสุดท้ายก่อนขึ้นขุนพะวอ ตชด นายหนึ่ง ถามเราว่าจะไปที่ไหน ตอนนั้นยังไม่ได้รู้ตัวอะไรเลยยิ้มและตอบกลับไปอย่างมั่นอกมั่นใจ บ้านตากค่ะ
ตชด นายนั้น ทำหน้าตาแปลกๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร เรารู้สึกสะดุดแต่ไม่ได้ถามอะไรอีกเช่นกัน

เส้นทางสายนี้ช่วงก่อนถึงขุนพระวอ ยังไม่ทำให้เราหวั่นใจ แม้จะทั้งแคบ ชัน โค้งหักศอกมากมาย แต่ผิวจราจรก็ยังอยู่ในเกณฑ์รับได้ไม่ได้ขับแล้วรู้สึกลำบากมากนัก
เพียงแค่ขับไปก็นึกไป ว่าคนที่สนุกสนานกับการพิชิตพันสี่ร้อยกว่าโค้งของเส้นทางแม่ฮ่องสอน แวะมาขับเล่นที่นี่ก็ไม่แพ้กันนะคะ เราว่ายากกว่าด้วยซ้า

ให้ข้อมูลเรื่องขุนพระวอนิดนึง ที่นี่มีบ้านพักและจุดกลางเต๊นท์นะคะ ถ้ามาช่วงฤดูหนาวพี่เราบอกว่าทะเลหมอกยามเช้าสวยงามกว่าแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง
หรือจะโรแมนติกนอนนับดาว คุณก็จะมีดวงดาวนับล้านเป็นเพื่อนคุณในยามค่ำคืน

พอผ่านขุนพระวอ ทางก็ยากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะ ชัน แคบ โค้งหักศอกมากมายแล้ว ผิดถนนยังทำร้ายรถอย่างมาก

รูปที่เก็บมา เป็นช่วงที่ดูดีที่สุดแล้วของเส้นทาง นอกนั้นไม่ได้ถ่ายเพราะจอดรถไม่ได้

สภาพถนนช่วงที่ถือว่าดีที่สุด


ความงามของธรรมชาติ


ยิ่งขึ้นดอยไปเรื่อย ๆ ความวิตกก็ยิ่งมากขึ้นห้าโมงครึ่งยังไม่ถึงไหนจะมืดกลางดอยไหมนะ มองไปสองข้างทาง เจอดอยบ้าง เจอหุบเขาบ้าง
ทะเลหมอกที่นี่ มีให้เห็นตอนเย็นๆ นี่แหละ ภาพหมอกคลุมภูเขาเป็นช่วงๆ สวยดี แต่พอคิดว่าอาจจะต้องมืดกลางดอยใจก็แป้วไปบ้างเหมือนกัน

ความหวังที่ใช้ปลอบตัวเองคือตัวเลขที่หลักกิโลเข้าสู่บ้านตากที่ค่อยๆ ลดลง

จนในที่สุดก็ใกล้ถึงจุดหมาย ก่อนเข้าตัวอำเภอบ้านตากเจอด่านตำรวจอีกหนึ่งด่าน ใจมันก็แว้บขึ้นมา เอ เราจะโชคร้ายเจอพี่ชายออกมาทำงานที่ด่านนี้ไหม
ไม่หรอกน่า โดยหน้าทีแล้วเค้าไม่ต้องมาเฝ้าด่านกับลูกน้องนี่นา

คำภาวนาไม่เป็นผล ตำรวจนายหนึ่งเรียกรถเราให้หยุด พร้อมๆ กับที่พี่ชายเดินออกมาจากป้อม โอยย อุตส่าห์จะไม่ให้ใครรู้ว่าไปไหนมา
ทำไมมันต้องบังเอิญอย่างนี้ ในที่สุด ก็เลยบอกพี่ไปตรงๆ ว่ามาจากท่าสองยาง
คุณพี่ไม่ถามสักคำว่าไปทำไม กลายเป็นว่าเขารู้จากหลานๆ แล้วว่าณัฐไปถ่ายทำรายการที่นี่ ฉะนั้นเราก็ไปงานนี้นั่นแหละ
มีการบอกด้วยว่า เดี๋ยวจะช่วยปิดเป็นความลับไม่ให้พี่สาวรู้ - -" แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ แกแวะไปหาหลานๆ ซะ
แหม...ไม่สั่งก็กะจะแวะอยู่แล้วน่า

