Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

บัตรเครดิต มหาภัย

คนทำงาน ก็มักอยากมี บัตรเครดิต ไว้ใช้ ให้รู้สึก เท่ห์ ดี


ผมเอง ก็หลงเข้าไปในวงการเงินกู้ ผ่านเจ้าบัตรเครดิต นี่เหมือนกัน

เมื่อก่อน ทำงานบริษัทฝรั่ง เงินเดือนเยอะ บัตรวงเงินเกินแสน ทุกใบ

ย้อนกลับไปตอนยังไม่ทำบัตร มีเงินเหลือเก็บ มีข้าวกิน มีความสุข

แต่เมื่อมีบัตร ทุกอย่าง ง่ายขึ้น ของที่ไม่เคยซื้อ ก็ซื้อ ของที่ไม่จำเป็น ก็อยากได้

ผ่อน 0% บ้าง Cash Back บ้าง ยั่วน้ำลาย ให้ซื้อมาโดยที่ไม่ได้คิดว่า เอามาแล้ว ได้ใช้ประโยชน์คุ้มมั้ย

จำเป็นต้องมีตอนนี้มั้ย และซื้อมาด้วยโปรโมชั่น ต่างๆ เหล่านี้ ที่ซื้อเงินสด ไม่มี Cash Back ทำให้การใช้บัตร ซื้อได้ถูกกว่า

นั่นแหละ หลุม ที่ผม ตกลงไป

เวลาผ่านไป 2 ปี เงินเก็บผมไม่มีเลย เงินเดือน ชักหน้า ไม่ถึงหลัง รูดบัตรกินข้าวทุกเดือน พอกหางหมูกันเข้าไป

ผมเป็นหนี้บัตรทุกใบ รวมแล้ว 4 แสน

อยากได้ชีวิตแบบเก่า ผมจะยังไงดี

ผมเลือกที่จะเข้าไปปรึกษาคนอื่น ทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วคือ เลิกใช้บัตร และใช้หนี้ให้หมด

แต่ทำไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีคนอื่นที่โดนเป็นเพื่อน แล้วกลับตัวได้

ผมเดินเข้าวัด ไปตั้งหลัก และทำสมาธิ ให้เลิกฟุ้งซ่านก่อน

เมื่อเริ่มมีสติ ก็มีการสนทนากับเพื่อนๆ ที่เข้าวัดด้วยกันหลายท่าน

แล้วก็พบคนที่เคยมีปัญหาเหมือนผม และเค้าข้ามปัญหานั้นได้แล้ว

เค้าก็ทำเหมือนที่ผมคิด คือ เลิกใช้บัตร แล้วใช้หนี้คืน

ของเค้าคือ ยอมติดบูโร แล้วต่อรองหนี้ เหลือแค่ชำระเงินต้น ผ่อนจ่าย

สิ่งที่เค้าโดนคือ เค้าจะทำบัตรเครดิตอีกไม่ได้ แต่เค้าเลือกที่จะทำแบบนั้น เค้าไม่ใช้อีกแล้ว

แต่ผม ยังเลือกที่จะขอมีโอกาสใช้บัตรนี่อีกในอนาคต

จึงเลิกใช้บัตรทุกใบ ไม่มี ก็กินหมี่ซอง ไม่ยืมเงินคนอื่น เพราะยืมแล้ว ก็ต้องคืนตอนเงินเดือนออก

แล้วเงินก็ไม่พอ ก็ต้องยืมอย่างนี้ ไม่รู้จบสิ้น ผมจึงใจแข็ง อยู่แบบ อดๆ อยากๆ

คืนหนี้บัตรทีละใบ โดยบัตรอื่น จ่ายแค่ดอก

ผมสามารถปิดบัตร ทุกใบ ในเวลา 1 ปีกว่าๆ เท่านั้น

ไม่น่าเชื่อ ถ้าผม ไม่มีบัตรเครดิต ตั้งแต่วันนั้น ใน 1 ปี ผมสามารถมีเงินเก็บ 4 แสนบาท

ผมทำงานมาเป็นสิบปี ผมควรจะมีเงินเก็บ หลายๆ ล้านบาท แต่ผมกลับไม่มีเงินเก็บเลย

เอาเงินไปทำอะไรหมด?

