All the girls standing in the line for the bathroom !!!

*** หมายเหตุ : สงวนลิขสิทธิ์ บทความและผลงาน ใน Blog นี้ครับ ***
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 ตุลาคม 2564
 
All Blogs
 
เรื่องสั้น: คนกลาง

คนกลาง

9.
 
พิสิฐนั่งอยู่บนเก้าอี้ในโกดังร้าง มือถูกจับไพล่หลังแล้วมัดไว้ด้วยเชือกป่านอย่างหนาแน่น อย่างไรก็ตามพวกมันไม่ได้มัดขาเขาไว้กับเก้าอี้
 
คะเนจากแสงสว่างที่ลอดเข้ามาทางรอยต่อที่ปิดไม่มิดของประตูและหน้าต่าง ตอนนี้คงเป็นช่วงเช้า
 
แก้มซ้ายของเขายังคงปวดหนึบ จากการโดนกระแทกด้วยหมัดขวาเข้าอย่างจังเมื่อตอนช่วงเช้าของเมื่อวาน ซึ่งถือว่าโชคดีที่ไม่โดนหนักไปกว่านี้ นั่นก็เพราะเขาแกล้งสลบไปตั้งแต่โดนหมัดแรก
 

 
ใต้หน้ากากอนามัยที่พวกมันใส่ไว้ให้เพราะกลัวโควิด ปากของเขาถูกเทปกาวปิดไว้อย่างหนาแน่น
 
 
“เวรชิบ.. ลืมโกนหนวด”
 
พิสิฐคิดในใจ ตอนพวกมันดึงเทปกาวออกคงจะเจ็บแย่
 



 
1.
 
พิสิฐเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยสนธิกำลังพิเศษของศุลกากรกับตำรวจ
 
เขาทำหน้าที่คอยดักฟังโทรศัพท์และตามถ่ายภาพเพื่อเก็บหลักฐานการทำผิดกฎหมายของ เฮียยุกต์ หัวหน้าแก๊ง 3 ป. แก๊งขนของหนีภาษีข้ามชาติรายใหญ่ในภาคตะวันออก
 


เมื่อประมาณสามอาทิตย์ที่แล้ว พิสิฐได้ดักฟังโทรศัพท์สายหนึ่งของเฮียยุกต์ที่โทรหานายหน้ามือปืนชื่อดังของเมืองเพชรบุรี
 
ด้วยความไม่ชอบมาพากลที่ปกติแล้วแก๊งขนของหนีภาษีมักจะไม่ต้องใช้มือปืน เขาจึงดักสัญญาณแล้วสวมรอยเป็นนายหน้าเสียเอง



จากการพูดคุยทางโทรศัพท์ได้ความว่า เฮียยุกต์ ต้องการกำจัดพี่ใหญ่ของแก๊ง 3 ป. นั่นก็คือ เถ้าแก่ป้อง
 
โดยเฮียยุกต์ยื่นข้อเสนอให้ฆ่าเถ้าแก่ด้วยราคาสี่แสนบาท โดยจะจ่ายมัดจำให้ก่อนสองแสนถ้าตกลงรับงานนี้ ซึ่งจะสำเร็จหรือไม่จะไม่มีการคืนมัดจำ
 


จากที่ตามติดใกล้ชิดเพื่อเก็บข้อมูลแก๊งนี้มากว่าสามปี เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดาแต่อย่างใด
 
พิสิฐตัดสินใจสวมรอยเป็นมือปืนเพื่อรับงานนี้เอง
 



 
2.
 
