Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
12 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 

ตรวจสุขภาพประจำปี มีประโยชน์หรือไม่ และจำเป็นแค่ไหน

  ณ จุดนี้ การตรวจสุขภาพประจำปีได้รับความนิยมมาก ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญ เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีถือเป็นการป้องกันโรคอย่างหนึ่ง และ"การป้องกัน" นั้นย่อมได้ผลดีกว่า "การปล่อยให้เป็นโรคไปก่อนแล้วมารักษาทีหลัง"


แต่ มีบางสถานการณ์ ทำให้บางคนอาจจะตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ ว่าจริง ๆ แล้ว มีประโยชน์หรือไม่ เช่น
- บางคนไปตรวจสุขภาพประจำปีก็ปกติดีทุกอย่าง ต่อมาไม่นานก็เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน ทั้งที่ไม่เคยมีอาการมาก่อนเลย
- บางคนเพิ่งจะไปตรวจสุขภาพ เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ผลออกมาก็ปกติ ต่อมาพบว่าเป็นมะเร็ง
- แต่บางคนกลับเป็นตรงกันข้าม คือไม่เคยตรวจสุขภาพเลย แต่มีอายุยืนยาวนาน 80-90 ปี โดยที่แข็งแรงทุกอย่าง 

ก่อนอื่น ขอตอบคำถามที่ว่า "การตรวจสุขภาพประจำปีมีประโยชน์หรือไม่" ก่อนนะคะ คำตอบคือ "มีประโยชน์" ค่ะ 

แต่...ถ้าถามว่า "การตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลออกมาปกติ จะสามารถรับประกันได้ไหมว่าคน ๆ นั้นจะปลอดภัย ปราศจากโรคใด ๆ อีกเลยตลอดชีวิต" คำตอบคือ "รับประกันไม่ได้ค่ะ"

เพราะ หลักการของการตรวจสุขภาพประจำปี คือ
1.ตรวจเพื่อค้นหาโรคในระยะแรก เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคหัวใจ
2.ตรวจเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง(ถ้าพบ จะได้รีบรักษา) เช่น ปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ คือ : โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง

ถ้าถามว่า ทำไมบางคนไปตรวจสุขภาพ ผลออกมาปกติทุกอย่าง แต่ต่อมาไม่นานกลับล้มป่วย คำตอบคือ อาจจะอธิบายจากอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

1.โรคที่ตรวจไม่ป่วย แต่ป่วยเป็นโรคที่ไม่ได้ตรวจ 
เช่น ที่ตรวจสุขภาพไป ได้แค่เจาะเลือดเช็คดูเบาหวาน ไขมัน แต่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกซึ่งเผอิญไม่ได้ตรวจ

2.เกิดผลลบลวง (False negative)
หมายถึง ผลตรวจออกมาปกติ ทั้ง ๆ ที่เป็นโรค ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ได้เป็น

ธรรมชาติของการตรวจ (Test) ต่าง ๆ แทบทุกอย่างมีโอกาสเกิดผลลบลวงได้(แม้จะไม่มาก) เพราะการตรวจแต่ละอย่างมีความไว(Sensitivity)และความจำเพาะ(Specificity)ของมันอยู่ ซึ่งตัวเลขนั้นไม่ 100% 

เช่น การตรวจหัวใจด้วยการเดินสายพาน(Exercise Stress Test) มีความไว 60%(ตัวเลขสมมติ) หมายถึง ในคนที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ 100 คน จะมี 60 คน ที่ผลตรวจออกมาผิดปกติ ส่วนอีก 40 คน ผลจะออกมาปกติ

40 คนนี้ คือ ผลลบลวง (ความจริงเป็นโรค แต่ตรวจไม่เจอเพราะผลตรวจออกมาปกติทำให้เข้าใจผิด)

ใครที่อยู่ใน 60% ก็โชคดีไป ถือว่าผลตรวจออกมาตรงกับความเป็นจริง
ส่วนใครที่เป็น 40% ที่เหลือมีโอกาสเกิดอาการของโรคในภายหลัง แม้ผลตรวจจะออกมาปกติก็ตาม

3.เป็นโรคที่เกิดขึ้นรวดเร็ว จนไม่สามารถตรวจพบในระยะแรกได้ทัน

ถึงแม้ว่าความรู้ทางการแพทย์จะพัฒนามาไกลกว่าแต่ก่อนมากๆ แต่...โรคภัยไข้เจ็บก็ยังคงมีมากกว่านั้น และมีอีกหลายสิ่งที่การแพทย์ปัจจุบันยังศึกษาไปไม่ถึง 