ผมใช้เงิน ฟุ่มเฟือยไปกับ โทรศัพท์มือถือ รุ่นใหม่ออก ซื้อ

ตัวเก่า ขายทิ้งแบบ ไม่มีมูลค่าเลย มาเป็น สิบๆ ตัว

กินเที่ยวแต่หรูๆ แพงๆ ทั้งๆ ที่กินมื้อละ 50 บาท ก็อิ่มเหมือนกัน

กินดื่มยามราตรี คืนนึงไปทีก็หมด 5-6 พันบาท ร้านถูกๆ ไม่ไป จะไปแต่ร้านแพงๆ

เหมือนกับชีวิตนึง ที่ผมต้องเข้าไปใช้อยู่ในเมือง ที่มีแสงสี ล่อตา ล่อใจผม และผมก็หลงเข้าไป

ตอนนี้ ผมเหมือนกับการหายป่วยด้วยโรคหลงระเริง เกือบจะหายขาดแล้ว

เพราะผม เหลือบัตรเครดิต เพียงใบเดียว และใช้อย่างระมัดระวัง

ใช้เพียงเติมน้ำมัน จ่ายค่าโทรศัพท์ ซื้อของซูเปอร์มาเก็ต เท่าที่พอใช้เท่านั้น

ผมดูการใช้จ่ายแต่ละเดือนแล้ว ประมาณ 7-8 พันเท่านั้น ที่เป็นส่วนตัว

ทุกวันนี้ ผมเริ่มมีเงินเก็บ ถึงจะไม่มากนัก มีอยู่ประมาณ 4 หมื่นบาท

แต่ผมไม่มีหนี้แล้ว ผมมีความสุขแล้ว อยากกินอะไร ก็ได้กิน

นานๆ ผมจะกินแพงๆ ซักมื้อ ก็ได้กิน





 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2556
3 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2556 14:07:20 น.
Counter : 1257 Pageviews.

 

ชื่นชมค่ะ

 

โดย: wanna IP: 124.122.101.222 22 พฤษภาคม 2556 17:47:42 น.  

 

เหมือนกัน แต่ตอนนี้เลือกไม่มีเครดิต มีหนี้ที่ต้องทะยอยจ่าย แต่ที่สำคัญเราต้องหาเงินเพิ่มให้เยอะๆ ตั้งใจหาเงินเพื่อจ่ายหนี้ให้หมด การเก็บคงจะเป็นหลังจากนี้ เท่านั้นเอง พอเพียง กินข้าวที่หุงเอง กับข้าวก็เหลือเพียงหลักสิบบาท สุขภาพจิตดีขึ้นเยอะไม่เครียด ไม่มีคนโทรทวงเงิน

 

โดย: เพื่อนกัน IP: 171.99.74.64 17 กรกฎาคม 2556 16:47:04 น.  

 

^
^
^

ใช่ครับ ไม่มีคนโทรมาทวงเงิน เป็นอะไรที่ สุดยอด แล้วครับ

เข็ดกันเลยทีเดียว ตอนใช้ ผมก็ไม่คิดว่า จะโดนอะไรแบบนี้

คิดว่า เอาอยู่ แต่สุดท้าย ก็เอาไม่อยู่

 

โดย: napatn IP: 27.130.59.240 8 สิงหาคม 2556 15:34:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


napatn
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผมเป็นวิศวกรครับ
ไม่เคยโผล่หน้าไปให้ใครเห็น
ยังไม่เคยเข้าร่วมงานชุมนุมคนพันทิปเลยซักครั้ง
ผมทำงานทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์
เหลือวันอาทิตย์ ไว้หายใจ และพักผ่อน
เวลาผมหมดไปกับการทำงาน และหาลูกค้า
เหลือเวลาของแต่ละวัน ก็ให้กับครอบครัว
ผมจะมีแต่เพื่อนที่ทำงาน และลูกค้าเท่านั้น
ซึ่งก็เยอะพอควร ส่วนเพื่อนเก่าๆ น๊าน นาน จะไปเจอกันซักครั้ง

ผมชอบคำกล่าวของ "น้าเน็ก" อยู่หนึ่งอย่างคือ
อย่างฆ่าเวลา ซึ่งจริงครับ เวลามีอยู่น้อยนิด ฆ่าทิ้ง เสียดายแย่

อีกคำของ "สัญญา คุณากร" คือ "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่"
ทำไมครับ ตรูจะหลอกคน เมิงอย่ามายุ่ง

ทำให้ผมเข้าข้าง คุณ สัญญา เลยครับ เค้าทำอะไรผมก็เห็นดีด้วยไปหมด
เรียกว่า เจอคนที่ถูกใจ
และอีกคนคือ น้ำเน็ก นี่แหละครับ

และไม่น่าเชื่อ ที่ทั้งสองคน ดันมาทำรายการทีวี เดียวกัน
Friends' blogs
[Add napatn's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.