แก๊ง 3 ป. คือชื่อที่ทางการใช้เรียกแก๊งขนของหนีภาษีแก๊งนี้ ซึ่งผู้ทรงอิทธิพลหลักของแก๊งมีอยู่สามคน ซึ่งประกอบไปด้วย เถ้าแก่ป้อง เฮียป๊อด และเฮียยุกต์
 
แก๊งนี้เริ่มต้นจากธุรกิจขนส่งเล็กๆในชลบุรีของเถ้าแก่ป้อง จากนั้นเฮียป๊อดก็เข้ามาเป็นลูกน้องช่วยดูแลการขยายงานให้กว้างขึ้นจนกลายเป็นขนส่งรายใหญ่ของภาคตะวันออก
 
เมื่อเฮียยุกต์เข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยเถ้าแก่ ก็เริ่มมีการรับงานที่เป็นธุรกิจสีเทาเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะกลายมาเป็นธุรกิจผิดกฎหมายเต็มตัวโดยมีบริษัทขนส่งบังหน้า
 


ผ่านมายี่สิบกว่าปี แก๊ง 3 ป. ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นแก๊งขนของหนีภาษีที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก
 
ซึ่งความสำเร็จนี้ต้องยกความดีความชอบไปที่ความเก่งกาจในการทำธุรกิจมืดของเฮียยุกต์




 
3.
 
แม้จะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้เฮียยุกต์ไปแล้ว เถ้าแก่ป้องในวัย 70 กว่า ก็ยังไม่ยอมวางมือจากการเข้าไปก้าวก่ายกิจการภายในแก๊ง
 
อันที่จริงทุกคนในแก๊งยังคงยำเกรงและเคารพเถ้าแก่ป้อง แต่ด้วยสังขารและความรู้ที่ไม่เท่าทันโลกปัจจุบันอีกแล้ว ทุกครั้งที่มีการประชุมขอความคิดเห็น เถ้าแก่ก็จะพูดแต่ว่า “ไม่รู้”
 
บางครั้งถึงขั้นนั่งหลับกลางที่ประชุม ก่อนจะตื่นขึ้นมามอบนโยบายโดยไม่สนใจว่าเขาคุยอะไรกันไปบ้างแล้ว
 
นั่นทำให้หลายๆคนในแก๊งเริ่มเอือมระอากับการกระทำของเถ้าแก่
 
โดยเฉพาะเฮียยุกต์ที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง ที่หลายครั้งคิดจะทำอะไรก็มักติดขัดกับความคิดของเถ้าแก่ป้องไปเสียหมด




 
4.
 
พ่อของพิสิฐที่เป็นพ่อค้าเคยสอนไว้เมื่อตอนเขายังเป็นเด็กว่า หัวใจสำคัญของการค้า คือ “การเป็นคนกลาง”
 
ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาสได้เป็นคนกลาง เขามักจะวางแผนเพิ่มมูลค้าโดยอาศัยสถานะการเป็นคนกลางของเขาอยู่เสมอ



แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ด้วยความที่ข้องเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายมานาน พิสิฐก็พอจะมีทีมงานเล็กๆที่ไว้ใจได้
 
เขาและทีมงานจึงเริ่มหาประโยชน์ในการสวมรอยเป็นคนกลางในครั้งนี้
 




หลังจากได้เงินมัดจำจากเฮียยุกต์มาแล้วสองแสนบาท พิสิฐและทีมงานจึงจับตัวเถ้าแก่ป้องมาไว้ในรถตู้คันหนึ่ง
 

 
“ขอเข้าประเด็นเลยนะ เถ้าแก่ รู้มั๊ยทำไมถึงถูกจับมา”
 
พิสิฐที่สวมหมวกไอ้โม่งสีดำพูดกับเถ้าแก่ป้องที่โดนถุงดำคลุมหัวและถูกมัดมือนั่งอยู่เบาะด้านหลังของรถตู้ ขณะที่รถเริ่มเคลื่อนออกไป
 

 
 “ไม่รู้”
 
เถ้าแก่ตอบด้วยคำพูดติดปากของตัวเอง
 

 
“มีคนจ้างผมให้ฆ่าเถ้าแก่”
 
“ผมจะฆ่าเลยก็ได้ แต่ผมถือคติว่าคนตายแล้วไม่มีมูลค่า”
 
“ถ้าเถ้าแก่เอาเงินให้ผมสามแสน ผมจะปล่อยไปเถ้าแก่ไป แต่ถ้าเอามาให้ผมหกแสน ผมจะให้ชื่อคนที่จ้างผมด้วย”
 