เปรียบเทียบคือ สมมติว่าโรคภัยไข้เจ็บมี 100 โรค การแพทย์ปัจจุบันอาจจะตรวจพบในระยะแรกได้เพียง 50 โรคเท่านั้น อีก 50 โรค ไม่มีโอกาสตรวจพบในระยะแรกเลย ยกเว้นจะมีอาการออกมาก่อน (หรือโชคดีมาก ๆ มาตรวจอย่างอื่นแล้วพบโดยบังเอิญ) เช่น มะเร็งตับอ่อน หรือโรคไตวายเฉียบพลันบางชนิด โรคดังกล่าวมีโอกาสตรวจพบในระยะแรกน้อยมาก แม้จะตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอก็มีโอกาสเป็นโรคได้

4.ตรวจสุขภาพไม่สม่ำเสมอ
การตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ใช่ตรวจครั้งเดียวปกติแล้วจบนะคะ เพราะการตรวจแต่ละอย่างมีระยะเวลาที่ควรตรวจซ้ำอยู่ เช่น เจาะเลือดตรวจเบาหวานควรตรวจทุก 1-3 ปี ถ้าบางคนลืมไป เว้นไป 10 ปีไม่ได้ตรวจซ้ำเลย โรคเบาหวานอาจเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีนั้นก็ได้

อ่านมาจนถึงตอนนี้ บางคนอาจตั้งคำถามว่า ถ้างั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจะมีประโยชน์ยังไงล่ะ ถ้ามีข้อแม้มากมายขนาดนั้นล่ะก็?

คำตอบคือ การตรวจสุขภาพประจำปีมีประโยชน์แน่ๆ ค่ะ เพราะแม้จะไม่ได้ครอบคลุมโรคภัยไข้เจ็บได้ครบทุกโรค แต่ก็สามารถคัดกรองโรคที่ตรวจเท่าที่ทำได้ในปัจจุบันไป และที่สำคัญ โรคบางโรคถ้าตรวจพบแต่ระยะแรก ๆ จะเป็นประโยชน์มากมายถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตกันเลย เช่นโรคเบาหวาน หรือมะเร็งปากมดลูกเป็นต้น (ถ้าไปพบเอาระยะหลัง ๆ ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนแล้ว ให้รักษาดียังไงก็สู้รักษาแต่แรกไม่ได้)

การตรวจสุขภาพประจำปีให้ได้ผลดีที่สุดคือ ต้องรู้ว่าอายุเท่านี้ต้องตรวจสุขภาพอะไรบ้าง และตรวจทุกกี่ปี อาจจะปรึกษาแพทย์ หรือศึกษาจากแนวทางเวชปฏิบัติ(Guidelines) ทางการแพทย์ต่าง ๆ และสอบถามจากโปรแกรมตรวจสุขภาพตามโรงพยาบาล (ต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ)

เรื่องตรวจสุขภาพมีรายละเอียดค่อนข้างมาก หากต้องการเพิ่มเติม ดูในหนังสือ "ป้องกันโรคเดี๋ยวนี้ สุขภาพดีตลอดชีวิต" บทที่ 3 นะคะ หรือไล่อ่านจากในบล็อกนี้มีอยู่บางหัวข้อค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
Copyright©NOV 2015, WanNuengKwan@HOME


Pocket book สุขภาพ (งานเขียน จขบ)|รวมหัวข้อความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ| MedProV3.0|

Facebook fanpage "เพราะทุกสิ่งมีความหมาย"





 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2558
0 comments
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2558 21:13:19 น.
Counter : 866 Pageviews.


WanNueng
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]





พบกับสิ่งละอันพันละน้อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้ที่ Facebook fanpage
"เพราะทุกสิ่งมีความหมาย" 

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในบล็อกนี้ เขียนขึ้นในช่วงเวลาต่างๆ กัน เมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลทางการแพทย์จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ บางบทความที่โพสไว้นานแล้วอาจไม่ Update จึงขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณรวมทั้งความรอบคอบในการรับทราบข้อมูล ด้วยว่าการอ่านบทความทางอินเตอร์เนทเป็นการสื่อสารทางเดียว และไม่สามารถทดแทนการพบแพทย์ได้ ถ้ามีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด เจ้าของบล็อคขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในทุกกรณีจากการนำข้อมูลในบล็อกไปอ้างอิงในอนาคต

    สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามมิให้ผู้ใดทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง เลียนแบบ ข้อความและหรือรูปภาพไม่ว่าจะส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของบล็อกนี้ และหรือประกาศ เผยแพร่ โฆษณา ในระบบอินเตอร์เน็ท เว็บไซท์ หรือสื่ออื่นๆ ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ โดยปราศจากการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบล็อก มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
    All rights reserved. No part of this blog may be reproduced, stored in a retrieval system or transmitted in any form or by any means, electronic, mechanical, recording or otherwise, without the written permission of the authors.









Friends' blogs
[Add WanNueng's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.