ได้คุยกัน พี่ชายบอกว่าตอนเห็นรถเราวิ่งลงจากดอยมาและไม่รู้ว่าใครขับ เค้าก็คิดไปสองอย่าง หนึ่ง น้องสาวถูกหมกป่าแล้วโจรเอารถหลบมาเส้นทางนี้
หรืออย่างน้อยๆ ก็อาจจะเป็นรถคันอื่นไปเลยที่โจรกรรมมาและสวมทะเบียนที่ตรงกับของเรากำลังจะเอาไปขาย
พอเห็นว่าเป็นเราเองที่ขับมา เค้าก็เลยสบายใจแล้วไม่สนอย่างอื่นอีก ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^^

คืนนั้นเราก็เลยไม่ถึงแพร่ ไหนๆ ก็มาแล้วเลยค้างบ้านพี่ชายสักหน่อย

เป็นการจบทริปแบบเขินตัวเองไม่ใช่น้อย นี่แหละหนา เขาถึงได้บอกกันว่าความลับไม่มีในโลก ปกติควรจะเจอพี่ที่ด่านนี้ซะที่ไหนยังมาเจอ
เรื่องอื่นๆ ก็น่าจะจริงแหละนะ ใครทำอะไรไว้อย่างไร ต่อให้ไม่บอกใครก็มีตัวเราเองที่รู้
ไม่มีอะไรที่ปิดบังได้ตลอด สิ่งที่ควรทำก็คือทำความจริงของเราให้ถูกให้ควรพอที่จะไม่ละอายต่อใครๆ
จริงๆ แล้วที่เราไม่บอกทางบ้านก็เพียงแค่ไม่ต้องการให้ใครห่วงกังวลเท่านั้นเอง เรื่องอื่นๆ ที่เป็นชีวิตส่วนตัว เขาไม่เคยอะไรด้วยอยู่แล้ว

ถึงเริ่มต้นด้วยการหลงทาง ผ่านการผจญภัยบนทางไม่คุ้น จบลงด้วยความเขิน
แต่ทริปนี้ก็มีความสุขมากมายล่ะนะ ^__________^

 

โดย: =พุดร้อยมาลัยเรียง= 15 ตุลาคม 2552 22:49:27 น.  

 

เดี๋ยวจะเอารูปหนอนๆ และบรรยากาศเท่าที่จะโพสต์ได้มาแปะในความเห็นนะคะ

งานนี้ใช้มือถือถ่ายอย่างเดียว ได้รูปมาน้อยมากค่ะ

 

โดย: =พุดร้อยมาลัยเรียง= 15 ตุลาคม 2552 23:08:56 น.  

 

ทริปนี้ได้ข่าวว่า นัทน่ารักมากมาย ตั้งอกตั้งใจทำงาน ไม่มีเวลาเวิ่นเว้อกับใคร เพราะเวลามีจำกัด ทุกคนภูมิใจในตัวน้องชายสุดที่รักมาก...ใช่มั๊ยคะ

ขำเรื่องคุณน้อยบังเอิญเจอพี่ชายนะคะ โลกมันกลมจริงๆ...แต่เรื่องที่ขับรถลงจากเขามาคนเดียว ม่ายกลัวโดนเจาะยาง หรือตัดต้นไม้ปิดถนนบ้างเหรอคะ เคยอ่านเรื่อง " ปุลากง " อ่ะ นึกภาพคุณน้อยขับรถคนเดียวตอนใกล้ค่ำ กลัวแทนจริงๆ...โชคดีที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรอย่างนั้นเกิดขึ้นน๊า..

เอ่อ..แขก VIP ที่เรือนด้านหน้า..ได้ข่าวว่า nice มากใช่มั๊ยคะ ??..^_^

 

โดย: LoveSonick 16 ตุลาคม 2552 0:42:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


=พุดร้อยมาลัยเรียง=
Location :
แพร่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เมื่อใดที่"บาดแผล"ได้กลายเป็นตัวตนของเรา
เราคงไม่อาจเชื่อถือในความดีงามและความเป็นอิสระ
ของจิตใจตนเองได้อีกต่อไป
Friends' blogs
[Add =พุดร้อยมาลัยเรียง='s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.