พิสิฐเพิ่งนำเสนอสินค้าชิ้นใหม่ให้เถ้าแก่ นั่นก็คือ “รายชื่อคนจ้างวานฆ่า”
 

 
“โอเคที่สามแสน”
 
เถ้าแก่ป้องตะโกนตอบกลับแข่งกับเสียงรถที่กำลังวิ่ง
 
“อีกสามแสนค่าชื่อคนจ้าง อั๊วขอคิดดูก่อน”
 
เถ้าแก่พูดต่อ
 



 
คำตอบของเถ้าแก่ทำให้พิสิฐรู้ว่าเถ้าแก่เองก็เป็นคนฉลาดไม่เบา
 
ถ้าเขาได้เงินสามแสนจากการปล่อยตัวเถ้าแก่ แล้วตามไปฆ่าเถ้าแก่ทีหลัง

เขาจะทำให้มูลค่าของรายชื่อคนว่าจ้างจำนวนสามแสนต้องกลายเป็นศูนย์ในทันที นั่นก็เพราะลูกค้ารายเดียวที่ต้องการรายชื่อคนว่าจ้างก็คือเถ้าแก่

นี่คือการสร้างหลักประกันให้ตัวเองของเถ้าแก่ป้องโดยอาศัยสถานะการเป็นลูกค้ารายเดียวในโลกที่จะยอมจ่ายให้กับรายชื่อนี้
 

 
“อย่าคิดนานนะเถ้าแก่ ถ้าผมร้อนเงิน อาจเปลี่ยนใจฆ่าเถ้าแก่ แล้วไปเอาเงินค่าจ้างที่เหลือกับคนที่จ้างผมแทนนะ ผมเป็นมือปืนไม่คิดเยอะเหมือนพ่อค้า”
 
พิสิฐขู่เถ้าแก่โดยหวังจะชิงอำนาจต่อรองคืน แม้รู้ว่ามันคงไม่ได้ผล
 



 
5.
 
รถตู้จอดเมื่อถึงที่หมายมันเป็นเนินดินโล่ง ที่มีโขดหินและพุ่มไม้เป็นหย่อมๆ
พิสิฐและพวกซุ่มตัวอยู่ตามพุ่มไม้ ขณะที่เถ้าแก่ป้องถูกล่ามไว้กับสมอบกที่ถูกตอกไว้กับพื้นดิน
 
ด้วยทำเลอันได้เปรียบนี้พิสิฐและพวกสามารถมองเห็นรถที่วิ่งเข้ามาได้ตั้งแต่รัศมี 1 กิโลเมตร แต่เป็นเรื่องยากที่คนที่กำลังเดินเข้ามาจะเห็นพวกเขา
 
พิสิฐและพวกยังยืนหันหลังให้ดวงอาทิตย์เพื่อเป็นการอาศัยความได้เปรียบจากแสงอาทิตย์ที่สาดส่องไปแยงตาคนที่กำลังเข้ามาหาพวกเขาอีกด้วย
 


พิสิฐยื่นโทรศัพท์ให้เถ้าแก่ป้องต่อสายไปหาลูกน้องคนสนิท เพื่อเตรียมเงินค่าไถ่
 
เขาให้เถ้าแก่บอกลูกน้องว่าให้มาได้เพียงคนเดียว โดยให้ถือกระเป๋าเงินมาสองใบด้วยมือคนละข้าง เพื่อที่คนส่งเงินจะได้ไม่มีมือถืออาวุธ และให้ใส่เงินไว้ในกระเป่าใบละแสนห้าเพื่อให้ทีมงานของเขาอีกสองคนแบ่งกันนับได้อย่างรวดเร็ว
 


การแลกตัวเกิดขึ้นหลังจากวางโทรศัพท์แค่ชั่วโมงเดียว โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
 
จากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับ




 
6.
 
เมื่อพิสิฐและทีมของเขาถ่ายเงินใส่กระเป๋าใบใหม่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ขึ้นรถตัวเองเพื่อขับกลับที่พัก
 
ท่ามกลางความมืดระหว่างขับรถกลับ ความโลภในใจเขาก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
 


จากที่เฝ้าตามแก๊งนี้มานาน บ่อยครั้งที่เขาก็รู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของเฮียป๊อดลูกน้องคนสนิทของเถ้าแก่ป้อง
 
อันที่จริงถ้าเรียงตามความอาวุโสเฮียป๊อดควรจะได้เป็นหัวหน้าแก๊งมากกว่าที่จะเป็นเฮียยุกต์ และถ้าพูดถึงการครองใจลูกน้องในแก๊งแล้วล่ะก็ เฮียป๊อดน่าจะเป็นคนที่ลูกน้องทุกคนรักและเคารพด้วยใจจริงมากที่สุด
 
ตรงข้ามกับเฮียยุกต์ การที่ลูกน้องในแก๊งยอมอยู่ใต้บัญชาของเฮียยุกต์ น่าจะมาจากความเกรงกลัวในความโหดและความเด็ดขาดมากกว่าจะเป็นเพราะความเคารพ
 
ทำไมเขาถึงไม่ลองยื่นข้อเสนอไปที่เฮียป๊อดดูล่ะว่า ถ้าเขาสามารถกำจัดเถ้าแก่ป้องและเฮียยุกต์พร้อมๆกัน เพื่อให้เฮียป๊อดได้ครอบครองแก๊งนี้ แล้วคิดค่าบริการซักสี่แสน
 
มันน่าจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับงานชิ้นนี้ได้กว่าเท่าตัวเลยทีเดียว
 



 
ไม่กี่นาทีเขาก็มาถึงหน้าโรงแรมที่ที่พัก
 
เขาเลี้ยวรถเข้าไปในที่จอดรถของโรงแรม โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังถูกสะกดรอยตามโดยลูกน้องของเถ้าแก่
 




8.
 
เช้าวันถัดมา ขณะที่พิสิฐเดินออกจากห้องพักเพื่อจะขับรถไปหาอะไรกิน เขาถูกชายสามคนล้อมหน้าล้อมหลังไว้
 
เหลือบสายตาไปมองเห็นรถเก๋งคันหนึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ ในเบาะหลังมีชายแก่ร่างอ้วนกำลังมองมาทางเขา
 
เขาจำได้ทันทีว่านั่นคือเถ้าแก่ป้อง
 

 
พิสิฐพยายามจะขัดขืน และหาจังหวะวิ่งหนีแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะหนึ่งในชายที่ล้อมเขาไว้ปล่อยหมัดซัดเข้าที่แก้มของเขาอย่างจัง
 
เขาแกล้งสลบอย่างรวดเร็ว ก่อนโดนหิ้วปีกเข้าไปในรถของตัวเอง จากนั้นพวกมันก็ขับรถพาเขาตามรถของเถ้าแก่ไป
 



 
พิสิฐถูกมัดมือไพล่หลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในโกดังร้าง
 
หัวที่ถูกคลุมด้วยถุงกระดาษถูกเปิดออก เห็นเถ้าแก่นั่งตัวป้อมอยู่เบื้องหน้าเขา พร้อมกับชายฉกรรจ์ ร่างใหญ่อีก 4 คน
 

 
“ลื้อมีอะไรจะเสนอขายอั๊วอีกมั้ย”
 
“ไอ้สามแสนค่ารายชื่อคนจ้างวานฆ่าน่ะ อั๊วไม่สนใจแล้ว”
 
เถ้าแก่ป้องพูดกับเขา ด้วยท่าทียิ้มเยาะ
 

 
“โทรไปหาคนที่มันจ้างลื้อซะ ถามมันว่าพรุ่งนี้อั๊วอยู่ที่ไหน บอกมันว่าลื้อจะไปดักฆ่าอั๊ววันพรุ่งนี้”
 
เถ้าแก่พูดพลางพยักหน้าให้ลูกน้องยื่นโทรศัพท์ให้พิสิฐ
 

 
พิสิฐยังคงนิ่ง ไม่ยอมพูดอะไร ตามองไปที่เถ้าแก่
 


“ลื้อจะโทรตอนนี้ หรือจะเจ็บตัวก่อนโทร ยังไงลื้อก็ต้องโทร อั๊วไม่มีเวลาทั้งวัน”
 
เถ้าแก่ป้องเพิ่มระดับเสียง ในขณะที่ลูกน้องของเถ้าแก่หยิบสนับมือมาขึ้นมาสวมเพื่อเสริมคำขู่
 

 
พิสิฐบอกเบอร์ให้ลูกน้องเถ้าแก่กดโทรออก โทรศัพท์ถูกเปิดโหมดลำโพง
เขาถามคำถามตามที่เถ้าแก่บอก ส่วนทุกคนเงียบรอฟัง
 
เสียงตอบจากปลายสายดังออกมาจากโทรศัพท์ว่า
 
“พรุ่งนี้เถ้าแก่จะไปพักที่บ้านตากอากาศที่สัตหีบ มันเป็นบ้านใหญ่หลังเดียวในซอย 17 ไปเตรียมพร้อมได้เลย”
 

 
สายถูกวางหลังจากบทสนทนารายละเอียดอื่นๆจบลง เถ้าแก่หน้าแดงด้วยความโกรธ ก่อนจะสบถออกมา
 
“ไอ้ระยำ ไอ้เลี้ยงเสียข้าวสุก วันนี้มึงตายแน่”
 

 
พิสิฐนึกไม่ถึงว่าแก๊งขนของหนีภาษีจะมีเทคนิคที่เจนจัดแบบนี้ นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้หาว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้
 
เถ้าแก่น่าจะบอกข้อมูลว่าวันพรุ่งนี้ตัวเองจะไปที่ไหนให้กับแต่ละคนให้แตกต่างกัน โดยอาจให้ข้อมูลกับเฮียป๊อดว่าจะไปหาเพื่อนที่ระยอง, ปล่อยข่าวให้กับแก๊งคู่อริว่าจะไปทำงานที่ชายแดนเขมร หรือบอกกับเมียน้อยว่าจะไปหาหมอที่กรุงเทพ
 
ทุกคนที่ต้องสงสัยว่าจะจ้างวานฆ่าเถ้าแก่จะได้ข้อมูลเหล่านี้
 
ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลที่เถ้าแก่ให้กับเฮียยุกต์ก็คือ จะไปบ้านพักตากอากาศที่สัตหีบ
 


“หมดงานของลื้อแล้ว อั๊วขอไปเช็คบิลนายจ้างลื้อก่อน”
 
“แล้วอั๊วจะกลับมา รู้ใช่มั้ยว่าเราติดค้างอะไรกัน”
 
เถ้าแก่พูดกับพิสิฐ
 

 
โชคยังดีที่เขาเอาเงินสามแสนบาทของเถ้าแก่ไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย เถ้าแก่คงยังไม่ฆ่าเขาจนกว่าจะเจอเงินนั่น
 


เถ้าแก่ออกไปแล้ว ทิ้งลูกน้องไว้เฝ้าพิสิฐแค่คนเดียว
จากนั้นเขาก็ถูกปิดปากด้วยเทปกาว ก่อนจะถูกเอาหน้ากากอนามัยสวมไว้ให้เพื่อป้องกันโควิด
 



 
9.
 
พิสิฐนั่งอยู่บนเก้าอี้ในโกดังร้าง มือถูกจับไพล่หลังแล้วมัดไว้ด้วยเชือกป่านอย่างหนาแน่น อย่างไรก็ตามพวกมันไม่ได้มัดขาเขาไว้กับเก้าอี้
 
คะเนจากแสงสว่างที่ลอดเข้ามาทางรอยต่อที่ปิดไม่มิดของประตูและหน้าต่าง ตอนนี้คงเป็นช่วงเช้า
 



 
10.
 
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับแสงสว่างที่สาดเข้ามา

 
“แก้มัดเขาซะ”
 
เสียงดังมาจากชายคนหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมพรรคพวกอีกสองคน
 

 
“โอ๊ย”
 
พิสิฐร้องลั่น หลังจากถูกกระตุกหนวดหลุดไปพร้อมกับเทปกาวที่โดนดึงออก
 

 
“ว่าไง เฮียป๊อด สำเร็จใช่ไหม”
 
พิสิฐพูดกับชายที่สั่งแก้มัดเขา
 

 
“แน่นอนคุณพิสิฐ หลังจากเถ้าแก่ฆ่าไอ้ยุกต์ ผมก็ให้ลูกน้องฆ่าเถ้าแก่ แล้วจัดฉากว่าสองคนนี้ฆ่ากันเอง”
 
“สี่แสนที่ตกลงไว้ อยู่กับทีมงานของคุณที่รออยู่ข้างหน้าโกดังนี้แล้ว”
 
เฮียป๊อดพูด
 

 
“ขอบคุณครับเฮีย แล้วอย่าลืมที่คุยกันไว้ล่ะ เรามีงานร่วมกันอีกมากในอนาคต”
 
พิสิฐที่ถูกแก้มัดมือแล้ว ยื่นมือไปขอจับมือกับเฮียป๊อด
 

 
“ยินดีครับคุณพิสิฐ หวังว่าเราจะได้ทำธุรกิจร่วมกันไปอีกยาวๆ”
 
เฮียป๊อดตอบกลับพร้อมยื่นแอลกอฮอล์สเปรย์พ่นไปที่มือของพิสิฐ ก่อนทั้งคู่จะจับมือกัน
 



 
7.
 
สิ่งที่พิสิฐเรียนรู้จากเถ้าแก่ป้องคือควรสร้างหลักประกันที่ใหญ่พอจะประกันความตายได้
 

 
คืนนั้นก่อนถูกจับที่โรงแรม พิสิฐได้โทรไปตกลงกับเฮียป๊อดไว้แล้วว่าจะกำจัดเถ้าแก่ป้องและเฮียยุกต์ให้ โดยเฮียป๊อดจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง
 
แผนการทั้งหมดจึงถูกวางขึ้นมาในคืนนั้น กระทั่งลูกน้องที่มาจับตัวเขาก็ล้วนเป็นคนของเฮียป๊อด
 

 
หลักประกันก็คือ ถ้าเขาไม่รอดในวันนี้ข้อมูลของแก๊งที่เขาเฝ้าติดตามมาหลายปีจะถูกส่งให้ทางการเพื่อเริ่มกระบวนการเข้าจับกุมแก๊ง 3 ป.
 
นอกจากนี้เขายังหาหลักประกันที่เป็นมูลค่าเพิ่มไว้อีกด้วย นั่นก็คือการตกลงเป็นคู่ค้าทางธุรกิจซึ่งกันและกัน
 
โดยเขาจะขายข่าวเกี่ยวกับทางการให้เฮียป๊อด ส่วนเฮียป๊อดจะมอบเบาะแสให้เขาทำผลงานจับคดีที่สาวไม่ถึงตัว เพื่อให้พิสิฐได้ไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า
 

 
นี่เป็นผลดีต่อทั้งคู่ ตราบเท่าที่พวกเขายังเป็นพันธมิตรกัน




 
เรื่องสั้นโดย นวกานต์ ราชานาค 

2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 


Create Date : 03 ตุลาคม 2564
Last Update : 3 ตุลาคม 2564 1:51:44 น. 0 comments
Counter : 240 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
navagan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]




นวกานต์ ราชานาค
Navagan Rachanark


สนใจใน ภาพยนตร์, การวิเคราะห์-วิจารณ์ ภาพยนตร์,ดนตรี, งานเขียน และ ศิลปะอื่นๆ

สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ทดลอง และ งานดนตรีทดลอง และ งานเขียน


ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนายางสังเคราะห์และยางธรรมชาติ

เริ่มจัดเก็บข้อมูลสถิติการเข้าชม

Time 09:00 Date 31/01/2010

by Histats.com

blogger web statistics

ถูกใจบทความ หรืออยากสนับสนุนเจ้าของ Blog

ก็ช่วย click ที่ Link โฆษณาครับ

ขอบคุณครับ

Friends' blogs
[Add navagan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.